About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board


บทความ
« กลับไปที่หน้าสารบัญบทความ

การกักกันโรคสำหรับนก Quarantine
.....
เขียนโดย แก้วตา


การกักกันโรคสำหรับนก คือ การป้องกันการติดต่อของโรคระหว่างนกสู่นกด้วยกัน ผู้ที่มีนกเดิมอยู่ในบ้านก่อนแล้ว หากมีความจำเป็นต้องอุปการะนกตัวใหม่ ควรจะต้องทำการกักกันโรคให้นก เพื่อความมั่นใจว่านกตัวใหม่จะไม่นำโรคชนิดที่ติดต่อได้ มาติดนกเดิม ทั้งนี้การกักกันโรคจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อและช่วยป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับนกทั้งหมด

* ผู้ที่ไม่มีนกอยู่ในบ้านเลย และนกที่อุปการะมาใหม่เป็นนกตัวเดียวในบ้าน ไม่มีความจำเป็นต้องกักกันโรคนก

* ผู้ที่มีนกในบ้าน ซึ่งป่วยเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากนกสู่นกได้ ไม่ควรนำนกตัวใหม่เข้าบ้าน เช่น หากมีนกที่เป็นโรค PBFD อยู่ก็ไม่ควรอุปการะนกตัวอื่นมาเลี้ยงร่วม และต้องงดการเลี้ยงนกเพิ่มเด็ดขาด ฯลฯ

* ผู้ที่มีนกในบ้านอยู่แล้วและนกตัวนั้นอายุต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งนกในวัยนี้ยังมีภูมิคุ้มกันโรคไม่แข็งแรงเพียงพอ จะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษหากจำเป็นต้องอุปการะนกตัวใหม่ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงไม่นำนกใหม่เข้ามาเพิ่ม ในช่วงที่นกในบ้านยังมีอายุน้อย

เมื่อเราต้องอุปการะนกตัวใหม่เข้าบ้าน ไม่ว่านกตัวนั้นจะเป็นนกป่าที่เราช่วยเหลือมา หรือเป็นนกถูกทิ้ง ที่เรารับอุปการะจากผู้อื่น สิ่งแรกที่เราต้องเตรียมและทำก่อนคือ การแยกนกตัวที่นำเข้ามาใหม่ออกไว้ให้ห่างจากนกที่มีอยู่แล้วในบ้าน โดยเราควรจัดหาที่ทางให้นกตัวใหม่ได้แยกออกไปอยู่ในสถานที่กักกันที่เหมาะสม ในระยะเวลาตามกำหนด ซึ่งมาตรฐานจะอยู่ระหว่าง 30-60-90 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพนก และผลการตรวจสุขภาพของสัตวแพทย์ โดยในระหว่างที่กักกันโรคให้นกนั้น เราควรรีบพานกไปตรวจสุขภาพหลังจากนำนกเข้าบ้านภายใน 3- 5 วัน

นกในสภาพใดบ้างที่ควรได้รับการกักกัน
  1. นกป่าที่ช่วยเหลือมาจากธรรมชาติ เป็นนกที่เราไม่มีโอกาสรู้ถึงสุขภาพ จึงมีความจำเป็นต้องแยกนกเพื่อกักกัน และนกในธรรมชาติอาจมีไรนก
  2. นกพลัดหลงที่อาจเป็นนกเลี้ยงในกรงมาก่อน เราไม่มีโอกาสรู้ถึงสุขภาพนก และไม่รู้ระยะเวลาที่นกพลัดหลงตัวนั้นต้องอยู่นอกบ้าน ซึ่งนกอาจมีโอกาสติดโรคจากนกอื่นระหว่างทาง เรามีความจำเป็นต้องแยกนกเพื่อกักกัน
  3. นกที่ขออุปการะมาจากบ้านอื่น หากเราไม่มั่นใจในสุขภาพนก เรามีความจำเป็นต้องแยกนกเพื่อกักกัน
  4. นกที่มาจากบ้านที่เรารู้ประวัติว่านกมีสุขภาพดี อาจไม่มีความจำเป็นต้องแยกนกเพื่อกักกัน
  5. นกที่ขออุปการะจากโครงการช่วยเหลือนกต่างๆซึ่งผ่านการตรวจสุขภาพมาแล้ว และผลตรวจระบุว่าไม่เป็นโรค อาจไม่มีความจำเป็นต้องแยกนกเพื่อกักกัน
การเตรียมความพร้อมและเตรียมสถานที่เพื่อใช้กักกันนกเข้าใหม่

ทางเลือกที่ดีที่สุดในการแยกกักกันนกคือ เราควรแยกกักกันนกใหม่ในอาคารหรือตัวบ้านที่แยกห่างออกไปจากบ้านที่มีนกเดิมอยู่ เช่น แยกกักกันนกใหม่ในเรือนหรือบ้านพักรับรองแขกที่ว่างอยู่ แต่หากเราไม่มีที่ทางแบบนั้น และจำเป็นต้องกักกันนกในตัวอาคาร หรือบ้านเดียวกัน เราควรพิจารณาเลือกใช้ห้องที่มีประตูทางเข้าออกที่แยกต่างหากจากประตูทางเข้าออกของบ้านเป็นอันดับแรก เช่น เลือกใช้ห้องเก็บของที่มีประตูทางเข้าออกต่างหาก

นอกจากการแยกกักกันนกในหนทางที่กล่าวมาแล้ว เรายังสามารถกักกันนกในตัวอาคารหรือบ้านเดียวกันได้ หากเรามีความเคร่งครัดและระมัดระวังเพียงพอ ทั้งนี้หากนกใหม่และนกเดิมต้องอยู่ในบ้านเดียวกัน เราควรจัดให้นกอยู่กันคนละห้องเพื่อแยกนกออกจากกัน โดยเราต้องเลือกใช้ห้องที่ไม่มีช่องลมหรือท่อทางเดินอากาศ ท่อแอร์ที่ติดต่อเชื่อมถึงกันกับห้องที่มีนกเดิมอยู่ เพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ให้อากาศหรือลมจากห้องกักกันนำพาเชื้อ ผ่านเข้าถึงในส่วนที่เป็นที่อาศัยของนกเดิมได้

แต่หากเราไม่มีห้องแบบนั้น เราก็สามารถปรับปรุงห้องกักกันได้ โดยทำการปิดช่องทางเดินอากาศและช่องลมต่างๆนั้นเสีย

ห้องที่เลือกใช้ทำการกักกันนกควรมีหน้าต่างที่ให้แสงสว่างเพียงพอ ในห้องควรมีการถ่ายเทระบายอากาศที่ดี และที่สำคัญหน้าต่างและทางระบายอากาศของห้องกักกัน ควรตั้งอยู่ในทิศทางที่ลมจะไม่พัดเอาอากาศจากห้องกักกันนั้นย้อนกลับเข้ามาในตัวบ้าน

เมื่อเลือกที่ทางสำหรับใช้เป็นห้องกักกันที่เหมาะสมแล้ว ภายในห้องกักกันควรได้รับการจัดเตรียมตกแต่งให้เหมาะสมด้วย เริ่มจากการจัดการทำความสะอาดห้อง เก็บทิ้งสิ่งที่มีส่วนผสมของสารเคมีออกไป จัดระเบียบห้องเสียใหม่ เตรียมกรงและเลือกตำแหน่งวางกรงที่เหมาะสม เตรียมอุปกรณ์ อาทิ ถ้วยอาหาร ถ้วยน้ำรวมถึงของเล่นนกฯลฯ โดยอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ควรจัดให้มีต่างหาก เพื่อใช้เฉพาะสำหรับนกที่ต้องได้รับการกักกันเท่านั้น

ผู้มีหน้าที่ดูแลนกควรจัดระเบียบและเตรียมตัวเองให้พร้อม ด้วยการจัดตารางเวลาในการดูแลให้อาหารนก โดยเลือกให้อาหารและทำความสะอาดกรงของนกเดิม ก่อนที่จะให้อาหารและดูแลนกที่อยู่ในห้องกักกันเสมอ หลังเสร็จจากการให้อาหารนกเดิมแล้วจึงไปดูแลนกในห้องกักกัน และเพื่อช่วยให้นกในห้องกักกันไม่ต้องรออาหารมื้อแรกนานเกินไป เราควรกำหนดเวลาการให้อาหารนกเดิมเร็วขึ้นกว่าปกติ และควรจัดเตรียมอาหารแห้งที่จำเป็น เช่น เมล็ดพืชรวมต่างๆ อาหารสำเร็จรูป หรือขนมปังกรอบชนิดจืด น้ำดื่มสะอาด พร้อมไว้ในกรงสำหรับนกที่อยู่ในห้องกักกันตลอดเวลา

ในกรณีนกที่อุปการะมาใหม่ ที่จะต้องได้รับการกักกันเป็นลูกนกซึ่งยังคงต้องการอาหารป้อน เรามีความจำเป็นต้องป้อนอาหารให้ลูกนกก่อน จากนั้นควรทำความสะอาดตัวเองก่อนที่จะไปดูแลนกตัวอื่น

การทำการกักกันโรคนกเข้าใหม่นั้น นอกจากเราจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติการกักกันโรคแล้ว หัวใจสำคัญอีกประการคือ การให้ความเอาใจใส่ และคำนึงถึงสภาพจิตใจของนกที่กำลังอยู่ในระหว่างกักกันด้วย โดยเฉพาะหากนกตัวนั้นเป็นนกที่อุปการะมาเพื่อให้การเลี้ยงดูต่อไป ไม่ใช่นกธรรมชาติที่จะต้องปล่อย

ดังนั้นทุกครั้งที่เข้าไปดูแลนกในห้องกักกัน เราควรให้เวลาส่วนหนึ่งสำหรับนก ด้วยการพูดคุย ให้สัมผัส สร้างความผูกพัน เพื่อช่วยให้นกได้รับความรู้สึกที่อบอุ่น ซึ่งจะช่วยลดความกังวลและความกลัวให้กับนก จนนกไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

* ในทางกลับกัน หากนกตัวนั้นเป็นนกในธรรมชาติที่ช่วยเหลือมาเพื่อรอการปล่อย เราไม่ควรยุ่งกับนกมากจนเกินความจำเป็น เมื่อให้อาหารเสร็จ เราควรปล่อยให้นกพักผ่อนตามลำพัง เพราะการสร้างความผูกพันกับนกมากเกินไปจะทำให้นกสูญเสียความเป็นนกป่า กลายเป็นนกติดคนจนนกไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ซ้ำร้ายเมื่อเราปล่อยนกไปแล้วนกอาจจะเข้าหาคนได้ง่าย พึงระลึกเสมอว่า มนุษย์ทุกคนไม่ได้มีเมตตากับนกเสมอไป การเข้าหาคนผิด นกอาจถูกจับมาขังกรงอีก อาจถูกจับไปขาย หรือกลายเป็นอาหาร

ไม่ว่านกที่เราได้รับมาจะเป็นนกที่ช่วยเหลือมาจากธรรมชาติเพื่อปล่อย หรือนกถูกทิ้งที่เราอุปการะมาเพื่อการเลี้ยงดู หากเราพบว่านกเหล่านี้มีความเครียด เราอาจช่วยสร้างบรรยากาศในห้องกักกันให้นกรู้สึกผ่อนคลายได้ด้วยการเปิดเพลงเบาๆ จัดหาของเล่นสำหรับนก รวมถึงให้อาหารที่นกทุกตัวโปรดปรานอย่างเช่น พวงมิลเล็ท วางให้ในกรง สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความบัญเทิงให้นกในขณะที่นกต้องถูกทิ้งให้อยู่ในห้องกักกันเพียงลำพัง ซึ่งการจัดเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยส่งเสริมสภาวะจิตใจ และช่วยให้นกผ่านช่วงการกักกันนี้ไปได้ด้วยดี

หลังจากเสร็จภาระการดูแลและให้อาหารนกในห้องกักกันแล้ว เราก็ควรป้องกันตัวเองไม่ให้กลายเป็นพาหะนำเชื้อโรคที่อาจติดมากับผิวหนัง เส้นผมและเสื้อผ้ามาติดนกตัวอื่น ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดให้ตัวเองอย่างเข้มงวด โดยการเปลี่ยนทิ้งเสื้อผ้า เพื่อแยกซักทำความสะอาดต่างหาก อาบน้ำ สระผม ล้างใบหูและทำความสะอาดรูจมูก ด้วยการสั่งน้ำมูกแรงๆ

หากเราพบว่าการกักกันนกนี้ยุ่งยากและเรามีข้อจำกัดในการกักกันนก เราควรขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นที่มีความพร้อม ให้มาเป็นผู้ช่วยรับหน้าที่ดูแลนกแทน เช่น ฝากนกไปกักกันที่บ้านเพื่อนที่ในบ้านนั้นไม่มีนก

ในที่สุดเมื่อพ้นช่วงกักกันโรคแล้ว และพบว่านกตัวใหม่มีสุขภาพดี แข็งแรง เราจึงสามารถนำนกมาเลี้ยงในที่เดียวร่วมกับนกที่มีอยู่แล้วได้ นกสามารถเล่นด้วยกันได้หากนกไม่แสดงอาการก้าวร้าวและทำร้ายกันเอง

อย่ามองข้ามความสำคัญของการแยกกักกันนก เพราะนั่นเป็นหน้าที่ในความรับผิดชอบของเราที่ไม่อาจละเลยได้ ซึ่งการปฏิเสธต่อการกักกันโรคนั้น อาจมีผลเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตของนกตัวอื่นๆที่เรารักเช่นกัน

.....
July 15, 2005
July 21, 2009 (Last Update)



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2012 CookieTalkie.com