บทความและภาพประกอบ: น้อง
|  |
 |
ฉันยังจำวันแรกที่เรารู้จักกันได้ แฟนเห็นฉันอยู่บ้านเหงา ๆ เนื่องจากเพิ่งมาอยู่ไนจีเรียได้ไม่นาน ก็เลยชวนไปออกกำลังกาย เราเดินผ่านบ้านหลังนึงแล้วก็ได้ยินเสียงนกร้องออกมา แฟนก็เลยบอกว่าเดินเข้าไปดูสิ บ้านนี้เค้ามีนกด้วยนะ เราก็เลยเดินไป พอเห็นชัด ๆ โอ๊ย ทำไมเอาลูกนกมาขังไว้อย่างนี้ อาหารก็ไม่มี แต่วันนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรมาก วันรุ่งขึ้นเราเดินกลับไปใหม่พร้อมถั่วลิสงคั่ว เนื่องจากเราอยู่ในแคมป์ไม่ค่อยมีอาหารมากนัก ต้องกินแต่อาหารกระป๋อง อีกอย่างก็ไม่มีอาหารนกด้วย แต่เห็นมีซากถั่วอยู่ในกรง ก็เลยเอาถั่วไปให้ดีกว่า ที่บ้านมีอยู่ ยืนดูอยู่นานรู้สึกว่าเค้าไม่ไว้ใจไม่กล้าลงมากินอาหาร เราตัดสินใจกดออดเรียกเจ้าของบ้าน
ปรากฏว่าเป็นคนไนจีเรียเปิดประตูออกมา เราถามเค้าว่านกอายุเท่าไรแล้ว เค้าบอกว่า 5 ปีแล้ว แล้วก็บอกว่านก ชอบกินแครอทมาก อ้าว แล้วทำไมไม่ให้เค้าหล่ะ เราถาม เค้าบอกว่าเจ้านายไม่ให้สตางค์ เราไม่ได้พูดอะไร เดินกลับมาบ้าน เล่าให้แฟนฟัง เค้าบอกว่าอย่าไปเชื่อคนที่นี่ไว้ใจไม่ได้ เราคิดไปคิดมาว่าจะช่วยนกยังไง ก็นึกถึง Cookietalkie ขึ้นมา ใช่แล้ว อยู่เมืองไทยตอนที่เราเริ่มเลี้ยงนกใหม่ ๆ เราเปิดดูบ่อย ๆ แต่ตอนหลังยุ่ง ๆ ก็แทบจะลืมไปเลย ตัดสินใจโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือ ทำให้เราได้รับข้อมูลดี ๆ เยอะ เปิดหาข้อมูลเกี่ยวกับการให้อาหารนก เจอว่ามันเทศ พาสต้า และไข่ต้ม เป็นอาหารที่ดีสำหรับนก พอดีมีมันเทศที่บ้าน วันรุ่งขึ้นก็ลองต้มมันเทศ พาสต้าและไข่ต้มไปให้ เค้าไม่ยอมกิน เราทำอย่างนั้นอยู่เป็นอาทิตย์ จนเค้าเริ่มกิน เนื่องจากว่าเค้าไม่มีอาหารอย่างอื่นให้เลือก
สักพักพอเค้าเริ่มไว้ใจเรามากขึ้น กล้ารับอาหารจากมือ กินอาหารได้ดี และสังเกตว่าเค้าเริ่มมีขนใหม่ขึ้น ลางร้ายก็เริ่มปรากฏ เนื่องจากเราเพิ่งสังเกตว่า ตั้งแต่เราให้อาหารเค้า ก็ไม่เคยมีร่องรอยการให้อาหารจากเจ้าของนกอีกเลย ยังดีที่มีการเปลี่ยนน้ำ แล้วก็กวาดกรงให้บ้าง กิ่งไม้ที่เราเคยตัดให้เค้าถูกเอาออกทุกครั้ง เราต้องกดออดเพื่อบอกเค้าทุกวัน ใกล้วันเดินทางกลับเราไปหาคนไนจีเรียที่ดูแลนกอีกครั้ง ว่าเราจะไม่อยู่แล้วนะ ให้ดูแลนกให้ดี ตะไคร้เราปลูกไว้ให้ รดน้ำด้วย จะได้ไว้เป็นอาหารนก เราให้แฟนเราพิมพ์ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลนก จากเวปที่พี่แก้วตาแนะนำ แล้วก็เอาไปให้เจ้าของนก เค้ารับปากว่าจะดูแลนกอย่างดี โชคดีที่เพื่อนของเราคนนึงยังอยู่ต่อ เค้ารับดูแลนกให้ แต่อาจจะได้กินสายหน่อย เพราะกว่าเค้าจะว่างทำให้ก็เกือบเที่ยง เอาน่า ก็ยังดีกว่าแต่ก่อนที่เค้าไม่มีอาหารอะไรเลย นอกจากถั่วลิสง
ช่วงคริสมาสต์ทุกคนกลับบ้าน ส่วนเราอยู่กรุงเทพได้สามเดือนแล้ว ใกล้เวลาจะกลับไปไนจีเรียอีกแล้ว ตอนนั้น แฟนบอกว่านกดูดีขึ้น เราได้แต่หวังว่าคราวนี้เราเตรียมอาหารบางส่วนไปจากเมืองไทยเค้าคงได้กินอาหารที่ดีขึ้น
พอเรามาถึงปุ๊บ เราเดินตรงไปดูเค้าก่อนเลย อยากรู้ว่าเค้าจะจำเราได้มั๊ย ตอนแรกเหมือนจะจำไม่ได้ไม่เข้าใกล้ แต่เราสิ เสียใจมากเลย สิ่งที่เห็นคือตัวนึงค่อนข้างแข็งแรง ดูดีขึ้น แต่อีกตัวเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากำลังป่วย ขนแทบไม่มี หนาวสั่นและหลับตลอดเวลา เราเคาะกรงเท่าไรก็ไม่สนใจ เราไม่สามารถจับเค้าได้ เนื่องจากตอนนั้นเค้ายังมีแรงจับคอน และไม่ยอมให้เราจับตัว
สองวันต่อมาเราเห็นเค้ายืนอยู่ที่พื้น ก็เลยตัดสินใจอุ้มเค้ากลับมาบ้าน เปิดไฟกกเค้า ไปขอไซริจน์เพื่อนมาได้ หนึ่งอัน ต้มไข่ แครอท แล้วก็กล้วย บดผสมกัน ใส่ไซริจน์ป้อนเค้า ประมาณสองวันดูเค้าดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ค่อยมีแรง พี่แก้วตาบอกว่าให้สังเกตดูว่าเค้ามีขนใหม่ขึ้นบ้างไหม เท่าที่ดูมาเกือบอาทิตย์แล้วก็ไม่มีวี่แววเลย ท่าทางเค้าอาการหนักมาก หลับตลอด หลัง ๆ ไม่ยอมกินอาหารเองอีกเลย ต้องป้อนตลอด จนเมื่อเช้าวันศุกร์แฟนมาเรียกแต่เช้าให้มาดูนก เค้านอนหงายหายใจแผ่ว ๆ เราจับเค้าขึ้นมาซุกผ้าแล้วก็ใส่กล่องไว้ตามเดิม ป้อนอาหารไปก็ไม่ดีขึ้น แฟนเราบอกว่าให้เอาเค้าไปไว้ในกรงเถอะเค้าใกล้จะไปแล้ว ให้เค้าได้อยู่กับคู่เค้า เราพากันเอาเค้าไปไว้ในกรง โดยไม่ลืมที่จะป้อนอาหารเค้าก่อน ค่ำ ๆ เรากลับไปดูอีกทีเค้านอนเหยียดแล้วแต่ยังหายใจแผ่ว ๆ เราตัดสินใจเอาเค้าออกมา เรารู้แล้วว่าไม่มีใครสนใจเค้าเลย นั่งดูเค้าอยู่สักพักเค้าก็หมดลมในมือเรา ไม่รู้ว่าเค้ารอเราอยู่หรือเปล่า เราคิดว่าจะทำยังไงดี จะทิ้งเค้าไว้ในกรงให้เจ้าของเห็นดีมั๊ย เผื่อจะสำนึกบ้าง คิดไปคิดมา เจ้านกน้อยเกิดมาก็มีชีวิตอยู่อย่างไร้ค่าแล้ว ถ้าเราทิ้งไว้ก็คงโดนโยนทิ้งลงถังขยะแน่นอน เราตัดสินใจพาร่างเค้ากลับมาที่บ้าน เรากับแฟนช่วยกันขุดหลุมฝังร่างเค้าแล้วปลูกต้นไม้ไว้บนหลุม อย่างน้อยเค้าก็ได้อยู่ใกล้ ๆ เรา ร่างเค้าก็เป็นประโยชน์กับต้นไม้ เราได้แต่อธิฐานให้เค้าเกิดมาชาติหน้ามีชีวิตที่ดี กรรมที่เค้าเคยก่อไว้คงได้ชดใช้หมดในชาตินี้แล้ว
เราบอกตรง ๆ ว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ท้อมาก เพราะหลายๆ คนที่เห็นเราให้อาหารนก ทุกคนบอกว่าใจดีจัง แต่ไม่เคยมีใครลงมือช่วย เราไม่ได้ต้องการคำชม แต่อยากให้มีคนช่วยกันหลาย ๆ คน ทุกคนได้แต่มอง แล้วก็คิดเอาเองว่าเสียงนกที่ได้ยินนั้นคือเสียงนก ร้องเพลง เสียงนกร้องอย่างมีความสุข ทำไมไม่คิดบ้างว่านั่นคือเสียงเรียกร้องอิสรภาพ เสียงเรียกร้องขออาหาร หรือว่าเสียงเรียกร้องความสนใจให้เจ้าของหันมาสนใจเค้าบ้าง
 |
 |
| ตัวที่จากไป.. | ตัวที่ยังอยู่อย่างโดดเดี่ยว.. |
ทุกวันนี้เราก็ยังคงเอาอาหารไปให้อีกตัวที่ยังอยู่กิน เราไปล้างกรงให้เค้า เปลี่ยนน้ำเปลี่ยนอาหาร แล้วก็นั่งคุยเป็นเพื่อนเค้า เค้าจะกินอาหารอย่างมีความสุข พอเราเดินห่างออกมาเค้าจะร้องเรียกทุกครั้ง ถ้าเราเห็นว่าปกติดีก็จะเดินออกมา บางครั้งเค้าก็จะโยนอาหารทิ้งไปเลย เราก็ต้องเดินกลับไปคุยกับเค้าใหม่ เค้าก็คงเหมือนคนที่ต้องการเพื่อน หลังจากนั้นมา เราเปลี่ยนความคิดเลย ว่าการที่นกร้องอาจจะไม่ใช่เพราะเค้ามีความสุขก็ได้
ตอนนี้เราได้แต่ดูแลให้เค้าแข็งแรงขึ้น และหวังว่าสักวันนึง เราจะปล่อยเค้าเป็นอิสระ ตอนนี้เราพยายามเอาอาหารที่คิดว่าดีที่สุดให้เค้าให้ร่างกายเค้าแข็งแรง แล้วคงจะได้เริ่มหัดบินกันในไม่ช้านี้ เราคงไม่อาจบอกใครได้ว่าควรทำอย่างไร แต่เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนมีจิตใจเมตตาต่อสัตว์อยู่แล้ว ทุกคนคงช่วยเมื่อมีโอกาส ถึงแม้ไม่รู้จะสำเร็จหรือเปล่าก็คงเต็มใจจะทำ เหมือนเราที่บางครั้งก็ท้อ แต่เราคิดเสมอว่านกอยู่ในกรงไม่สามารถหากินเองได้ ไม่ว่าเราจะไม่สบายแค่ไหน เราก็ต้องเอาอาหารไปให้เค้าทุกวัน เพราะถ้าเราไม่ช่วย เราก็ไม่สบายใจเอง
|