HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Bird Story

เมื่อแมวใจร้าย พลัดพราก "จ๊ะเอ๋" น้องชายสุดที่รักไป

beem077

วันที่เขียน 1/24/2003


จ๊ะโอ๋
เมื่อเก้าเดือนก่อน บีมมีน้องชายน่ารักตัวหนึ่ง ชื่อ"จ๊ะเอ๋" เป็นcockatiel พันธ์ lutino pearl แต่ตัวจะออกมอมแมมมากเพราะซนสุดๆ ปีนป่ายไปทั่วบ้าน ที่ชอบสิงสถิตของจ๊ะเอ๋คือตู้โชว์สินค้าหน้าบ้าน(ที่บ้านค้าขายค่ะ) จ๊ะเอ๋จะวิ่งไปมาบนตู้ ปีนโคมไฟ กล่องโชว์สินค้า บางทีก็ไปยืนบนกล่องแล้วเห่า ผิวปาก เวลาเห่าจะผงกหัวขึ้นลงเหมือนมือกวัก จนพ่อบอกว่าจ๊ะเอ๋กำลังเรียกลูกค้าเข้าบ้าน ก็เหมือนจริงๆนะ เวลาใครผ่านไปมาก็จะชี้มาที่จ๊ะเอ๋แล้วก็ซุบซิบกันแล้วก็ยิ้มๆ เคยมีลูกค้ามาถามว่านกตัวนี้ใส่ถ่านเหรอถึงเห่าได้ ผงกหัวได้ (เขานึกว่าตุ๊กตาใส่ถ่านได้อ่ะ) จ๊ะเอ๋จะติดพ่อมากเพราะจะอยู่กับพ่อเกือบตลอด 24ชม.ยกเว้นตอนนอนเท่านั้นแหล่ะที่ต้องอยู่ในกรง ในชีวิตจ๊ะเอ๋คงเกลียดการนอน อยู่ในกรงคนเดียว แต่เราก็ทำ (โดยพอถึงเวลานอนเราก็จะใส่จ๊ะเอ๋ไว้ในกรงแล้วคลุมผ้า แล้วก็ต้องปิดไฟให้หมดไม่งั้นเธอจะอาละวาดกระพือปีกส่งเสียงโวยวายไม่ยอมอยู่ (ถ้าไม่ปิดไฟนะ)

กิจวัตรประจำวันของจ๊ะเอ๋ ก็ตื่นเช้ามาก็จะไปวิ่งเล่นหน้าตู้ (ที่ประจำ) เห่า ผิวปาก อย่างสบายอารมณ์ พอเห็นพ่อทำงานเธอก็จะจัดแจงกระโดดลงมาช่วยรื้อของๆพ่อด้วย พ่อบอกซนมากๆ ยุ่งและทำของพ่อหายเป็นประจำ แต่พ่อก็รักจ๊ะเอ๋มากเหมือนเงากันเลย ถ้าเห็นพ่อก็ต้องเห็นจ๊ะเอ๋ ช่วงเย็นๆหลังเก็บร้านแล้ว พ่อกะแม่จะไปเดินเล่นนอกบ้าน ก็จะพาจ๊ะเอ๋เกาะบ่าไปเดินเล่นนอกบ้านด้วย จ๊ะเอ๋ก็จะยืนเชิดอกผิวปากโชว์ทุกๆคน ดูสวยและน่ารักมาก จ๊ะเอ๋จะประจบขอของกินจากแม่ค้า กลับบ้านทีไรจะได้กลิ่นผักผลไม้ เช่น แตงกวาติดปากจ๊ะเอ๋มาทุกๆครั้ง

และแล้วเรื่องที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นกับครอบครัวเรา

เย็นวันศุกร์

แม่พาจ๊ะเอ๋เกาะไหล่ไปเดินเล่นที่ตลาด แม่กะจ๊ะเอ๋จะเล่นกันไปตลอดทาง แม่วิ่งจ๊ะเอ๋จะผิวปาก แม่หยุดจ๊ะเอ๋ก็หยุด เล่นกันตลอดทางจนแม่ไม่ได้สังเกตอันตรายที่จะเกิดขึ้น ช่วงที่แม่หยุดวิ่งจ๊ะเอ๋ตกใจอะไรไม่รู้ กระโดดลงไปบนพื้น ด้วยรูปร่างที่อ้วนจ้ำม้ำเลยทำให้จ๊ะเอ๋บินไม่ค่อยขึ้น

แล้วก็มีแมวข้างถนนที่ไหนไม่รู้ กระโดดมาตะครุบกลางตัวจ๊ะเอ๋ จ๊ะเอ๋ร้องกรีดลั่นเลย แม่ตกใจมากใช้กำปั้นทุบเข้ากลางหลังแมวอย่างจัง ทำให้แมวตกใจปล่อยตัวจ๊ะเอ๋ แม่รีบอุ้มจ๊ะเอ๋ขึ้นแล้วสำรวจว่ามีแผลที่ไหนหรือเปล่า โชคดีที่จ๊ะเอ๋ไม่มีแผลใดๆ แม่รีบพาจ๊ะเอ๋ไปหาพ่อ พ่อตกใจและหงุดหงิดมากที่แม่ไม่ระวัง (แต่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้โทษใครนะคะ)

สำรวจจากภายนอกจ๊ะเอ๋ไม่เป็นไรเลยปกติดี เพียงแต่ดูซึมๆไปไม่ร้อง ไม่ผิวปากอย่างที่เคย มีบ้างเป็นบางครั้ง กินน้อยลง เราเริ่มกังวล พวกเราปล่อยให้จ๊ะเอ๋ได้พักและคอยโอ๋และอยู่ใกล้ๆไม่ให้ห่าง กลัวจะผวากลัว สังเกตไปซักพักก็เริ่มดีขึ้น คิดว่าตอนแรกคงจะ shock ที่ว่าดีขึ้นคือแทะอาหารกินบ้าง ส่งเสียงร้อง ผิวปากบ้าง แต่ไม่มากเหมือนที่เคย(พวกเราคิดว่าคงกำลังฟื้นตัว เดี๋ยวก็ดีขึ้น) คืนนั้นหลังปิดร้านพ่อก็ไม่ได้พาจ๊ะเอ๋ไปเดินเล่นอย่างทุกวันเพื่อจะให้ได้นอนพัก ให้หายกลัว

วันที่สอง (วันเสาร์)

วันนี้บีมอยู่บ้านทั้งวันเพราะเป็นห่วงจ๊ะเอ๋ จ๊ะเอ๋ดูซึมๆหลับทั้งวัน จับไปวางตรงไหนก็นอน ผิดปกตินิสัยของเค้า ขนดูพองฟู ไม่ค่อยยอมกินเมล็ดเหมือนเคย ไม่ผิวปาก ไม่เห่า แล้วก็สังเกตว่า เริ่มถ่ายเหลว ....สงสัยอาหารเป็นพิษ บีมเลยจัดการเทเมล็ดทิ้งทั้งหมด เปลี่ยนน้ำใหม่ อาหารใหม่ ทำความสะอาดกรง ขัดล้างเปลี่ยนผ้าขนหนูใหม่ทุกผืน สำหรับนกป่วย

คิดที่จะพาไปหาหมอเหมือนกัน แต่ครั้งนึงเคยพากระรอกไปหาหมอ แล้วกระรอกก็ไม่รอด เลยคิดว่าหมอคงไม่ถนัดกับสัตว์เล็กๆ เช่นกระรอก.......นกก็เป็นสัตว์เล็กเหมือนกันหมอคงไม่ถนัดหรอก อยากพาไปหาหมอนกแต่ก็ไม่รู้จะพาไปที่ไหน

ตกเย็นจ๊ะเอ๋ไม่ได้ดีขึ้นเลย หลับทั้งวัน ไม่กินข้าว ไม่ผิวปาก ไม่เห่า ไม่ซ่าเหมือนแต่ก่อน(ผิดกันอย่างกับไม่ใช่จ๊ะเอ๋แหน่ะ ใครเอาจ๊ะเอ๋ตัวเดิมของบีมไปอ่ะ..) จ๊ะเอ๋ยังคงถ่ายเหลวและก็เริ่มมีอาเจียนเป็นเมล็ดที่แกะเปลือกที่กินเข้าไป และแน่นอนต้องเป็นอาหารเมื่อวานแน่ๆ เพราะวันนี้ไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา หมดปัญญาแล้วไม่รู้จะช่วยจ๊ะเอ๋ยังไงดี ไม่รู้จะไปหาหมอนกได้ที่ไหน แถวนี้ก็ไม่มีใครเลี้ยง cockatiel แล้วบีมก็ไม่เคยเลี้ยงนกมาก่อน

เลยลองใช้วิธีรักษา(ที่คิดขึ้นเอง) สังเกตว่าเวลาคนท้องเสียหมอยังให้น้ำเกลือ แต่นกไม่มีเส้นเลือดให้แทงน้ำเกลือนี่นา...งั้นให้นกกินน้ำเยอะๆละกันทดแทนที่ร่างกายเสียไป ก็เลยบอกพ่อว่าพยายามป้อนน้ำให้จ๊ะเอ๋กินละกัน เหยาะเกลือแร่(ORS)ลงไปหน่อย บีมกับพ่อพยายามป้อนน้ำเกลือแร่ให้จ๊ะเอ๋ จะเอ๋ดื้อมากไม่ยอมกิน บีมต้องคอยง้างปากเบาๆให้พ่อหยอดน้ำให้กิน แล้วก็หาไฟหลอดเล็กๆมาเปิดให้ (อ่านในหนังสือ บอกว่านกไม่สบายต้องการไฟ)

พอกินน้ำได้ บีมก็เบาใจคิดว่าอีกวันสองวันท้องเสียคงดีขึ้น จ๊ะเอ๋ก็จะเริ่มกินเองได้

ช่วงที่จ๊ะเอ๋ไม่สบาย จ๊ะเอ๋ไม่ซนเลย ยอมอยู่ในกรงแต่โดยดี ซึ่งปกติแล้วเค้าจะอาละวาด กระพือปีก ร้องโวยวาย ไม่ยอมอยู่ในกรง จะไม่นิ่งจนกว่าจะนำเค้าออกมา แต่ครั้งนี้ไม่ใช่อย่างนั้น จะเอ๋ดูอ่อนแรงขนพองๆ นั่งนิ่งๆอยู่มุมหนึ่งของกรง (เหมือนที่อธิบายในหนังสือนก ลักษณะอาการของนกไม่สบาย จ๊ะเอ๋เลียนแบบได้เหมือนมากๆ ทั้งจนบ้านใจคอไม่ดีเลย)

คืนนั้นปิดร้าน พ่อแม่ก็ออกไปหาซื้ออาหารมาให้ลูกๆทาน โดยให้จ๊ะเอ๋พักผ่อนอยู่ที่บ้าน คนแถวบ้านถามหาจ๊ะเอ๋กันเป็นแถว ว่าวันนี้ไม่พามาเที่ยวเหรอไม่มากินแตงกวาเหรอ เตรียมไว้ให้

คืนสุดท้ายที่จ๊ะเอ๋อยู่กับเรา(ช่วงดึกวันเสาร์-เช้ามืดวันอาทิตย์)

คืนนั้นพ่อแทบจะเฝ้าจ๊ะเอ๋ทั้งคืนเลย ต้องวิ่งไปมาระหว่างห้องนอนกับกรงจ๊ะเอ๋เพื่อคอยป้อนน้ำให้ทุกๆสองชม. เพราะจ๊ะเอ๋ไม่กินอะไรเลยทั้งวัน แล้วก็ท้องเสียกับอ้วกตลอด กลัวจะขาดน้ำ

จ๊ะเอ๋ดูเพลียสุดๆ สังเกตได้จากแววตาดูโรยมากๆหายใจเร็วดูหอบเหนื่อย ขนพองพิงอยู่กับริมกรงไม่มีแรงแม้จะยืนหรือเดิน เป็นช่วงที่ทรมานมากเมื่อคนที่เรารักไม่สบายและไม่มีใครรู้เลยว่าจะช่วยให้หายป่วยได้ไง(ถ้าจ๊ะเอ๋เป็นคนพวกเราคงพาเข้ารพ.กันแล้ว แต่จ๊ะเอ๋เป็นนก จะมีหมอนกที่ไหนในกทม.บ้างเนี่ย จนปัญญา)

จนประมาณตีสามกว่าๆ พ่อมาดูที่กรงจ๊ะเอ๋เห็นว่าจ๊ะเอ๋ไม่ไหวแล้ว เริ่มหายใจทางปาก หอบเหนื่อยมากไม่มีแรงเลยจริงๆ คิดว่าคงไม่รอด พ่อน้ำตาไหลแล้วพาจ๊ะเอ๋ไปหาแม่บนห้อง โดยยังไม่ยอมปลุกพวกเรา

จ๊ะเอ๋.....คงรู้ตัวเองดี แต่ที่จะเอ๋ยังไม่ยอมไป(สบาย) เหมือนจ๊ะเอ๋กำลังรอใครบางคนอยู่ พ่อคิดว่าจ๊ะเอ๋รอพ่อเพราะจ๊ะเอ๋รักพ่อมาก คงคิดจะอยู่เจอพ่อก่อนแล้วถึงจะยอมตาย

พ่อบอกกับจ๊ะเอ๋ว่า ไปสบายเถอะนะลูกอย่าทรมานอีกเลยนะ ไม่ต้องห่วงป๊านะแล้วป๊าจะทำบุญไปให้ หลังจากที่พ่อพูดจบไม่นาน จ๊ะเอ๋หายใจเฮือกๆและชัก แล้วก็แน่นิ่งไป (ขนาดผ่านไปหกเดือนแล้วนะเนี่ย เล่าแล้วยังน้ำตาไหลเลยอ่ะ)

แม่ร้องไห้ใหญ่เลยอ่ะ พ่อก็ซึมไปไม่พูดอะไรคงอึ้งกับเหตุการณ์ มันแค่สองวันเองนะ

ถ้าไม่เจอแมวใจร้ายตัวนั้น จ๊ะเอ๋คงไม่ shock เราคงไม่ต้องสูญเสียจ๊ะเอ๋ไป คิดไม่ถึงเลยว่าจ๊ะเอ๋จะอยู่กับเราได้แค่หกเดือน เคยอ่านหนังสือว่าเค้าสามารถมีอายุได้ถึง 10-15 ปี ก็เลยไม่มีใครเผื่อใจไว้

จนถึงวันนี้แล้วเสียดายจัง ถ้าบีมรู้จักเวปดีๆที่นี่ รู้จักคนที่คอยแนะนำวิธีดูแลและระวังก่อนที่จะเกิดเรื่อง บีมคงไม่ต้องเสียจ๊ะเอ๋ไป

แต่เวปนี้และคนที่นี่ก็ทำให้บีมสามารถดูแล "จ๊ะโอ๋" (ซ่า ซน ขี้ประจบ ขี้อ้อน ไม่แพ้จ๊ะเอ๋) กับเจ้าเสือ ได้ดีกว่าเดิม มีความรู้และความระมัดระวังมากกว่าเดิม ขอบคุณมากๆนะคะพี่แก้ว และทุกๆคนที่คอยแนะนำบีม

ถ้าจ๊ะเอ๋ สามารถรับรู้ได้ พวกเราอยากขอบคุณจ๊ะเอ๋ มากๆ

ตลอดหกเดือนเต็มที่เราได้อยู่ร่วมกัน ครอบครัวเรามีความสุขมากๆ จ๊ะเอ๋คอยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เรารักจ๊ะเอ๋เหมือนสมาชิกหนึ่งในบ้าน จ๊ะเอ๋เหมือนลูกสุดที่รักคนนึงของพ่อ เหมือนน้องชายที่น่ารักคนนึงของบีมและน้องๆ เสียดายที่เราทำบุญร่วมกันมาน้อยไปเราเลยได้รู้จักกันแค่หกเดือน ถ้าคิดในอีกแง่นึง ก็ดีใจนะที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เราเคยรู้จักกันเคยได้อยู่ร่วมกัน ถึงแม้เวลานี้เราจะมี cockatiel ตัวใหม่สองตัว แต่เค้าทั้งสองก็ไม่ใช่ตัวแทนของใครได้ เราไม่เคยลืม...จ๊ะเอ๋ได้เลย

ลาก่อนน้องรัก หลับให้สบายนะ น้องจะไม่ต้องทรมานอีกแล้ว แล้วเราจะได้พบกันบนสวรรค์นะ

(บีมยังเชื่อว่าจ๊ะเอ๋ได้ขึ้นสวรรค์แน่ๆ เพราะตลอดหกเดือนของจ๊ะเอ๋ เค้าสร้างบุญไว้เยอะ ทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่เคยทำให้ใครต้องทุกข์ใจ เคยอยากให้เค้าเกิดใหม่เป็น cockatiel แล้วมาอยู่กับเราอีก แต่คิดไปคิดมา ถ้าจะเกิดขอให้เกิดในภพที่ดีกว่านี้ อย่าต้องมาเป็นเหยื่อแมวอีกเลย)

ปล... ถ้าเรื่องนี้ สามารถช่วยชีวิตนกตัวอื่นได้ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น บีมจะขอผลบุญที่เกิดขึ้นส่งให้จ๊ะเอ๋ ไปสู่สุขคติ และขอให้ จ๊ะโอ๋ เจ้าเสือ น้องคุ๊กกี้(ของพี่แก้วตา)และนกทุกๆตัว สุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บและอันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด เพี้ยง!!!



เพื่อเป็นการรำลึกถึง "จ้ะเอ๋" เว็บของเราจึงได้จัดให้มีรายชื่อคลีนิคและรายชื่อสัตวแพทย์ ที่สามารถรักษานกได้เกิดขึ้น เมื่อ 1/24/2003 โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนรักนกทุกคน

กรุณาอ่านบทความ "อันตรายจากน้ำลาย" ในหัวข้อ สุขภาพชีวิต

TOP


*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com