|
คนรักแมวที่ต้องมาเลี้ยงนก
เรื่องมีอยู่ว่า เราและครอบครัวเป็นคนรักแมวมาก ๆ วันหนึ่งมีคนมาเช่าบ้านข้างบ้านเรา เค้าก็เอาสารพัดสัตว์มาเลี้ยง เช่น หมา แมว หนูแฮมสเตอร์ นก ปลา เต่า แต่จากที่สังเกตแล้ว เค้าไม่ใช่คนรักสัตว์ตัวจริงคะ เพราะพวกมันทยอยตายทีละตัว เจ้าตัวไหนที่โชคดีก็จะมีผู้ใจบุญมาขอรับไปเลี้ยง เพราะเค้าสงสารที่เห็นมันถูกทรมาน ซึ่งตอนแรกเจ้าของก็ไม่อยากให้ แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง อย่างเช่น หมาโดนผูกเอาไว้หน้าบ้านข้างโอ่งน้ำที่ชื้นแฉะ อาหารที่ให้ก็คืออาหารที่เหลือกินแล้ว ฝนตกเค้าก็เปียก จนเค้าเป็นแผลที่ท้องเพราะเค้าอยู่ในที่ชื้น โชคดีที่มีคนมาขอไปเลี้ยงแล้ว
นกเลิฟเบริ์ด 12 ตัว เสียงดังมากค่ะ เจี๊ยวจ้าวมาก กรงนกก็ตากแดดตลอดวัน อาหาร หรือน้ำก็หายากเสียเหลือเกิน นกก็ทยอยตายทีละตัว สองตัว น้องชายเราเคยเห็นนกตัวที่ยังไม่ตายจิกกินตัวที่ตายแล้วค่ะ เป็นภาพที่น่าสังเวชใจมาก จากที่เรารู้สึกรำคาญเสียงพวกเค้า พอหลัง ๆ กลับอยากได้ยินเสียงพวกเค้าเพราะเป็นการแสดงว่าเค้ายังไม่ตาย เปลี่ยนจากความรำคาญเป็นความสงสารแทน แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง จนกระทั่งเหลือนกเพียงตัวเดียวที่รอดชีวิตในกรง
วันหนึ่งแม่เราออกไปรดน้ำต้นไม้ ก็เห็นนกตัวนี้บินมาเกาะตรงขอบกรงด้านที่ติดกับบ้านเรา แล้วส่งเสียงร้อง แม่เราได้ยินก็คิดว่าเค้าคงอยากได้น้ำมั่งเพราะเค้าไม่มีอาหารและน้ำในกรงเลย
หลังจากนั้นแม่ก็มาเล่าให้ทุกคนในบ้านฟัง และปรึกษากัน เราก็ออกความเห็นว่า ไปขอมาเลี้ยงเองดีไหม ถ้าแม่จะอนุญาต ปรากฏว่าแม่อนุญาตค่ะ ตอนแรกก็งงมากเพราะแม่เคยบ่นว่าเลี้ยงแมว 6 ตัวก็เป็นภาระมากพอแล้ว จึงบอกน้องชายให้ไปซื้อกรงนกทันที ได้กรงมาปุ๊บ ก็ให้น้องชายไปขอนกมาเลี้ยงคืนนั้นเลยค่ะ
พอได้เค้ามาก็ตั้งชื่อให้ว่า "อยู่ดี" ค่ะ เพราะเค้ายังอยู่ดีในขณะที่ตัวอื่น ๆ ตายหมด เริ่มด้วยการพาน้องอยู่ดีไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพที่รพ.สัตว์เกษตรค่ะ หมอบอกว่าร่างกายเค้าขาดน้ำอย่างรุนแรง ในลำไส้มีเชื้อโรคนิดหน่อย แต่ไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อร่างกายเค้า ก็โล่งใจที่เค้าไม่เจ็บป่วย หรือเป็นอะไรมากค่ะ เราและน้องชายก็พยายามศึกษาข้อมูลการเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ดในอินเตอร์เน็ต
น้องชายเราดูแลน้องอยู่ดีอย่างดีเหมือน ๆ กับที่เค้าดูแลแมวในบ้านค่ะ พยายามหาอาหารใหม่ ๆ มาให้เค้ากิน ทำความสะอาดที่ใส่อาหาร น้ำ ทุกครั้งที่เปลี่ยน ล้างถาดใต้กรงบ่อย ๆ ทำน้ำตะไคร้ให้เค้าเล่นด้วยค่ะ ท่าทางเค้าชอบมากค่ะ พยายามเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุดเท่าที่คนรักแมวจะทำได้ ทุกเช้าเวลา 6.30 น.เค้าจะตื่น บ้านเราจะได้ยินเสียงเค้าทุกเช้า สมาชิกในบ้านเราก็หมั่นออกไปคุยกับเค้าเพราะเกรงว่าเค้าจะเหงา ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะแม่เราไม่อนุญาตให้รับนกมาเลี้ยงเพิ่มอีกค่ะ จึงต้องใช้วิธีนี้แทน
บ้านเราก็พยายามหาเจ้าของใหม่ให้น้องอยู่ดีเรื่อย ๆ ค่ะ เพราะอยากให้เค้ามีเพื่อนและอยู่กับคนที่รักนกจริง ค่ะ
หลังจากนั้นหลายเดือนต่อมา วันหนึ่งน้องชายเราสังเกตเห็นว่าเค้าบินไม่ขึ้นค่ะ จึงเป็นห่วงเกรงว่าเค้าจะบินไม่ได้อีก หรือมีปัญหาสุขภาพอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ เราจึงเข้าไปตั้งกระทู้ถามผู้รักนกเลิฟเบิร์ดในพันทิบว่า นกที่บินไม่ขึ้น ควรจะทำอย่างไรดี หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีผู้ใจดีที่รักนกตอบกระทู้เข้ามา 2-3 คน หนึ่งในนั้นก็คือคุณยิปซี
จึงสอบถามคุณยิปซีว่ามีนกที่เลี้ยงไว้กี่ตัว พอจะรับเลี้ยงเพิ่มอีกตัวได้ไม๊ เธอก็ตอบตกลงทันที สาเหตุที่เราอยากให้น้องอยู่ดีไปอยู่บ้านคุณยิปซี เพราะคุณยิปซีเป็นคนรักนกตัวจริง ยิ่งได้ทราบว่าคุณยิปซีเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือนกในโครงการฟ้าใส ยิ่งตอกย้ำว่าเราเลือกไม่ผิดคนแน่ ๆ วันรุ่งขึ้นก็ตกลงว่าจะเอานกไปให้ เพราะอยากดูบ้านใหม่ของน้องอยู่ดีด้วยค่ะ เรากับน้องชายได้เห็นบ้านใหม่ของน้องอยู่ดีแล้วก็ดีใจแทนนกมากเลยค่ะ เพราะเค้าได้บ้านใหม่ที่ดีกว่าบ้านเดิมมาก แถมได้เจ้าของใหม่ที่รักนกมาก และมั่นใจมากว่าน้องอยู่ดีจะมีความสุขกับบ้านใหม่ เพื่อนใหม่ และแม่ใหม่อย่างคุณยิปซีค่ะ ตอนนี้คุณยิปซีตั้งชื่อใหม่ให้น้องอยู่ดีเปลี่ยนชื่อเป็น "หนูดี" แล้วค่ะ
สุดท้ายนี้ ก็อยากเรียนให้ผู้ที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ว่า นี่เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงนกแต่ไม่รักนก จะเห็นได้ว่านกได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสจนตายจากผู้เลี้ยงนกแบบนี้ เราเป็นคนรักแมวและไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้เลี้ยงนกมาก่อนเลย แต่ด้วยความที่เป็นคนรักสัตว์ก็อดไม่ได้ที่จะช่วยเหลือเค้า แต่เราคิดว่ายังมีนกอีกมากมายที่กำลังถูกทรมาน โดยเฉพาะนกสวยงามที่ถูกจับมาจากป่าเพื่อการค้า ถ้าเพื่อน ๆ รักนก ก็อย่าสนับสนุนการค้านกสวยงามเลยค่ะ หวังว่าเรื่องราวของน้องอยู่ดีจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงนกได้บ้างนะค่ะ
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ
:!.*+*:::...ToM & jErRy...:::*+*.!:
|