วันก่อนผมไปเดินสวนฯเห็นเค้าเอา ลูกเหยี่นว กะ นกเค้าแมว(นกฮุก)มาขาย
ผมคิดถึงสมัยที่ผมเคยอยู่บ้านนอกเลย จะมีพวกพ่อค้านกเข้ามาหาลูกนกโดยซื้อจากชาวบ้านที่รู้ดีว่า นกพวกนี้อยู่ที่ใหนและกำลังมีลูกหรือไม่ ตอนนั้นผมเป็นเด็ก(ม.1) ไม่รู้เรื่องอะไรเห็นเค้าไปล่านกก็ขอตามเค้าไปด้วยเพราะความนึกสนุก (แอบๆไปแม่ไม่รู้)
ภาพที่ผมเห็นและจำจนติดตาเท่าทุกวันนี้คือ คนที่กำลังปีนต้นไม้ขึ้นไปเอาลูกนกเค้าแมว ที่อยู่ในโพลง โดยมีพ่อและแม่เค้า (หรือป่าวผมก็ไม่รู้แต่เห็น2ตัว) มองอยู่อย่างกระวนกระวายใจ ร้องเสียงดังเชียว ! พอคนใกล้จะถึงปากโพลง พ่อแม่นกอดไม่ได้บินเข้ามาหาคนที่กำลังจะทำร้ายลูกตัวเอง แม้ตัวจะเล็กนิดเดียว เฉี่ยวหัวไปนิดเดียว พี่ที่อยู่ข้างล่าง จับปืนขึ้นเลงใส่เมื่อนกจับยังกิ่งไม้ใกล้ ๆ
สิ้นเสียงปืน ....... ผมเห็นนกตกลงมากระแทกกับกิ่งไม้อันแล้วอันเล่าจนถึงพื่น นกยังไม่ตาย พี่ที่ยิงเข้าไปเอามาแต่นกมันดิ้นอยู่ ผมบอกพี่เค้าว่าอย่าฆ่ามันนะ ...พี่เค้าบอกอื่อๆๆ แล้วจับขาทั้งสองรวมกันด้วยมือเดียวพร้อมพาดกับพันท้ายปื่น แค่นั้นละนกก็นิ้งไปเลย...ผมร้องไห้เลยครับตอนนั้นผมถามว่า ฆ่ามันทำไมผมขอไปเลี้ยงไม่ได้หรอ เค้าบอกว่ามันไม่ดีเลี้ยงนกเค้าแมวนะ แล้วก็แกล้งปลอบผมว่าเดียวเอานกอย่างอื่นแทน (เพราะความเป็นเด็กไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยครับ..ตอนนั้นนะ)
ส่วนนกอีกตัวไม่รู้ไปใหนแล้วตั้งแต่เลียงปืนดังขึ้น สรุปคือเค้าได้ลูกนกมา 4 ตัว ราคาขายให้พ่อค้าเท่าไรผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่า ก่อนที่พี่เค้าจะจับนกตัวนั้นพาดกับปืน ผมเห็นดวงตาที่น่าสงสารที่สุดในโลกเท่าที่ผมเคยเห็นมา แล้วอย่างงี้คนที่ไปเอานกป่าเหล่านี้มา จะรู้มะนะว่าเค้าเอามากันยังงัย... ยังมีเรื่องเหยี่ยวอีกที่ผมยังไม่ได้เล่า ยิ่งกว่านี้อีก ..
ตายทั้งลูกทั้งแม่เลย อ้อ นกที่ตายนี้พี่เค้าเอามาย่างกินนะครับเค้าไม่ได้ทิ้ง
เหตุการณ์ก็วันเดียวกันนั้นละครับ หลังจากได้ลูกนกเค้าแมวมาแล้วผมกับพวกพี่ๆมี 3 รวมผมเป็น 4 ก็ออกเดินทาง(ระหว่างเดินผมได้ถือถุงใส่ลูกนกด้วย ดูมันกลัวมากเลยตัวมันยังเป็นขนฟูๆ (หรือยังไงก็ไม่รู้ครับ แต่มันดูนุ่มๆดี อิอิ) เดินไปไกลพอสมควร พี่ๆเริ่มเดินช้าลงจนในที่สุดก็หยุดและ พี่คนหนึ่งก็ถือปืนพร้อมกับเดินไปยังต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า เดินช้ามากตอนนั้นผมถามพี่เค้าว่ามีอะไร พี่อีกคนบอกเงียบๆ เค้าเดินไปจนเข้าใกล้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกลออกไปจากตัวผมพอสมควร พี่เค้าเลงปืนไปบนยอดไม้แล้วยิง....
จากนั้นก็เรียกพวกผมไปหา พี่อีกคนนำไม้ท่อนเล็กๆยาวพอสมควรออกมาจากกระเป๋า แล้วใช้ค้อนตีตะปูตอกไม้ท่อนเล็กกับต้นไม้เพื่อเป็นบันไดขึ้นไปบนต้นไม้ ผมมองขึ้นไปบนต้นไม้นั้นสูงและใหญ่มากๆ..... เห็นมีกลุ่มกองเศษไม้ขนาดใหญ่อยู่บนต้นไม้ (ทีแรกผมไม่รู้เลยว่านั้นคือรังนก) และก็ไม่เห็นมีอะไรอีกเลย
พี่คนปีนก็ปีนไปจนถึงรังใหญ่แล้วโยนนกตัวขนาด..ใหญ่ลงมานกตกถึงพื้น เสียงดังมาก..เพราะด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ ใหญ่กว่าไก่อีก..! ผมเห็นทีแรกตกใจและประทับใจมาก ที่เห็นนกตัวใหญ่ขนาดนั้น (ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเค้าละ) ถามพี่เค้าว่านกอะไรพี่เค้าบอกนก อีฮุ้ง เป็นชื่อในท้องถิ่นที่เค้าเรียกกัน แต่ที่จริงมันคือ เหยี่ยว ครับ เหยี่ยวอะไรผมก็ไม่รู้ มารู้ว่าเป็นเหยี่ยวก็ตอนมาเรียนที่เชียงใหม่เพราะเคยเห็นในสวนสัตว์เชียง ใหม่ ตัวสีน้ำตาลประมาณนี้ละครับ ปากใหญ่มากๆ นกสวยมากเลยครับน่าเสียดายมากเลย
พี่บนต้นไม้ลงมา พร้อมเปิดเป้ มีลูกนกอยู่ในนั้นอีก 2 ตัว ตายตัว รอดตัว สงสัยจังนกตัวตั้งใหญ่ทำไมมีลูกน้อยจัง? สรุปที่พี่เค้ามาเอานกเค้าต้องการที่จะได้ แม่นกด้วยไม่ใช่จะเอาแต่ลูกเพราะลูกขายได้ส่วนแม่ก็กินได้..พี่เค้าเล่า..
ตำแหน่งที่ยิงแม่นกมันอยู่ใกล้กับรัง เลยมีกระสุนมาโดนลูกด้วย รู้ปะครับว่ากระสุนเข้าส่วนใหนของแม่นก พี่เค้าว่ามันมองลงมาที่พี่เค้าเลยตอนเลงปืนอยู่ ลูกกระสุนเข้าหัวแม่นกเพียงนัดเดียวเอง พี่เค้าว่าถ้าไม่เข้าหัวคงจะเอาเจ้านกตัวนี้ไม่อยู่แน่ๆๆ .....ปืนที่ใช้เป็นปืนแก๊บ หรือปืนที่ใส้กระสุนหลายๆลูกลงไปในกระบอก ยิงได้ทีละนัดยิงแล้วต้องยัดกระสุนใหม่อีก วิทีกระสุนที่ออกจากกระบอกปืน ลูกจะกระจายกันออก จึงเป็นสาเหตุทำให้ลูกนกโดนกระสุนไปด้วย ..............
ลูกนกโดนเข้าที่กลางลำตัวเลยครับ 3 ลูกเลย งานนี้ไม่มีอาการดิ้นให้เห็นเหมือนตอนนกเค้าแมว...ตายสนิด...
ตอนกลับพี่เค้ายังพาเดินเข้าป่าไปอีก ผมอยากกลับมากตอนนั้นเพราะใกล้จะค้ำแล้วกลัวโดนแม่ด่า...อิอิ ...พวกพี่ๆพามาเอาเหยี่ยวนกเขาอีก รังครับ แต่ครั้งนี้ไม่มีการ...ตายและการพลัดพลาก... เพราะแม่นกบินหนีและในรังไม่มีไข่อิอิ อดเลย ..ไม่เข้าใจว่าทำไมนกต้องมีการสืบพันธ์ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย...เลยตกเป็นเป้าเลย..
กลับบ้านมาก็ตะวันจะตกดินแล้วมาเล่าให้แม่พัง ....โดนเลย ทั้งด่าทั้งบ่น....ว่าไปใหนมาทั้งวัน.. แถมไปทำบาปกับพวกนั้นอีก แม่ไปว่าพวกพี่ๆเค้าอีกตะหาก..เลยอดได้ไปกับเค้าอีกเลยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
เช้าวันใหม่โดนแม่ทำโทษ (ตอนนั้นคิดอย่างงี้จริงๆ) ปลุกแต่เช้ามาใส่บาตร 555 อิอิ.... แต่ทุกวันนี้ที่บ้านนอกที่ผมอยู่นี้ไม่มีนกพวกนี้อยู่อีกแล้วนะครับ หายไปหมดแล้วเหลือเพียงความทรงจำ และผมก็ไม่ได้กลับไปหลายปีแล้ว.....
อยากจะฝากบอกเด็กผู้ชายที่ซื้อนกจากสวน(เหยี่ยวนกเขา) ในวันนั้นจัง ว่าเค้ากำลังทำในสิ่งที่พิดพลาดอย่างแรง..เหมือนกับที่ผมไปเอาลักกี้มาทั้งๆที่ยังไม่มีการศึกษาข้อมูลต่างๆและการดูแลรักษาเค้าเลย พอเอามาแล้วก็ดูแลเค้าไม่ได้เสียใจมากครับ วันนั้นผมยืนดูเด็กผู้ชายคนนั้นต่อลองราคา และถามถึงวิธีการเลี้ยงพร้อมเพื่อนผู้หญิง2-3คน ที่พูดว่า เฮื้อย..เท่วะเลี้ยงเหยี่ยว เด็กพวกนั้นรู้สึกจะอยู่ประมาน ม. ปลายนี้ละครับ ดูก็รู้เลยว่าเค้าไม่ได้มีความรู้ในการที่จะเลี้ยงเหยี่ยวเลย และเค้ายังสับสนระหว่างการเลือกเหยี่ยวกับนกเค้าแมวอีกตะหาก... อยากจะบอกอยากจะเตือน แต่คนขายหน้าโหด ..! เลยไม่กล้า(จริงๆนะ)
ไปสวนกี่ครั้ง..ก็จะเห็นนกเค้าแมวตัวเล็กๆยืนเกาะท่อนไม้ทุกครั้งเลยครับ.....กระพริบตาปริบๆอีกตะหาก!
|