HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Bird Story

นกเลิฟเบิร์ดของผมเป็นฝีดาษ

ปูครับ

วันที่เขียน 3/2/2005
บทความและภาพประกอบ: ปูครับ
คอคคาเทลไม่ป่วยเป็นฝีดาษ..ขนาดอยู่ในกรงเดียวกันแท้ๆ


คือว่าผมเลี้ยงนกเลิฟเบิร์ดไว้หลายตัว มีอยู่วันนึงไปซื้ออาหารนกที่สนามหลวง2 ไปเจอสีที่อยากได้อยู่ เลยซื้อมาเพิ่มอีกตัวนึง แล้วก็เกิดเรื่องจนได้ เพราะความประมาท มักง่าย ไม่ได้กักนกแยกไว้ก่อนจะปล่อยรวมกับนกเดิม

แล้วมันก็เกิดเรื่องจนได้ เพราะซักเดือนนึงได้ นกตัวที่ซื้อมาใหม่อยู่ๆเริ่มไม่ค่อยกินอาหาร ซึมๆ ผมเลยแยกไว้ต่างหาก แยกได้วันเดียวนกตัวนั้นก็ตาย (ตอนหลังคิดว่านกตัวนี้น่าจะเป็นฝีดาษแบบชนิดติดเชื้อในกระแสเลือดเฉียบพลัน หรือ sepsis)

ต่อมาไม่กี่อาทิตย์นกตัวเก่าๆของผมเริ่มมีอาการมีตุ่มๆเหลืองๆที่ขอบตา บางตัวเริ่มผอมไม่กินอาหาร ขนล่วง ผมก็แยกออกมา อีก 2 ตัวขังไว้แยกกรงต่างหาก และเริ่มเห็นว่านก 2 ตัวนี้เริ่มมีแผลตามเท้า หรือไม่ก็ที่ขอบตาของนก จึงรู้ว่านกพวกนี้เป็นฝีดาษแน่ๆ เลยเข้ามาโพสถามในเวปว่ามีใครเคยรักษาได้บ้าง

ผมก็ได้คำตอบว่าให้รักษาตามวิธีของคุณไก่แม่กลองและที่หมอ jj แนะนำ และนกที่เหลือก็เริ่มทยอยแสดงอาการของโรคตามมาเรื่อยๆ จนเกือบทุกตัวเป็นหมดเลย ผมก็กลุ้มใจมากนึกว่านกจะตายยกกรงแน่ๆ (ผมมีเลิฟเบิร์ด 15 ตัว) แต่ก็ไม่ท้อ พยามยามดูและจับทุกตัวมาทายาม่วงตามแผลที่เท้าและที่ตา สามวันครั้ง จนแผลมันแห้งและเอายาแก้อักเสบผสมน้ำให้นกกินทุกวัน เอา virkon ผสมน้ำฉีดพ่นในกรงเพื่อฆ่าเชื้อโรค......

ผลที่ได้ประทับใจมากครับ นกผมไม่ตายเลยซักตัว มีตัวนึงบินหลุดไปตอนเอาออกมาทายา ผมคงโชคดีที่อาจเป็นเพราะเชื้อ virus นี้ก่อโรคไม่รุนแรง อัตราการตายเลยน้อยและนกผมคงแข็งแรงเพราะผมปล่อยบินในที่กว้างๆ ไม่ได้เลี้ยงในกรงแคบๆ แต่เห็นของคนอื่นตายเยอะเหมือนกัน

ตอนนี้นกผมหายหมดแล้ว เหลือรอยแผลบ้างนิดหน่อย เป็นช่วงที่ทรมานมากเลยนะครับ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ต้องมาคอยเฝ้า คอยลุ้นว่านกตัวเองจะตายหรือไม่ตาย ที่เล่ามาอยากให้เป็นอุธาหรณ์นะครับว่าความมักง่าย ประมาทเพียงนิดเดียว นำความเดือดร้อนอันใหญ่หลวงมาให้เราได้ อยากจะบอกว่า
  1. ถ้าซื้อนกเพิ่ม กรุณาซื้อตัวที่สุขภาพดี แข็งแรง และถ้าเป็นไปได้ซื้อจากฟาร์มหรือคนที่เราไว้ใจได้ อย่าเห็นแก่ของถูก บางทีพ่อค้าบางคนเอานกที่มีปัญหามาขายให้ถูกๆ
  2. ถึงนกจะแข็งแรง แต่ต้องกักแยกไว้อย่างน้อยเดือนนึงนะครับ อย่าปล่อยรวมกับนกเก่าทันที (ผมโดนมาแล้วถึงพูดได้)
  3. จะเห็นได้ว่าถ้าเริ่มเป็นตัวนึงแล้ว การป้องกันตัวที่เหลือไม่ให้ติดไปด้วยนั้นเป็นเรื่องยากมาก เพราะการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสฝีดาษรวดเร็วและง่ายมาก ของผมเป็นเกือบทุกตัว
  4. การรักษาต้องรักษาตามอาการ และให้ยาแก้การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคอื่นซ้ำซ้อน และได้แต่รอให้นกรักษาตัวเอง สร้างภูมิคุ้มกันจนหายจากโรคได้ ตอนนี้ก็ดีอย่างนึงคือ นกผมคงไม่เป็นฝีดาษอีกแล้ว เพราะเป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันได้ตลอดไปไม่เป็นซ้ำ
กรุณารักษานะคับ เพราะพอรักษาได้ ไม่ได้ตายทั้ง 100% อย่าปล่อยนกออกไปแพร่เชื้อต่อที่อื่นเหมือนผมเคยอ่านเจอในเวปบางที่ ที่ใช้วิธีปล่อยนกตัวที่เป็นโรคไปตายตามยถากรรมที่อื่น

ปล. ผมเห็นช่วงนี้คนโพสถามเรื่องฝีดาษกันเยอะ และช่วงนี้กรุงเทพยุงชุมมาก เลยอยากโพสให้เป็นแง่คิดของคนที่เลี้ยงนก รักนกเหมือนๆกันนะครับ

TOP


*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com