HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Bird Story

น้องเขียว อิสระภาพ และ ชีวิต

หนอนนก

วันที่เขียน 7/12/2004
บทความและภาพประกอบ: หนอนนก


“หนอนนก ตื่นเถอะ นกหลุดหรือเปล่าลูก แม่เห็นเขียวๆอยู่บนต้นมะม่วงแน่ะ” เสียงของแม่ทำให้เราต้องตื่นแต่เช้าวิ่งไปสำรวจกรงนก เด็กๆของเราก็อยู่ครบนี่นา แล้วใครล่ะเขียวๆอยู่บนต้นมะม่วงของแม่

เราจำได้ดีครั้งแรกที่เห็นหน้านกตัวนั้น

เป็นเช้าของวันที่ 4 พฤษภาคม เรามองไปที่ต้นมะม่วงของแม่ นกแก้วกะลิง สีเขียวกำลังแอบแทะมะม่วงต้นสุดโปรดของแม่เรา…มะม่วงเขียวเสวย…เราเลยถือโอกาสตั้งชื่อ นกสีเขียว บนต้นมะม่วงเขียวเสวย ว่า “น้องเขียว”

ช่วงที่เจอกันครั้งแรก เราไม่คิดหรอกนะว่าน้องเขียวจะมาเป็นสมาชิกประจำบ้านเรา แต่ผิดคาด เช้าวันรุ่งขึ้น น้องเขียวก็มาอีกแทะมะม่วงครึ่งลูกแล้วก็บินไป รุ่งขึ้นอีกวันและอีกวัน น้องเขียวก็มากอีก จนถึงวันที่แม่จะให้คนสวนเก็บมะม่วงทั้งต้นเพื่อแจกจ่ายเพื่อนๆ ช่วงนั้นน้องเขียวย้ายสถานที่เกาะ เริ่มมาโชว์ตัวมากขึ้น ตอนเช้าเกาะที่ต้นมะม่วง บ่ายๆย้ายมาเกาะต้นดอกจำปีหลังบ้านที่กิ่งสูงๆ แล้วแอบมองผู้คนในบ้านเดินไปมา เราเริ่มสบตากันเป็นครั้งแรก

“แม่จ๋า ไปตลาดฝากซื้อกล้วยด้วยนะ หนูจะเอาไปให้นกสีเขียวกิน” ด้วยความเป็นห่วงกลัวน้องเขียวจะหิว เราก็เลยเอากล้วยไปมัดติดกิ่งไม้ “น้องเขียว พี่นกเอากล้วยมาให้นะ” น้องเขียวให้ความสนใจเอียงคอมอง พอเราเดินห่างพอสมควร น้องเขียวจะปีนไต่ลงมาดูและเริ่มกินอย่างอร่อย แล้วก็บินจากไป

หลังจากวันนั้น ทุกๆเช้าน้องเขียวก็จะมาแกะกิ่งจำปาเพื่อรอกินกล้วย แล้วเราก็จะได้ยินเสียงแม่ประจำ “หนอนนก ตื่นเถอะ น้องเขียวมาแล้ว”

ตั้งแต่วันนั้นมา เราต้องแขวนกล้วยให้ทุกวัน กิจวัตรประจำวันของน้องเขียวก็คือเช้าบินมาเกาะต้นจำปา ร้องดังๆให้รู้ว่าน้องเขียวมาแล้วจ้า สายๆ บินมาเกาะหลังบ้าน ร้องอีกทักทายกับน้องมะนาว ลงมาหม่ำกล้วยแล้วบินเล่นไต่เล่นอย่างมีความสุขบนยอดไม้ เค้าจะบินวนเวียนรอบๆบ้าน เวลาน้องเขียวบินจะสวยมากเลยค่ะเย็นๆ จะแวะมาร้องหลังบ้าน กินกล้วย แล้วกลับไปนอนที่ไหนไม่รู้

เราเห็นน้องเขียวมีความสุขกับอิสระภาพ เราไม่อยากจับน้องเขียวมาขังไว้ มีเพื่อนๆบอกว่า เราควรจะพยายามจับน้องเขียวเพื่อความปลอดภัยของน้องเขียว แต่เราเคารพในอิสระภาพของน้องเขียว เราอยากเห็นน้องเขียวมีอิสระ เรามีความสุขที่จะคอยดูแลน้องเขียว ให้มีอาหารกินทุกวัน เรายอมตื่นเช้าทั้งๆที่เราไม่ค่อยชอบตื่นเช้าเท่าไหร่ OK! เพื่อน้องเขียว

เราสอนให้น้องเขียวหัดกิน ขนมปัง กินข้าวคลุกไข่ต้ม เผื่อว่าแม่เรา หรือ พี่เลี้ยงเราไม่ได้ไปตลาด กลัวน้องเขียวไม่มีกล้วยกิน มิตรภาพระหว่าง “น้องเขียว” กับ “พี่นก” ก็กระชับขึ้นเรื่อยๆ น้องเขียววางใจพี่นกมากขึ้น กล้าที่จะปีนลงมายืนใกล้ๆ ยอมให้พี่นกไล่นกพิราบที่มากวนเวลาน้องเขียวกินอาหารโดยน้องเขียวไม่ตกใจ น้องเขียวยอมรับขนมปังจากมือ เวลาฝนตกน้องเขียวคงมีที่หลบฝน เพราะน้องเขียวไม่เปียกฝนเวลากลับมาบ้านของเรา

น้องเขียวเป็นที่รักของทุกคนในบ้านรวมถึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ หนอนนก ในเวป ด้วย ดูจากพี่ๆที่เข้ามาดูรูปน้องเขียวสม่ำเสมอ มีรูปใน E-card ด้วย ถ้าน้องเขียวมีโอกาสรู้คงจะดีใจนะ

น้องเขียวมีความสุขกับอิสระภาพมาก ครั้งสุดท้ายที่พี่นกเห็นน้องเขียว เช้าวันฝนปรอยๆ น้องเขียวกางปีก อาบน้ำฝนบนยอดต้นมะขามหวานหน้าบ้าน ท่าทางมีความสุขมาก คุณแม่พี่นกยังหัวเราะชอบใจเลย ว่าอยากปล่อยเจ้าน้องมะนาวกับน้องนุ่มนิ่มไปเล่นน้ำกับน้องเขียว.....เสียดายที่พี่นกไม่ได้ถ่ายรูปไว้



เย็นวันนั้นประมาณวันที่ 7 กรกฎาคม พี่นกไม่เห็นน้องเขียวอีกเลย

น้องเขียวไม่กลับมากินข้าวบ้านเรา..พี่นกก็รอน้องเขียว น้องเขียวไม่มา…พี่นกรีบตื่นแต่เช้า น้องเขียวก็ยังไม่มา…พี่นกรอนานมากจนหมดหวังที่จะเจอน้องเขียว…เศร้ามากเลยค่ะ…พี่ๆใน เวป ก็ถามถึงน้องเขียว แต่พี่นกเศร้าเกินกว่าจะเข้าไปตอบอะไรในนั้น พี่นกพยายามขับรถช้าๆวนรอบๆหมู่บ้าน ดูบนยอดไม้ เปิดหน้าต่างรถรอฟังเสียงน้องเขียว..ไม่มีวี่แววเลย

“สงสาร น้องเขียว นะ หนอนนก สงสัยถูกคนยิงเล่นแล้วล่ะ…หายไปหลายวันเลย” “แม่จ๋า อย่าคิดอะไรร้ายๆเลยนะ…หนอนนก ว่า เค้าอาจเหงาเลยย้ายไปหาเพื่อนก็ได้อีก 2-3 วันเค้าหิวก็คงกลับมาเองแหละ”

เย็นวันที่น้องเขียวหนีพี่นกไปแล้ว 3 วัน พี่นกลงทุนไปสระผมร้านในหมู่บ้าน เพราะเค้าเป็นร้านชำด้วย น่าจะมีข่าวอะไรบ้าง ตอนเดินไปร้าน พี่นกพยายามดูตามถนน เผื่อว่าจะเห็นขนน้องเขียว ใจคิดว่าถ้าแมวกัดน้องเขียวคงทำขนหล่นบ้างแหละ ก็โล่งอกนะ ไม่มีขนเขียวๆเลย

ที่ร้านชำ ถามถึงนกแก้วสีเขียวก็ไม่ได้อะไรคืบหน้า เพราะพี่เจ้าของร้านไม่เคยเห็นน้องเขียวเลย ระหว่างสระผม พี่นกบอกตัวเองว่าคงคิดถึงน้องเขียวมากไป หูแว่วได้ยินเสียงน้องเขียว แต่ที่ร้านก็ใช้ไดร์เป่าผมอยู่และเปิดโทรทัศน์ดังมาก ก็เลยไม่ได้ยินอะไรอีก…หูฝาดจริงๆ

หลังจากสระผมเป่าผมเสร็จ พี่นกยังไม่อยากกลับบ้าน พี่นกก็เดินไปซอยหลังบ้าน ซอยที่หมาดุ ดุ นั่นแหละ ก็อยากไปดูว่าน้องเขียวไปแอบกินอะไรที่ไหน หมากัดก็ยอมนะ เดินไปถึงบ้านเช่าหลังเล็กๆ 2 หลัง ด้านขวามือประตูบ้านเปิดอยู่ มีเด็กนักเรียนประมาณ ป.2 กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ ว่าจะถามเด็กก็คงไม่รู้เรื่อง ยิ้มให้น้องเค้าแล้วเดินต่อ เอ…พี่นกได้ยินเสียงนกร้องเบาๆ…เสียงเหมือนน้องเขียวเลย…ดัง 2 ครั้ง แล้วเงียบไป พี่นกก็เลยหยุดยืนอยู่หน้าบ้านคนอื่นๆ ยืนเฉยๆ มองตามต้นไม้…เจ้าของบ้าน..เค้าคงไม่คิดว่าพี่นกจะมาขโมยอะไรนะ…พี่นกได้ยินเสียงน้องเขียวจริงๆ ทีแรกคิดว่าอยู่ในบ้านน้องผู้หญิงคนนั้น มองเข้าไปก็ไม่มี … เอ..เสียงอยู่ฝั่งซ้ายมือจะใช่น้องเขียว หรือพี่นกหูฝาดอีกแล้ว?

คงเป็นเพราะพี่นก ยืนอยู่หน้าบ้านคนอื่นนานเกินไป…บ้านทางซ้ายมือ จึงมีชายวัยกลางคน เดินออกมามองพี่นก
“พี่ พี่ เห็นนกแก้ว บินมาแถวนี้มั๊ยคะ”
“นกแก้วเหรอ นกสีเขียวเหรอ … ผมไม่เห็น”
“ไม่เห็น…พอดีนกแก้วที่บ้านหลุดมา..ขอบคุณค่ะ”

พี่นกก็ถามไปงั้นแหละ เพราะไหนๆก็เดินมาแถวนี้แล้ว หน้าตาพี่คนนั้นเค้าก็ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ พี่นกก็เลยขอบคุณ กะว่าจะเดินกลับบ้านแล้วเชียว…พี่นกว่าพี่นกได้ยินเสียงน้องเขียวอีกแล้ว ก็เลยสอดส่ายสายตาไปที่ต้นไม้ในบ้านนั้น มองแถวยอดไม้ทิศที่มีเสียงก็ไม่มีนกสักตัว เอ!เห็นอะไรไหวๆอยู่ตรงกลางๆต้น

ในกรง นกสีเขียวเต้นอยู่ในกรงไม้ กรงดักนก…นั่นน้องเขียวนี่นา

พี่นกดีใจมาก..รีบชี้มือบอกชายคนนั้น ว่านกตัวนี้แหละค่ะ ในใจก็คิดว่า อ้าว!ไหน บอกไม่เห็นไง “ตัวนี้แหละ ขอซื้อคืนได้มั๊ยคะ … เท่าไหรคะ” เค้าทำหน้าตกใจมากเลยที่เราพบนก สงสัยกลัวเจอข้อหาขโมย รีบแก้ตัวว่าผมเพิ่งมา มีหญิงแก่(ท่าทางใจร้าย) เดินออกมาอีก 1 คน รีบพูดว่า “ดักนกอื่นด้านหลังซอยพอดีจับได้ โชคดีนะที่ป้าจับได้ ไม่งั้นก็หายไปแล้วแหละ”

พี่นกก็ยิ้มอย่างเดียวเลย “ค้า ค้า ขอบคุณค่ะ” “ตกลงจะคิดค่านกเท่าไรคะ” ผู้ชายคนนั้น(สงสัยลูกหลานป้า)ก็บอกว่า “เอาคืนไปเถอะ แล้วเอากรงมาคืนด้วยเพิ่งซื้อมาตั้ง 400 จะได้เอาไปดักนกอีก”

พี่นกดีใจมาก รีบรับกรงพร้อมน้องเขียวมา กลัวเค้าจะเปลี่ยนใจไม่คืนอ่ะ

น้องเขียวคงจำพี่นกไม่ได้ หรือกลัว ดิ้นรนอยู่ในกรงไม่ยอมหยุด พอเดินเลี้ยวตรงหัวมุมถนนเข้าเขตบ้านเรา…น้องเขียวจำได้ หยุดดิ้นมองรอบๆบ้าน แล้วยืนเฉย ๆ “แม่จ๋า ดูสิหนูได้ใครมา” ทุกคนในบ้านดีใจที่น้องเขียวกลับมา

พี่นกตัดสินใจตั้งแต่วินาทีที่เห็นกรงดักนกแล้วว่า พี่นกขอเลือกที่จะกักขังน้องเขียวไว้ดีกว่าที่จะให้น้องเขียวมีอิสระภาพ แต่ขาดชีวิต

วันนี้พี่นกก็ยังไม่สบายใจนะ เพราะทุกครั้งที่กินอิ่ม น้องเขียวจะทำท่าทางขอออกกรง มองไปทางต้นจำปีที่เคยมาบินเล่นแล้วทำท่าขยับปีกขอออก พี่นกต้องใจแข็งเพราะทนไม่ได้ที่น้องเขียวจะถูกจับไปขาย คราวนี้พี่นกคงตามน้องเขียวไม่พบแล้วล่ะ

“หนอนนก อย่าปล่อยไปอีกแหละ…แม่บอกให้จับไว้ตั้งนานแล้ว”

------

ตอนนี้น้องเขียวเริ่มคุ้นเคยกับกรงมากขึ้น ไม่ค่อยกระวนกระวายเหมือนช่วงอยู่ในกรงแรกๆแล้ว เค้าเริ่มทำตัวผ่อนคลาย พอดีไปเจอลูกบอลเก่าที่น้องมะนาวกะนุ่มนิ่มไม่ยอมเล่น เลยลองเอาไปใส่กรงให้ผลปรากฏว่า กลายเป็นของโปรดน้องเขียว เล่นได้ทั้งวันเลย อ่ะค่ะ...ดีจังเน้อ

TOP


*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com