 |
โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี
คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ
เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น
การดูแลนกตาบอด
นกที่สูญเสียการมองเห็นสามารถปรับตัวและช่วยตัวเองได้โดยผู้เลี้ยงนกช่วยดูแลดังนี้
นกตาบอดควรได้รับการตัดซอยปีก เพื่อจำกัดการพยายามที่จะบินซึ่งจะเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ
บินหลงออกนอกบ้าน จนถึงอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ และโดยเฉพาะกับนกที่เคยบินได้ในบ้าน
มาก่อนในขณะที่ยังคงมองเห็น ผู้เลี้ยงนกจะต้องระมัดระวังอย่างมากเพราะโอกาสที่นกอาจ
ประสพอุบัติเหตุจะเกิดได้ง่ายขึ้น
หากเลี้ยงนกตาบอดร่วมกับสัตว์อื่นเช่น หมา แมว ผู้เลี้ยงควรระวังและดูแลอยู่ใกล้ๆด้วยเสมอ
เมื่อนำนกออกนอกกรง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
หากนกที่เลี้ยงอยู่เป็นนกเชื่อง และเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดเดียวในบ้าน ผู้เลี้ยงสามารถเปิดประตูกรง
ให้นกได้ในเวลาที่มีผู้ดูแลอยู่ด้วย ปล่อยให้นกได้ปีนป่ายเล่นในและนอกกรง หากหลังคากรงเป็น
แบบตะแกรงเรียบ ผู้เลี้ยงสามารถติดตั้ง Play Gym พร้อมของเล่นอื่นๆเพื่อให้นกได้เพลิดเพลิน
สลับเปลี่ยนของเล่นเสมอๆอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเลือกของเล่นที่มีลัษณะแต่กต่างเพื่อให้
นกมีกิจกรรมและไม่เบื่อ
เนื่องจากนกที่ไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ไม่ได้เห็นความเป็นไปหรือการเคลื่อนไหวใดๆที่เกิดขึ้น
รอบตัวได้นี้ จะเกิดความเบื่อมากหากไม่มีอะไรให้เล่นหรือทำให้ตัวเองมีกิจกรรม
นกมักจะเกิดปัญหาสุขภาพทางใจ มีอารมณ์แปรปรวน จนถึงอาจก่อให้เกิดสาเหตุการถอนขนตัว
เองตามมาได้
เลือกตุ๊กตาตัวขนาดพอเหมาะกับขนาดนกแขวนชิดข้างกรงไว้เพื่อให้นกได้เล่นหรือเอนพิงเพื่อ
เป็นเพื่อน เลือกของเล่นที่มีลักษณะผิวสัมผัสที่แตกต่างหลากหลายและเลือกของเล่นที่มีเสียง
เช่นของเล่นที่ประกอบด้วยกระดิ่งเล็กๆ กระดิ่งจะช่วยให้เกิดเสียงสดใสที่แก้เหงาได้ ควรเลือก
กระดิ่งชนิดที่เป็นทรงระฆังขนาดเล็กปากบาน เพราะกระดิ่งชนิดนี้จะปลอดภัยกับนกมากกว่า
กระดิ่งชนิดกลม ที่จงอยปากนกอาจเข้าไปติดค้างและเกิดบาดเจ็บได้
คอนที่มีรูปทรงคดโค้งหรือคอนที่สามารถดัดรูปทรงได้เช่นคอนที่ทำจากเชือก ทำให้นกสามารถ
เดินไล่ไต่ไปตามคอนเพื่อสำรวจมุมต่างๆของกรง ทั้งนี้การใช้คอนเชือกผู้เลี้ยงนกควรสำรวจ
ตรวจความเรียบร้อยของคอนเชือกอย่างสม่ำเสมอ หากเชือกขาดหรือหลุดหลวมอาจจะเป็นสาเหตุ
ให้เล็บเท้าเข้าไปเกี่ยวจนเกิดอุบัติเหตุได้ และการดูแลตัดเล็บเท้าให้นกอย่างเหมาะสมจะช่วยลด
ปัญหานี้ได้ส่วนหนึ่ง
ผู้เลี้ยงนกควรดูแลเรื่องอาหารให้นกอย่างเหมาะสม หากนกที่เลี้ยงกินอาหารสำเร็จรูป นอกจาก
การให้อาหารสำเร็จรูปชนิดที่กินเป็นประจำเพียงอย่างเดียว ผู้เลี้ยงอาจลองหาอาหารสำเร็จรูป
ที่มีรูปร่างหรือขนาดที่แตกต่างกันใส่รวมลงไปในถ้วยอาหารให้นกลองกินสักเล็กน้อย อาหาร
สำเร็จรูปที่มีรูปทรงแตกต่างนี้นอกจากนกจะใช้กินแล้วอาหารยังเปรียบเสมือนของเล่นที่จะช่วย
ทำให้นกไม่เบื่อ มีกิจกรรมและเกิดความเพลิดเพลินในการกิน
ผัก ผลไม้ ก็สร้างความเพลิดเพลินในการกินเช่นกัน แตงกวา แอ็ปเปิล หั่นเป็นแว่นหรือเป็นท่อน
ข้าวโพดทั้งฝักสักท่อน บล็อคเคอรี่สักก้าน หัวแครอทหัวเล็กๆเสียบที่ข้างซี่กรง เป็นกิจกรรม
การกินที่มีรสชาดและไม่รู้เบื่อ
นกที่ไม่สามารถมองเห็นอาจหวาดระแวงมากก่อนที่จะปรับตัวได้ นกที่ตกใจอาจกัด ดังนั้น
ระวังให้นกตกใจน้อยที่สุดถึงไม่ตกใจเลย การพูดบอกให้นกรู้ตัวก่อนว่าเราอยู่ใกล้ๆหรือก่อนจะ
ลงมือทำสิ่งใดๆเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง บอกกล่าวทุกครั้งก่อนที่จะทำสิ่งใดๆเพื่อให้นกรู้ก่อนว่า
จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นและนกจะเตรียมรับกับสิ่งใด เช่นพูดบอกให้ขึ้นมือก่อนที่จะยื่นมือเข้าใกล้ตัว
พูดบอกว่าอาหารมาแล้วก่อนที่จะยื่นถ้วยอาหารเข้าไปในกรง พูดบอกว่าจะเปิดกรงให้ก่อนที่จะ
ทำให้เกิดเสียงการเปิดกรงและพูดบอกว่าถึงเวลานอนแล้วก่อนที่จะนำนกเข้ากรงและปิดคลุม
กรงให้ตามปกติ
นกที่เคยมองเห็นมาก่อนอาจปรับตัวได้เร็วเนื่องจากความเคยชินกับกรง และตำแหน่งสิ่งของต่างๆ
ในกรงและสถานที่ต่างๆในบ้าน ส่วนในกรณีที่นำนกตาบอดเข้ามาอยู่ใหม่ผู้เลี้ยงควรคำนึงถึง
การติดตั้งตำแหน่งกรงและอุปกรณ์ต่างๆในกรงให้มีความสะดวกและปลอดภัย ตำแหน่งที่ติดตั้ง
ถ้วยอาหาร น้ำ และอื่นๆต้องคำนึงถึงความสะดวกที่นกจะไปถึงจุดดังกล่าวได้ง่าย ไม่มีสิ่งกีด
ขวางทาง บอกและฝึกหัดให้นกรู้ว่าสิ่งของต่างๆติดตั้งอยู่ที่ไหนเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน โดยใช้เสียง
เช่นเขย่าหรือเคาะเบาๆ
ผู้เลี้ยงนกควรดูแลทำความสะอาดกรงอย่างสม่ำเสมอ กรงที่สะอาดจะช่วยลดทอนโรคภัย
และความเจ็บป่วยให้นกได้ และให้ถือความสะอาดเป็นหัวใจสำคัญเนื่องจากนกที่มองไม่เห็นจะใช้
ประสาทสัมผัสในการช่วยเหลือตัวเองในทุกๆสิ่งที่เป็นกิจกรรมของชีวิตประจำวัน และนกจะใช้
จงอยปากในการสัมผัสสิ่งของต่างๆรอบกายซึ่งจะรวมไปถึงถ้วยอาหาร ของเล่น คอนและอื่นๆ
การปีนป่ายไปตามซี่กรงที่ต้องใช้ปากคลำทาง หากกรงสกปรกสิ่งสกปรกนั้นแน่นอนจะเข้าไปอยู่
ในปากนก ดังนั้นการทำความสะอาดกรงและอุปกรณ์ต่างๆโดยการฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอจะ
ช่วยให้นกมีคุณภาพชีวิตที่ดี ถ้วยอาหารควรล้างทำความสะอาดลวกน้ำร้อนทุกวันและควรมีถ้วย
อาหารให้เพียงพอในการสลับเปลี่ยนได้ทันที แนะนำให้มีถ้วยอาหารครบชุดอย่างน้อย 2 ชุด
สิ่งสำคัญอีกประการในการทำความสะอาดกรงคือ ผู้เลี้ยงนกต้องคำนึงถึงการจัดใส่ของต่างๆ
กลับเข้าที่เดิมอย่างถูกต้องทุกครั้ง ข้าวของและอุปกรณ์ทุกชิ้นต้องอยู่ในตำแหน่งเดิม
อย่างไม่คลาดเคลื่อน วิธีง่ายๆเช่น ก่อนนำถ้วยอาหาร คอนและของเล่นหรืออื่นๆออกจากกรง
ให้ใช้วิธีนับซี่กรง หรือใช้ไม้หนีบผ้า ใช้เชือกหรือโบว์ ผูกเข้าที่ตำแหน่งต่างๆไว้ชั่วคราวใน
ระหว่างทำความสะอาดกรง วิธีนี้จะง่ายต่อการจัดใส่สิ่งของต่างๆของนกกลับเข้าที่ได้ถูกตำแหน่ง
เมื่อเราทำความสะอาดกรงเสร็จ
นกตาบอดสามารถอยู่ร่วมกรงเดียวกับนกอื่นๆได้ โดยที่เจ้าของนกเป็นผู้ดูแลเลือกนกที่จะอยู่
ร่วมด้วยให้เหมาะสม
นกตาบอดก็สามารถที่จะปรับตัวให้อยู่ในโลกของความมืดได้อย่างไม่มีอุปสรรค์ หากผู้เลี้ยงนก
มีความพยายามที่จะช่วยเหลือ ให้โอกาสและมอบชีวิตที่ดีให้แก่เขา
- - - - - - - - - - - - - - - - -
(เพิ่มเติม)
คุณ ซูซาน ไคลโลเปส ผู้เป็นเจ้าของและได้ให้การดูแลนกตาบอดอยู่ถึง 3 ตัวได้เขียนอีเมลล์บอกเล่าประสพการณ์อันมีค่า
ถึงดิฉัน อันเป็นความซาบซึ้งใจที่จะได้นำมาบอกเล่าเพื่อประโยชน์ต่อผู้อ่านดังนี้- -
ตามประสพการณ์ที่ได้ดูแลนกตาบอด 3 ตัว ฉันสามารถบอกได้เลยว่านกตาบอดสามารถรับมือกับความพิการได้ง่ายกว่ามนุษย์
ถ้าให้เดาก็คงเป็นเพราะว่านกไม่ต้องทนกับความอับอายกับความพิการนั่นเอง
นกที่ตาบอดสามารถปรับสถานการณ์และพัฒนาไหวพริบเพื่อชดเชยความพิการได้ในหลายทาง
สิ่งสำคัญที่เราจะต้องดูแลคือ ถ้วยอาหารและน้ำจะต้องมีพร้อมตลอดเวลาและอยู่ในตำแหน่งเดิมในกรง
ตรงคอนที่เขาชอบเกาะเสมอๆทุกวัน
นกตาบอดมักจะมีมุมหรือตำแหน่งในกรงที่ี่เขารู้สึกสะดวกสบายที่เขาโปรดปรานและเขาก็มักจะชอบที่จะอยู่ที่เดิมนั้น
นกมักจะไม่ค่อยไปไหนไกลจากที่ตรงนั้น เพราะเขามองไม่เห็นและนกก็มักจะไม่คล่องแคล่วเหมือนนกที่ตาดี
หากผู้เลี้ยงมีความจำเป็นที่จะต้องย้ายเปลี่ยนนกไปกรงใหม่หรือมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่วางถ้วยอาหารให้นกใหม่
ผู้เลี้ยงนกควรนำนกมาวางลงตรงคอนที่ถ้วยอาหารวางอยู่ เพื่อเป็นการบอกนกว่าถ้วยอาหารวางในตำแหน่งนั้นๆ
หรือแม้แต่นำนกมายืนที่ขอบถ้วยอาหารเพื่อให้เขารับรู้
บอกกล่าวและเรียกชื่อนกทุกครั้งที่ต้องการให้นกขึ้นมาเกาะบนมือเพื่อให้นกรู้ว่าเรากำลังพูดกับเขา
และเพื่อเป็นการเตือนล่วงหน้าว่าเราอยู่ใกล้ๆและกำลังจะรับเขามาหาเราหรือการปฏิบัติอื่นๆ
ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนกกับเรา
หากมีความจำเป็นที่จะต้องมีนกตัวอื่นอยู่ร่วมกรงกับนกตาบอด ควรเลือกนกที่ไม่ดุไม่ก้าวร้าว
เนื่องจากความไม่ปลอดภัยอาจเกิดขึ้นได้กับนกที่มองไม่เห็น ที่จะไม่สามารถรู้ล่วงหน้าหากนกอีกตัว
เคลื่อนตัวเข้าใกล้เพื่อจะทำร้ายเขา ทางที่ดีผู้เลี้ยงนกควรคอยเฝ้าดูปฏิกริยาของนกทั้งสองอย่างใกล้ชิดสักระยะ
ก่อนที่จะวางใจและปล่อยให้นกอยู่ด้วยกันได้.
คำเตือน
ประสพการณ์ของผู้เลี้ยงนกพิการแต่ละท่านนั้นย่อมแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพนก สภาพแวดล้อม
และปัจจัยอื่นๆ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและปรับสถานะการณ์ของตัวเองตามความเหมาะสม.
.....
เป็นเรื่องเศร้าที่ผู้คนมักจะมีความสุขกับการจับคู่ให้นกและมักจะอยากได้เห็นลูกนกและจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น
บางครั้งต้องถามตัวเองว่ามันจำเป็นแค่ไหน โดยเฉพาะกับนกที่มีความพิการมาก่อนซึ่งสมควรได้รับ
การดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ นกทุกตัวที่อยู่ในสภาพร่างกายที่บกพร่องหรืออยู่ในสภาวะของความพิการมาก่อน
ไม่สมควรนำเข้าสู่สภาวะการผสมพันธุ์หรือขยายพันธุ์ โดยเฉพาะนกเพศเมีย การหาเพื่อนร่วมกรงจึงควรเป็นนกที่มีเพศเดียวกันเท่านั้น
หมายเหตุ กรณีนี้ยกเว้นนกที่เกิดความพิการหลังจากมีคู่ ซึ่งการอยู่ร่วมกับคู่เป็นวิถีที่ดีที่สุดสำหรับนก
.....
เขียนโดย แก้วตา
Stevie Wonder นกน้อยตาบอด
Stevie Wonder เป็นหนึ่งในลูกนกคอคคาเทล 3 ตัวในคลอกเดียวกัน นกทุกตัวมีขนาดเล็กและ
อยู่ในสภาพที่อ่อนแอ
เจ้าของนำนกมาพบแพทย์เนื่องจากนกทั้ง 3 มีความผิดปกติเหมือนๆกันคือ เปลือกตาทั้ง 2
ข้างไม่เปิดออกตามธรรมชาติ เมื่อคุณหมอแนะนำวิธีแก้ไขด้วยการทำผ่าตัดที่ไม่อาจรับรองผลได้
เจ้าของนกจึงตัดสินใจที่จะให้หมอฉีดยาให้นกทั้ง 3 หลับชั่วนิรันดร์
คุณหมอผู้ซึ่งเป็นผู้รักสัตว์จึงได้ขอรับนกไว้ในความดูแล
Stevie Wonder อาศัยอยู่ที่คลีนิคในระยะแรกๆ เพื่อคุณหมอจะได้มีเวลาดูแลเขาได้อย่างใกล้ชิด
แต่ขณะที่คุณหมอจะตัดสินใจนำเขากลับบ้าน เขาก็ติดใจที่จะอยู่ที่คลีนิคไปซะแล้ว และเพียงไม่กี่สัปดาห์นี้เองใครๆก็ได้มองเห็นถึงความน่ารักของนกตัวนี้ Stevie ผิวปาก ร้องเพลงตามคำสอน
จนกระทั่งผสมแต่งเพลงของตัวเอง และแม้แต่หัดพูดตามนกตัวอื่นที่เข้ามาในคลีนิค แค่วันเดียว
แม้บางครั้งที่ Stevie ตกใจเขาอาจจะกัดจนทำเอาหลายคนลืมไปว่าเขามองไม่เห็น แต่ทุกครั้งที่
เขากัดเขาจะอุทานทันทีว่า " OW! Bad bird! "
ทุกวันเจ้าหน้าที่จะผลัดกันเข้ามาเยี่ยม Stevie ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมกับนกที่ถูกทอดทิ้งตัวอื่นๆและ
หลายครั้งมักจะได้เห็นเขาอยู่บนไหล่คนโน้นทีคนนี้ที แม้ Stevie จะจ่ายค่าเช่าที่พักด้วยการ
เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการสาธิตวิธีดูแลนกอย่างถูกต้องให้กับเจ้าของนกคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่า
Stevie จะพึงใจกับงานหลักของเขาที่ได้ทำให้ใครๆได้หัวเราะอย่างมีความสุข รวมถึงได้ทำให้เจ้า
ของกระต่ายผู้หนึ่งที่กำลังโศกเศร้ากับการสูญเสียถึงกับยิ้มทั้งน้ำตาด้วยเพลงปลอบใจ เหมือนกับ
จะรู้ว่าเวลาใดที่จะทำให้ความเศร้ากลายเป็นเสียงหัวเราะ
ใครจะคาดเดาว่าแม้ Stevie จะไม่สามารมองเห็นแต่เขาก็ได้สร้างสิ่งดีๆและเติมความสุขให้เกิด
ขึ้นกับหลายๆคนที่ได้พบได้รู้จักเขา เหมือนเป็นแสงสว่างที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนที่หมดหวัง.
เล่าโดยคุณหมอ Natalie DVM, ABVP (Avian)
.....
ถอดความโดย แก้วตา
cookietalkie@yahoo.com
TOP
|  |