 |
โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี
คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ
เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น
อันตรายจากการป้อนอาหารด้วยใส้ไก่
|  |
| จากภาพ: นกหันด้านหน้าเข้าหาผู้ป้อน |
การป้อนอาหารลูกนกอีกวิธีที่อยากจะกล่าวถึง คือการป้อนที่ส่งอาหารป้อนเข้าถึงถุงพักอาหารของลูกนกโดยตรง
Gavage Feeding วิธีนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการบังคับป้อน ซึ่งมักจะทำกัน 2 วิธีคือ
การใช้สายยางใส้ไก่
การใช้ท่อป้อนหรือเข็มป้อน
การป้อนอาหารด้วยสายยางใส้ไก่
ทำโดยใช้สายยางใส้ไก่อย่างนิ่มสวมรัดเข้ากับปลายท่อของหลอดไซลิงค์ที่บรรจุอาหารป้อน
จากนั้นผู้ป้อนจะทำการสอดแหย่ท่อสายยางใส้ไก่นี้เข้าผ่านภายในช่องปากของลูกนก แหย่สอดลึกเข้าไปในลำคอลงตรงสู่หลอดอาหาร
(Esopagus) ที่จะนำไปยังถุงพักอาหาร (crop) โดยดันให้สายยางเข้าสู่ภายในถุงอาหาร จากนั้นจึงใช้นิ้วดันอาหารป้อนจากในหลอดไซลิงค์ลงสู่ถุงพักอาหารโดยตรง
การป้อนอาหารด้วยท่อหรือเข็มป้อน Feeding Needles
นอกจากสายยางใส้ไก่ที่ใช้กันทั่วไปแล้วยังมีอุปกรณ์ที่ใช้ในวัตถุประสงค์เดียวกันคือ ท่อหรือเข็มป้อน Feeding Needles
ที่ทำจากโลหะจำพวกสเตนเลส มีลักษณะเป็นหลอดยาวเล็กกลวงภายในที่มีปลายท่อเป็นตุ่มกลมและมีช่องสำหรับให้อาหารไหลออก
ท่อนี้มีวิธีการใช้โดยการต่อเสริมเข้ากับหลอดไซลิงค์เช่นกัน
ลูกนกที่เกิดใหม่และผู้เลี้ยงมีความจำเป็นที่จะต้องนำลูกนกออกมาป้อนเอง ผู้เลี้ยงนกควรเลือกที่จะใช้วิธีการป้อนในขั้นต้นเพียงสองทางเลือก
คือป้อนอาหารให้ลูกนกด้วยช้อนเป็นทางเลือกที่หนึ่ง และป้อนลูกนกด้วยไซลิงค์เป็นทางเลือกถัดไป
อ่านวิธีได้จากบทความในคู่มือคนรักนกหัวข้อเกิดและเติบโต เรื่อง "การป้อนด้วยไซลิงค์" และ "การป้อนด้วยช้อน"
นอกเสียจากว่าลูกนกตัวนั้นๆจะมีปัญหาสุขภาพ เช่น ลูกนกมีความเจ็บป่วยจนไม่สามารถที่จะกลืนกินอาหารได้ด้วยตัวเอง
เป็นผลให้ลูกนกไม่ตอบสนองหรือไม่ยอมรับอาหารจากวิธีการป้อนทั้งสองชนิดดังที่กล่าวมาแล้ว
หรือลูกนกมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการป้อนยาเท่านั้น จึงจะอนุโลมให้ใช้การป้อนในทางเลือกที่ 3
คือการป้อนด้วยวิธีสอดลึกเข้าไปถึงถุงพักอาหารได้
เนื่องจากการป้อนด้วยวิธีสอดลึกเข้าไปถึงถุงพักอาหารไม่ว่าจะใช้สายยางใส้ไก่หรือท่อป้อนนั้นเป็นทางเลือกที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกนก
อันตรายอย่างไรและทำไมถึงเป็นอันตราย ลองมาศึกษากันดู
ด้วยกรรมวิธีปฏิบัติการ การป้อนด้วยอุปกรณ์ที่ถูกสอดลึกเข้าถึงถุงพักอาหารโดยตรงสร้างความทรมานต่อลูกนก
อุปกรณ์ที่สอดลึกผ่านลำคอสร้างความระคายเคืองให้ช่องปากจนถึงลำคอ และหากลูกนกเกิดความกลัวแสดงอาการขัดขืนไม่ยอมรับการป้อน
ผู้ป้อนก็มักจะดึงดันเพื่อให้การสอดสายยางสำเร็จโดยไม่คำนึงถึงสุขภาพและคุณภาพในการกินอาหารของลูกนก
เมื่อมีการทำซ้ำๆอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดแผลถลอกในช่องปากที่มีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนทั้งช่องปากลำคอเกิดความเสียหายและลูกนกเจ็บทรมานทุกครั้งในการกินอาหาร และเมื่อแผลในช่องปากเกิดการติดเชื้อขึ้น
ในที่สุดลูกนกอาจมีอาการอาเจียรไม่สามารถรับการป้อนและไม่สามารถกินอาหารป้อนได้อีกต่อไป
หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แล้วลูกนกถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจรักษาอย่างถูกวิธีจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญลูกนกอาจเสียชีวิตได้
ในช่องปากเล็กๆของลูกนกนั้นยากต่อการมองเห็น และที่สำคัญช่องอาหารกับช่องหลอดลมของนกตั้งอยู่ใกล้กัน
ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์หรือผู้ที่ทำการอย่างลวกๆมักพลาดสอดสายยางใส้ไก่หรือท่อป้อนเข้าไปผิดช่อง
แทนที่อาหารจะไหลลงสู่ถุงพักอาหารแต่อาหารกลับไหลลงไปในช่องหลอดลมเข้าสู่ปอดนก มีผลทำให้นกหายใจติดขัด
เป็นโรคปอดบวม Aspiration และตายในที่สุดหากไม่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันจากสัตวแพทย์ผู้ชำนาญการ
สายยางที่รัดไม่แน่นสายยางที่หลวมมักจะหลุดลงถุงพักอาหาร เนื่องจากลักษณะการกินอาหารของลูกนกที่มักจะมีการดึงแรง
การดึงจึงมักทำให้สายยางใส้ไก่หลุดได้ง่ายและสายยางจะถูกดึงเข้าไปในคอและลงไปค้างในถุงอาหาร
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ นกมักต้องการการล้วงคอเพื่อดึงสายยางออกมาหรืออย่างรุนแรงหากสายยางไม่สามารถดึงออกมาได้
นกอาจต้องได้รับการผ่าตัดถุงอาหารเพื่อนำสายยางออก และเนื่องจากผิวหนังบริเวณถุงพักอาหารมีความบอบบางมาก
บางกรณีสายยางอาจดันทะลุออกมานอกถุงพักอาหาร อาการรุนแรงที่สุดนกอาจเสียชีวิตได้เช่นกัน
เนื่องจากเป็นการป้อนโดยการส่งอาหารตรงลงถึงถุงพักอาหาร อันตรายอีกประการที่สามารถเกิดขึ้นได้คือ
หากอาหารป้อนที่ผสมไว้มีอุณหภูมิไม่เหมาะสม เช่น ร้อนเกินไป อาหารที่ร้อนจะลวกผนังที่บางของถุงพักอาหาร
จนทำให้เกิดอาการถุงพักอาหารทะลุ Crop Burn ที่มีในอันตรายขั้นรุนแรงถึงชีวิต หรือหากอาหารป้อนเย็นเกินไป
อาหารก็จะย่อยยากเกิดเป็น Sour Crop ซึ่งต้องพึ่งสัตวแพทย์ในการช่วยดูดอาหารที่ค้างออกควบคู่ไปกับการให้นกได้รับยา
Antibiotic และยา Anti-Fungal เพื่อช่วยให้นกกลับมีอาการปกติ เช่นกันหากช่วยเหลือไม่ทันผลที่จะเกิดคือนกเสียชีวิต
ด้วยวิธีการป้อนอาหารดังกล่าว ลูกนกจะเติบโตขึ้นมาโดยที่ต่อมรับรู้รสไม่มีโอกาสได้รับการพัฒนาเลย
เพราะอาหารป้อนได้ถูกดันเข้าสู่ถุงพักอาหารโดยตรงอาหารจึงไม่ผ่านและสัมผัสลิ้น ลิ้นที่ไม่ได้รับสัมผัสอาหารไม่รู้รสอร่อยจะปิดโอกาสในการกระตุ้นเร้าความเบิกบานในการกิน
ร่างกายและจิตใจที่ไม่เคยเรียนรู้ถึงความอิ่มเอบและความสุขในการกินจะทำให้นกเหล่านี้เป็นนกที่กินอาหารยากไม่ยอมรับอาหารใดๆ
นานไปนกเหล่านี้จะถูกตำหนิจากผู้เลี้ยงว่าเป็นนกที่เลี้ยงยากให้อะไรก็ไม่อยากกิน ในที่สุดผู้เลี้ยงจะหมดความอดทนในการเสนออาหารใหม่ๆให้นก
และเมื่อผู้เลี้ยงเกิดความรู้สึกว่าการกินของนกเป็นปัญหา เป็นการสิ้นเปลืองเพราะกินทิ้งกินขว้างหรือไม่กินเลย
บทสรุปของผู้เลี้ยงนกก็มักจะจบลงด้วยอาหารไม่กี่ชนิดที่นกกินได้ และนั่นก็หมายถึงอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว
เช่น การปล่อยให้นกกินเมล็ดพืชเพียงอย่างเดียว
สร้างความเสียหายทางจิตใจ เนื่องจากผู้เพาะเลี้ยงนกที่ผลิตลูกนกออกสู่ตลาดคราวละมากๆ โดยเน้นที่ปริมาณแทนการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของลูกนก
มักต้องการให้ภาระการป้อนอาหารที่ต้องเสียเวลายาวนานนั้นเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว เหตุเพราะยังคงมีลูกนกอีกมากที่กำลังรอการป้อนอาหารนั่นเอง
การป้อนด้วยวิธีทำให้เสร็จโดยเร็วนี้ได้ตัดทอนขั้นตอนของการสร้างความผูกพัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทางด้านจิตใจที่ลูกนกต้องการ
การได้ลูบตัว การได้พูดคุยโอบกอดเพื่อให้ลูกนกได้รับสัมผัสไออุ่นและเรียนรู้ถึงความอ่อนโยนจากสัมผัสของมนุษย์นั้น
ไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้นจากการป้อนชนิดนี้ ลูกนกที่ไม่มีโอกาสได้รับการพัฒนาทางจิตใจจะเติบโตขึ้นอย่างว้าเหว่และหวาดกลัว
ขาดการเรียนรู้ถึงความเป็นมิตรและสูญเสียคุณภาพในการเป็นสัตว์เลี้ยง นำไปสู่การสร้างปัญหาระยะยาวให้กับผู้ซื่อที่รับลูกนกไปเลี้ยงต่อ
ปัญหาสุขภาพจิตที่เราต้องตามแก้กันในทุกวันนี้มีสาเหตุเบื้องตนมาจากการเริ่มต้นชีวิตที่ผิดพลาด
ด้วยวิธีการป้อนอาหารที่ขาดความรับผิดชอบนี้เอง
หากลูกนกตัวนั้นๆมีสุขภาพปกติสามารถกินอาหารด้วยทางเลือกที่ดีได้ ขอให้เลือกที่จะป้อนอาหารให้ลูกนกด้วยการป้อนด้วยช้อนหรือป้อนด้วยไซลิงค์
และสิ่งสำคัญก่อนซื้อนก ผู้ซื้อควรตั้งคำถามผู้เพาะนกว่า "ป้อนอาหารลูกนกด้วยวิธีใด" หากได้รับคำตอบว่าป้อนด้วยท่อป้อนหรือสายยางใส้ไก่ละก็
ขอให้หลีกเลี่ยงไม่ซื้อนกจากแหล่งเช่นนี้โดยเด็ดขาด
หมายเหตุ: การป้อนอาหารด้วยสายยางใส่ไก่ลงถึงถุงพักอาหารลูกนกโดยตรงนั้นเป็นวิธีที่ควร "หลีกเลี่ยง"
แต่อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยเหตุผลของสุขภาพลูกนกบางตัว การป้อนด้วยสายยางใส้ไก่อาจมีความจำเป็น
มีเทคนิคง่ายๆที่สามารช่วยให้ลิ้นของลูกนกซึ่งจำเป็นต้องป้อนอาหารด้วยสายยางใส้ไก่ มีการพัฒนารับรู้รสอาหารได้โดย
- บีบหยอดอาหารป้อนเล็กน้อยลงที่ลิ้นลูกนก รอให้ลูกนกเลียอาหารเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลิ้นได้รับรู้รสชาดอาหาร
ก่อนสอดสายยางใส้ไก่ลงถุงพักอาหาร(crop)
- หลังจากป้อนอาหารเสร็จเมื่อดึงสายยางออก ให้บีบหรือหยอดอาหารลงที่ลิ้นลูกนกอีกเล็กน้อย
ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่ป้อนอาหารลูกนกด้วยสายยางใส้ไก่
.....
เขียนโดย แก้วตา
cookietalkie@yahoo.com
TOP
 |
|