 |
 |
เลือดออกที่ขนปีก
พบได้ 2 กรณี
- ขนปีกหักเกิดจากอุบัติเหตุ
- การตัดซอยขนปีกผิดวิธี
ขนปีกที่ยังโตไม่เต็มที่จะมองเห็นที่โคนขนมีเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่เต็ม ขนปีกชนิดนี้เรียกว่า Blood Feather หากขนนี้หักหรือถูกตัดออกจนเป็นแผลเปิด เลือดก็จะไหลผ่านทางหลอดขน
ออกจากร่างกายไม่หยุด ทั้งนี้การห้ามเลือดมีความจำเป็นต้องรีบทำทันที เพราะหากนกเสียเลือดไปมากเกิน 10% ของน้ำหนักตัวนก นกก็อาจเสียชีวิตได้
ในกรณีที่ขนปีกถูกตัด
หากรอยตัดขาดทำให้ส่วนที่เหลือของหลอดขนสั้นมาก เป็นผลให้ก้านขนที่เหลืออยู่ติดกับผิวหนังจนทำให้การดึงขนทิ้งเป็นไปไม่ได้ ผู้ช่วยเหลือนกควรใช้ยาห้ามเลือด ใช้แป้งสาลีหรือใช้แป้งข้าวโพดใส่ลงตรงส่วนเปิด ที่เป็นทางไหลออกของเลือดเพื่อช่วยให้เลือดหยุด จากนั้นใช้มือกดรอยเปิดของแผลเพื่อช่วยให้แผลปิด รอสักพักจนแน่ใจว่าเลือดแข็งตัวและหยุดไหล ผู้เลี้ยงนกควรตรวจดูแผลนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกอุดตัน
หากรอยตัดขาดอยู่ในบริเวณที่ขนนั้นยังคงมีความยาวเพียงพอจนสามารถดึงขนส่วนที่เหลือออกทิ้งได้ ผู้ช่วยเหลือนกควรใช้แหนบดึงขน Blood Feather เส้นนั้นออก ซึ่งเมื่อขน Blood Feather ถูกดึงหลุดออกแล้ว เลือดก็จะถูกตัดวงจรการไหลออกจากร่างกายนก จากนั้นรีบใส่ยาหยุดเลือดหรือใช้แป้งสาลีหรือใช้แป้งข้าวโพดใส่ลงที่แผล ใช้นิ้วกดที่แผลเบาๆเพื่อช่วยให้ปากแผลปิด รอสักครู่จนแน่ใจว่าเลือดแข็งตัวและหยุดไหล
นกที่มีสุขภาพดีเลือดมักจะแข็งตัวและหยุดไหลได้เองในเวลาไม่นาน
เทคนิคการดึงขน Blood Feather
ผู้ดึงควรดึงขน Blood Feather ให้หลุดออกมาในแนวเดียวกับการงอกขึ้นของขนปีกเส้นนั้นๆ และเนื่องจากที่ปีกนกมีกระดูกที่บอบบางมาก การดึงควรใช้มือหนึ่งจับที่กล้ามเนื้อของปีกตรงส่วนปลายเส้นขนนั้นไว้ให้มั่นคงแต่ไม่กดแรงเกินไป แล้วใช้อีกมือจับแหนบดึง เส้นขน Blood Feather เป็นศูนย์รวมของระบบประสาทความรู้สึก ดังนั้นการกระทำใดๆกับขนนี้จะทำให้นกเจ็บปวดมาก แต่ทั้งนี้การดึงเส้นขน Blood Feather ที่เสียหายออกไปจะช่วยให้ขนเส้นใหม่มีโอกาสงอกขึ้นมาแทนที่
หลังจากปฏิบัติการเสร็จเลือดหยุดไหลและนกปลอดภัยดีแล้ว ควรโอบกอดและพูดปลอบนกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จากนั้นส่งนกกลับเข้ากรงเพื่อการพักผ่อน
ในกรณีที่ผู้เลี้ยงนกไม่มั่นใจว่าจะทำการปฐมพยาบาลดังที่กล่าวมานี้ได้ด้วยตัวเอง หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้นกมีเลือดไหลไม่หยุด ผู้เลี้ยงนกควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์หรือขอความช่วยเหลือจากผู้มีประสบการณ์โดยด่วน
TOP:
นกติดกาวกับดักหนู
วิธีช่วยนกออกจากกาวกับดักหนู
- หากนกติดอยู่ในถาดกาวกับดักหนู ควรเทน้ำมันพืช (Vegetable oil) ลงบนถาดกาว รอสักครู่น้ำมันพืชจะช่วยละลายกาวในเวลาไม่นานนัก จนทำให้ผู้ช่วยเหลือนกสามารถยกตัวนกออกจากถาดกาวได้ง่าย
- หากมีกาวติดตามร่างกายและขนนก ควรทาน้ำมันพืชลงบนส่วนของร่างกายนกที่มีกาวติดอยู่ น้ำมันพืชจะช่วยละลายคราบกาวในเวลาไม่นานเช่นกัน
หลังจากกาวละลายตัวลงแล้ว ควรล้างทำความสะอาดตัวให้นกด้วยสบู่เหลวชนิดอ่อน(Mild Soap)หรือน้ำยาล้างจานชนิดอ่อน(ยี่ห้อที่มักใช้คือ Dawn) ผสมกับน้ำอุ่น เมื่อล้างคราบต่างๆออกจากตัวนกจนสะอาดแล้ว ควรเช็ดตัวนกจนแห้งดีหรือใช้เครื่องเป่าผมปรับไปที่ความร้อนต่ำ เป่าตัวให้นกจนแห้งโดยถือเครื่องเป่าผมให้ห่างจากตัวนกประมาณ 10-12 นิ้ว (ใช้เครื่องเป่าผมชนิดไม่เคลือบสาร PTFE อ่านบทความ "อันตรายจากNonstick") จากนั้นควรดูแลให้น้ำนกในกรณีที่สงสัยว่านกอาจขาดน้ำหรือจัดอาหารอ่อนให้นกและปล่อยให้นกได้พักผ่อน
ในกรณีที่สงสัยว่านกอาจกินกาวหรือกินซากสัตว์ที่ตายด้วยพิษกาวเข้าไป หรือพบว่าร่างกายนกได้รับบาดเจ็บ ผู้เลี้ยงนกควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์ด่วน พร้อมนำตัวอย่างกาวไปด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยชนิดของพิษในกาว
TOP:
นกถูกข่วนกัดทำร้ายจากหมาแมว
เชื้อโรคจากน้ำลายของหมาแมวที่เรียกว่า Pasteurella multocida สามารถผ่านเข้าไปในเนื่อเยื่อและในกระแสเลือดซึ่งจะทำให้นกเสียชีวิตได้ในเวลา 12-24 ชั่วโมง ทางที่ปลอดภัยที่สุดควรนำนกส่ง สัตวแพทย์ทันทีเพื่อรับการฉีดยา Antibiotic และ Antibacteria ชนิดยาที่มักใช้ Doxycycline หรือ Vibramycin
TOP:
เลือดออกจากการ ตัดหรือตะไบเล็บเท้านก
รีบทำการห้ามเลือด โดยเลือกใช้แป้งข้าวโพดหรือแป้งสาลี หรือใช้ยาหยุดเลือดแบบผง แบบเจลใส แบบครีม ยี่ห้อต่างๆ เช่น Kwik Stop Styptic Powder, Stay ใส่ในปริมาณที่มากพอที่เล็บเท้านกบริเวณที่มีเลือดออก จากนั้นใช้นิ้วกดเบาๆจนกว่าจะเห็นว่าเลือดหยุด นอกจากนี้ยังสามารถขูดเล็บเท้านกลงบนสบู่ก้อน เพื่อให้เนื้อสบู่อุดปิดรอยแผลได้
ห้ามใช้ยาหยุดห้ามเลือดชนิดมีส่วนผสมของ Silver Nitrate ลงบนผิวหนังนกเพราะยาจะมีผลทำลายเนื้อเยื่อของผิวหนังและทำให้ระบบภายในร่างกายนกเป็นพิษ
หากเลือดออกมากหรือมีแผลรุนแรงที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์
TOP:
ลูกนกอาหารไม่ย่อย
- ป้อนน้ำอุ่นเล็กน้อย พร้อมกับช่วยนวดถุงอาหาร(crop)เบาๆทุก 20 นาที
- ถ้าไม่มีผลและอาหารยังคงไม่ย่อย ป้อนอาหารขวดสำหรับทารกชนิดแอ็ปเปิลซอล(Baby Applesauce) หรือป้อนเนื้อมะละกอสุกปั่นบดละเอียด ปริมาณเล็กน้อยในอัตราส่วน 20% ของปริมาณอาหารที่ป้อนปกติ เพื่อช่วยย่อย
- หากยังคงพบว่าภายใน 1-2 ชั่วโมง อาหารในถุงพักยังคงแข็งและไม่ย่อยเลย รวมถึงนกถ่ายออกมาเป็นสีเขียวเข้ม รีบนำนกส่งสัตวแพทย์ เพื่อให้ช่วยดูดล้าง อาหารออกจากถุงพักด้วยอุปกรณ์พิเศษ จากนั้นแพทย์จะต้องให้ยาป้องกันเชื้อแบ็คทีเรียกับนกด้วย
หมายเหตุ: อาหารที่ไม่ย่อยจะค้างและอุดตันในถุงพักเป็นเหตุให้ไม่มีการส่งผ่าน ทั้งอาหารและน้ำเข้าสู่ส่วนต่างๆของร่างกายนก และนกจึงมักจะเสียชีวิตเพราะการขาดน้ำ
TOP:
ไข่ติดค้าง
สิ่งที่พอจะช่วยนกได้ก่อนที่จะถึงมือหมอคือ
- พยายามให้นกได้ผ่อนคลายในบรรยากาศที่เงียบ และกกไฟที่อุณหภูมิ 85 องศาฟาเรนไฮท์ ความอุ่นจะช่วยให้นกออกไข่ง่ายขึ้น
- หยด Mineral Oil หรือ K-Y Jelly หรือน้ำมันพืชเล็กน้อย ที่ผิวหนังหน้าท้องบริเวณไข่และช่องคลอดเพื่อการหล่อลื่น ช่วยให้กล้ามเนื้อนิ่มและยืดหยุ่น นวดเบาๆ
- ลองป้อนอาหารหรือน้ำดื่ม ที่ผสมไวตามิน Calcivet ของ Vetafarm เพื่อช่วยเสริมกล้ามเนื้อนกให้แข็งแรงการเบ่งขับไข่จะง่ายขึ้น (การให้ไวตามินต้องอ่านฉลากให้เข้าใจและปฏิบัติตามทุกครั้ง)
- หากหลังจาก 20 นาทีผ่านไปแล้วนกยังไม่สามารถออกไข่ได้เอง ให้รีบนำนกส่งสัตวแพทย์ทันที
ห้ามบีบหรือพยายามรีดไข่ออกจากตัวนก เพราะอาจทำให้รังไข่และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เกิดการฉีกขาดตกเลือด รวมทั้งหากไข่แตกในท้องจะเป็นสาเหตุแห่งการติดเชื้อ
TOP:
นกที่ตกอยู่ในสภาวะอากาศร้อนหรือช็อคเพราะร้อน
นกจะแสดงอาการกางปีกออกนอกลำตัว ปีกตกและหอบ หากอาการมีความรุนแรง นกอาจถึงหมดสติและเสียชีวิตในที่สุด
วิธีช่วยเหลือ
- หากนกมีอาการไม่รุ่นแรงนัก นำน้ำเย็นแต่ไม่เย็นจัดใส่ขวดสเปรย์ แล้วนำมาพ่นละอองน้ำลงที่ตัวนก รวมถึงรีบจัดน้ำสะอาดให้นกดื่ม
- หากนกอยู่กลางแดดนานเกินไปจนเกิดสภาวะร้อน รีบนำนกเข้าที่ร่มหรือในบ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือเปิดพัดลมเป่าที่ตัวนก รีบนำน้ำสะอาดหรือน้ำผสม Electrolyte ให้นกดื่ม หรืออาจนำน้ำเย็นใส่ชามอ่านตื้นแล้วให้นกยื่นแช่เท้าในน้ำ หรืออาบน้ำให้นกด้วยวิธีพ่นน้ำเย็นและควรแน่ใจว่าน้ำจากการฉีดพ่นได้เข้าถึงผิวหนังนก
- เมื่อนกปรับตัวได้และอุณหภูมิความร้อนในร่างกายนกลดลงแล้ว ควรรีบเช็ดตัวให้นกเพื่อป้องกันอาการปอดบวม
- นกที่ได้รับความร้อนขั้นรุนแรง อาจมีความเสี่ยงต่อความเสียหายของสมองและอวัยวะ ผู้เลี้ยงนกที่มีความกังวลควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์ทันที
TOP:
นกที่ได้รับความเย็นหรือป่วยจากความเย็น
ช่วยให้นกอบอุ่นโดย
- ใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าห่มห่อตัวนก เพื่อช่วยกักเก็บความอุ่นในร่างกายนก
- ใช้แผ่นความอุ่นหรือผ้าห่มไฟฟ้าปูรองใต้กล่องรังบริเวณที่นกนอน หรือใช้ไฟกก
- นวดเท้าให้นก เพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนและเท้านกได้รับความอบอุ่น
- ใช้เครื่องเป่าผมชนิดไม่เคลือบสาร PTFE (อ่านบทความอันตรายจาก Nonstick) ปรับลมที่เบาแล้วเป่าที่ตัวนกโดยเฉพาะส่วนอกและเท้า
- นกขนาดเล็กสามารถนำมากอดแนบอก เพื่อให้ร่างกายนกได้รับสัมผัสความอุ่นจากร่างกายมนุษย์ ระวังไม่กอดและกดตัวนกแรงเกินไปจนทำให้นกหายใจไม่สะดวก
- หลังจากนกมีอาการปกติ ควรส่งนกกลับเข้ากรง จัดผ้าคลุมกรงแล้วปล่อยให้นกได้พักผ่อน
TOP:
cookietalkie@yahoo.com
|
 |
copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com
|
 |