HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Bird Story

ทำอย่างไรให้ได้ลูกรักที่หายไปคืนมา

ลี่

วันที่เขียน 8/31/2006
บทความและภาพประกอบ: ลี่
เพราะ่ว่าที่บ้านลี่และแฟนนั้นเรามีแขกมาพักอยู่เสมอ รอตเตอร์ดัมเป็นเมืองที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก นอกจากอัมสเตอร์ดัม เราจึงเปิดบ้านทำโฮมสเตย์ราคาถูกเพื่อให้แบ็คแพ็คคนไทยได้รู้จักเมืองที่ถูกลืมแห่งนี้ แล้วการมีคนแปลกหน้ามาเข้าๆออกๆ เปิดปิดประตูบ้านก็ทำให้ลี่ต้องเสียใจบ่อยครั้งเลยค่ะ

ครั้งที่น้องฟีหายไป เราก็รู้ว่าน้องฟีไม่ได้อยากหนีออกจากบ้านแต่เพราะเขาหลุดออกมาจากห้องนั่งเล่น มาติดอยู่ในห้องโถงระหว่างประตูหน้าบ้านและห้องนั่งเล่นนั่นต่างหาก ปกติแล้วถ้าใครออกจากบ้านไป จะต้องดูให้ดีว่าไม่มีนกตัวไหนหลุดออกมาจากห้องของเขา แต่คราวนี้ไม่มีใครได้ทันเห็นเพราะลี่เองเป็นคนที่ปิดประตู โดยน้องฟีตัวแสบแอบเกาะไหล่ลี่ออกมาด้วย แขกที่้บ้านที่ออกจากบ้านไปแล้ว แสดงความมีน้ำใจด้วยการเปิดประตูรอทิ้งไว้ให้ลี่ ซึ่งลี่มาคิดตอนหลังแล้วก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้เพราะ เพราะมันไม่ใช่เรื่องจำเป็น คนที่อยู่ในบ้านสามารถจะเปิดประตูออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ

ทันทีที่ประตูหน้าบ้านเปิดกว้าง แสงสว่างส่องเข้ามา ฟีจังก็โผออกไปทันทีตามที่เขาเคยชิน โดยหารู้ไม่ว่า แสงสว่างที่มองเห็นเป็นอันตรายอันใหญ่หลวง

พอออกพ้นประตูบ้าน โลกที่น้องฟีเคยรู้จักก็หายไป ตึกสูงสามชั้นที่ติดกันเป็นพรืดอยู่ตรงหน้าทำให้ฟีงง เขาโผขึ้นสูง และหาที่เกาะไม่ได้ ด้วยความตกใจ ลี่ิ่วิ่งออกไปร้องตะโกนตาม แต่ไม่ทัน ฟีจังบินหายไปในทิศที่เต็มไปด้วยตึกแถว พร้อมกับใจลี่ที่หายไปด้วย ตกลงว่าวันนั้น ลี่ไม่ได้ไปส่งแขก แต่ต้องเดินตามหา ร้องเรียกฟีัจัง หลังจากสองชั่วโมงผ่านไป ลี่คิดได้ว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องแล้ว ฟีจังคุ้นกับมุส แมวลายเสือของเรา ที่ฟีจังโตมาด้วยกันเป็นเวลาปีกว่า ถ้า้้น้องฟีไปเจอแมวที่อื่น จะต้องเผลอคิดว่าเป็นมุส ทีนี้ละก็ ลี่ไม่อยากจะคิด

ลี่รีบโทรหาแฟนที่ยังอยู่ที่ทำงาน ส่วนตัวเองกลับมาบ้านนั่งหน้าคอม อย่างแรกที่ทำคือ รีบเรียบเรียงคำพูดเป็นภาษาดัชต์(ภาษาประจำชาติของที่นี่) แล้วก็หารูปน้องฟีรูปที่ชัดที่สุดลงไปแปะ พรินท์ออกมาเป็นสี พร้อมบอกรายละเอียดอย่างชัดเจนที่สุดว่า ฟีจังสีอะไร เขาติดคน และสนใจเสียงแปลกๆ มากกว่าการพูดคำเดิมซ้ำๆ ฟีจังไม่กลัวแมว และชอบมากินอาหารในจานข้าวและจากปากคน ลี่ก็เขียนไปร้องไห้ไป เพราะฟีจังเคยหลุดหายออกไปแล้วหนึ่งครั้ง ดีที่กลับมาได้ (อันนี้ไว้มาเล่ากันคราวหน้าอีกนะคะ)

ระหว่างรอพรินท์ไปเกือบห้าสิบแผ่นกระดาษเอสี่ ลี่ก็เสิร์ชหาเว็บที่แจ้งสัตว์เลี้ยงหาย ส่งรายละเอียดและภาพไปทุกเมือง ทุกลิงค์ที่เขามีให้แจ้ง คว้าสก็อตเทปอย่างเหนียว แฟนก็กลับมาบ้านพอดี แล้วเราสองคนก็ปฏิบัติการแปะโปสเตอร์นี้ โดยเราเริ่มจากถังขยะ (เพราะคนที่นี่ทุกคนจะต้องออกมาทิ้งขยะนอกบ้าน) ตู้เสียค่าจอดรถ หน้าร้านขายของทุกร้านโดยเราเข้าไปคุยกะเจ้าของและพนักงานขอติด ซึ่งทุกท่านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี (เขาคงสงสารลี่ ที่เข้าไปน้ำตานองหน้า)

เมื่อวานเป็นวันแรก วันที่สอง อากาศเริ่มหนาวขึ้นอีก ปกติแล้วในเดือนพฤษภาคม จะเริ่มเข้าสู่หน้าร้อน ลี่เริ่มกระวนกระวายเพราะไม่มีใครติดต่อกลับมา เราจึงใช้แผนสอง พรินท์รายละเอียดสั้นๆ พร้อมเบอร์โทร ออกไปหยอดตู้จดหมายตามบ้าน โดยหยอดบ้านเว้นบ้าน โดยพยายามให้กินพื้นที่้เป็นบริเวณที่กว้างที่สุด ซึ่งเราก็หยอดไปได้เกือบระยะสี่กิโลเมตรในรอบทิศทางจากตัวบ้าน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก หลายๆคนที่เราไปแจกแล้วเจอเจ้าบ้านเขาถามว่าทำไมไม่ซื้อนกใหม่ เขาไม่รู้หรอกว่าการที่เราสูญเสียสิ่งที่เรารัก อำนาจเงินไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

หลังจากตามหาน้องฟีแล้ว ลี่ก็ต้องไปทำงาน อีกวันที่ผ่านไป ไม่มีแรงอยากทำงานเลย ลี่กลับมาบ้านแล้วก็เล่นกะเยลลี่ น้องของฟีจังเพราะกลัวเขาจะเหงาที่พ่อแม่พากันไปตามหาเจ้าฟี แถมตอนนี้โดนซอยขนปีก เยลลี่ก็บินไม่ได้ พอเขาอยากให้เล่นด้วย เขาก็ต้องกระโดดลงพื้นแ้ล้วก็เดินมาไต่ขาเราขึ้นมา อยากจะนั่งไหล่

วันที่สาม เรายังไม่หมดหวังเพราะอากาศค่อยๆดีขึ้น ฟีจังกินอาหารได้ทุกชนิดและไม่เรื่องมาก เขาออกไปเล่นในสวนบ่อยๆ รู้จักต้นหญ้า ดอกแดนดีไลอ้อนสีเหลือง ที่เวลาแห้งแล้วเป็นปุยๆ ให้เด็กๆเอามาเป่าเล่น อันนี้เป็นอาหารสุดโปรดเลย เมล็ดหญ้าแทบทุกชนิด ฟีจังทดลองกินมาหมดแล้ว ลี่เลยไม่ห่วงเรื่องเขาอดอาหาร อีกอย่างฟีจังตะกละ กินมากขนาดที่เรามั่นใจว่าถึงไม่กินสามวันเขาก็คงไม่ตาย ถ้าไม่โดนแมวจับเสียก่อน

วันนี้เราเริ่มโทรไปหารถพยาบาลสัตว์เลี้ยง เผื่อว่ามีใครแ้จ้งพบนกบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ใช่ฟีจัง เป็นหงส์หยกตัวอื่น ลี่กลับบ้านมานอนร้องไห้ แต่ก็ยังแอบหวังว่าฟีจังจะปลอดภัย



วันที่สี่ ลี่กะแฟนออกไปสำรวจสถานที่ที่เราติดป้ายไว้ ว่ามีอันไหนหลุดไป หรือว่าโดนน้ำค้างทำให้เสียหาย ก็เอาอันใหม่ไปแปะเพิ่ม เราเริ่มขยายไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตตามหัวมุมถนนที่กระจายอยู่ทั่วไป เขาจะมีบริการให้แปะโฆษณาฟรี กลับจากตามหาฟีจังเราก็มาเล่นกะเยลลี่ รู้สึกว่าเยลลี่เรียกร้องความสนใจมากกว่าปกติที่มีน้องฟีอยู่ด้วย

เวลาผ่านเข้าวันที่ห้า มีเด็กผู้ชายโทรศัพท์มา บอกว่าพบนกสีฟ้าเหมือนที่เราติดประกาศให้มารับ พร้อมนัดสถานที่ ลี่คว้ากล่องแล้วรีบไปตามจุดที่นัดแต่ไ่ม่เจอใคร กำลังคิดให้ดีว่าเราตื่นเต้นเกินไปจนฟังสถานที่นัดผิดหรือเปล่า ด้วยความตระหนก ลี่ก็ไม่ทัันดูว่าโทรศัพท์ที่มาถึงเรานั้นไม่โชว์เบอร์ ก็เลยติดต่อกลับไม่ได้ หลังจากกระวนกระวายปั่นจักรยานไปมาจนเกือบครึ่งชม. ลี่ก็กลับไปเริ่มต้นใหม่ที่้บ้าน ระหว่างทางมีรถตำรวจแวะมาสอบถาม เพราะเขาเห็นท่าทางเราผิดปกติ ลี่ก็เล่าให้ฟัง ลุงตำรวจเตือนว่า ระวังนะ เธออาจโดนคนแกล้ง เพราะคนที่นิสัยไม่ดีนั้นเห็นความทุกข์ใจของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก ถ้ามีอะไรให้เขาช่วยก็บอก

ไม่ทันที่จะคุยกันเสร็จ มีโทรศัพท์เข้ามาอีกครั้ง หนุ่มคนเดิม ตาคนนี้บอกว่า เขารออยู่ที่มุมสนามบาสเก็ตบอลที่ันัด ด้านหลังร้านขายขนม ให้เราเดินไปทางนั้น คุณตำรวจก็บอกว่า โอเค จะไปเป็นเพื่อน โดยลี่เปลี่ยนมาใช้หูฟังแล้วเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋าไว้ ลองเดินหาไปเรื่อยๆ พยายามคิดว่าไม่จริงหรอก นี่ต้องเป็นเรื่องจริง ใครจะมาแกล้งโกหกเรา เรากำลังจะได้น้องฟีคืน แต่ฝันร้ายก็กลายเป็นจริง เด็กหนุ่มคนที่แต่งเรื่องมาโกหกลี่ นั่งอยู่ข้างถังขยะริมสนามบาส ในขณะที่หลอกให้ลี่เดินไปอีกทางหนึ่ง ลี่จึงทำสัญญาณ เมื่อมั่นใจว่าใช่ตาคนนี้แหละที่กำลังคุยกะเราทางโทรศัพท์ ให้คุณลุงตำรวจมารวบตัวหนุ่มมารอคกันตัวแสบจอมหลอกลวงเอาไว้ได้ แต่ลี่ไม่สนใจอีกแล้วว่าเขาจะโดนตำรวจทำไงบ้าง เพราะว่าน้ำตามันไหลอีกรอบ ฮือ คืนนี้เป็นคืนที่ห้าแล้วที่นอนหลับโดยไม่มีน้องฟีมาเกาะพูดเจื้อยแจ้วข้างหู

วันที่ หก เจ็ด และแปดผ่านไป โดยทุกวันก็จะมีคนที่พบนกแต่ไม่ใช่น้องฟีโทรเข้ามาเป็นระยะ ลี่ไปดูแล้วก็ได้แต่ถอนใจ แล้วก็แอบดีใจลึกๆ ที่นกที่หลุดพวกนี้ ปลอดภัยจนมีคนมาพบ หนึ่งในหลายคนที่พบนั้น ลี่มารู้ตอนหลังว่าสุดท้ายเขาตามหาเจ้าของไม่เจอ จึงได้รับเจ้านกไ้ว้เป็นลูกตัวเอง โชคดีของเจ้าหงส์หยกน้อยที่หลงเจ้าของจริงๆ ทุกคืนลี่็ก็ยังนอนร้องไห้อยู่ เพราะโกรธตัวเอง ที่ไ่ม่ดูให้ดี พาลโกรธที่ยอมให้มีคนอื่นมาอยู่ในบ้าน จนเผลอเปิดประตูให้ฟีจังหลุดไป

วันที่เก้า เราหมดกำลังใจแล้ว จากที่ไปดูนกหลายๆตัวที่มีคนพบแต่ไม่เจอฟีจัง แล้วคนใจร้ายที่เห็นความทุกข์ของเราเป็นเรื่องสนุกโทรศัพท์เข้ามาหลอกลวงก็เยอะจริงๆเลยค่ะ ลี่ขอแนะนำว่า ถ้าใครโทรมาบอกว่าพบนก ควรจะถามให้เขาบอกรายละเอียดส่วนตัวให้หมดจด ชัดเจน ถ้าใครไม่สามารถจะแสดงความบริสุทธิใจได้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าโกหกค่ะ เพื่อที่เราจะได้ไม่หวังมากเกินไป การผิดหวังแบบนี้มันเจ็บมากเลยค่ะ

คืนนั้นก่อนเข้านอนเราก็พาเยลลี่มาพูดคุยเล่นด้วย แฟนลี่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูแล้วพบว่ามีวอยซ์เมล์เข้ามา แต่เราไม่ได้ยิน เจ้าของสายบอกว่าพบนกที่คิดว่าเป็นฟีจัง ให้ลองมาดูก่อน บ้านเขาอยู่ที่นี่ .....

เราเปิดแผนที่ึขึ้นเช็ค ถนนที่เขาบอกอยู่ข้ามไปอีกฝั่งของแม่้น้ำ โอ เราไม่เคยคิดเลยว่าฟีจังจะบินข้ามน้ำไป เลยไม่ได้เอะใจไปตามหาทางด้านนั้น เพราะมีรถไฟวิ่งผ่านแถบทุกห้านาที ฟีจังนั้นไม่ชอบเสียงดัง ถึงแม้บ้านเก่าของเราจะอยู่ริมทางรถไฟ ฟีจังไม่เคยชอบรถไฟเลย แต่คืนนี้ดึกมาแล้ว ลี่ตัดสินใจว่ารุ่งขึ้นจะโทรไป แฟนบอกว่าไม่ต้องรีบหรอก อาจเป็นเรื่องโกหก เพราะเขาเพิ่งพบฟีจัง น้องฟีไม่น่าจะอยู่รอดนอกบ้านได้นานขนาดนั้น ลี่จึงเริ่มถอดใจอีกครั้ง

วันที่สิบ ลี่ทำงานเช้าที่ร้านขายของแล้วไปทำงานบ่ายต่อที่ร้านอาหารไทย ระหว่างยืนทำกับข้าวในครัวเผลอไฟลวกนิ้วหลายหน เพราะมัวแต่นึกถึงน้องฟี ทั้งๆที่เจ็บตัวแต่ก็สมน้ำหน้าตัวเอง น้องฟีจะเจ็บกว่าเราแค่ไหนก็ไม่รู้ ไอ้คนโง่ ปล่อยให้ลูกรักหลุดออกไปได้ยังไง

คืนนี้ลี่กลับบ้าน เหนื่อยสุดๆ ตั้งแต่วันที่น้องฟีหาย คืนนี้ทำงานยาวเป็นพิเศษด้วย การร้องไห้ทุกวันเสียพลังงานไปไม่้น้อยเลย ไม่ขอแนะนำ ถ้าใครทำนกหายไม่ควรจะมัวเสียใจ ควรใช้เวลาในการคิดตั้งสติและวางแผนการตามหาดีกว่าค่ะ

ลี่กลับเข้าบ้าน ได้ยินเสียงเยลลี่คุยกะใครอยู่ เยลลี่ไม่ได้พูดมาหลายวันแล้วตั้งแต่น้องฟีหายไป พอเปิดประตูห้องนั่งเล่น ลี่เห็นนกหงส์หยกสีขาวม่วงแบบน้องฟีเกาะอยู่บนต้นไม้ แฟนคงเห็นลี่เสียใจมาหลายวันเลยแอบไปซื้อใหม่มาตัวหนึ่งให้เหมือนกะตัวเก่าเลย ลี่ึนึกในใจพลางวางกระเป๋า เดินเข้าไปดูใกล้ๆ อืมเจ้าตัวนี้ก็น่ารักดี ตาใสเหมือนฟีจังเลย แต่ไม่อ้วนเท่า

เหลืออีกไม่ถึงก้าว ลี่กำลังจะเอื้อมมือไปคว้าเจ้านกหน้าใหม่ เสียงคุ้นหูก็ร้องทักขึ้นมา รักฟีจัง ใจลี่ลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ต่อมน้ำตาแตกแล้ว เ้จ้านกสีฟ้าอมม่วงตัวนั้นมันพูดได้เหมือนน้องฟีขนาดนี้เชียวหรือ ลี่ปล่อยเสียงโฮออกมาเรียกฟีจังเสียงสั่นเครือ นกแปลกหน้าได้ใจกระโดดขึ้นมาบนไหล่แล้วทำขนฟู ร้องต่อไปอีก คิดถึงฟีจัง ใช่ไหม ใช่ไหม ทำไมไม่รักฟีจั๊งงงง เสียงแปร๋น ถ้าลี่้ร้องกรี๊ดตอนห้าทุ่มครึ่งได้ ลี่ก็คงทำไปแล้ว มันเป็นความดีใจอย่างที่สุด ยิ่งกว่าได้อะไรทั้งหมด ความรู้้สึกที่ของหายได้คืนครั้งไหนก็ไม่เท่ากับฟีัจังกลับมาบ้าน ถึงแม้จะผอมไปหน่อย เพราะไม่ค่อยได้กินมาหลายวัน เยลลี่็ก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน หลังจากทักทายกับหม่าม๊า ฟีจังก็บินต่อไปคุยกะเยลลี่ซึ่งบินไม่ได้ตั้งแต่วันแรกที่ฟีจังหายไป เพราะลี่จับซอยขนปีก ป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เจ้าสองตัวสุมหัวกันคุยจิ๊บจ๊าบอยู่บนกิ่งไม้โปรด คงจะนินทาหม่าม๊าว่ากระไรเล้ย แหกปากร้องไห้อยู่ได้เสียงก็ไ่ม่เพราะสักนิด

หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ เจ้าฟีมานั่งอยู่บนไหล่เช่นเคย แฟนบอกลี่ว่า ทันทีที่เลิกจากงานเขาก็โทรไปหาเจ้าของเบอร์เมื่อคืน แล้วขอนัดเข้าไปรับน้องฟี คนที่พบฟีจังนั้นกำลังจะเอาเจ้าตัวแสบไปให้คนอื่นอยู่แล้ว เขาพบฟีจังที่ต้นไม้ที่กิ่งยื่นเข้ามาในระเบียงอพาร์ทเมนต์ นกสีฟ้าประหลาดเช่นนี้หายาก เขาบอก ว่าดังนั้น เขาก็ลองทำเสียงจิ๊กๆเรียก เจ้าฟีที่หิวอดโซมาหลายวันก็รีบบินเข้ามาหาอย่างว่าง่าย บุรุษผู้ใจดีคนนี้จึงพาเข้าบ้าน ลองหาขนมปังและผลไม้ให้กิน ฟีจังก็ฟาดเรียบ เขาจึงปิดประตูหน้าต่างหมดบ้านแล้วออกไปหาซื้ออาหารนกหงส์หยกมาให้ ฟีจังอยู่ที่บ้านนี้มาสองวันแล้ว ที่เจ้าของบ้านสุดจะทนก็เพราะนิสัยชอบมาขออาหารกินข้างจานที่ลี่หัดไว้ ฟีจังนั้นมีนิสัยเสียอยู่ว่าถ้าใครกินอะไรให้เขาเห็น เขาก็จะมาขอกิน ถ้าเราไม่ให้ เขา็ก็จะจิกมือที่กำลังกิน เจ้าของบ้านผู้อารี ทนกับนิสัยเสียนี้ไม่ได้ จึงต้องขังฟีจังไว้ในห้องน้ำทุกครั้งที่่เขากินอาหารกัน จนเย็นวันที่เขาโทรมานั้น ภรรยาเขาไปจ่ายตลาดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ระหว่างที่เธอกำลังยืนอ่านโฆษณาฟรี สายตาก็แว้บไปเห็นชื่อฟีจัง เลยอ่านประกาศไปแล้วกลับไปเรียกฟีจังที่บ้าน ปรากฏว่าฟีจังชอบมาก เพราะรู้สึกว่าเขาพยายามจะคุยด้วย ด้วยชื่อฟีจัง ฟีจังก็เลยร้องตอบ สรุปว่าหนวกหูกันทั้งบ้าน เมื่อภรรยาเขามั่นใจว่าใช่ จึงบอกให้เขารีบโทรมาบอกลี่ให้มารับกลับไป เพราะรำคาญฟีจังสุดๆ ไม่อยากเก็บไว้ในบ้านอีกต่อไป โอ้.. ลี่ไม่รู้จะขอบคุณเขายังไงดี

ลี่เขียนเรื่องนี้มายาวเหยียด ก็เพื่อจะเป็นกำลังใจให้คนที่นกหายทุกๆคน อย่าท้อใจในการตามหานกที่เป็นที่รักของเรา การบอกคนให้รู้กันให้มากที่สุดนั้นเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยเหลือได้ อย่าอายที่จะถาม และอย่าท้อแท้ค่ะ และึถึงแม้คุณจะไม่ได้นกกลับคืนมา ขอให้คิดไว้เสมอว่า การไม่ได้พบเห็นเขาเสียชีวิต หมายถึงเขาไปอยู่ในมือที่ปลอดภัย เรื่องแบบนี้เราป้องกันได้ และอย่ารอให้มันเกิดขึ้นกับนกของคุณเองนะคะ เขาอาจจะไม่โชคดีเหมือนฟีจังของลี่ก็เป็นได้

TOP


*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com