ภาพประกอบ: Trogon
|
 |
| ภาพขณะดูนก จะได้เห็นอิริยาบถขณะดูนกด้วยกล้องสโคป ในภาพผมไปดูนกที่รัฐมินเนโซต้าในฤดูหนาว |
นกเค้าใหญ่สีเทา บันทึกภาพจากสหรัฐ ฯ |
บนถนนของนักดูนก เราอาจพบผู้คนมากหน้า หลายอาชีพที่ต่างมีความรักในสิ่งเดียวกัน
และอาจารย์ Trogon นายสัตวแพทย์นักดูนก ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักดูนกว่า
ท่านมีความรู้เกี่ยวกับนกอย่างมาก ก็เป็นอีกท่านที่ได้ใช้ชีวิตบนถนนสายแห่งความสุขนี้
ความสุขที่ได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติและ "นก" สัตว์ที่มีเสน่ห์ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก
CookieTalkie: ทราบว่าอาจารย์ Trogon เป็นคุณหมอด้วยใช่ไหมคะ
ครับ เป็นนายสัตวแพทย์
CookieTalkie: อยากให้อาจารย์ช่วยแนะนำตัวเองและประวัติส่วนตัวค่ะ
ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เรียนหนังสือที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท (ส้มขาวแตงกวาหวานครับ) สำหรับการศึกษาระดับปริญญาตรี สอบเข้าคณะสัตวแพทยสาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ สำเร็จเป็นสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต จากนั้นเข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ ณ คณะดังกล่าว
CookieTalkie: ตอนอยู่เมืองไทยอาจารย์ Trogon สอนหนังสือด้วย
ช่วงปฏิบัติงานที่คณะ ฯ ผมเป็นอาจารย์ผู้บรรยาย (Instructor) สาขาวิชาพยาธิวิทยาทางสัตวแพทย์ และทำงานบริการสังคม ณ โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรศาตร์ วิทยาเขตบางเขน ในฐานะพยาธิสัตวแพทย์ (Veterinary Pathologist) ครับ โดยขอบข่ายงานเป็นงานชันสูตรโรคสัตว์หลังตาย (Post mortem Diagnosis) งานชันสูตรและให้คำปรึกษาทางพยาธิคลินิก เช่นโรคเลือดในสัตว์ การตรวจชิ้นเนื้อเยื่อสำหรับการวินิจฉัยเนื้องอกหรือโรคผิวหนัง
CookieTalkie: ช่วงที่ทำงานตรวจสุขภาพสัตว์
อาจารย์เจอคนไข้ที่เป็นนกบ่อยไหมคะ
มีบ้างประปรายครับ แต่ไม่ใช่จากโรงพยาบาลสัตว์ มก. บางเขน เฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผมทำคลินิกนอกเวลาราชการ
CookieTalkie: ทราบว่าอาจารย์ Trogon อยู่ต่างประเทศ
อยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรคะ
ผมกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกสาขาวิชาพยาธิวิทยาทางสัตวแพทย์ ณ Iowa State University เมืองเอมส์ รัฐไอโอว่า สหรัฐอเมริกา
CookieTalkie: หลังจากเมื่อสำเร็จการศึกษาอาจารย์จะกลับเมืองไทยเลยหรือเปล่าคะและมีโครงการจะทำอะไรต่อคะ
กลับบ้านครับ ผมตั้งใจมาศึกษาต่อเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การสอน การวินิจฉัยโรคและการวิจัย และจะกลับไปปฏิบัติงานตามที่กล่าวมาครับ
CookieTalkie: อาจารย์ Trogon เลี้ยงเคยนกหรือเปล่าคะ
เคยเลี้ยงครับ ช่วงที่เป็นเด็ก ผมชอบสัตว์ป่ามาก ๆ สมัยนั้นมีหนังสือฉบับหนึ่งชื่อ สวนสัตว์ มีเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ทั้งในเมืองไทยและจากต่างประเทศ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกสนใจ สนุกและอยากเลี้ยงสัตว์ เพราะคิดว่าเราจะได้ใกล้ชิดเขามาก ๆ ได้สังเกตพฤติกรรมของเขาอย่างที่เราได้อ่านมาก กอปรกับคุณแม่ตามใจมาก อยากได้อะไร ก็จะหามาให้ ทั้งนกหรือสัตว์ป่า เช่น นกเขาแขก นกเขาใหญ่ นกหงษ์หยก นกพิราบแฟนซี กระรอก กระแต กระต่าย ส่วนใหญ่จะตายเมื่อเลี้ยงไปได้ระยะหนึ่ง เพราะยังไม่มีความรู้มาก มีที่รอดและเพาะพันธุ์เพิ่มขึ้นก็นกหงษ์หยกครับ ภูมิใจมากสำหรับเด็กวัยนั้น ยังจำได้ว่าจากนกหงษ์หยก 2 คู่ เขาออกลูกเพิ่มกลายเป็นฝูงกว่า 20 ตัว จนต้องสร้างกรงขนาดใหญ่ติดดินให้ในสวนหลังบ้าน จากที่เป็นเหตุให้สัตว์ตายในการเลี้ยงดูของผมเอง เป็นสาเหตุหนึ่งให้ผมเลือกเรียนสาขาวิชาสัตวแแพทย์ครับ เพราะตั้งแต่เรียนอยู่ระดับมัธยม คิดว่าว่าจะทำอะไรก็ต้องรัก ต้องชอบสิ่งนั้นแล้วจะมีความพยายามให้สำเร็จ แม้ว่าจะมีอุปสรรคก็ตาม เพราะยิ่งมุ่งมั่น ยิ่งขวนขวาย ยิ่งมีความสุขที่จะทำ (ตราบเท่าที่ไม่เบียดเบียนชีวิตอื่นหรือละเมิดสิทธิผู้อื่น) และนึกว่าเมื่อเป็นสัตวแพทย์คงได้เจอและช่วยเหลือสัตว์หลากหลายชนิดดี
CookieTalkie: ทำไมถึงเลือกใช้นามปากกาว่า Trogon คะ
มีเหตุจากทริปออกดูนกครั้งแรกในชีวิต (อย่างเป็นทางการ) กับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย เมื่อพ.ศ. 2541 ไปดูนกที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูณ์ ผมเห็นนกขุนแผนอกสีส้ม (Orange-breasted Trogon) คู่หนึ่ง เป็นนกป่าที่มีความผูกพันระหว่างคู่อย่างมาก สังเกตเวลานกเกี้ยวพาราสี คลอเคลียกันแล้วประทับใจครับ และนกชนิดนี้ขณะเกาะคอนกิ่งไม้จะเกาะนิ่งอยู่นาน ๆ ไม่ค่อยเคลื่อนไหวไปมามากนัก นักดูนกจึงมีโอกาสดูได้นาน ๆ ยิ่งรู้สึกชอบขึ้นไปอีก เพราะช่วงนั้นผมเพึ่งเริ่มดูนก เป็นนักดูนกมือใหม่จริง ๆ กว่าจะเห็นนกได้ชัด ๆ แจ่ม ๆ ได้อย่างนี้ใช่ว่าจะพบได้บ่อย ๆ กลับจากทริป เลยค้นคว้าอ่านหนังสือเพิ่มเติมเกี่ยวกับนกกลุ่มนี้ แล้วยิ่งชอบมากขึ้น พอผ่านมาพบบอร์ดดูนกในพันธุ์ทิพย์ เลยเลือกใช้ชื่อภาษาอังกฤษของนกกลุ่มนี้ครับ
| เหยี่ยวเมอร์ลิน (Merlin) บันทึกภาพจากสหรัฐ ฯ |
นกกระจิ๊ด prothonotary บันทึกภาพจากสหรัฐ ฯ |
 |
 |
 |
| นกแอ่นพง (Ashy wood swallow) ถ่ายได้ที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท |
นกเขนน้อยไซบีเรีย (Siberian blue robin) จากอช.เขาใหญ่ |
CookieTalkie: เริ่มสนใจดูนกในธรรมชาติตั้งแต่เมื่อไรคะ
และทำไมถึงชอบดูนกคะ
ตั้งแต่วัยเด็กแล้วครับ แต่ความสนใจมาเลือน ๆ ไปเมื่อเข้าเรียนมัธยม ผมเป็นเด็กเรียนน่ะครับ เมื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็มุ่งเรียนรู้วิชาสัตวแพทย์เป็นหลัก เพราะยิ่งเรียนยิ่งสนุก เลยทุ่มเทให้การศึกษาจนไม่ได้สนใจสิ่งอื่นมากนัก แล้วมาทำงานเป็นอาจารย์ได้ระยะหนึ่ง ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2541 ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ไปเจอกล้องสองตาขนาดเล็กมาก ขนาด 8 x 24 ยี่ห้อเพ็นแท็กซ์ เลยซื้อมา แล้วก็ใช้ส่องดูนกตามทุ่ง ตามสวนไปเรื่อย ๆ นกในธรรมชาติมีจำนวนไม่น้อย มีโอกาสพบเห็นไม่ยากนัก ทั้งนกทุ่ง นกสวน และหาง่ายกว่าสัตว์ป่าที่ต้องไปอุทยานแห่งชาติหรือสวนสัตว์ เวลาไปเที่ยวกับเพื่อนร่วมรุ่นช่วงลาหยุดประจำปี ก็จะเอากล้องสองตาส่องดูนกไปเรื่อย ๆ แต่ยังไม่ได้กลายมาเป็นนักดูนกที่มุ่งเน้นจำแนกชนิดหรอกครับ ดูเอาความเพลิดเพลินเป็นหลัก เพราะความหลากหลายของนกแต่ละชนิดทั้งรูปร่าง สีสัน พฤติกรรมก็สังเกตได้ไม่เบื่อแล้วครับ แม้แต่นกกระจอกตามบ้านนี่ ถ้าสังเกต ดี ๆ ก็น่ารักนะครับ แต่ละตัวมีนิสัยต่างกันออกไปนะ จากนั้นยังไงไม่รู้เหมือนกัน เพื่อนสัตวแพทย์รุ่นเดียวกันแนะนำให้ลองไปดูนกกับสมาคม ฯ ที่อช.น้ำหนาว จนได้เห็นนกขุนแผนคู่นั้น ประทับใจมาก ทั้งนกนานาชนิด ทั้งธรรมชาติในป่าที่อากาศบริสุทธิ์ ชีวิตนกและสัตว์ที่ดำเนินไปตามวิถีของมันเอง และเราเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ไม่ต้องเข้าไปยุ่มย่ามในชีวิตพวกเขา ยังจำได้ช่วงที่พักค้างคืนที่น้ำหนาว มีเก้งมาร้องใกล้บ้านพัก เหมือนกับว่าเราปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราเข้าหาวิถีของนกและสัตว์ป่าน่ะครับ โดยไม่ต้องไปรบกวนวิถีชีวิตของสัตว์ป่า
CookieTalkie: ความรู้เรื่องนกที่มีมากมายอาจารย์ได้มาจากไหนคะ
ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองครับ ผมมีพื้นฐานความรู้ทางชีววิทยาอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะขวานขวายหาความรู้เพิ่มเติม และอย่างที่กล่าวไว้แล้ว ยิ่งได้รู้ไ ด้เข้าใจในสิ่งที่รัก ยิ่งมีความสุขครับ ส่วนใหญ่ได้มาจากตำราภาษาอังกฤษและประสบการณ์ส่วนตัวขณะออกดูนก แล้วหมั่นสังเกตวิถีชีวิตและพฤติกรรมนกอย่างละเอียด
CookieTalkie: อุปกรณ์คู่ใจในการดูนกของอาจารย์มีอะไรบ้างคะ อุปกรณ์แต่ละชนิดใช้งานอย่างไรคะ
- กล้องสองตา (Binoculars) ขนาด 10 x 42 ใช้ตัวนี้มา 4 ปีแล้วครับ รักมากเพราะทนทาน โดยส่วนตัวผมเป็นคนไม่ทนุถนอมของใช้นัก จึงชอบตัวนี้มากเป็นพิเศษ
- กล้องสโคป (Spotting scope) ขนาดกำลังขยาย 20-60 เท่า ยี่ห้อเดียวกับกล้องสองตา ทนเหมือนกัน กล้องสโคปตัวนี้ ผมใช้สำหรับส่องหานกในระยะไกลมาก ๆ เช่น เหยี่ยวหรือนกชายเลน หรือนกป่า และใช้ถ่ายภาพนกในบางครั้ง
- กล้องถ่ายภาพดิจิตัล ยี่ห้อไนค่อน CP4500 สำหรับต่อกับกล้องสโคป (Digiscoping) ใช้ถ่ายภาพนก
- ขาตั้งกล้องสำหรับกล้องสโคป (Tripod)
 |
| อุปกรณ์ดูนก |
เป็ดแดง (Lesser whistling duck) ถ่ายได้ที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท |
CookieTalkie: อาจารย์ได้เห็นนกมาทั้งหมดกี่ชนิดแล้วคะ
มีเป้าหมายในการดูนกหรือเปล่าคะ
806 ชนิด
ตั้งใจอยากจะเห็นนกให้ได้อย่างน้อย 5,000 ชนิด แต่คงต้องตะลอนดูนกไปอีกนานจนชั่วชีวิตน่ะครับ ซึ่งก็ดีครับเพราะที่ตั้งเป้าไว้ จะได้เป็นแรงขับส่วนตัวให้ออกดูนกอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะเกษียณก็ตาม เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ส่วนจะเห็นได้ตามที่ตั้งเป้าหรือไม่ ผมไม่เคร่งเครียดว่าจะต้องให้ได้อย่างนั้นอย่างนี้ เพียงแต่ที่ต้องมีเป้าหมาย จะได้พยายามให้ถึงที่สุดก่อน และขณะดูนกเองก็เป็นความสุขแล้วครับที่ได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติ
CookieTalkie: มีนกชนิดไหนที่อาจารย์ประทับใจบ้างคะ
- นกขุนแผน (Trogon)
- เหยี่ยวและนกอินทรี
- นกชายเลน
- นกกระจิ๊ดอเมริกัน (American Warblers) ผมแนบภาพนกกลุ่มมาให้ ๑ ชนิดชื่อว่า Prothonotary warbler สีสันสวยมากครับ
CookieTalkie: อาจารย์ได้อะไรจากการดูนกคะ
ความสุขครับ สรุปง่าย ๆ มีอยู่ 2 อย่างสำหรับผมเองคือ
๑. ดูนกเพื่อความเพลิดเพลิน เดินไปเรื่อย ๆ เจอนกตัวไหนก็สังเกตดูลวดลายอย่างละเอียด หรือดูพฤติกรรมการหากินตามปกติ เพียงได้เดินคนเดียวในป่าหรือในธรรมชาติ พาให้ใจเราสงบดีนักครับ
๒. ดูนกเชิงลึก เช่น พยายามจำแนกชนิดนกแต่ละตัว เพราะนกในบ้านเรามีกว่า 970 ชนิด คิดเป็น ๑๐ % ของนกทั้งหมดทั่วโลก ที่มีประมาณ ๙,๐๐๐ ชนิด ความหลากหลายของสีสัน ลวดลายบนตัวนก จากการแต่งแต้มของขนนกหลากสี พฤติกรรมและรูปลักษณ์ ที่ต่างกันออกไปในแต่ละกลุ่ม แต่ละชนิดจึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งครับ และ จะรู้สึกสนุกและท้าทายเมื่อพยายามจำแนกชนิดนกที่พบ เพราะเราต้องเตรียมพร้อมก่อนว่าจะต้องสังเกตจุดแยกไหน เพื่อที่จะจำแนกชนิดนกที่พบได้อย่างมั่นใจไม่ผิดพลาด นกตัวไหน จุดไหนยังไม่รู้ก็กลับมาศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ให้รู้ทั่วพร้อมสำหรับการออกดูนกครั้งต่อไปในอนาคตว่าเราจะจำแนกนกตัวที่เคยเห็นแต่พลาดไปในคร้งที่แล้ว เป็นการแข่งขันกับตัวเองและเอื้อให้มีการพัฒนาตนเอง ขณะเดียวกันก็พัฒนาทักษะการจำแนกชนิดไปด้วย และบ่มนิสัยส่วนตัวให้เป็นคนช่างสังเกต ในกรณีที่อยากเห็นนกสักตัว ก็จะพยายามให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายถ้าไม่เห็นนกตัวนั้น ก็ไม่รู้สึกจะเป็นจะตายว่าทำไมเราไม่เห็นแต่คนอื่นเห็น เพราะอย่างนั้นจะกลายเป็นทุกข์ไปแล้วครับ ผิดจุดประสงค์การดูนก (ของผม) ไม่เห็นก็ไม่เห็น ครั้งหน้าในอนาคตยังมีเสมอ ตราบเท่าที่เรายังออกดูนกและช่วยกันอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่ในธรรมชาติของนก (ซึ่งก็มีผลไปถึงสัตว์ป่าชนิดอื่น ๆ และย้อนมาที่ตัวเราด้วย) ไว้ ถ้าพยายามคงมีสักวันที่จะสมหวัง
ผมดูนกทั้ง 2 แบบข้างต้น แล้วแต่สถานการณ์ สำหรับผม การดูนกเป็นภาพสะท้อนชีวิตคนเราที่ดำเนินในโลกครับ มีสมหวัง ผิดหวัง แต่ถ้าเราไม่ยึดติดกับอารมณ์ผิดหวัง ปล่อยวางได้ ทุกข์ก็ไม่เกิดครับ
CookieTalkie: ในเมืองไทยอาจาร์ยชอบไปดูนกที่ไหนคะ
อช. เขาใหญ่ครับ ผมมักจะขับรถเช้าไปเย็นกลับหรือ พัก 1 คืนแล้วกลับวันรุ่งขึ้น เพราะระยะทางใกล้กรุงเทพ ฯ และสภาพป่าก็ยังสมบูรณ์ครับ
CookieTalkie: ในต่างประเทศละคะ ไปประเทศไหนมาบ้างและชอบที่ไหนเป็นพิเศษคะ
ผมพึ่งกลับจากทริปดูนกยุโรป ผมไปเนเธอร์แลนด์ เยอรมัน และสวีเดน ยังไม่มีเวลาเขียนบันทึกดูนกเลย ชอบสวีเดนครับมีทะเลสาบตามป่าสนจำนวนมาก ประเทศที่อยากไปมากคือคอสตาริก้าครับ คาดว่าผมจะเรียนจบปลายปีนี้และจะแวะไปดูนกที่ประเทศนี้ก่อนกลับเมืองไทยครับ อยากไปดูนกขุนแผนมรกต (Resplendent Quetzal) เป็นนกเฉพาะถิ่นของอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้
CookieTalkie: คนดูนกที่ชอบถ่ายภาพกับคนดูนกที่ไม่ถ่ายภาพ
ต่างกันอย่างไรคะ
คงต่างในรายละเอียด เพราะนักดูนก เดินดูนกไปเรื่อย ๆ แต่นักถ่ายภาพนกมักจะมุ่งเฝ้ารอนกเป็นตัว ๆ วันหนึ่งอาจจะได้ภาพนกเพียงตัวเดียว ผมถ่ายภาพนกด้วย แต่ไม่ได้ใช้กล้องและเลนส์ราคาแพงนักครับ เรียกว่าดิจิสโคป คือนำกล้องดิจิตัลมาต่อกับกล้องสโคป ซึ่งนักดูนกต้องนำไปด้วยขณะดูนกอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ผมจะดูนกเป็นหลัก แต่ถ้านกเกาะนานพอ อำนวยให้ถ่ายรูปได้ก็จะถ่ายเก็บไว้แต่บางครั้งไปพบแหล่งอาศัยที่นกไม่ตื่นคน และวนเวียนหากิน ณ บริเวณนั้น ผมก็จะรอเฝ้าเพื่อถ่ายภาพเหมือนกัน
CookieTalkie: อย่างไรจึงจะจัดว่าเป็นนักดูนกที่ดีคะ
- คำนึงถึงสวัสดิภาพของนกก่อนเสมอ หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะรบกวนนกให้น้อยที่สุด เท่าที่จะทำได้
- เคารพกฏหมายและกฏเกณฑ์ของสถานที่ดูนกนั้น ๆ ไม่ถือตนเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่คำนึงถึงกฏระเบียบดังกล่าว เพียงเพื่อจะให้ได้เห็นนก (หรือภาพนก) ที่ตนเองต้องการ
- เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นทั้งที่เป็นนักดูนก และที่ยังไม่เป็นแต่มีความสนใจดูนก ชี้แนะ ชักชวนให้เห็นถึงความงามของนก และความสุข ความเพลิดเพลินจากการดูนก
- ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ และสนับสนุนุการอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของนกตามอัตภาพ เริ่มจากตนเองก่อน และไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องด้วยการบริจาคเงิน แต่ให้แสดงออกด้วยการกระทำเป็นตัวอย่าง ที่ลด ละ เลี่ยงการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อธรรมชาติในทางลบ
CookieTalkie: สำหรับผู้ที่สนใจอยากดูนก ควรเริ่มต้นอย่างไรคะ
หากล้องสองตาสักตัว เดินดูนกไปเรื่อย ๆ ถ้าอยากรู้ชื่อนกให้หาซื้อหนังสือคู่มือดูนกของเมืองไทย ไว้ใช้สักเล่ม ถ้าไม่ขัดข้องเรื่องค่าใช้จ่าย ลองร่วมออกดูนกตามชมรมดูนกต่าง ๆ หรือสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (02-691-4816 หรือ 02-691-4493) ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะจะมีผู้นำดูนกที่มีประสบการณ์คอยชี้แนะ ทำให้ดูนกสนุกและสามารถพัฒนาตนเองได้ง่ายขึ้น ถ้ามีปัญหาสงสัยเรื่องเกี่ยวกับนกหรือเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ตั้งกระทู้สอบถามที่บอร์ดดูนกใน blue planet หรือที่อื่น ๆ ด้านล่างครับ เลือกได้ตามอัธยาศัย
ชมรมดูนก ที่ผมรวบรวมมาพอเป็นสังเขป
- http://www.geocities.com/lamnaoprai/index.html
- http://www.nokandnature.com/
- http://birderjournal.com/
- http://lannabird.com/
- http://wildbirdeco.com/
- http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/list.pl?board=tkt_birdclub
- http://savebird.com/
- http://www.birdinghome.com/
CookieTalkie: คนที่รักการดูนกในธรรมชาติ
เขามองคนเลี้ยงนกอย่างไรคะ
ผมไม่พูดถึงนักดูนกท่านอื่นนะครับ เพราะแต่ละท่านอาจจะมีมุมมองต่างกันออกไป โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการเลี้ยงนกป่า ที่ถูกดักจับมาเพื่อสนองความต้องการส่วนตนของผู้(อยาก)เลี้ยงเท่านั้น ผมมองแยกเป็น ๒ ประเด็น อย่างนี้ครับ
๑. การเลี้ยงนกที่เพาะผสมพันธุ์ (มานานแล้ว) สำหรับการเลี้ยงในกรง เช่นนกหงษ์หยก นกแก้ว ซึ่งนกปรับตัวกับการเลี้ยงประเภทนี้อย่างมาก จนอาจจะไม่สามารถหาเลี้ยงตัวมันเองในธรรมชาติ ผมไม่มีความรู้สึกไม่เห็นด้วย
๒. การเลี้ยงนกป่าที่ถูกจับมาจากป่าโดยตรง เพียงเพื่อความต้องการส่วนตัว ผมไม่เห็นด้วยอย่างมากครับ เพราะผู้เลี้ยงกลุ่มนี้ ถือตนเป็นที่ตั้งและผลกระทบจากการกะทำอย่างนี้ มีผลเสียอย่างมากต่อประชากรนกป่าในธรรมชาติ
ด้วย ที่ต้องสำเหนียกคือนกหายากบางชนิดที่ถูกจับมา (ส่วนมากอย่างผิดกฏหมาย) เช่นนกแก้วมาคอว์ขนาดใหญ่ เพื่อขายให้กับผู้เลี้ยง เพราะมีราคาแพง โดยที่ไม่ตระหนักว่า ความต้องการส่วนตัวลักษณะนี้เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้นกป่าบางชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากขึ้น กว่าที่นกจะรอดมาถึงมือผู้เลี้ยง นกอีกหลายตัวล้วนต้องทรมานจากการลักลอบ (เพราะผิดกฏหมาย) และตายระหว่างทางอีกหลายตัว กว่าที่ผู้เลี้ยงจะได้มา ๑ ตัว แล้วมีจำนวนไม่น้อยที่มักจะตายขณะเลี้ยง เพราะผู้เลี้ยงนกเองก็ไม่มีความรู้เฉพาะด้านมากพอสำหรับนกป่าชนิด ๆ นั้น เพราะบางท่านก็อยากเลี้ยงเพราะคำว่านกหายาก (อาจจะมีจำนวนน้อย หรือต้องไปสรรหามาจากต่างประเทศ โดยถือความรู้สึกอยากครอบครองของตนเองเป็นที่ตั้ง) บางท่านแม้จะมีประสบการณ์แล้ว ก็อยากเลี้ยงมากขึ้นเพื่อจะเอาชนะธรรมชาติว่าตนเองก็เลี้ยงนกป่าที่เลี้ยงยาก จนผสมพันธุ์ในกรงเลี้ยงได้เหมือนกัน จริงอยู่มีโครงการเพาะผสมพันธุ์นกป่าหายากในปัจจุบัน ซึ่งผมเห็นด้วยในกรณีนั้นสำหรับนกที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และควรอยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรที่มีความชำนาญ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยราชการก็จริง แต่ลองคิดดูถ้าคนจำนวนมากคิดแบบเดียวกัน มีความต้องการนกป่าชนิด ๆ หนึ่ง สูงมากขึ้น นกถูกจับมามากขึ้น แล้วต้องสูญเสียนกเหล่านั้นไปเรื่อย ๆ โดยที่การเลี้ยงก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์และความพร้อมต่างกัน ดังนั้นสำหรับผู้ที่อยากจะเลี้ยงนกป่า ให้พิจารณาใจตนเองว่าที่อยากเลี้ยงนกป่านั้น เพื่ออะไรกันแน่ เพียงเพื่อความอยากของตนเอง (ซึ่งเบียดเบียนชีวิตอื่น) หรือเพื่อนก ถ้าชอบความสวยงามของนก เราออกไปดูนกป่าเหล่านี้ในถิ่นที่อยู่ของมัน ตามที่มันควรจะอยู่อย่างมีความสุขไม่ดีกว่าหรือ ไม่ต้องเบียดเบียนชีวิตเขา ไม่ต้องพรากลูก พรากพ่อพรากแม่เขามา และกิจกรรมการดูนกก็ไม่จำเป็นต้องออกดูนกในป่าลึกอย่างสมบุกสมบันมากนัก ก็สามารถพบนกป่าได้มากมายหลายชนิด เป็นร้อย ๆ ชนิดแล้ว อย่างที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งการเดินทางก็ไม่ลำบากยากเย็นอย่างใดเลย หรือเพียงเดินตามสวนสาธารณะ ตามทุ่ง ตามสวนก็มีนกให้ดูอย่างสม่ำเสมอ
CookieTalkie:
หากเราหันมาสนับสนุนให้ผู้คนพึงใจกับการดูนกในธรรมชาติกันมากขึ้น
เพื่อลดการเลี้ยงนกในที่กักขังลง
จะมีผลกระทบกับอาชีพสัตวแพทย์ไหมคะ
ผมไม่คิดว่ามีผลกระทบนะครับ อย่างที่ผมแยกประเด็นข้างต้น ผู้เลี้ยงนกส่วนหนึ่งยังมีรสนิยมเลี้ยงนกเพาะเลี้ยงเหล่านี้อยู่ตลอด และวิชาชีพสัตวแพทย์ มีศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาโรคครอบคลุมสัตว์หลากหลายชนิด แล้วแต่ความสนใจส่วนตัวของสัตวแพทย์แต่ละบุคคลที่จะขวนขวายเพิ่มความชำนาญในสัตว์แต่ละชนิด แต่ละประเภท
CookieTalkie:
อาจารย์อยากเห็นการพัฒนาเกี่ยวกับการเลี้ยงนกในด้านใดบ้างคะ
- ผู้เลี้ยงควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และประเมินศักยภาพตนเอง ทั้งในด้านการเงินและเวลา ว่าจะเลี้ยงนกให้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่อยากเลี้ยงเพราะตามกระแสแต่ไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตสัตว์
- ผู้เลี้ยงควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับนกที่จะเลี้ยงก่อนจะครอบครองเขา ถือเป็นการรับผิดชอบต่อตนเองและชีวิตนก
CookieTalkie: สำหรับนกในธรรมชาติ อาจาร์ยอยากเห็นการพัฒนาในจุดใดที่จะทำให้คุณภาพชีวิต ของนกดีขึ้นคะ
- กระตุ้นให้คนในสังคมตระหนักการดูนกเพื่อความสุขที่ได้รับจากธรรมชาติ โดยไม่ต้องเบียดเบียนชีวิตอื่นโดยไม่จำเป็น
- เพิ่มจำนวนนักดูนก เมื่อมีมากขึ้นโอกาสจะชักชวน ชี้แนะให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติก็จะสะดวกขึ้นเป็นเงาตามตัว และผลจากการอนุรักษ์เหล่านี้ล้วนย้อนมาถึงตัวเราเองในสังคมในด้านคุณภาพชีวิตที่มีคุณค่ามากขึ้น
CookieTalkie:
อาจารย์อยากฝากข้อคิดอะไรให้กับคนรักนกรุ่นใหม่บ้างคะ
ออกดูนกหาความสุข เอื้อเฟื้อผู้อื่นตามสมควร ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ แล้วพบกันบนถนนคนดูนกครับ
CookieTalkie ขอขอบคุณ อ.Trogonที่ได้กรุณาสละเวลาให้สัมภาษณ์ ด้วยเนื้อหาสาระที่จะเป็นประโยชน์แก่คนรักนกอย่างยิ่ง
ผู้สัมภาษณ์: แก้วตา
|