HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Bird Story

แด่...ทองพลิ้วผู้จากไป

น้องต้า

วันที่เขียน 8/28/2004
บทความและภาพประกอบ: น้องต้า


ทองพลิ้ว...จากโลกนี้ไปเมื่อ 23 ส.ค.47

การจากไปของเค้าทำให้แม่ร้องไห้อยู่หลายวันหลังจากทำใจได้บ้างแล้ว จึงอยากเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนๆฟัง เผื่อประสบการณ์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนคนอื่นๆ

ทองพลิ้ว เป็นนกค็อกคาเทลลูติโนเพิร์ล เพศเมียที่มีแก้มแดงจัดน่ารักมาก แม่น้องต้าเพิ่งรับเข้าบ้านมาได้ตั้งแต่ 24 พค 47 นี้เอง ตอนนั้นทองพลิ้วอายุประมาณ 11 เดือน จัดว่าเป็นนกที่สวยมากจนแม่น้องต้าไม่อยากจะตัดปีกเค้า ปล่อยไว้อย่างนั้น

ทองพลิ้วเป็นสาวสะพรั่ง เมื่อมาเจอกับทองโปรย ทองโปรยปิ๊งมอบหัวใจรักให้กับทองพลิ้วทันที ป้อนอาหารให้กัน อิงกัน ไซ้ขนให้กันและกัน จู๋จี๋กันทุกวัน เป็นภาพที่ดูแล้วไม่เบื่อเลย

เคยได้ยินมาว่า..ลูติโนเพิร์ลเป็นนกที่ผ่านการบรีดมาทำให้นกนั้นสุขภาพด้อยกว่านกสีอื่นๆ ถ้าเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะป่วยง่าย แม่น้องต้าก็ยังไม่ปักใจเชื่อยังอยากเลี้ยงเค้าเพราะหลงใหลในความสวยของเค้า

หลังจากนั้นเวลาผ่านไป 2 เดือน ทั้งคู่ก็ดูแข็งแรงปกติดี ทั้งคู่ขึ้นทับกันเพื่อผสมพันธุ์กันหลายครั้ง แม่น้องต้ากลัวว่าเค้าจะไข่ที่พื้นกรงแบน้องเจเจอีก ก็เลยใส่รังเพาะให้กับเค้าในวันที่ 4 ส.ค.47 และเป็นไปดังคาด เวลาผ่านไปเพียง 12 วัน ทองพลิ้วก็ไข่ ฟองแรกออกมาในวันที่ 16 ส.ค.47, ฟองที่สอง วันที่ 18 ส.ค.47, ฟองที่ 3 วันที่ 20 ส.ค.47

เมื่อไข่ออกมาแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันฟักไข่โดยทองพลิ้วจะเข้าไปกกไข่ในตอนกลางคืน ส่วนเจ้าทองโปรยจะกกไข่ในตอนกลางวัน เหตุการณ์ก็ยังปกติ จนในวันที่ 19 ส.ค.แม่น้องต้าฟังพยากรณ์อากาศข่าวว่ามีพายุใต้ฝุ่นเข้าจะทำให้มีฝนตกให้ระวัง แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไร ยังคงดำเนินชีวิตเป็นปกติคือในตอนเช้าแม่จะเข็นกรงนกออกมาทำความสะอาด ให้อาหาร น้ำ และวางจานน้ำไว้ให้นกอาบน้ำและผึ่งแดดเช้าตามปกติ เช้าวันที่ 21 ส.ค.47อากาศสดใสแดดดี แม่ก็ทำเหมือนเช่นเคย มีโทรศัพย์เข้ามาบอกให้แม่ไปดูช่างที่กำลังสร้างบ้านใหม่ แม่เลยรีบร้อนออกไปโดยยังไม่ได้เก็บนกเข้าบ้าน ในใจคิดเพียงว่า...คงไม่เป็นไรหรอกน่าไปแป๊บเดียวเองเดี๋ยวก็กลับวันนี้อากาศก็ดีนี่นา...

เวลาผ่านไปใกล้เที่ยงธุระของแม่ก็ยังไม่เสร็จ จู่จู่พายุก็ตั้งเค้าฝนตกหนักมาก..แม่รีบกลับบ้านในทันทีเพราะเป็นห่วงนกที่ยังไม่ได้เข้าบ้าน พอมาถึงบ้านรีบไปเอานกเข้าบ้าน ...แต่ทุกตัวเปียกปอน..หนาวสั่น...แม่ใช้ผ้าขนหนูอังไดร์ให้อุ่นเช็ดตัวนกทุกตัวจนแห้งดี...เอาน่าคงไม่เป็นไร.. อันที่จริงถ้านกถูกฝนทุกทีแม่จะให้ยาไบโอบี 12 เพื่อป้องกันหวัด แต่คราวนี้แม่คิดว่าคงไม่เป็นไรน่าเช็ดตัวแห้งดีแล้วนี่นา...

เหตุการณ์ดูเหมือนปกติดี ทองพลิ้งก็ยังกกไข่ตามปกติ แต่ในวันอาทิตย์ ปกติในตอนกลางวันทองโปรยจะกกไข่ แต่วันนี้ทองพลิ้วก็ช่วยกกด้วยแต่ก็กินอาหารได้ปกติดีขนก็ไม่ฟูแม่ก็ยังไม่เฉลียวใจ...

เช้าวันจันทร์ที่ 23 ส.ค.47 แม่เปิดห้องที่เก็บนกทักทายนกทุกตัวก่อนจะเข็นออกไปทำความสะอาดเหมือนทุกวัน มองไปเห็นทองพลิ้วนั่งทรุดตัวอยู่ที่พื้นกรงตาใสแจ๋วคู่นั้นก็ยังลืมอยู่..แต่เอ...วันนี้เรียกตั้งหลายทีทำไมไม่ร้องทักทายนา... มองไปอีกครั้งก็ยังอยู่ท่าเดิม... ใจแม่เริ่มตุ๊มตุ๊มต่อมต่อม มือก็เริ่มเย็น เอื้อมมือไปเปิดกรงเข้าไปจับทองพลิ้ว..หัวใจสลายในวินาทีนั้น ทองพลิ้วตัวแข็งทื่อในท่านั้น ตัวก็เย็นมาก ทองโปรยได้แต่ยืนมองแม่ตาปริบๆ

ทองพลิ้วจากเราไปแล้วจริงๆ ทองโปรยก็ยังเข้าไปกกไข่ในตอนกลางวันเป็นปกติ หลังจากที่แม่ฝังทองพลิ้วแล้ว ความกังวลก็เริ่มเกิดขึ้นมาอีก ปกติแม่นกจะกกไข่ในตอนกลางคืน แล้วคืนนี้ใครจะกกไข่ล่ะไข่ทั้งสามฟองที่มีเชื้อทั้งหมด

บทความและภาพประกอบ: น้องต้า


แม่เริ่มหาข้อมูลและโทรไปหาคุณต้นที่pnpฟาร์ม คุณต้นบอกให้ใจเย็นก่อนอันดับแรกให้หาตู้ฟักไข่มาเตรียมไว้ก่อนแต่ยังไม่ต้องเอาออกมาฟัก รอดูนกตัวผู้ก่อน บางตัวถ้าคู่ตายอาจจะกกไข่ทั้งกลางวันและกลางคืนก็ได้

พอตกกลางคืนสัก 2 ทุ่ม เจ้าทองโปรยไม่ยอมกกไข่ แม่น้องต้าเลยลองคลำไข่ดูว่ายังอุ่นอยู่หรือเปล่า ไข่เย็นเจี๊ยบจนน่าตกใจ แม่รีบเปิดเครื่องฟักไข่ที่ซื้อมาเป็นแบบอัตโนมือ ราคาพันกว่าบาท

เครื่องฟักไข่ตั้งอุณภูมิที่ 37.5 c เครื่องนี้มีเทอร์โมสตัท พอถึงอุณภูมิที่ตั้งไว้ไฟก็จะดับ พอเย็นลงกว่าอุณภูมิที่ตั้งไว้ไฟก็จะติดอีก เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ มีถาดสำหรับใส่น้ำเพื่อให้ความชื้นแก่ไข่ เพื่อความแน่นอนแม่ใส่เทอร์โมมิเตอร์ไว้อีกอันนึงเพื่อดูอุณภูมิที่แน่นอน

บทความและภาพประกอบ: น้องต้า


ใส่น้ำในถาดที่มากับเครื่อง 8 ใน 10 ส่วน ที่จริงเครื่องนี้เค้าไว้ฟักไข่ไก่จำนวน 16 ฟอง แต่ที่หาดใหญ่หาได้แค่นี้ ใช้ไปก่อน

ใช้ดินสอเขียนเลข 1 2 3 4 ที่ไข่ก่อนเพื่อกันหลงในการกลับไข่ (อันนี้คุณต้นที่pnpบอกมา) ใส่ไข่ไว้ในตระแกรง ทุก 4 ชั่วโมงกลับไข่ 1 ครั้ง จะหมุนไปทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้

บทความและภาพประกอบ: น้องต้า


เช็คไข่ทุกวันว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่..โดยการเอาไฟฉายส่องไข่ให้แสงผ่านไข่ จะมองเห็นชัดในที่มืดๆ ส่องดูจะเห็นเส้นเลือดเต็มไปหมด ลองพลิกดูดีดี ถ้าลูกนกยังมีชีวิตอยู่ จะเห็นจุดแดงๆเล็กเคลื่อนไหวเป็นจังหวะหัวใจเต้น ภาพบนเป็นการ สาธิต ภาพนี้เป็นภาพที่มองจากที่มืด อยากให้เห็นเส้นเลือดจังมองด้วยตามันเห็นแต่กล้องไม่เห็นพยายามแล้วได้เท่านี้เองครับ

เวลาผ่านไปทองโปรยหงอยเล็กน้อยแต่ก็ปกติดี ส่องไข่ทุกวันจนถึงวันนี้ไข่ทุกใบก็ยังมีชีวิตอยู่ ไว้ไข่ฟักเป็นตัวเมื่อไหร่จะมาโพสเป็นระยะครับ ฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ด้วยครับ

ผมคิดว่าทองพลิ้วเป็นหวัดครับ แต่ร่างกายอ่อนแอเนื่องจากเพิ่งออกไข่ และอดหลับอดนอนกกไข่ด้วย พอมาโดนฝนเข้าก็เลยไปแบบเร็วมาก แม่บอกว่าแม่ผิดเองที่ไม่เก็บนกเข้าบ้านเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นครับ ไข่ฟักออกเมื่อไหร่จะมาแจ้งเป็นระยะๆครับ คิดว่าไม่ใช่ไข่ติดค้างนะครับลองคลำดูที่ก้นเค้าแล้วไม่มีก้อนอะไรเลยครับ

หลังจากวันที่ 23 ส.ค.47 ที่แม่เอาไข่ของทองพลิ้วออกมาฟักในตู้ ต้องกลับไข่ทุกๆ 4 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 8.00 น., 12.00 น., 16.00น., 20.00 น., 24.00 น., 04.00 น. แม่ก็อดตาหลับขับตานอน ไม่พลาดเลยต้องตื่นมากลับไข่กลางดึก วนเวียนอยู่แบบนี้ 19 วันเต็มๆ

ปกติไข่ค็อกคาเทลจะฟักออกประมาณ 18-23 วัน แต่ในวันที่ 9ก.ย.47ที่ผ่านมาก็ยังไม่ออกและครบ 25 วันแล้ว อีกอย่างไข่เริ่มมีรอยร้าวและมีน้ำไข่ขาวไหลซึมออกมา แม่เลยโทรไปถามคุณต้น ได้คำแนะนำว่าลูกนกที่กำลังจะออกจากไข่นั้นเค้าจะต้องแข็งแรงจึงจะมีแรงเจาะเปลือกไข่ออกมาได้ วิธีสังเกต ให้เอาไข่มาแนบที่หูใช้นิ้วเคาะเบาๆจะได้ยินเสียงลูกนกร้องโต้ตอบกลับมา ถ้ามีเสียงร้องดังแสดงว่าแข็งแรงดี และลูกนกจะเริ่มจิกเปลือกไข่เป็นจุดก่อน ถ้าเราสังเกตเห็นแล้วให้นับไปอีก 8 ชั่วโมง ลูกนกจะออกมาจากไข่แน่นอน ให้เตรียมตู้สำหรับกกลูกนกและอุปกรณ์ที่ใช้ป้อนอาหารไว้ได้เลย

จนมาถึงวันนี้วันที่ 11ก.ย.47 (วันเดียวกับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเลย)ไข่ร้าวมากขึ้นและมีจุดดำๆ แม่ลองเคาะดูก็ไม่มีเสียงใดใด แม่น้องต้าเลยตัดสินใจเจาะไข่ ใช้ไม้จิ้มฟันค่อยๆสะกิดที่รอยร้าวของไข่ ปรากฏว่า.... ลูกนกนั้นเป็นตัวสมบูรณ์มีขา ปีก จะงอยปากครบ มีขน แต่ตัวเล็กมาก และไม่มีชีวิตแล้วทั้ง 3 ฟอง

การที่ไข่ร้าวน่าจะเกิดจากลูกนกตายโคมมาหลายวันแล้ว ในไข่เกิดเฟอเม้นเลยเป็นแก๊สดันเปลือกไข่ให้ร้าว

จากบทเรียนนี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์กับคนเลี้ยงนก โดยเฉพาะนกสีสวยๆที่ผ่านการบรีดมาอย่างลูติโนเพิร์ล อัลบิโน การบรีดทำให้นกนั้นสุขภาพอ่อนแอกว่านกสีปกติทั่วไป (อันนี้พี่แก้วตาก็เคยเขียนไว้เกี่ยวกับตัวของคุกกี้เอง) ต้องเลี้ยงดูด้วยความสะอาด อาหารต้องมีประโยชน์และความรักท่วมท้น

หากไม่ระวัง..เพียงละอองฝนเล็กน้อยก็สามารถพรากเค้าจากคุณไปได้ ขอให้เพื่อนๆระวังด้วยครับ และแม่ฝากบอกว่า ...

ขอให้ทองพลิ้วหลับให้สบายแม่ทำดีที่สุดแล้วลูกเอ๋ย....

ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ให้กำลังใจและคอยฟังผลการฟักไข่ครับ แม่ทำดีที่สุดแล้วครับ

--------------

Web Editor's Note:ในกรณีที่พ่อแม่นกมีปัญหาสุขภาพ ทั้งทางกายและทางใจ จนทำให้ไม่สามารถจะกกฟักไข่ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น(อย่างในกรณีน้องต้า) ผู้ดูแลนกจึงสมควรช่วยชีวิตตัวอ่อนในไข่ โดยการนำไข่เข้ากกฟักในตู้ฟัก

เนื่องจากลูกนกที่เกิดจากการกกฟักด้วยอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ แทนการได้มีโอกาสได้รับความอบอุ่นจากการกกฟักและเติบโตโดยพ่อแม่นกที่แท้จริง มักขาดพัฒนาการทางทักษะในหลายๆด้าน รวมถึงลูกนกมักเติบโตไปพร้อมกับปัญหาสุขภาพทั้งกายและสุขภาพใจ

จึงขออย่าสนับสนุนการซื้อ-ขายไข่นก จากกลุ่มผู้เพาะพันธุ์ที่เห็นแก่เงินมากกว่าคุณค่าของชีวิตนกโดยเด็ดขาด
TOP


*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com