About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องซอยขนปีกนก?


นกที่มีขนปีกเต็มและมีโอกาสได้บินอย่างสม่ำเสมอจะเป็นนกที่มีสุขภาพดี เพราะการบินนอกจากจะช่วยให้นกได้บริหารปอดแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกายนกได้ออกกำลังอย่างเต็มที่ สิ่งเหล่านี้เสริมสร้างให้นกมีชีวิตที่ยืนยาวนาน นกในธรรมชาติมีโอกาสได้บินอย่างเต็มที่ตลอดเวลา เพราะการบินนั้นมีความจำเป็นสำหรับการดำรงค์ชีวิตอย่างมาก เช่น นกบินเพื่อไปยังแหล่งอาหาร บินเพื่อไปหาที่พักอาศัย บินเพื่อการแสวงหาสืบพันธุ์ บินเพื่อความสนุกสนาน บินเพื่อหลบหลีกภัยอันตรายจากสัตว์อื่นและภัยธรรมชาติ รวมถึงมีเหตุผลอีกนานับประการที่นกจำเป็นต้องบิน แม้เมื่อนกถูกนำมาเลี้ยงในบ้าน ความจำเป็นของการได้มีโอกาสบินก็ไม่ได้ลดทอนลง นกในบ้านจึงควรมีโอกาสได้บินเช่นเดียวกับนกในธรรมชาติ เพื่อคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี บ้านที่มีการปกป้องและป้องกันอันตรายให้นกได้ก็ควรพิจารณาให้นกได้บิน โดยเฉพาะนกบางชนิดที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน มีความจำเป็นที่จะต้องได้บินเพื่อช่วยเผ่าผลานพลังงานส่วนเกิด นกที่มีปัญหาไม่มั่นใจในตัวเองเป็นนกขี้กลัวมักมีปัญหาในการทรงตัวร่วมด้วย นกประเภทนี้จำเป็นต้องใช้ปีกช่วยพยุงตัวจึงไม่ควรถูกตัดซอยปีก รวมถึงนกที่มีขาพิการจะมีความจำเป็นต้องใช้ปีกช่วยพยุงตัวเพื่อพาตัวเองไปในจุดหมายต่างๆที่ต้องการ นอกจากนี้ นกที่เลี้ยงในบ้านร่วมกับสัตว์อื่นที่สามารถทำอันตรายนกได้ก็ควรปล่อยให้นกได้มีปีกบินเพื่อช่วยตัวเองในการหลบภัย

นกที่ถูกตัดซอยปีก ถูกจำกัดการบิน มักมีปัญหาสุขภาพและไม่แข็งแรงไม่ร่าเริงเท่ากับนกในบ้านที่เลี้ยงด้วยการไม่ตัดซอยปีกและอนุญาตให้นกได้บิน แต่ความเห็นของการจะตัดซอยปีกนกหรือไม่นั้น ก็มีข้อถกเถียงและเห็นต่างกันตลอดเวลา เพราะความไม่ปลอดภัยนานาประการ ที่จะปล่อยให้นกได้บินตามใจชอบก็เกิดขึ้นเสมอๆ ซึ่งบ่อยครั้งความเสี่ยงนั้นอาจหมายถึงชีวิตเลยทีเดียว นกที่บินได้มักบินหลุดลอดออกไปนอกบ้าน หลงทิศทางอ่อนแรงและอดตายหรือตกเป็นเหยื่อของสัตว์อื่น นกบินชนผนังบ้าน ชนกระจกเงากระจกหน้าต่างจนถึงกับคอหักตาย ขาหักพิการ นกบินเข้าไปในพัดลมเพดานซึ่งกำลังเปิดใช้งาน นกบินลงในหม้ออาหารที่กำลังหุงต้มอยู่บนเตาไฟ นกบินลงในโถชักโครก ฯลฯ

พึงจำไว้เสมอว่า ไม่ว่านกจะมีปีกเต็มหรือถูกตัดซอยปีก สิ่งสำคัญที่ผู้ดูแลนกต้องระมัดระวังเสมอคือ หลีกเลี่ยงการนำนกออกไปนอกบ้านโดยไม่มีการปกป้องนกด้วยการใส่กรงเดินทาง เพราะแม้นกที่ได้รับการซอยปีกแล้วก็ยังสามารถบินล่อนไปได้ในระยะไกล ทำให้นกมีความเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เช่น นกอาจตกใจเสียงดังจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ตกใจเสียงรถราบนท้องถนนจนทำให้นกกระโจนบินออกไปแล้วร่อนลงพื้น เป็นเหตุให้ถูกรถทับ หรือหากมีสัตว์ เช่น สุนัขแมว นกล่าขนาดใหญ่กว่าอยู่ในบริเวณนั้น นกก็อาจตกเป็นเหยื่อของสัตว์เหล่านี้ได้โดยง่ายดาย

การตัดซอยขนปีกนก

หากผู้ดูแลนกมีความจำเป็นที่จะต้องตัดซอยขนปีกนก ผู้ดูแลนกก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ถึงวิธีการตัดซอยขนปีกนกอย่างเหมาะสมและถูกต้องด้วย นกที่ได้รับการตัดซอยขนปีกอย่างถูกต้อง จะไม่สามารถบินขึ้นในระดับสูงได้ ส่วนนกที่มีรูปร่างผอมบางหางยาวจะบินถลาไปได้ในระยะหนึ่งแม้จะถูกตัดซอยขนปีกแล้วก็ตาม เมื่อเสียปีกไปแล้วนกจะต้องใช้ปีกที่ยังคงเหลืออยู่เป็นตัวช่วยให้นกสามารถพยุงตัวร่อนลงพื้น หากนกตกจากที่สูงมากนกอาจได้รับอันตรายจากการกระแทกแรง โดยเฉพาะนกที่มีขนาดและน้ำหนักตัวมาก

การตัดซอยขนปีกให้นกจะไม่ทำให้นกเจ็บ นอกเสียจากว่าผู้ตัดนั้นไม่มีประสบการณ์ จับรัดนกแน่นแรง หรือตัดซอยขนปีกนกลึกเกินไปจนทำให้มีเลือดไหล มีผลให้นกกลัวและเกลียดผู้ตัด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ผู้ไม่มีประสบการณ์จึงไม่ควรตัดซอยขนปีกนกด้วยตัวเองในครั้งแรกๆ แต่ควรนำนกไปให้สัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์เกื่ยวกับนกเป็นผู้ทำการสาธิตให้ดู และผู้ดูแลนกควรลองฝึกหัดโดยมีสัตวแพทย์เป็นผู้ช่วยแนะนำสัก 2-3 ครั้งก่อนลงมือทำเอง และเพื่อช่วยให้นกไม่ตกอยู่ในสภาวะเครียดมากจนเกินไปเมื่อต้องทำการตัดซอยขนปีก ผู้ดูแลนกควรหมั่นสร้างความคุ้นเคย สร้างความวางใจ รวมถึงพัฒนาความผูกพันที่ดีระหว่างตนเองกับนกไว้เสมอๆ

การตัดซอยขนปีกสำหรับลูกนก

ลูกนกที่เกิดใหม่และอยู่ในระหว่างวัยของการเจริญเติบโต ต้องการขนปีกสำหรับช่วยในการทรงตัว ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาที่ลูกนกมีขนปีกขึ้นจนเต็มและถึงวัยพร้อมหัดบินแล้ว ผู้ดูแลนกควรหาที่ทางให้ลูกนกได้มีโอกาสเรียนรู้และหัดบินสักระยะ อย่างน้อยลูกนกควรได้หัดบินจนคล่องนาน 8-12 เดือน เพื่อช่วยให้ลูกนกได้พัฒนาทักษะต่างๆในการช่วยตัวเองที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตเสียก่อน ก่อนที่จะนำลูกนกมาตัดซอยขนปีก ทั้งนี้การได้หัดบินจะช่วยให้ลูกนกได้เรียนรู้ธรรมชาติของการโผบิน เรียนรู้วิธีการร่อนลงพื้น จากนั้นความคล่องแคล่วว่องไวกระฉับกระเฉงของลูกนกจะพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกนกเติบโตอย่างมั่นใจ มีความกล้าที่จะปีนป่ายกระโดดไปมา แทนการเคลื่อนตัวไต่คลานไปตามซี่กรงเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้การได้บินยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและอวัยวะในส่วนต่างๆของร่างกายลูกนกให้แข็งแรงขึ้น และเมื่อถึงเวลาต้องตัดซอยขนปีกครั้งแรกในชีวิตให้ลูกนก ควรเริ่มจากการตัดซอยขนปีกออกทีละคู่เส้น โดยทิ้งช่วงเวลาการตัดซอยเป็นระยะๆ เพื่อช่วยให้ลูกนกได้มีโอกาสปรับตัวพัฒนาความสมดุลย์ของการทรงตัวอย่างช้าๆ

วิธีตัดซอยขนปีกให้ลูกนกทำโดย ตัดซอยขนปีกครั้งละ 1-2 เส้นทั้งสองข้างเท่าๆกัน โดยเริ่มตัดจากเส้นที่อยู่ริมนอกสุดก่อน หลังจากนั้นอีก 1-2 สัปดาห์ ตัดเพิ่มอีก 1-2 เส้นทั้งสองข้าง ทำเช่นนี้ไปจนครบตามจำนวนขนปีกที่ต้องการตัด ทั้งนี้นกแต่ละชนิดจำนวนของเส้นขนปีกที่จะต้องทำการตัดซอยจะไม่เท่ากัน (ดูรายละเอียดด้านล่าง) การตัดซอยขนปีกในครั้งต่อๆไป หรือการตัดซอยขนปีกสำหรับนกโตที่สามารถบินได้เองอย่างคล่องแคล่วแล้ว สามารถตัดได้ตามจำนวนที่ต้องการ ในครั้งเดียวโดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีทิ้งช่วงการตัด

หากพบว่านกได้รับการตัดซอยขนปีกอย่างไม่ถูวิธีมาก่อน จนทำให้นกมีอาการกล้าๆกลัวๆไม่คล่องแคล่วว่องไว ขาดทักษะในการบิน รวมถึงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความสมดุลย์ของการทรงตัวร่วมด้วย ผู้ดูแลนกควรรอให้ถึงช่วงผลัดขน เมื่อขนปีกชุดเก่าหลุดออกไปจนขนปีกชุดใหม่งอกแทนที่สมบูรณ์แล้ว จึงหัดให้นกได้เรียนรู้ทักษะในการบินสักระยะ กระทั่งเห็นว่านกมีความสามารถในการบินและการทรงตัวที่ดี มีความคล่องตัวจนเป็นที่น่าพอใจ ผู้ดูแลนกควรพิจารณาอีกครั้งว่านกตัวนั้นๆสมควรต้องตัดซอยขนปีกหรือไม่ หากจำเป็นต้องตัดซอยขนปีก ก็ควรเริ่มทำการตัดซอยขนปีกให้นกออกทีละคู่เส้น ตามวิธีดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

นกที่ได้รับการตัดซอยขนปีกอย่างไม่ถูกวิธี นกที่อยู่ในระหว่างผลัดขน รวมถึงนกที่ได้รับอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องสูญเสียขนปีกไปในจำนวนมาก จะสูญเสียความสามารถในการทรงตัวไปด้วย ด้วยเหตุนี้ผู้ดูแลนกจึงไม่ควรนำนกเกาะบนไหล่หรือให้นกอยู่บนที่สูงที่มีความเสี่ยง เพราะหากนกตกลงพื้นตัวนกจะกระแทกพื้นแรง ทำให้นกได้รับบาดเจ็บมาก

ตัดตามจำนวนที่เหมาะสม

การตัดซอยขนปีกให้นก ผู้ตัดจะต้องคำนึงถึงขนาดและรูปร่างของนกแต่ละชนิดเป็นสำคัญ นกที่มีขนาดใหญ่ไม่ควรตัดซอยขนปีกนกออกในจำนวนที่มากเกินไป เพราะขนปีกที่เหลืออาจไม่เพียงพอสำหรับการรับน้ำหนักตัวนกเมื่อนกจำเป็นต้องร่อนลงพื้น ซึ่งหากการล่อนลงมีปัญหาจนทำให้นกตกลงพื้นอย่างแรง อาจมีผลทำให้ส่วนต่างๆของร่างกายนกได้รับการกระแทกเข้ากับวัตถุหรือพื้นเป็นผลให้นกได้รับบาดเจ็บ เช่น ปากแตก หัวกระแทกแรง กระดูกอกกระแทก ขาหัก ฯลฯ

จำนวนขนปีกที่เหมาะสมสำหรับการตัดซอยตามชนิดของนก ดังนี้



Cockatiels   ตัดออก   6-8 เส้น
Budgies ตัดออก   6 เส้น
Amazonsตัดออก   4-5 เส้น
Macawsตัดออก   5 เส้น
Cockatoos ตัดออก   7 เส้น
Conuers ตัดออก   5-7 เส้น


นกชนิดอื่นนอกเหนือจากนี้ หากเป็นนกขนาดตัวเล็ก ควรตัดเส้นขนปีกออกประมาณ 5-7 เส้น
นกที่มีหางยาว ควรตัดเส้นขนปีกออกประมาณ 5-7 เส้น

จำนวนของขนปีกที่ตัดซอยออกข้างต้นนี้ เป็นเพียงประมาณการตามคำแนะนำโดยสัตวแพทย์ ซึ่งทั้งนี้ผู้ดูแลนกอาจจำเป็นต้องตัดซอยขนปีกให้นกในจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่นั้น จะมีปัจจัยของน้ำหนักตัวนกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะนกแต่ละตัวแม้ว่าจะเป็นชนิดพันธุ์เดียวกัน ก็อาจมีน้ำหนักตัวมากน้อยต่างกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันการตัดเกินจำนวน การทดสอบการบินในระหว่างทำการตัดซอยขนปีกจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด หรือหากผู้ดูแลนกตัดซอยขนปีกตามจำนวนแล้ว แต่ในระหว่างทดสอบการบินยังพบว่า นกยังคงสามารถบินได้ไกลหรือบินขึ้นสูงได้ ผู้ดูแลนกอาจจำเป็นต้องนำนกกลับมาตัดซอยขนปีกเพิ่มอีกข้างละ 1-2 คู่เส้น โดยเริ่มจากตัดซอยข้างละหนึ่งเส้น ทั้งสองข้างเท่าๆกัน

ตัดตามความยาวที่เหมาะสม

ตัดซอยขนปีกแต่ละเส้นตรงส่วนก้าน ในความยาวที่เหมาะสมประมาณ 1/3 - 1/2 ของความยาวของขนเส้นนั้นๆ หรือยึดแนวขนที่ปกคลุมด้านบนเป็นหลัก หรือตัดที่บริเวณก้านขนเหนือขนอุยขึ้นไปเล็กน้อย ซึ่งทั้งสองเทคนิคนี้ต่างใช้ได้ดี ดังนั้นการจะเลือกตัดซอยขนปีกให้นกในความยาวเท่าไรนั้น คงขึ้นกับความพึงใจของเจ้าของนก ที่สำคัญต้องไม่ตัดก้านขนลึกจนเข้าใกล้หลอดขนที่จะทำให้หลอดขนเปิดเป็นรู เป็นช่องทางให้สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน เกิดการหมักหมมที่จะนำไปสู่การเกิดเชื้อโรคจนสร้างปัญหาสุขภาพให้กับนกได้

Courtesy Diane Grindol "The Complete Book of Cookatiels" / Photo by Diane Grindol
1. ตรวจดู Blood Feathers ที่โคนปีกก่อนตัด

2. ตัดขนปีกทีละเส้นที่โคนเหนือปุยขนอ่อนเล็กน้อย

3. ตัดตามจำนวนที่เหมาะสมกับนกแต่ละชนิด 4. ตรวจสอบความเรียบร้อย


เทคนิคในการตัดซอยปีก

ควรตัดซอยขนปีกให้นกออกทีละเส้น ด้วยการตัดวิธีนี้ก้านขนตรงรอยที่ถูกตัดจะไม่เกิดความแหลมคม และใบขนในส่วนที่เหลือจากการตัดจะมีลักษณะเป็นรูปตัว V จึงทำให้เมื่อนกกางปีกออก จะเห็นว่าทั้งปีกของนกมีความสวยงาม ซึ่งการตัดวิธีนี้จะทำให้ปีกนกดูดีกว่าการตัดซอยขนปีกนกทีเดียวหลายๆเส้นให้เสร็จพร้อมๆกันแบบการตัดผ้า ที่มักทำให้ก้านขนปีกทั้งหมดเกิดมุมเฉียงตามแนวของกรรไกร เป็นผลให้ก้านขนตรงรอยตัดมีความแหลมคม เมื่อนกหุบปีกตามปกติ ความแหลมคมนี้จะทิ่มแทงเข้าที่ทั้งสองข้างของลำตัวนก นกจึงรู้สึกคันและระคายเคืองผิว เมื่อนกรู้สึกไม่สะดวกสบายนกก็มักจะกัดแทะบริเวณปลายก้านขนที่แหลมคมนั้นออกเพื่อช่วยให้ส่วนก้านขนนั้นนิ่มลง แต่หากนกไม่สามารถทำให้ก้านขนที่แหลมคมนั้นนิ่มลงได้ นกอาจแก้ปัญหาโดยการดึงขนเส้นนั้นทิ้งออกไป ซึ่งการทำเช่นนี้เสมอๆมักนำไปสู่การสร้างนิสัย การดึงถอนขนตัวเอง

หลีกเลี่ยง

ปัจจุบันสัตวแพทย์หลายท่านไม่แนะนำให้เจ้าของนกตัดซอยขนปีกนกเพียงข้างเดียวอีกต่อไป เพราะการมีขนปีกแต่ละข้างที่สั้นยาวไม่เท่ากันมีผลเสียทำให้นกสูญเสียสมดุลย์ในการทรงตัว หากนกเกิดอุบัติเหตุตกจากที่สูงนกจะหมุนควงสว่านเป็นวง จนควบคุมการบินไม่ได้ ทำให้นกตกใจกลัวอย่างมาก และการตกเช่นนี้มักทำให้นกได้รับบาดเจ็บ เช่น ขาหัก ปากแตก ฯลฯ

ไม่ตัดซอยขนปีกให้นกแบบตามแฟชั่น ที่มักทำโดยวิธีตัดซอยขนปีกเฉพาะส่วนตรงกลางออกคงเหลือขนปีก 2-3 เส้นที่ด้านนอกสุดของปีกไว้ให้ยาวตามปกติ วิธีนี้เมื่อนกหุบปีกเข้ากับลำตัว จะทำให้ดูเหมือนนกไม่ได้ถูกตัดซอยขนปีกแต่อย่างใด ดังที่ผู้ดูแลนกบางท่านอาจเห็นเป็นความสวยงาม แต่การตัดซอยขนปีกในวิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องแล้ว การทำเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดอันตรายกับนกด้วย โดยที่ขนปีกเส้นที่เหลือด้านนอกเหล่านั้นจะยาวเกินล้ำออกมาโดยปราศจากขนปีกเส้นอื่นๆเป็นตัวช่วยหนุน(support) กำบังไว้ จึงเป็นเหตุให้ขนเส้นนั้นหักหลุดออกได้ง่าย นอกจากนี้หากนกถูกเลี้ยงอยู่ภายในกรงขนาดเล็กแคบ เมื่อนกกางปีกเต็มที่ขนปีกที่ยาวล้ำออกมานี้ อาจเข้าไปติดขัดหรือขวางอยู่ระหว่างซี่กรงเป็นผลทำให้นกได้รับบาดเจ็บ และด้วยการตัดซอยขนปีกในลักษณะนี้ นกบางชนิดที่มีลักษณะรูปร่างเพรียวบางหางยาว เช่น นกคอคคาเทล ยังคงสามารถใช้ปีกที่เหลือช่วยพยุงตัวบินได้ไกล

Blood Feather

Blood Feather คือ เส้นขนที่ยังอ่อนและกำลังอยู่ในระหว่างเจริญเติบโต ในเส้นขนนี้เราจะเห็นมีเลือดจาก ร่างกายนกถูกส่งมาหล่อเลี้ยงจนกว่าขนเส้นนี้จะเจริญเติบโตสมบูรณ์ เลือดจึงถูกดึงกลับไปในร่างกาย จากนั้นหลอดขนตรงส่วนที่ติดกับผิวหนังของขนเส้นที่โตเต็มที่แล้วจะขาวกลวงและว่างเปล่า ในระหว่างที่ขนนกยังคงมีเลือดมาหล่อเลี้ยงนี้ โคนเส้นขนปีกจะมีระบบประสาทของความรู้สึกอยู่เต็ม ด้วยเหตุนี้นกจะรู้สึกเจ็บปวดหากขน Blood Feather ถูกกระทบกระเทือนหรือหากเกิดอุบัติเหตุกับขนเส้นนี้ เช่น หากขนตรงส่วนที่เป็นหลอดเลือดหักหรือถูกตัดขาดออกจนเป็นแผลเปิด เลือดก็จะไหลออกมาจากร่างกายนกโดยผ่านทางหลอดขนอย่างไม่หยุด ทั้งนี้หากนกเสียเลือดไปมากเกิน 10% ของน้ำหนักตัวนก นกก็อาจเสียชีวิตได้

ก่อนตัดซอยขนปีกให้นก ผู้ตัดควรสำรวจขนปีกทุกเส้นของนกก่อน โดยตรวจดูที่โคนขนส่วนที่ติดกับผิวหนัง เพื่อดูว่ามีขนปีกเส้นใดเป็นขนที่เพิ่งขึ้นใหม่ที่เรียกว่า Blood Feather หรือไม่ หากพบ Blood Feather ผู้ทำการตัดซอยขนปีกนกมีทางเลือกคือ หลีกเลี่ยงไม่ตัดซอยขนปีกนกจนกว่าจะพบว่าขนเส้นนั้นๆเจริญเติบโตเต็มที่ หรือควรตัดซอยขนปีกนกด้วยความระมัดระวัง โดยไม่ตัดลึกจนถึงหลอดเลือด จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ เมื่อ พบว่าขนปีกนกยาวขึ้นมาอีก ผู้ตัดจึงตัดขนเส้นนั้นให้สั้นลงซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ไม่ควรปล่อยให้ขน Blood Feather ยาวเกินขนเส้นอื่นที่ตัดเรียบร้อยแล้วจนมากเกินไป เพราะขนเส้นที่ยาวและขึ้นล้ำออกมาจากขนเส้นอื่นๆจะมีความเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เนื่องจากไม่มีขนเส้นอื่นเป็นตัวช่วยหนุน(support) และกำบังทั้งสองด้านนั่นเอง

ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

ก่อนตัดซอยขนปีกนกผู้ตัดควรตรวจดู Blood Feather และทำการตัดซอยขนปีกนกด้วยความระมัดระวังทุกครั้ง แต่หากผู้ตัดทำพลาด ตัดโดน Blood Feather จนทำให้เกิดเป็นแผลเปิดและเลือดไหลออกไม่หยุด การห้ามเลือดมีความจำเป็นต้องรีบทำทันที เช่น

ในกรณีที่ตัดขน Blood Feather สั้นและลึกมาก จนเป็นผลให้ก้านขนที่เหลืออยู่ติดกับผิวหนังพอดี ทำให้การดึงขนทิ้งเป็นไปไม่ได้ ควรใช้ยาห้ามเลือด ใช้แป้งสาลีหรือใช้แป้งข้าวโพดใส่ลงตรงส่วนแผลเปิด ที่เป็นทางไหลออกของเลือดเพื่อช่วยให้เลือดหยุด จากนั้นใช้มือกดเบาๆที่รอยเปิดของแผลเพื่อช่วยให้แผลปิด รอสักพักจนแน่ใจว่าเลือดแข็งตัวและหยุดไหล จากนั้นควรตรวจดูแผลนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกอุดตัน

ในกรณีที่ตัดแล้วขน Blood Feather นั้นยังคงมีความยาวเพียงพอจนสามารถจะดึงขนส่วนที่เหลือออกทิ้งได้ ควรใช้แหนบดึงขน Blood Feather เส้นนั้นออก ซึ่งเมื่อขน Blood Feather ถูกดึงหลุดออกแล้ว เลือดก็จะถูกตัดวงจรการไหลออกจากร่างกายนก จากนั้นรีบใส่ยาห้ามเลือด ใช้แป้งสาลี หรือใช้แป้งข้าวโพดใส่ลงที่แผล แล้วใช้นิ้วกดที่แผลเบาๆเพื่อช่วยให้ปากแผลปิด รอสักครู่จนแน่ใจว่าเลือดแข็งตัวและหยุดไหล

นกที่มีสุขภาพดี หลังจากได้รับความช่วยเหลือแล้ว เลือดมักจะแข็งตัวและหยุดไหลได้ในเวลาไม่นาน

เทคนิคการดึงขน Blood Feather

ผู้ดึงควรดึงขน Blood Feather ให้หลุดออกมาในแนวเดียวกับการงอกขึ้นของขนปีกเส้นนั้นๆ และเนื่องจาก บริเวณปีกนกประกอบไปด้วยโครงสร้างของกระดูกที่บอบบางมาก การดึงควรใช้มือหนึ่งจับที่กล้ามเนื้อของปีก ตรงส่วนโคนเส้นขนนั้นไว้ให้มั่นคงแต่ไม่กดแรงเกินไป แล้วใช้อีกมือจับแหนบดึง เส้นขน Blood Feather เป็นศูนย์รวมของระบบประสาทความรู้สึก ดังนั้นการกระทำใดๆกับขนนี้ จะทำให้นกเจ็บปวดมาก แต่ทั้งนี้การดึง เส้นขน Blood Feather ที่เสียหายออกไปจะช่วยให้ขนเส้นใหม่มีโอกาสงอกขึ้นมาแทนที่

หลังจากปฏิบัติการเสร็จเลือดหยุดไหลและนกปลอดภัยดีแล้ว ควรโอบกอดและพูดปลอบนกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จากนั้นส่งนกกลับเข้ากรงเพื่อการพักผ่อน ในกรณีที่ผู้ดูแลนกไม่มั่นใจว่าจะทำการปฐมพยาบาลดังที่กล่าวมานี้ได้ด้วยตัวเอง หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้นกมีเลือดไหลไม่หยุด ผู้ดูแลนกควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์หรือขอความช่วยเหลือจากผู้มีประสบการณ์โดยด่วน

อุปกรณ์ที่จำเป็นในการตัดซอยขนปีก
- กรรไกร เลือกใช้กรรไกรที่มีปลายมล และหลีกเลี่ยงไม่ใช้กรรไกรที่มีปลายแหลมคม ที่จะเป็นอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกับผู้ตัดที่ไม่มีความชำนาญและไม่มีความระมัดระวังพอ กรรไกรจะทิ่มแทงตัวนกในขณะที่นกดิ้น และเนื่องจากขนนกมีลักษณะเป็นก้านกลมและมีความหนา ดังนั้นกรรไกรที่ผลิตสำหรับการตัดซอยขนปีกนกโดยเฉพาะ จะทำหน้าที่ได้ดีกว่ากรรไกรชนิดอื่น ส่วนกรรไกรสำหรับตัดผ้าหรือกรรไกรตัดผมของคนนั้น ถูกออกแบบมาให้ใช้ตัดวัสดุที่มีความบาง ดังนั้นการใช้กรรไกรชนิดนี้มาตัดขนปีกให้นก จึงอาจทำให้กรรไกรเกิดการแฉลบลื่นได้ นอกจากนี้ผู้ตัดอาจเลือกใช้กรรไกรที่ผลิตสำหรับตัดเล็บนกหรือกรรไกรตัดเล็บแมวได้ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องใช้กรรไกรชนิดอื่น อย่างน้อยเพื่อความปลอดภัยควรเลือกใช้กรรไกรที่มีปลายมน ข้อสำคัญเลือกใช้กรรไกรที่มีคุณภาพและดูแลรักษาให้กรรไกรอยู่ในสภาพดีมีความคมอยู่เสมอ เนื่องจากกรรไกรที่ดีจะทำให้การตัดขนปีกนกง่ายขึ้น เสร็จเร็วขึ้น

- ผ้าสำหรับจับนก เลือกใช้ผ้าเนื้อนุ่มหรือผ้าขนหนูที่สะอาด ผ้าควรมีขนาดพอดีกับขนาดนก ระวังผ้าที่มีห่วงหรือมีเส้นด้ายหลุดลุ่ย ที่จะก่อปัญหาเกี่ยวพันเข้าที่เล็บเท้าหรือพันตัวนก เป็นผลให้นกเกิดความกลัวหรือเป็นผลให้นกได้รับบาดเจ็บ และการเลือกใช้ผ้าสีอ่อนจะช่วยลดความกลัวให้กับนกได้มาก

- ยาหยุดเลือด แป้งสาลี แป้งข้าวโพดจะใช้ได้ดีในกรณีเกิดอุบัติเหตุสำหรับการห้ามเลือดให้นก ห้ามใช้ยาหยุดเลือดที่ใช้กับเล็บนก (Styptic powder) เด็ดขาด เนื่องจากยาชนิดนี้มีผลทำลายเนื้อเยื่อของผิวนก

- แหนบ ใช้สำหรับดึงขน Blood Feather ที่ได้รับอุบัติเหตุออก ควรเลือกแหนบที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดของขนนก แหนบที่มีขนาดพอดีจะช่วยให้การดึงขนเส้นที่มีปัญหาหลุดออกได้ง่ายขึ้น หากมีนกต่างขนาดกัน ควรมีแหนบต่างขนาดไว้พร้อม

ตัดซอยขนปีกนกควรมีผู้ช่วย

ในนกขนาดเล็ก ผู้ตัดซอยขนปีกนกอาจทำได้ด้วยตัวเอง ส่วนนกขนาดกลางถึงใหญ่ การมีผู้ช่วยอีกคนอาจมีความจำเป็น โดยให้คนหนึ่งเป็นผู้จับตัวนกและอีกคนเป็นผู้ตัดซอยขนปีกให้นก

ผู้จับนก: จับตัวนกด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วใช้มืออีกข้างจับรวบหรือแบฝ่ามือกดลงบนเท้าทั้งสองข้างของนกเบาๆ เพื่อให้เท้าทั้งสองข้างนั้นแนบกับลำตัวนก เมื่อเท้าทั้งสองข้างถูกควบคุมไว้ได้จะช่วยลดปัญหาการดิ้นของนกลง ทั้งนี้การจับกุมตัวนกจะต้องทำอย่างนุ่มนวล พยายามให้นกนิ่งไม่ดิ้นและพยายามจับให้นกนอนในแนวราบ หากผู้จับไม่สะดวกที่จะจับนกด้วยมือเปล่า ผู้จับสามารถใช้ผ้าขนหนูช่วยในการจับนกได้ ระวัง..ไม่รัดผ้าแน่นและระวังไม่ให้ผ้าอุดปิดจมูกนก รวมถึงระวังไม่กดมือลงบนตัวนกแรงหรือแน่นเกินไป โดยเฉพาะไม่กดแรงบนบริเวณส่วนหน้าอกของนกเนื่องจากนกไม่มีกระบังลม และการหายใจของนกต้องอาศัยการขยายตัวเข้าออกของช่วงหน้าอก การกดแรงจะมีผลทำให้นกหายใจไม่ออก

ผู้ตัด: ใช้มือหนึ่งจับที่ปีกนกโดยจับที่กล้ามเนื้อปีกด้านบนอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง คลี่ปีกนกออกแล้วใช้อีกมือจับกรรไกรตัดซอยขนปีกออกทีละเส้นโดยไม่ตัดลึกจนเกินไป หลีกเลี่ยงการจับเฉพาะเส้นขนที่ปลายปีก ทั้งนี้หากนกดิ้นอาจทำให้ปีกพลิกเกิดปีกหักได้

ทดสอบการบิน

หลังจากตัดซอยขนปีกนกแล้วผู้ดูแลนกควรทดสอบการบินของนกด้วย โดยนำนกไปในที่ปลอดภัย เลือกตำแหน่งล่อนลงที่สามารถรองรับตัวนกด้วยความนุ่ม เช่น บนเตียงนอน พื้นที่ปูพรม หรือหาผ้าหนานุ่มปูพื้นเพื่อลดแรง กระแทก จากนั้นวางตัวนกบนฝ่ามือหรือคอนไม้สั้นๆ แล้วโยนส่งตัวนกขึ้นอย่างเบามือ เมื่อนกถูกโยนให้ลอยตัวขึ้น นกจะช่วยตัวเองโดยการกระพือปีกเพื่อการทรงตัว ผู้ดูแลนกควรสังเกตุระยะทางบินของนก และตัดสินใจว่าการบินนั้นเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ ซึ่งการทดสอบการบินจะช่วยให้ทราบว่า ขนปีกในจำนวนที่ถูกตัดออกไปนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด

สำรวจความพร้อมทางกาย และตรวจสอบสภาพแวดล้อม

ก่อนที่จะทำการฝึกนกไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ ผู้ดูแลนกควรสำรวจดูสุขภาพนกและดูความพร้อมของนกก่อน และต้องแน่ใจว่านกที่เลี้ยงอยู่ไม่มีความพิการในทางใดทางหนึ่ง เช่น ตาบอด ขาเสีย ปีกหักหรืออื่นๆ และไม่ว่าจะฝึกหัดใดๆให้กับนก ผู้ดูแลนกควรใช้ความระมัดระวังเสมอ ในระหว่างการฝึกหัดบิน ผู้ดูแลนกควรดูแลสภาพแวดล้อมรอบๆที่พักอาศัยให้ปลอดภัยสำหรับนก โดยจัดเก็บข้าวของบางชิ้นที่มีความแหลมคม รวมถึงจัดเก็บข้าวของอื่นๆที่เห็นว่าอาจทำอันตรายกับนก ดูแลปิดพัดลมเพดาน หาผ้าคลุมกระจกเงา รวมถึงปิดม่านหน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้นกบินชน ดูแลครัวให้ปลอดภัยหากครัวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ใช้จินตนาการเสมอหากมีสิ่งใดไม่น่าวางใจและเกรงว่าจะเป็นอันตรายหากนกบินชนหรือล่อนลง ควรเก็บสิ่งของนั้นออกให้พ้นทาง

เมื่อการตัดซอยขนปีกเสร็จสิ้นและผ่านพ้นไปด้วยดี แต่หากนกยังมีความตกใจและรู้สึกไม่สะดวกสบายอยู่บ้าง ผู้ดูแลนกควรพูดกล่าวชมหรือกล่าวปลอบโยนจากนั้นควรหาอาหารโปรดมาให้นก หรือปล่อยให้นกได้พักผ่อนสักพักเพื่อการปรับตัว ทุกปีเมื่อถึงช่วงที่นกเข้าสู่ฤดูการผลัดขน ขนปีกที่มีอยู่เดิมจะทยอยร่วงหลุดไป จากนั้นขนปีกชุดใหม่จะขึ้นมาแทนที่ และเมื่อขนปีกชุดใหม่โตเต็มที่แล้ว การตัดซอยขนปีกนกอาจต้องทำซ้ำอีกครั้ง หากจำเป็น

หมายเหตุ: เว็บ CookieTalkie ไม่เห็นด้วยกับการตัดซอยขนปีกนก เพราะนกที่ถูกตัดซอยขนปีกออกไปจะมีสภาพเหมือนนกพิการ หมดสภาพในการดำรงค์ชีวิตตามปกติ และเว็บไม่เห็นด้วยกับวิธีดึงขนปีกนกออกโดยหวังผลในการใช้นกเป็นเครื่องมือในการประกวดต่างๆ การดึงขนปีกนกออกนั้น นกจะรู้สึกเจ็บปวดมากไม่ว่าขนนั้นจะเป็นขนอ่อนที่มีเลือดมาหล่อเลี้ยง หรือเป็นขนที่โตเต็มที่แล้วก็ตาม

11/6/2002
3/15/2005
9/10/2008 Last Update

.....
เขียนโดย แก้วตา



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com