บทความและภาพประกอบ: วิน
|  |
 |
เริ่มแรกที่ผมได้เลี้ยงลูกนกคอกคาเทล แก้มส้ม ตอนแรกผมก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูกผม แต่จากที่เลี้ยงมา 1-2 วัน ผมก็ได้ตั้งชื่อให้เค้าว่า คุ้กกี้ เลี้ยงผ่านไปไม่กี่วัน เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงกับชีวิตน้อยๆ ของคุ้กกี้ วัยเพียง 1 เดือนเท่านั้น ( ผมจำได้ว่าเลี้ยงเค้าไม่กี่วันเท่านั้น แต่ขนเริ่มขึ้นเต็ม ต่างจากที่เอามาวันแรก ที่ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ดู มากเลยครับ ) เค้ามีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากๆเลยในความรู้สึกผม
สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่ควรจะเกิด นั้นก็เนื่องจากผมไปซื้อข้าวโพด แต่ผมก็คิดว่าคุ้กกี้จะกินได้หรือเปล่า แต่ก็ลองป้อนเค้ากินดู ทั้งผมและแฟนต่างไม่รู้ด้วยกันทั้งคู่ ลองป้อนแล้วเค้าก็กิน กินไปเยอะด้วย แล้วพอตกเย็นๆ ป้อนอาหารลูกป้อนตามปกติ เค้าไม่ยอมกินเลยครับ แล้วผมลองจับท้องเค้ารู้สึกท้องเค้าจะแข็งๆ แต่สำหรับอาการอย่างอื่น คือเค้าจะบอกเราไม่ได้น่ะครับว่าเค้าเป็นอะไร หรือเค้ารู้สึกยังไง แต่แฟนผมบอกผมว่า เห็นคุ้กกี้ซึมๆ เหมือนจะร้องไห้ด้วย
ในที่สุด ตัดสินใจพาคุ้กกี้ไปพบสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์สุวรรณชาด ตรงข้างๆปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนสุขาภิบาล 3 เวลาที่พาไปนั้นจำได้ว่าค่ำๆแล้ว พบคุณหมอแก้ว คือที่โรงพยาบาลแห่งนี้ สัตว์ส่วนใหญ่ที่มารักษา มาฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพส่วนมากจะเป็นแมว และสุนัข ( มีทั้งโกลเด้น พุดเดิ้ล ฯลฯ ) ส่วนคุ้กกี้เป็นนกตัวเดียว ผมเอาคุ้กกี้ใส่ตะกร้า พาไปพบคุณหมอ ได้พบกับคุณหมอแก้ว คุณหมอแก้วถามอาการ
แล้วได้ลองจับท้องคุ้กกี้ แล้วทราบว่าคุ้กกี้กินข้าวโพดไป คุณหมอจึงบอกว่าน่าจะเกิดจากอาหารที่กินไปแล้วไม่ย่อย ทำให้คุณหมอบอกว่าจะผ่าตัดให้คุ้กกี้ทันที ( เพื่อช่วยชีวิตเค้า ไม่ผ่าก็ไม่ได้มีวิธีเดียว ) ผมรอเวลาที่คุ้กกี้เข้าไปผ่าตัด ด้วยความกระวนกระวาย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เมื่อเห็นคุ้กกี้ออกมาจากห้องผ่าตัด แล้วผมเห็นรอยเลือด แล้วตัวคุ้กกี้เปียกโชก ( ผมจำไม่ได้ว่ายังไงแต่ น่าจะเพราะจากการผ่าตัด )
พาคุ้กกี้ขึ้นรถกลับบ้าน พูดอะไรไม่ออกเลย คุ้กกี้ก็ร้องเหมือนจะบอกว่าเจ็บจังเลย คืนวันที่ผ่าตัดวันนั้น มีพระราหูอมจันทร์ด้วยพอดีเลยครับ แฟนผมไปไหว้พระราหูกับคุณแม่ แฟนผมก็ยังมาสวดมนต์ แล้วก็ผมเห็นคุ้กกี้ยืนฟัง แม่เค้าสวดมนต์ให้เค้าด้วย ส่วนตัวผมเอง ก็รู้สึกกระสับกระส่าย สงสารก็สงสาร ผมยังบอกกับคุ้กกี้เลยครับว่า ถ้าเค้ายังอยากอยู่กับผม ก็ขอให้เค้าฟื้นตัวเร็วๆ แต่ถ้าเค้าไม่อยากอยู่กับผมก็ให้เค้าหลับให้สบาย
ในที่สุด.. หลังการผ่าตัดครั้งแรกและการดูแลคุ้กกี้ ป้อนอาหาร ให้ยาคุ้กกี้ คุ้กกี้ฟื้นตัวเร็วนะครับ แม้ว่าผมเองจะกังวลค่อนข้างมากตั้งแต่เค้าเพิ่งผ่าตัดผ่านพ้นไปคืนแรก แต่เมื่อผ่านพ้นวันแรกไป แล้วรู้สึกว่าคุ้กกี้ดีขึ้น ก็เริ่มมั่นใจว่าถ้าดูแลคุ้กกี้ดีๆ โอกาสที่คุ้กกี้จะหาย ฟื้นตัวจากการผ่าตัดยังมีอยู่ และเมื่อเวลาผ่านพ้นไป จากการดูแลของผมและแฟน วันที่คุณหมอแก้วนัดตัดไหมก็มาถึง และวันนัดตัดไหม ผมเองก็ไม่คิดว่าคุ้กกี้จะเจอเหตุการณ์ที่ต้องทำให้เค้าต้องผ่าตัดอีกรอบ เพราะว่า จากที่คุณหมอเย็บไป แล้วตัดไหม แต่แผลคุ้กกี้ไม่สมาน ทำให้คุณหมอบอกว่าจะต้องเย็บแผลซ้ำ แต่คราวนี้คุณหมอจะเย็บแบบใช้ไหมละลาย
โดยไม่ต้องตัดไหมอีก( คือเย็บรอบนี้แล้ว ไม่ต้องมาตัดไหมอีก ) ผมรู้ว่าเค้าต้องดมยาสลบ แล้วเค้าต้องเจอเย็บแผลผมรู้สึก อีกครั้ง ว่าทำไมคุ้กกี้ไม่หมดเคราะห์สักที แต่ผมก็คิดว่าเป็นเพราะช่วงหลังผ่าตัดครั้งแรก คุ้กกี้เริ่มจะพยายามหัดบินด้วยหรือเปล่า เพราะเค้าก็บินแล้วมีครั้งนึงบินไปชนกำแพง
สำหรับการเย็บแผลคุ้กกี้ครั้งนี้ คุณหมอก็ใส่ปลอกคอให้คุ้กกี้ด้วย เพราะกลัวคุ้กกี้จะก้มลงไปจิกแผลที่เย็บแล้วเดี๋ยวแผลไม่สมานอีก แต่ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะครั้งนี้ออกจากห้องผ่าตัดมาแล้วผมสังเกตว่า ตาคุ้กกี้ปิดไปข้างหนึ่ง คือปิดไปเลยน่ะครับ ส่วนตาอีกข้างลืมได้ ผมว่าครั้งนี้เค้าอาการแย่ยิ่งกว่าคราวที่แล้วอีก....
รุ่งเช้าวันต่อมา ผมจึงได้โทรไปสอบถามคุณหมอวิสิษฏ์ ได้ความว่า อาจจะเป็นเพราะยาสลบ ทำให้ตาของนกระคายเคือง ตาคุ้กกี้จึงปิดแบบนั้นผมก็กลัวแค่ว่า ตาคุ้กกี้จะบอดหรือเปล่า อะไรแบบนั้นน่ะครับ
กังวลไปต่างๆนานา ผมก็ยังดูแลคุ้กกี้ ป้อนยาคุ้กกี้ ถึงแม้ว่าคุ้กกี้จะเริ่มรู้แล้วเวลาเอาไซลิงค์สำหรับป้อนยา ( เล็กกว่าไซลิงค์ป้อนอาหาร ) เค้าจะรู้แล้วเดินหนี ไม่ยอมให้ป้อนง่ายๆแต่ยังโชคดีที่ 2 วันถัดมา เริ่มเห็นเค้าลืมตาอีกข้างมาได้เหมือนปกติ แล้วอาการทั่วๆไปเค้าก็ร่าเริงดี ก็คือใจชื้นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วผมเองก็ได้ตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดพี่แก้วตา แล้วจากอาการของคุ้กกี้ก็ดีวันดีคืนครับ ผมก็ดูแลเค้าต่อมา และคิดว่าเค้าคงหายดีแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรกับคุ้กกี้อีกแล้ว แต่กลับเป็นว่าผมยังชะล่าใจเกินไป
4 ตุลาคม 2549 มีอาหารรั่วออกมา ผมนึกว่า ผมป้อนไปแล้วอาหารมันหกเลอะ แต่ก็ไม่ประมาท พาคุ้กกี้ไปที่โรงพยาบาล คุณหมอตรวจพบรูรั่วเล็กๆ และคุณหมอเองก็บอกว่าจะผ่าตัดเย็บแผลซ้ำอีกครั้ง แต่ผมตัดสินใจ ไม่ให้ผ่าเพราะลูกผมผ่ามา 2 ครั้งแล้วทุกครั้งผมก็ดูแลมาอย่างดี ผมคิดว่าครั้งนี้ครั้งที่ 3 ผมทำใจไม่ได้ที่จะเห็นคุ้กกี้เป็นเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา ผมจึงไม่ผ่าตัด แล้วเปลี่ยนโรงพยาบาลไป โรงพยาบาลสัตว์เกษตร
คุณหมอที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรบอกว่ารูรั่วนั้นเล็กมาก รอการผ่าตัดได้ เพียงแต่ให้ผมขุนคุ้กกี้ให้น้ำหนักขึ้นมากกว่านี้เพราะช่วงนั้น คุ้กกี้ผอมมาก น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์มาก ( เข้าใจว่าเพราะคุ้กกี้กินอาหารลูกป้อนเข้าไป ป้อนไปเท่าไหร่ ก็มีอาหารรั่วซึมออกมาเยอะมาก อาหารที่ป้อนจึงไม่ได้ดูดซึมไปเลี้ยงร่างกายคุ้กกี้เท่าที่ควรจะเป็น คุ้กกี้น้ำหนักลดลงเยอะที่สุด ก็ช่วงนั้น ) การดูแลคุ้กกี้ในครั้งนั้น จากที่ผมตัดสินใจไม่ผ่าตัดคุ้กกี้ เค้าก็ยังอยู่ได้เพียงแต่ผมต้องคอยดูแล เพราะตรงแถวๆหน้าอกเค้าจะมีอาหารที่ป้อนไป ไหลซึมออกมาตลอดเวลา ผมต้องคอยเช็ดคราบอาหารที่ไหลออกมา ใช้น้ำยาล้างแผล Saline Solution ทำความสะอาด แล้วช่วงนั้นพอดี ปลายฤดูฝน จำได้ว่าฝนตกหนักค่อนข้างบ่อย เกือบทุกคืน และคุ้กกี้เองก็คงจะหนาว ผมก็ให้คุ้กกี้กกไฟ คืนไหนฝนตก อากาศชื้นๆ ก็จะให้คุ้กกี้กกไฟด้วย
คุ้กกี้ก็มียาที่ต้องป้อนเป็นยาฆ่าเชื้อ
ในช่วงเวลานั้น ผมเองก็อยากจะให้คุ้กกี้ทานเมล็ดพืชได้เร็วๆ เค้าจะได้ไม่ต้องกินอาหารลูกป้อน ซึ่งกินไป อาหารก็คอยแต่จะรั่วออกมาจากรูรั่วเล็กๆนั้น แต่ผมก็ฝืนคุ้กกี้ไม่ได้ เพราะเค้ายังไม่ถึงวัย wean เต็มตัว
แต่หลังจากที่พี่แก้วตามีคำแนะนำให้ผมลองใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณแผลของคุ้กกี้ ผมก็ลองปฏิบัติดูครับ แล้วได้ผลดีอีกด้วย เพียงแต่ช่วงนั้นผมยังไม่แน่ใจทาได้ประมาณ 1-2 วันแฟนผมบอกว่า แผลเริ่มสมาน แต่ผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะสมานจริงหรือเปล่า เพราะผมเปลี่ยนยี่ห้ออาหารลูกป้อนแล้วคุ้กกี้ทานน้อยลง จนผมต้องไปซื้อยี่ห้อเดิมมาให้เค้าทาน เค้าถึงยอมทานได้ตามปกติ
3-4 วันถัดมา ผมเองถึงเริ่มสังเกตว่า ไม่มีอาหารซึมออกมาจากแผลคุ้กกี้แล้ว ผมเริ่มคิดว่า หรือแผลคุ้กกี้จะสมานจากการทาว่านหางจระเข้ได้เองจริงๆ แล้วเมื่อพาไปพบคุณหมอ ฟังผลเพาะเชื้อ แล้วคุณหมอให้กินยาตัวเดิม ( ยาฆ่าเชื้อ ) ไปอีก 1 สัปดาห์ ส่วนแผลที่ไม่มีอาหารรั่วซึมออกมา ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแล้วครับ ( โล่งอกครับ )
ผมก็ให้ยาต่อจนครบอีก 1 สัปดาห์ แล้วชั่งน้ำหนักคุ้กกี้มีแนวโน้มที่น้ำหนักคุ้กกี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด หลังจากคุ้กกี้รักษาตัวมานาน แต่สุดท้าย คุ้กกี้ก็กลับมาเป็นนกที่ร่าเริง ซนขี้เล่น เค้ามีพัฒนาการต่อมาภายหลังคือการเลียนเสียง ( หลังจากหายดีแล้ว ) เสียงที่เค้าเลียนแบบ มีหลายเสียงครับ เช่น เสียงบีบหัวตุ๊กตาพี่ชิกกี้ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของผม คำว่าคุ้กกี้ ที่ผมเรียกเค้าบ่อยๆ เค้าก็พูดได้นะครับ (
แปลกดีเค้าพูดชื่อตัวเองด้วย ) ช่วงนี้ผมจะสอนให้เค้าพูดอะไรก็ได้ คุ้กกี้ก็จะเลียนเสียงที่ได้ยินบ่อยๆ คือผมไม่คาดหวังให้คุ้กกี้เป็นนกพูดเก่งอะไรแบบนั้นหรอกครับ แต่ผมได้ยินเสียงคุ้กกี้ คุ้กกี้ชอบร้องเพลง แล้วเสียงเค้าก็น่ารักดี เค้าไม่จำเป็นต้องพูดได้เหมือนเสียงคนชัดมากหรอกครับ แค่นี้ก็ฟังแล้วเพลิน ผมยังคิดว่า ผมเองโชคดี คุ้กกี้ก็โชคดี อย่างน้อยที่สุดก็ได้รักษาดูแลคุ้กกี้มาถึงวันนี้แล้วถึงแม้ไม่ดีที่สุด แต่ผมก็พอใจและรักคุ้กกี้ เหมือนเค้าเป็นเพื่อนผม เหมือนเค้าเป็นลูกผม อดีตที่ผ่านมาก็เป็นบทเรียนที่ดี คนเลี้ยงนก ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนแบบผมอาจจะต้องเจอบทเรียนที่เราคาดไม่ถึง แล้วเราจะทำใจยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน
แต่จากประสบการณ์เลี้ยงนกของผมก็น่าจะเป็นอุทาหรณ์ได้ดีนะครับ เลี้ยงลูกนก แล้วป้อนอาหารไม่ถูกสุขลักษณะอาจมีอันตรายอย่างที่เกิดขึ้นกับคุ้กกี้ ( คืออาหารไม่ย่อยต้องผ่าตัดเอาอาหารนั้นออกมา )และอาจจะมีอันตรายต่อตัวลูกนกในกรณีอื่นๆ ที่เราอาจจะนึกไม่ถึงกัน เพราะมันสามารถเป็นไปได้หลายทาง
นับมาถึงวันนี้ผมก็ได้เลี้ยงคุ้กกี้มา 8 เดือนแล้วส่วนอายุจริงคุ้กกี้ประมาณ 9 เดือน คุ้กกี้เป็นนกที่ซน ร่าเริง ผมหวังว่าเค้าจะอยู่กับผมได้นานแสนนาน ถ้าเค้าอารมณ์ดี เวลาที่เค้าพูด เค้าร้องเพลงผิวปาก ผมได้นั่งฟังเสียงเค้าก็รู้สึกผ่อนคลายเพราะจริงๆ ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าเสียงผิวปากของเค้าจะน่ารักดี แปลกดีครับ
เวลาผ่านไปจะอีกกี่เดือนก็ตาม แต่ผมก็ยังคิดว่า คุ้กกี้ลูกผมเค้ายังเด็ก ไม่ต่างจากที่ผมเลี้ยงเค้าวันแรกสุดเลยครับ ( แต่ความซนความดื้อ ยังเหมือนเด็กมากเลย คุ้กกี้ ) ของในห้องกระจายครับ คุ้กกี้รื้อเก่งมากๆ เดี๋ยวแทะเดี๋ยวจิก เคยแทะสร้อยคอแฟนผม ( ซื้อทองให้แฟนครับช่วงนั้นตรุษจีน ) แฟนผมเห็นคุ้กกี้แทะสร้อยขาดเอาไปเก็บ ไม่บ่นว่าคุ้กกี้สักคำ แปลกจังเลย แต่ก็ดีครับ ผมนึกว่าเค้าจะโมโหคุ้กกี้ซะอีกแต่เปล่าเลยเค้าชอบเกาะไหล่คน เกาะไหล่ผม เกาะไหล่แฟนผม บางทีเกาะอยู่บนไหล่แล้วก็เคลิ้มหลับไปซะงั้น
สุดท้ายเรื่องราวของคุ้กกี้ ที่เกี่ยวกับการผ่าตัด 2 ครั้งและมีอาหารรั่วซึมทั้งหมดนี้จะให้แง่คิดดีๆ กับเพื่อนๆทุกคนนะครับ ขอบคุณพี่แก้วตาที่ให้โอกาสผมในการเล่าเรื่องของผมกับคุ้กกี้ ( พี่แก้วตาก็คงจะรักคุ้กกี้ไม่แพ้ผม เพราะชื่อเหมือนกันกับลูกพี่แก้วตาเลย แล้วยังเป็นนกค็อกคาเทลพันธุ์เดียวกันอีก ) หลายๆคำแนะนำจากพี่แก้วตาและเพื่อนๆ ในเว็บ ก็มีส่วนช่วยทั้งนั้นช่วยให้ผมดูแลคุ้กกี้ได้ถูกทางขึ้น และคุ้กกี้เองก็หายเป็นปกติมาได้ และบทความต่างๆ ในเว็บพี่แก้วตา ทุกบทความเลยครับที่ช่วยให้มองเห็นปัญหา และแนวทางการเลี้ยงนกที่เราควรจะใส่ใจเป็นพิเศษ
หลังจากน้องคุ้กกี้กลับมาน่ารักแข็งแรงได้พักใหญ่ ก็มีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้น เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันกับเขา คุ้กกี้ถูกแมวตะคลุบและเสียชีวิตเมื่อ 3 พฤษภาคม 2550 ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของแม่และพ่อวิน
คำกล่าวลาของพ่อ : หวังว่าคุ้กกี้จะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่านี้ครับ หวังว่าสักวัน ผมกับแฟน อาจจะได้เจอคุ้กกี้อีกครั้ง แม้ว่าไม่รู้ว่าจะอีกนานแสนนานเพียงใด ไม่มีอีกแล้ว เสียงเจื้อยแจวของคุ้กกี้....ไม่มีอีกแล้ว นกตัวเล็กๆ แสนซน แทะข้าวของของพ่อและแม่ เหลือไว้เพียงความทรงจำนะลูกคุ้กกี้นะ...พ่อกับแม่รักหนูมากๆเลยนะครับ ขอให้หนูหลับให้สบายนะครับ เพื่อนๆในเว็บทุกคนพี่แก้วตา พี่คุ้กกี้ก็รักหนูมากนะครับ คุ้กกี้ลูกรักหลับให้สบาย ไม่ต้องเป็นห่วงกังวลอะไรอีกต่อไปนะลูก
พ่อวินและแม่มีความตั้งใจที่จะโปรยอาหารเพื่อช่วยเหลือนกในธรรมชาติ ให้เป็นกุศลแด่คุ้กกี้ลูกรัก..ต่อไปตราบนานเท่านาน
------------------------------------------
คำเตือน:
- ไม่ควรทิ้งนกหรือสัตว์เลี้ยงทุกชนิดในรถ โดยเฉพาะรถที่จอดทิ้งกลางแดด เนื่องจากความร้อนสะสมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับอากาศที่ไม่ถ่ายเท จะทำให้ภายในรถมีอุณหภูมิเทียบเท่ากับเตาอบ จึงเป็นสาเหตุให้สัตว์ขาดอากาศ กระหาย สูญเสียน้ำในร่างกายอย่างรวดเร็ว สัตว์จะมีโอกาสช็อคและเสียชีวิตได้ในที่สุด
- การทิ้งนกในรถมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมย
|