HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Bird Story

ประสบการณ์การซื้อนกครั้งแรกของผมในสหรัฐอเมริกา (1)

คัฟฟี้ย์

วันที่เขียน 3/13/2004
จากระยะเวลาหนึ่งปีกว่าในการเลือกพันธุ์นกที่คิดว่าเหมาะกับผมทั้งขนาด, ร่าง, สีสัน, นิสัย ฯลฯ โดยการค้นคว้าหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ท, นิตยสาร, และหนังสือต่าง ๆ และก็สรุปได้ว่านกตัวใหม่ที่เหมาะกับผมมากที่สุดนั้นคือ Bare-eyed Cockatoo ผมจึงได้ตัดสินใจโทรไปนัดกับทางฟาร์มแห่งหนึ่งและขอไปดูตัวลูกนก

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ผมก็ได้นัดพี่ชายไปดูลูกนก Bare-eyed Cockatoo ที่ร้านขายนกซึ่งขับรถไปไม่ไกลจากบ้านนักประมาณสามสิบนาที พอไปถึงร้านก็ประมาณบ่าย 3 โมง คนแน่นร้านมากๆ มีทั้งนำนกมาตัดขนปีก-ตัดเล็บ บางคนก็พานกมาเพื่อจะให้นกเลือกของเล่นที่นกชอบ (เค้าคงกลัวซื้อไปไม่ถูกใจนกมั้งครับ) คนที่พานกมาก็จะคุยกับเจ้าหน้าที่ในร้านอย่างสนิทสนมกันดีและเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปทักทายนกและเรียกชื่อนก(ก็เป็นกันเองดีครับ) ผมกับพี่ชายก็ยืนรออยู่พักนึง ในร้านขายนกมีนกหลายชนิด เช่น Macaw, Cockatoo, Great-billed Parrot, African Grey Parrot, Caique ฯลฯ ระหว่างยืนรอนั้นก็ได้ยินเสียงนกร้องมาดังมากจากข้างใน(เค้ามีประตูกรงกั้นก่อนเข้าไปข้างในครับแต่มีผนังเป็นกระจกบานใหญ่)

ซักพักก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาหาแล้วบอกให้ผมล้างมือก่อนกับสบู่ที่เค้าเตรียมมาให้เข้าไปดูลูกนก(ผมคนเดียวที่จะจับนกส่วนพี่ชายจะยืนดูเฉยๆ เลยไม่จำเป็นต้องล้าง) จากนั้นเจ้าหน้าที่คนนั้นก็พาผมกับพี่ชายก็เดินเข้าไปในห้องเก็บลูกนก ในนั้นมีลูกนกเยอะมากเลยครับ เค้าก็พาผมไปที่กรงๆ หนึ่งซึ่งมี Caiqueสามตัว กับ อีกหนึ่งตัวเป็นBare-eyed Cockatoo(พันธุ์ที่ผมสนใจและโทรมาคุยกับเจ้าหน้าที่เค้าแล้ว) นกทั้งสี่ตัวนี้มีขนขึ้นเต็มตัวแล้วนะครับเค้าขลิบปีกแล้วและทานอาหารเองได้แล้วแต่เค้ายังคงป้อนอยู่ (อยู่ในช่วงกำลังวีน) เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เอานกตัวอื่น ๆ ออกมาให้ผมดูด้วย ก็มี Yellow-naped Amazonซึ่งอยู่กรงข้างล่าง Yellow-naped Amazon ตัวนี้ก็น่ารักดีครับแต่มีคนจองไว้แล้วเมื่อเช้า กรงที่อยู่ถัดไปเป็น Moluccan Cockatoo (อายุสี่เดือน) อยู่กับ African Grey Parrotสองตัว Moluccan ตอนเจ้าหน้าที่เปิดกรงแล้วอุ้ม African Grey ออกมา Moluccanร้องเสียงดังเชียวแล้วก็พองขน ถึงแม้เค้าจะแสดงออกทางสีหน้าไม่ได้แต่ท่าทางและน้ำเสียงก็ทำให้รู้ได้ว่าอยากให้เจ้าหน้าที่อุ้มเค้าด้วย น่ารักมาก ๆ ครับ เหมือนเด็กเล็ก ๆ เลย ดูไร้เดียงสาดี เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ได้พาดูนกตัวอื่น ๆ อีกนะครับ เช่น Blue Fronted Amazon, Goffin’s Cockatoo, Green Winged Macaw ฯลฯ

สุดท้ายแล้วผมก็ตัดสินใจเลือก Bare-eyed Cockatoo ตัวนั้นเพราะเอาออกมาเล่นแล้วเค้าก็ร่าเริงดีครับ อยู่ในกรงก็เล่นกับ Caique ตลอดเลย เจ้าหน้าที่เค้าก็บอกว่าอีกประมาณหนึ่งถึงสามอาทิตย์จึงค่อยมารับนก โดยให้โทรไปถาม คือนกต้องสามารถทานอาหารเองได้แล้วโดยไม่ต้องป้อนอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ พอตัดสินใจได้ว่าจะจองนกตัวนี้ไว้ เจ้าหน้าที่ก็ยื่นกระดาษที่มีข้อตกลงต่าง ๆ มาให้อ่านและให้เซ็นต์ชื่อยอมรับ ข้อตกลงก็มีอยู่ว่า
  • ต้องนำนกไปตรวจโรคอีกครั้งหนึ่งกับทางโรงพยาบาลเพื่อโรงพยาบาลจะออกใบรับรองให้
  • ต้องจดทะเบียนว่ามีสัตว์เลี้ยง
  • ต้องวางมัดจำครึ่งหนึ่งของราคานก
จากนั้นเจ้าหน้าที่คนนั้นก็พาผมกับพี่ชายไปดูขนาดกรงเค้าก็แนะนำขนาดกรงให้ว่าควรจะใหญ่ขนาดไหน ซึ่งผมก็เลือกอันที่สามารถเปิดเพดานกรงแล้วใส่คอนขึ้นไปได้เหมือนกับมีคอนอยู่หลังกรง (แต่บางยี่ห้อเค้าจะมีไว้อยู่แล้วครับ)

หลังจากนั้นประมาณ สองอาทิตย์ ผมก็ได้โทรไปถามเจ้าหน้าที่คนนั้นว่านกพร้อมหรือยังและก็ได้คำตอบมาว่า อีกหนึ่งอาทิตย์ให้มารับนกได้เลยเพราะตอนนี้นกทานอาหารแข็งเองได้แล้ว

สี่วันก่อนวันนัดหมายรับนก ขณะที่ผมกำลังทานอาหารกลางวันอยู่ในร้านอาหารร้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ได้โทรเข้าโทรศัพท์มือถือของผม เค้าถามผมเกี่ยวกับเรื่องกรงของนก พอจับใจความได้ว่า “สรุปแล้วเรื่องกรงคุณจะเอาอย่างไร ?” แต่ด้วยเสียงที่ดังรบกวนจากในร้านอาหาร ทำให้ผมได้ยินเค้าไม่ชัดเจนรวมทั้งผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อกรงกับทางร้านดีหรือไม่ จึงบอกไปว่า “ ยังไม่แน่ใจ แล้วเดี๋ยวจะโทรกลับไปอีกทีหนึ่ง” แล้วผมกับเค้าก็กล่าวลากัน

คืนวันนั้นเอง ผมได้รับโทรศัพท์ตอนสี่ทุ่ม คนโทรมาเค้าแนะนำตัวเองว่าเค้าเป็นเจ้าของฟาร์มนกแห่งนั้น แล้วเค้าก็ได้บอกกับผมว่า

“เราเสียใจด้วย คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะรับเลี้ยงนกของฟาร์มเรา คุณไม่เตรียมพร้อมอะไรเลยเกี่ยวกับการเลี้ยงนก คุณไม่ได้เตรียมกรงและอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับนกที่จะไปอยู่ด้วยกับคุณ เราขอคือเงินมัดจำให้กับคุณโดยเราจะส่งเช็คไปให้คุณตามที่อยู่ที่คุณให้มา และเมื่อไรที่คุณพร้อมสำหรับการเลี้ยงนก เรายินดีต้อนรับคุณเสมอ สวัสดี”

คำพูดทั้งหมดของผู้หญิงผู้เป็นเจ้าของฟาร์มนกแห่งนั้นแสดงให้เห็นถึงความรักและห่วงใยนกของเค้าอย่างแท้จริง เค้าต้องการความมั่นใจว่าคนที่รับเลี้ยงนกต่อจากเค้าเป็นคนที่มีคุณภาพและมีความสามารถมากพอที่จะทำให้นกนั้นมีความสุขได้ นั่นคือสิ่งที่เค้าต้องการซึ่งมากกว่าเงินที่ได้จากการซื้อขายนก

อยากให้ผู้ขายนกทุกคนเป็นแบบนี้ครับ…

TOP


*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com