 |
โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี
คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ
เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น
อาหารอันตราย
นกที่มีความมั่นใจในตัวเองมักมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น อยากเข้าถึงและทดลองอาหารใหม่ๆ โดยเฉพาะหากนกมีความผูกพันกับผู้เป็นเจ้าของด้วยแล้วละก็ นกก็มักมีความรู้สึกวางใจว่า เมื่อคนที่เขารักสามารถกินอาหารนั้นๆได้อย่างปลอดภัย นั่นก็แสดงว่า อาหารนั้นจะปลอดภัยสำหรับเขาเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เองนกจึงมักจะสนใจอยากทดลองกินอาหาร ที่เจ้าของกำลังกินอยู่ด้วยเสมอๆ ยิ่งหากเจ้าของนกได้แสดงท่าทางว่าการกินอาหารนั้น ได้นำมาซึ่งความรื่นรมย์และรสอร่อยด้วยแล้ว นั่นก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้นกได้เป็นอย่างมากทีเดียว เทคนิคการกินอาหารกับนกเช่นนี้ มักใช้ได้ผลดีในการสอนให้นกรู้จักทานอาหารใหม่ๆ
แต่อย่างไรก็ตามอาหารชนิดที่มนุษย์บริโภคได้อย่างปลอดภัยนั้น อาจไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยกับการบริโภคของนกด้วย ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงอันตรายจากการบริโภคอาหารของนก ผู้เลี้ยงนกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาความรู้และจดจำอาหารที่อาจเป็นอันตรายกับการบริโภคของนก ทั้งนี้ในอาหารแต่ละชนิด จะมีระดับของอันตรายที่มีความรุนแรงต่อสุขภาพนกมากหรือน้อยเพียงใดนั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความรุนแรงของการก่อสารพิษในอาหารชนิดนั้นและปริมาณการบริโภคในแต่ละครั้งเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวนก อายุนก รวมถึงสุขภาพของนก
นอกจากนี้ ในการเลือกหาอาหารนก ผู้เลี้ยงนกควรคำนึงถึงแหล่งที่มาของอาหารนั้นๆด้วย อาหารในแต่ละท้องถิ่นอาจมีความแตกต่างกันในคุุณภาพการผลิตและมีความแตกต่างกันในความเป็นพิษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งเพาะปลูก สภาพดินฟ้าอากาศ กรรมวิธีการผลิต รวมไปถึงการควบคุมปริมาณการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้เลี้ยงนกมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบ ในการเลือกหาอาหารสำหรับนกเสมอ
หากผู้เลี้ยงนกมีคำถามในใจว่า อาหารชนิดนั้น ชนิดนี้ นกจะสามารถบริโภคได้หรือไม่ รวมถึงเกิดความไม่แน่ใจในอาหารนั้นๆ ด้วยเหตุที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ ทางที่ดีที่สุดเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง ผู้เลี้ยงนกควรเลือกการงดให้อาหารชนิดนั้นไว้ก่อน
ตัวอย่างอาหารอันตราย
เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ Alcohol และคาเฟอีน Caffiene
หลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัดกับเครื่องดื่มจำพวก น้ำอัดลม โซดา ชา กาแฟ เหล้า ไวน์ เนื่องด้วยเครื่องดื่มเหล่านี้จะมีผลทำให้เกิดปัญหาการทำงานของหัวใจนกผิดปกติ จนถึงทำให้หัวใจหยุดเต้น
ช็อคโกแล็ต Chocolate
ช็อคโกแล็ตมีความเป็นพิษต่อระบบการย่อยอาหารของนก ที่จะทำให้นกมีอาการอาเจียร ท้องเสีย ไปจนถึงความรุนแรงในขั้นเป็นลม กระทั่งมีความเสี่ยงถึงเสียชีวิต ดังนั้นไม่ควรให้นกบริโภคช็อคโกแล็ตแม้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย
อาหารเค็มจัด Salty Food
แม้นกจะสามารถกินอาหารที่มีความเค็มได้เล็กน้อย แต่อาหารที่ประกอบไปด้วยเกลือในปริมาณมาก ไม่เหมาะสำหรับนก เพราะความเค็มจะสร้างปัญหาความกระหายน้ำและสร้างปัญหาการขาดน้ำอย่างรุนแรง รวมถึงสร้างปัญหาให้กับไตที่จะต้องทำงานหนัก
ดังนั้นการบริโภคอาหารเค็มจัดบ่อยๆหรือจำนวนมากในครั้งเดียว อาจมีความเสี่ยงถึงชีวิตได้
อาหารประเภท Junk Food
ผู้เลี้ยงนกควรหลีกเลี่ยงไม่ให้นกบริโภคอาหารหวานจัด ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก ขนมหวานจำพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฟอยทอง เค็ก ลูกกวาดและขนมขบเคี้ยวต่างๆมักประกอบไปด้วยเกลือ น้ำตาลและสารปรุงแต่งรสชาด ซึ่งรวมถึงสารปรุงแต่งสี แต่งกลิ่น ผงชูรส สารกันบูด ฯลฯ ที่มีผลเสียต่อสุขภาพนก
อย่างไรก็ตามนกที่มีสุขภาพดีมากๆ จะสามารถกินอาหาร Junk Food ได้ในปริมาณเล็กน้อย นานๆครั้งเท่านั้น โดยผู้เลี้ยงนกจะต้องจำกัดปริมาณการให้อย่างเหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักตัวของนก (ว่ากันว่า..ให้กะประมาณ Junk Food ต่อการให้แต่ละครั้งในปริมาณชิ้นที่ไม่ใหญ่ไปกว่าขนาดของลูกตานก)
อาหารผัดทอดในน้ำมัน
งดการให้อาหารที่การปรุงต้องใช้น้ำมันในปริมาณมาก เช่น อาหารผัด อาหารทอด อาหารปรุงสำเร็จที่ซื้อจากนอกบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ทอดในน้ำมันที่เสี่อมคุณภาพ
อาหารที่ปรุงไม่สุก และอาหารที่ทิ้งค้าง
งดอาหารที่ปรุงไม่สุก งดอาหารที่ปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงงดอาหารที่ทิ้งค้างนาน เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีโอกาสที่จะบูดเสียได้ง่าย จนกระทั่งเกิดราและเชื้อแบคทีเรียในเวลาต่อมา ซึ่งหากเชื้อแบคทีเรียที่ปะปนอยู่ในอาหารมีปริมาณสูง แบคทีเรียนั้นก็จะสร้างปัญหาสุขภาพให้กับนก ตั้งแต่ท้องเสียจนถึงรุนแรงในระดับต่างๆ
หัวกระหร่ำดิบ Cabbage, มะเขือม่วง Eggplant
มีความเป็นพิษต่อนก ไม่ควรให้นกบริโภค
เห็ด Mushroom
การบริโภคเห็ดทั้งหัวและลำต้น จะทำให้นกเกิดอาการแพ้ รวมถึงก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบย่อยอาหารและทำให้เกิดอาการตับล้มเหลว
มะเขือเทศ Tomatoe, หัวมัน Potatoe
นกสามารถบริโภคผลของมะเขือเทศสดได้ นกสามารถบริโภคหัวมันสุกได้ (สุกเท่านั้นและให้ทานปริมาณเล็กน้อย) แต่ในทุกส่วนที่เป็นสีเขียวของพืชเหล่านี้ เช่น ต้น ใบ กิ่งก้านและเถา มีความเป็นพิษสูง ดังนั้นทุกครั้งที่เตรียมมะเขือเทศให้นกผู้เลี้ยงนกควรเด็ดก้านที่ติดมากับผลมะเขือเทศทิ้ง และทุกครั้งที่เตรียมหัวมันให้นก เลือกหัวมันที่ไม่มีการแตกตาเป็นต้นอ่อนตามหัว
และไม่ให้นกได้มีโอกาสเข้าถึงกิ่งก้านสดของผักทั้งสองชนิดนี้เด็ดขาด
ผักขม Spinach
ผักขมแม้ว่าจะเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารและเหมาะที่จะให้นกได้บริโภค แต่ในผักขมนี้ก็จะมีธาตุเหล็ก(iron) อยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นควรให้นกได้บริโภคผักชนิดนี้ในปริมาณจำกัด ไม่มากเกินไป ไม่บ่อยเกินไป โดยเฉพาะงดให้ผักขมกับนกบางชนิด ที่ร่างกายของนกไม่สามารถกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินจากการบริโภคผักขมได้ นอกจากนี้ผักขมยังเป็นตัวรบกวนการดูดซับแคลเซี่ยมที่เข้าสู่ร่างกายนกอีกด้วย นกที่อยู่ในระหว่างวางไข่ ไม่ควรกินผักขม
พืชผักที่ปลูกโดยการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง
งดการให้ผักที่ปลูกโดยการใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมี ที่พิษตกค้างเหล่านี้จะมีผลเสียต่อสุขภาพนกในระดับความรุนแรงถึงชีวิต และควรเลือกให้นกบริโภคผักปลอดสารพิษแทน
ถั่วดิบ Raw Dried Breans
ถั่วดิบแห้งที่ยังไม่ได้ต้มให้สุกเสียก่อนจะประกอบไปด้วยสารที่เรียกว่า Hemaglutin ที่ทำให้ถั่วดิบมีความเป็นพิษสูง จึงมีผลทำลายสุขภาพนก ดังนั้นก่อนที่จะให้อาหารถั่วกับนก ต้องแน่ใจว่าถั่วนั้นได้รับการทำให้สุกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการนึ่งหรือต้ม (ถั่วลิสงมิได้จัดอยู่ในประเภท Brean นกจึงบริโภคถั่วลิสงดิบได้แต่ไม่แนะนำเพราะถั่วมีปัญหารามาก)
แอ็ปเปิล Apple
แอ็ปเปิล เป็นพืชในตระกูล Malus species ที่มีเมล็ดประกอบไปด้วยสาร Cyanogenic glycosides ซึ่งปล่อย Cyanide ที่มีความเป็นพิษเข้าสู่ร่างกายนกด้วยการกลืนกิน นกที่บังเอิญหรือตั้งใจกินเม็ดแอ็ปเปิลเข้าไป จึงมีความเสี่ยงต่อการได้รับพิษนี้ แต่อย่างไรก็ตามสาร Cyanide ที่เข้าสู่ร่างกายนกในจำนวนไม่มากนักจะไม่สามารถก่อพิษให้กับร่างกายนกได้ ทั้งนี้นอกเสียจากว่านกจะกินเมล็ดแอ็ปเปิลเข้าไปในจำนวนมากในครั้งเดียว สาร Cyanide ก็จะเกิดความเป็นพิษต่อนก
ส่วนนกจะต้องกินเมล็ดแอ็ปเปิลจำนวนมากแค่ไหนจึงเป็นพิษนั้น ก็จะขึ้นกับปริมาณเมล็ดแอ็ปเปิลที่นกกินเข้าไปในแต่ละครั้ง และขึ้นกับขนาดตัวหรือน้ำหนักตัวของนก นกที่มีสุขภาพดีอาจสามารถกินเมล็ดแอ็ปเปิลได้ประมาณ 1-2 เมล็ดโดยไม่มีปัญหา ดังนั้นหากพบว่านกได้กินเมล็ดแอ็ปเปิลเข้าไป เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องตกใจมากนัก แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อเมล็ดแอ็ปเปิลมีความเป็นพิษ ซึ่งการบริโภคจะมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น หากนกที่บริโภคเม็ดแอ็ปเปิลเป็นนกที่มีสุขภาพบกพร่อง นกในกรณีนี้จึงไม่ควรบริโภคเมล็ดแอ็ปเปิลอย่างเด็ดขาด
สถิติจำนวนนกที่เสียชีวิตจากการกินเมล็ดแอ็ปเปิล โดย Exotic Animal Network/ Toxin Sequenced Listing ณ.วันที่ 18 สิงหาคม 2005 มีจำนวน 281 ตัว
ว่ากันว่าไวตามินส่วนใหญ่ของผลแอ็ปเปิลจะมีอยู่มากที่ใต้ผิวของเปลือกที่ติดต่อกับเนื้อของผลไม้ ดังนั้นไม่ว่าคนหรือนกควรบริโภคแอ็ปเปิลทั้งเปลือกโดยไม่จำเป็นต้องปอกเปลือกออก แต่อย่างไรก็ตามเราควรล้างแอ็ปเปิลให้สะอาดก่อนบริโภค
ต้นและกิ่งแอ็ปเปิล ไม่มีความเป็นพิษ สามารถนำมาใช้ทำคอนให้นกได้
เมล็ดจากลูกเชอรี่ (Cherry), ลูกพีช (Peach), ลูกพลัม (Plum), ลูกแพร์ (Pear), แอ็ปปริคอท (Apricot) และ แน็คเทอร์รีน (Necterine)
แม้นกจะสามารถบริโภคเนื้อของผลไม้เหล่านี้ได้ แต่ผลไม้เหล่านี้เป็นพืชในตระกูล Prunus Species ที่มีเมล็ดประกอบไปด้วยสาร Cysnogenic glycosides ซึ่งมีความเป็นพิษ ดังนั้นควรระวังไม่ให้นกบริโภคเมล็ดของผลไม้เหล่านี้เด็ดขาด ทั้งนี้ความเป็นพิษได้รวมไปถึงต้นและกิ่งด้วย
สถิติจำนวนนกที่เสียชีวิตจากการกินเมล็ดเชอรี่ ใบ ต้น กิ่ง โดย Exotic Animal Network/ Toxin Sequenced Listing ณ.วันที่ 18 สิงหาคม 2005 มีจำนวน 72 ตัว Additional References จำนวน 564 ตัว
ผลอโวคาโด Avocado
ผลอโวคาโด มีความเป็นพิษ ซึ่งพิษนั้นหมายรวมถึงเนื้อผลไม้ เม็ดใน เปลือกแม้กระทั่ง ต้น กิ่ง ใบและเปลือกไม้ อโวคาโดมีความเป็นพิษทั้งต่อนกและสัตว์บางชนิด เช่น ม้า รวมถึงสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์
สัตวแพทย์เข้าใจว่าในผลอโวคาโดนั้น เมล็ดจะมีความเป็นพิษสูง โดยเมล็ดเป็นตัวกระจายความเป็นพิษมายังเนื้อของผลไม้ จนทำให้เนื้อผลไม้มีความเป็นพิษไปด้วย นกที่บริโภคผลอโวคาโดจะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลว มีน้ำท่วมปอดและช่องท้องจนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจ ตับและไตได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตามยังคงมีรายงานบางส่วน ที่เจ้าของนกแจ้งว่า นกไม่ได้แสดงอาการใดๆหลังจากการบริโภคผลอโวคาโด แต่รายงานนั้นไม่ได้ระบุว่านกได้บริโภค อโวคาโดไปในปริมาณมากน้อยแค่ไหน
สถิติจำนวนนกที่เสียชีวิตจากการกินอโวคาโดในทุกส่วน โดย Exotic Animal Network/ Toxin Sequenced Listing ณ.วันที่ 18 สิงหาคม 2005 มีจำนวน 58 ตัว Additional References จำนวน 72, 75, 235 ตัว (Budgeriger 75, Canary 75,
Psittacine 75)
หัวหอมและพืชตระกูลหอม Onions
ผลการวิจัยกล่าวว่า หัวหอมมีส่วนทำลายเซลล์เม็ดเลือกแดงในสัตว์บางชนิดและหัวหอมเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสุนัข แต่สำหรับนกนั้น ผู้ผลิตอาหารนกบางรายยังคงใช้หัวหอมเป็นส่วนผสมในอาหารนก โดยยึดหลักการที่ว่านกสามารบริโภคหัวหอมได้ในปริมาณเล็กน้อย
ทั้งนี้หากนกบริโภคหัวหอมในปริมาณมาก หัวหอมจะทำให้นกเกิดอาการอาเจียร ท้องเสียและมีผลต่อระบบย่อยอาหารในร่างกายนก ดังนั้นแม้ยังไม่มีรายงานว่านกจะเสียชีวิตจากการบริโภคหัวหอม แต่การให้นกบริโภคหัวหอมเพียงเล็กน้อยหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้นกบริโภคหัวหอมเลย น่าจะเป็นทางเลือกที่ถือได้ว่าปลอดภัยไว้ก่อน จนกว่าจะมีข้อมูลการวิจัยที่ชัดเจน
นมวัว นมสัตว์ Milk
นกไม่ได้จัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ดังนั้นร่างกายนกจึงไม่มีความสามารถในการย่อย lactose ซึ่งเป็นน้ำตาลในนมได้ นกที่ทานนมวัวจึงมักมีปัญหาท้องเสีย
แต่อย่างไรก็ตาม มีผู้เลี้ยงนกบางท่านที่ได้ให้นมวัวกับนกของตัวเอง และไม่พบว่านกมีปัญหาท้องเสียแต่อย่างใด ทั้งนี้การให้นมวัวนั้นจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพนกหรือไม่ ก็คงขึ้นอยู่กับปริมาณนมที่นกบริโภคต่อครั้งและขึ้นกับขนาดและน้ำหนักตัวนก นกขนาดเล็กจะทนทานต่อนมวัวน้อยกว่านกขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง สัตวแพทย์ไม่แนะนำให้นกบริโภคนมวัว ทั้งชนิดน้ำและนมผง ทั้งนี้หากผู้เลี้ยงนกมีความจำเป็นต้องใช้นมเป็นส่วนประกอบในอาหารนก ผู้เลี้ยงนกควรเลือกใช้ผลิตภัณท์นมถั่วเหลือง ในปริมาณเล็กน้อยแทนนมวัว
* นมผงซีลีแล็ก ชนิดที่ใช้สำหรับมนุษย์มีส่วนผสมของนมวัวชนิดผง ดังนั้นผู้เลี้ยงนกไม่ควรใช้อาหารชนิดนี้เป็นอาหารป้อนลูกนกโดยเด็ดขาด เนื่องจากร่างกายนกจะไม่สามารถย่อยอาหารนมนี้ได้ จึงทำให้เกิดปัญหาถุงพักอาหารอุดตัน ที่เป็นผลทำให้ลูกนกเสียชีวิตจากการบริโภคซีลีแล็คในจำนวนมาก
เนยแข็ง Cheese
เนยแข็งเป็นผลิตภัณท์นมที่ประกอบไปด้วยแคลเซี่ยมซึ่งถือได้ว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่า อีกทั้งกรรมวิธีในการผลิตเนยแข็งนั้น ผู้ผลิตจะต้องทำการแยกสกัดน้ำตาล lactose ออกไป ดังนั้นนกจึงสามารถบริโภคเนยแข็ง เพื่อเป็นการช่วยเสริมแคลเซี่ยมให้กับนกได้ แต่เนยแข็งก็ไม่ได้เป็นอาหารที่นกมีความต้องการมากนัก ดังนั้นผู้เลี้ยงนกจึงควรให้นกบริโภคเนยแข็งในปริมาณจำกัด เพียงเล็กน้อยต่อครั้งในบางโอกาสเท่านั้น
การปล่อยให้นกบริโภคเนยแข็งเข้าไปในจำนวนมาก เนยแข็งอาจเข้าไปสร้างปัญหาการตกค้างในถุงพักอาหารและเกิดอาการย่อยยากให้กับนก โดยเฉพาะเนยแข็งบางชนิดสามารถก่อปัญหาการอุดตันในถุงพักอาหาร ที่มีผลทำให้อาหารอื่นๆที่นกบริโภค
ไม่สามารถไหลผ่านจากถุงพักเข้าสู่ร่างกายได้
ชนิดของเนยแข็งที่มักเกิดปัญหาการย่อยยากและเป็นอันตรายกับการบริโภคของนกได้แก่ เนยแข็งชนิดที่ใช้ทำพิซซ่าเรียกว่า Mozzarella Cheese ซึ่งหากเกิดการอุดตันของเนยแข็งชนิดนี้
แพทย์อาจมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยดูดเนยแข็งออกจากถุงพัก จนแม้กระทั่งในกรณีที่รุนแรง แพทย์อาจมีความเป็นต้องใช้วีธีผ่าตัด
หากนกอยากขอมีส่วนร่วมในชิ้นพิซซ่าด้วย ผู้เลี้ยงนกควรคัดส่วนที่เป็นเนยแยกออกไปก่อนให้นก และควรแบ่งพิซซ่าให้นกก่อนที่จะโรยเกลือ
-----------------------
Web Editor's Note: สถิติที่ได้จาก Exotic Animal Network / Toxin Sequenced Listing นี้เป็นเพียงตัวเลขของการเสียชีวิตเพียงส่วนหนึ่ง ที่เจ้าของนกได้ให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อมูล
ทั้งนี้ยังคงมีเจ้าของนกอีกมากที่ไม่ได้แจ้งข้อมูล เนื่องจากไม่ทราบว่านกเสียชีวิตด้วยสาเหตุจากการบริโภคอาหารที่เป็นพิษ
-----------------------
.....
เขียนโดย แก้วตา
1-14-2003
4-2-2006 (last update)
cookietalkie@yahoo.com
TOP
|  |
|