 |
งานสัมนา PEAC 2004 National Parrot Education Conference
 |
|
Bonnie Kenk and Diana Holloway |
Carla Smith-Freed |
 |
| Dr. Fern Van Sant, DVM |
 |
| Liz Wilson กำลังเซ็นต์ชื่อ |
Diana Holloway |
Russ Shade และหนังสือของเขา |
PEAC 2004 National Parrot Education Conference ครั้งที่ 9 San Diego CA, U.S.A. เป็นงานสัมนาใหญ่ประจำปีที่จัดขึ้นโดยองค์กร Parrot Education & Adoption Center เมื่อวันเสาร์ที่ 13 November, 2004 โดย Bonnie Kenk: Executive Director และ Volunteers
การจัดงานสัมนานี้มีวัตถุประสงค์ในการแผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการดูแลนก ให้กับสมาชิกและบุคคลที่สนใจ วัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นการหารายได้สำหรับนำมาใช้เป็นเงินทุนในการรับอุปการะนก ทั้งนกที่อยู่ในโปรแกรมอยู่แล้วและนกอีกหลายชีวิตที่เจ้าของไม่ต้องการ ซึ่งกำลังรอการเข้าโปรแกรม เงินรายได้เหล่านี้จะใช้เป็นค่าอาหาร ค่ารักษาโรค ค่ากรงนก ค่าของเล่นสำหรับนกและอื่นๆ รวมถึงจะใช้เป็นค่าจัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่ความรู้ และเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดสัมนาย่อยรายเดือน
ผู้จัดสัมนาได้จัดแบ่งงานออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่การจัดให้มี Fundraising Dinner ในคืนวันศุกร์ที่ 12 จากนั้นเป็นงานสัมนาวิชาการในวันเสาร์ที่ 13 และต่อด้วยงานเลี้ยงอาหารแบบ Banquet ในเย็นวันเดียวกัน
งานสัมนาทางวิชาการนี้จัดขึ้นที่ Marina Village ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ในอ่าวติดริมทะเลที่นี่เป็นสถานที่เดียวกับที่ใช้จัดให้มีชั้นเรียนประจำเดือน จะต่างกันก็แต่ตัวอาคาร เพราะการสัมนาต้องใช้ห้องที่ใหญ่กว่าห้องเรียนปกติ
งานสัมนาจัดกันเต็มวัน ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5.30 เย็น โดยงานเริ่มจาก 8 โมงเช้าผู้เข้าร่วมสัมนาทุกคนต้องมา Check in ลงชื่อเพื่อรับ Registration Packet ซึ่งเป็นซองสีน้ำตาลที่มีชื่อของตัวเองพิมพ์ติดไว้ที่หน้าซอง ในซองจะบรรจุไปด้วยรายละเอียดและหมายกำหนดการต่างๆ รวมทั้งป้ายชื่อที่เขียนชื่อของเราสำหรับใช้ติดบนเสื้อ พร้อมมีของที่ระลึกเป็นปากกาปั้มชื่อองค์กรให้ด้วย 1 ด้ามเมื่อลงทะเบียน Check in แล้วผู้เข้าสัมนาก็เดินเข้าไปเลือกที่นั่งตามสะดวก
เวลา 9 โมงเช้าการสัมนาก็เริ่มขึ้น โดยพิธีกรขึ้นกล่าวแนะนำงานและเปิดตัววิทยากรผู้บรรยาย ในงานสัมนาครั้งนี้ ทางองค์กรได้เชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงในระดับโลกมาบรรยายด้วยกัน 5 ท่าน
ท่านที่ขึ้นบรรยายท่านแรกคือ Diana Holloway ผู้มีตำแหน่ง
President of The Amazona Society,
Vice president of The Tanygnathus Society,
Board of Directors of The American Federation of Aviculture (AFA),
Advisor of the Pet Industry Joint Advisory Council (PIJAC),
Board of Directors of The Indonesian Parrot Project (เราคงรู้จักโครงการนี้กันแล้วจากบทความ
เรื่อง"เยือนถิ่นกำเนิดนกกระตั้วโมลัคคัน") จนปัจจุบันท่านได้รับเชิญให้เป็น Board ขององค์กร Parrot Education & Adoption Center อีกตำแหน่งด้วย
นอกจากนี้ Diana Holloway ยังเขียนบทความในนิตยสาร BirdTalk, CPQ และ Amazona Quarterly อีกทั้งยังเป็นผู้บรรยายในการประชุมสัมนาต่างๆในระดับนานาชาติ
Diana Holloway ได้บรรยายเรื่อง Glorious Greatbills & Other Tanygnathus พร้อมคำบรรยายผู้ฟังจะได้ชมภาพสไลด์มากมาย ได้รับทราบถึงชนิดพันธุ์ต่างๆของนก ทราบถึงการเลี้ยงดู การขยายพันธุ์และผลสำเร็จในการศึกษาเกี่ยวกับนกชนิดนี้ รวมถึงได้เรียนรู้ถึงชีวิตนกเหล่านี้ที่อยู่ในธรรมชาติ ซึ่ง Diana Holloway ได้เป็นผู้ให้ทุนในการศึกษานก Greatbills ในธรรมชาติแก่ The Indonesian Parrot Project ด้วย
โครงการศึกษาต่างๆของ Diana Holloway นี้ มุ่งหวังจะช่วยรักษาเผ่าพันธุ์ของนกและมุ่งหวังที่จะมีโอกาสส่งนกกลับคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อป่าที่เป็นที่อาศัยของนกมีความปลอดภัยเพียงพอ
Diana Holloway เลี้ยงลูกนกทุกตัวด้วยการ "ป้อนด้วยช้อน"
จากนั้นผู้บรรยายท่านที่ 2 Russ Shade
นักเขียนบทความเกี่ยวกับนก Pionus ที่ลงตีพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารต่างๆ เช่น BirdTalk, The Original Fying Machine รวมถึงบทความใน newsletters ของ bird club ต่างๆทั้ง USA, Canada และ England นอกจากนี้เขายังได้รับเชิญไปบรรยายที่ Houston Parrot Festival และ Canada Parrot Symposium ฯลฯ ล่าสุด Russ Shade ได้เขียนหนังสือชื่อ "The Practical Pionus: Pet Pionus Parrots."
Russ Shade ขึ้นบรรยายเรื่อง "Living with Pionus Parrots - Common Behavioral Problems"
โดยบรรยายพร้อมฉายภาพสไลด์ของนก Pionus สายพันธุ์ต่างๆ การให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมนก Pionus ที่รวมถึงทั้งนกเลี้ยงและนกในธรรมชาติที่เขาได้เดินทางเข้าไปในป่า Ecuador เพื่อทุ่มเทศึกษาเกี่ยวกับนก Pionus จากประสบการณ์อันยาวนานของเขา จนกระทั่งเขาได้รวมกลุ่มจัดตั้ง Pionus Parrots Research Foundation ขึ้น
ผู้บรรยายท่านที่ 3 Carla Smith-Freed
Carla Smith เป็นผู้เพาะขยายพันธุ์นกหลากหลายสายพันธุ์มาเป็นเวลากว่า 20 ปี นกที่ Carla เพาะพันธุ์ เช่น Conures, Amazons, Cockatoos, African Greys และ Macaws
Carla Smith ได้บรรยายเรื่อง "Reproductive Behavior in the Nestbox"
Carla ได้ทำการวิจัยถึงพฤติกรรมนกในช่วงการผสมพันธุ์วางไข่ โดยการติดตั้งกล้องวิดีโอขนาดจิ๋วพิเศษในรังเพาะ เธอได้รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ขึ้นเป็นสถิติในเวลามากกว่า 4 ปี พร้อมการบรรยายได้มีการฉายภาพวิดิโอหลายชุด ที่ผู้ฟังจะได้เห็นพฤติกรรมของนกในรังเพาะ เพื่อนำความรู้มาใช้ให้เป็นประโยชน์สำหรับความเข้าใจในธรรมชาติของนกอย่างแท้จริง
หนังวิดิโอชุดที่หนึ่ง เป็นภาพของนกตัวเมียที่กำลังออกไข่ ในภาพแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการใช้แรงเบ่งและเสียงร้องที่นานแสนนาน ใครที่ไม่เคยเห็นนกออกไข่มาก่อน จะได้เห็นและพอเข้าใจถึงความเหนื่อยยากนี้ ในที่สุดนกก็ออกไข่ได้อย่างปลอดภัย พร้อมเสียงโล่งใจของผู้ชม
หนังวิดิโอชุดที่สอง เป็นหนังวิดิโอชุดของพ่อนกผู้อยู่ลำพังในรัง กำลังพยายามใช้จะงอยปากเขี่ยไข่ให้เข้าที่ใต้พุงตัวเองเพื่อการนั่งกกไข่ แต่ไม่ว่าพ่อนกจะพยายามอย่างมากและใช้เวลานานเพียงใด ไข่ลูกกลมๆก็ยังคงกลิ้งไปมาไม่ยอมอยู่นิ่งให้พ่อนกนั่งกกไข่ได้สำเร็จ จนในที่สุดพ่อนกก็เหนื่อยหน่ายและได้เลิกล้มความตั้งใจปีนออกนอกรังเพาะไป วิดิโอชุดนี้เรียกเสียงฮาจากผู้ชมได้มาก ด้วยท่าทางงุ่นง่านแต่น่ารักของพ่อนกที่พยายามจะทำหน้าที่พ่อที่ดีนั่นเอง
หนังวิดิโอชุดที่สาม แสดงให้เห็นถึงนกตัวผู้ที่อยู่ลำพังในรังเพาะ กำลังพยายามทำลายไข่ โดยการดันไข่ไปรอบๆรัง ใช้ปากพยายามจิกคาบเพื่อทำให้ไข่แตก
หนังวิดิโอชุดที่สี่ เป็นภาพที่ดูน่าเศร้าและน่าสนใจที่จะเรียนรู้ ในภาพเป็นพ่อนกกับแม่นกในรังเพาะ โดยในขณะที่แม่นกกำลังออกไข่อยู่นั้น พ่อนกจะรออยู่อีกมุมของรังเพาะ และทันทีที่ไข่ออกมาจากแม่นกแม้ในขณะที่ไข่ยังคงเปียกอยู่ พ่อนกจะวิ่งเข้าหาไข่ ใช้จะงอยปากดันไข่ออกมาจากแม่นกและพยายามคาบจิกให้ไข่แตก แม่นกก็พยายามปกป้องไข่ โดยแม่นกใช้จะงอยปากกัดงับเข้าที่ขาของพ่อนกพร้อมกับส่งเสียงร้องตลอดเวลา
แต่แม้จะถูกแม่นกงับขาอยู่ พ่อนกก็ไม่ละความพยายามที่จะกัดงับทำให้ไข่แตก จนในที่สุดไข่ก็แตกออกแล้วพ่อนกก็กินไข่อย่างอร่อย ส่วนแม่นกจะยังคงร้องและงับขาพ่อนกอยู่เพียงอึดใจ จากนั้นแม่นกก็ร่วมวงกินไข่ด้วย
หนังวิดิโอชุดที่สี่ เป็นหนังที่ดูแล้วทำให้รู้สึกเศร้ามากๆ คือ คู่พ่อแม่นกที่ลูกของเขามีความพิการ ลูกนกตัวนี้ไม่สามารถทรงตัวได้ พ่อนกจึงใช้ตัวเองเป็นฐานเพื่อให้ลูกได้อิงพิงในขณะที่แม่นกทำหน้าที่ป้อนอาหารให้ลูก Carla Smith ได้เฝ้าดูพ่อแม่ลูกคู่นี้ระยะหนึ่ง จนเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องนำลูกนกออกมาเพื่อการดูแลรักษา เธอจึงตัดสินใจนำลูกนกออกจากรัง
หลังจากที่ลูกนกได้ถูกนำออกไปแล้ว ภาพในวิดิโอได้แสดงให้เห็นถึงอาการของแม่นกเมื่อกลับลงไปในรังที่ว่างเปล่า แม่นกจะค้นหาลูกด้วยอาการโหยหาวิ่งวนรนรานไปรอบๆรัง พร้อมกับใช้จะงอยปากคุ้ยวัสดุรองรังอย่างไม่หยุด แม้วัสดุรองรังนั้นจะมีความหนาแค่เพียงไม่เกิน 2 นิ้วเท่านั้น
แม่นกจะส่งเสียงร้องและไม่ละความพยายามที่จะใช้จะงอยปากคุ้ยเขี่ยตลอดเวลา จนกระทั่งพ่อนกปีนกลับเข้ามาในรัง ช่วยแม่นกค้นหาลูกที่หายไปอีกแรง ภาพที่ได้เห็นเป็นภาพที่น่าเวทนา
และเป็นภาพที่ดูสะเทือนใจมาก
ภาพอย่างนี้คงยืนยันความคิดสำหรับการเลี้ยงลูกนกโดยวิธีเป็น "พ่อแม่ร่วม" ได้ดี เพราะความรักลูกนั้นเกิดขึ้นได้ในสำนึกของสัตว์โลกทุกเผ่าพันธุ์
คำเตือน: การติดตั้งวิดิโอเพื่อศึกษาพฤติกรรมนกนั้น ผู้ทำจะใช้กล้องชนิดพิเศษที่ตัวรับภาพจะมีขนาดเล็กมาก แต่แม้กระนั้น นกที่อยู่ในรังจะสามารถรับรู้และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในรังได้ ดังนั้นการติดตั้งวิดิโอจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบต่อนก อีกทั้งการจะทำเช่นนี้ผู้ทำต้องมีความพร้อม รวมถึงมีช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ
ผู้บรรยายท่านที่ 4 Liz Wilson, CVT
Liz เป็น certified veterinary technician ผู้ทำงานเกี่ยวกับนกมานานถึง 35 ปี Liz ทำงานทางด้านที่ปรึกษาพฤติกรรมนกจนเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นนักเขียนประจำในนิตยสาร BirdTalk, Amazona Ouarterly, Pet Bird Report,
Bird USA, Original Flying Machine รวมถึงนิตยสารเกี่ยวกับนกที่พิมพ์ขึ้นในอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน สเปนและอิตาลี Liz มีหนังสือของตัวเองที่รวบรวมบทความจากการตีพิมพ์เผยแพร่ในที่ต่างๆ
ถึง 2 เล่ม
Liz ได้บรรยายเรื่อง "The one person Bird"
พร้อมการบรรยายได้มีการฉายสไลด์ พร้อมให้คำแนะนำต่างๆเกี่ยวกับพฤติกรรมนกในลีลาที่สนุกสนานฟังเพลิน จนลืมจดโน๊ตเลย
ผู้บรรยายท่านสุดท้ายคือคุณหมอ Fern Van Sant, DVM
คุณหมอเป็นสัตวแพทย์สำหรับนกที่ San Jose, CA รวมถึงท่านมีตำแหน่งเป็น Director of Maui Animal Rescue and Sanctuary, เป็นที่ปรึกษาให้กับ World Parrot Trust และเป็นคณะกรรมการให้ AAV คุณหมอเขียนหนังสือและเป็นผู้บรรยาย
คุณหมอมีงานตีพิมพ์เกี่ยวกับการวินิจฉัยเรื่อง "zinc toxicity in parrots"
คุณหมอได้บรรยายเรื่อง "The Downside of the Good Life"
โดยคุณหมอได้พูดถึงพฤติกรรมนก พูดถึงการทำงานของต่อมและระบบต่างๆ เช่น ต่อมบอกเวลาและระบบบอกความสุขในตัวนก พูดถึงสุขภาพและโรคต่างๆที่ควรรู้ เช่น การกินอยู่และการใช้ชีวิตที่ดีแต่ผิดวิธีก็สามารถทำให้นกเจ็บป่วยได้ คุณหมอบรรยายพร้อมไปกับการฉายสไลด์ภาพมากมาย
| Popcorn กับแม่อุปถัมภ์ (Foster Mom) |
นกที่พร้อมสำหรับการอุปการะ |
ของรางวัล |
 |
บรรยากาศในงาน
หลังจากที่ผู้เข้าร่วมสัมนามาแจ้งชื่อลงทะเบียนกันแล้ว ในช่วงก่อนที่การสัมนาจะเริ่ม หากใครมาก่อนล่วงหน้าก็จะยังพอมีเวลาว่างให้ได้ไปหาซื้ออาหารเช้ามาทาน อาหารเช้าที่จัดไว้จะมีขนมพวกโดนัทกับชา กาแฟและน้ำเปล่า เมื่อจ่ายค่าอาหารและเลือกหยิบชิ้นโดนัทกันได้ตามใจชอบแล้ว เรายังสามารถนำอาหารเช้าเข้ามาทานในห้องสัมนาได้ ฟังสัมนาไปทานไปก็ได้ไม่ว่ากัน
ในห้องสัมนาจะจัดเป็นโต๊ะยาวต่อกัน ผู้เข้าฟังจะเลือกที่นั่งได้ตามสะดวก ส่วนบริเวณหลังสุดของห้องและส่วนหนึ่งของหน้าห้องจะถูกจัดให้เป็นบริเวณสำหรับวางของรางวัลต่างๆ ที่ได้รับบริจาคโดยผู้สนับสนุนการจัดงานเพื่อนำมาใช้ในการจับฉลาก ผู้เข้าร่วมงานที่ชอบร่วมสนุกในการชิงโชคสามารถซื้อตั๋วฉลากที่มีราคา $1 กับราคา $5 ได้มากเท่าที่พึงใจ โดยตั๋วราคา $5 จะได้จับรางวัลที่เป็นของมูลค่าสูง เช่น กรงนกที่มีมูลค่าพันกว่าเหรียญ PlayGyms ทีวี เครื่องกรองอากาศ ภาพวาด ฯลฯ ที่ต่างมีมูลค่าหลายร้อยเหรียญ ตั๋วราคา $1 ก็จะได้จับรางวัลที่ของรางวัลมีมูลค่าย่อมเยาลงมา เช่น พวกของเล่นนก อาหารนกขนาดกระสอบ หนังสือ คอน ไวตามิน ฯลฯ ที่มีมูลค่าประมาณไม่เกิน $50
วิธีการเล่นก็สนุกดี สำหรับตั๋วรางวัลมูลค่า $5 เมื่อซื้อตั๋วแล้ว ใครอยากได้ของชิ้นไหนก็เอาตั๋วไปใส่ลงในกล่องที่วางไว้ตรงของสิ่งนั้น เช่น ถ้าเราอยากได้กรงนก เราก็เอาตั๋วไปใส่ในกล่องที่วางอยู่ในกรงนก วิธีนี้จะช่วยลดคู่แข่งลงได้เพราะต่างคนต่างอยากได้ของไม่เหมือนกัน และหากเราโชคดีเราก็จะได้ของที่เราอยากได้จริงๆ
ส่วนตั๋วรางวัลมูลค่า $1 ผู้โชคดีจะสามารถเลือกหยิบของชิ้นใดก็ได้ที่วางกองรวมกันอยู่ในส่วนของหน้าห้อง หนึ่งชิ้นสำหรับหนึ่งรางวัล วิธีนี้เราก็จะได้ของที่เราอยากได้จริงๆเพราะเราเลือกเองได้ จะเสียก็ตรงที่ว่า คนที่โชคดีได้จับรางวัลและเรียกชื่อก่อนเรา มักจะเลือกของที่ดีๆไปก่อนแล้ว และผู้ซื้อตั๋วฉลากส่วนมากจะซื้อฉลากกันในจำนวนเป็นสิบๆใบ แต่ในงานนี้ก็ไม่มีใครที่ซื้อตั๋วไปแล้วจะต้องกลับบ้านมือเปล่า เพราะในที่สุดพิธีกรจะเชิญให้ผู้ซื้อตั๋วราคา $1 แต่ยังไม่มีโชคให้ไปหยิบของที่อยากได้คนละ 1 ชิ้น
นอกจากนี้ยังมีของราคาสูงหลายชิ้นที่กันไว้สำหรับใช้ในการจัดประมูล ที่เรียกว่าประมูลเงียบ Silent Auction วิธีประมูลแบบนี้ เราจะเป็นผู้เขียนราคาลงบนแผ่นกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าของชิ้นที่เราต้องการคนที่มาทีหลังและอยากได้ของชิ้นนั้น ก็จะต้องเขียนราคาที่สูงกว่าต่อยาวลงไปบนแผ่นกระดาษคนต่อๆไปก็จะมาเขียนราคาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเมื่อเสร็จสิ้นงาน คนสุดท้ายที่ให้ราคาสูงสุดก็จะได้ของชิ้นนั้นไป
ยังไม่หมดเท่านั้น Layne Dicker กับ Sally Spencer ผู้เชี่ยวชาญและนักเขียนบทความเกี่ยวกับนกที่มีชื่อเสียง ได้ร่วมกับเพื่อนพ้องที่ไม่ประสงค์จะออกนามหลายท่าน ช่วยกันบริจาคทีวีจอใหญ่ใหม่เกาะกล่อง Mitsubishi 42" PlasmaTV ให้มาเป็นรางวัลสำหรับการจับฉลากด้วย โดยตั๋วจะมีราคา $25 และจำนวนตั๋วที่พิมพ์จำหน่ายจะมีเพียง 500 ใบเท่านั้น
เงินค่าขายฉลากและเงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมด จะนำเข้าเป็นกองทุนช่วยเหลือนกที่อยู่ในความดูแลขององค์กร
เมื่อถึงเวลาตามหมายกำหนดการบรรยายและทุกคนนั่งประจำที่กันครบแล้ว งานก็เริ่มด้วยพิธีกรขึ้นกล่าวแนะนำงานและเปิดตัวผู้บรรยายท่านแรก คือคุณ Diana Holloway คุณ Diana Holloway นั่งติดกับพี่ที่ด้านซ้ายมือ หลังจากคุณ Diana บรรยายเสร็จ พิธีกรก็กล่าวเชิญผู้บรรยายท่านที่ 2 คือคุณ Russ Shade คุณ Russ Shade พร้อมด้วยภรรยานั่งติดกับพี่ทางด้านขวามือ
ในระหว่างที่คุณ Diana Holloway ขึ้นบรรยายคุณ Liz Wilson ซึ่งนั่งอยู่ในโต๊ะแถวที่ 2 ติดทางเดินกลางห้อง ได้ทำหน้าที่ช่วยเป็นผู้คุมเครื่องฉายสไลด์ให้ เมื่อทำหน้าที่เสร็จคุณ Liz Wilson
ได้ย้ายมานั่นที่โต๊ะด้านหน้าที่เป็นโต๊ะเดียวกับที่พี่นั่ง ซึ่งในโต๊ะเดียวกันนี้จะมีสามีภรรยาคู่หนึ่งผู้มาไกลจาก San Jose, CA นั่งอยู่ด้วย
ในงานพี่ได้มีโอกาสได้สนทนากับท่านผู้บรรยายอยู่บ้างสั้นๆได้ถ่ายรูปคู่กับผู้บรรยายบางท่าน ผู้บรรยายทุกท่านเป็นกันเอง
คุณหมอ Fern Van Sant ได้กรุณาเป็นตากล้อง โดยท่านช่วยถ่ายรูปพี่คู่กับคุณ Diana Holloway คุณ Diana Holloway ช่วยเป็นตากล้องถ่ายรูปพี่คู่กับคุณ Liz Wilson
คุณ Diana Holloway เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นที่นับถือของผู้คนในวงการนกของอเมริกา พี่ได้พูดคุยกับท่านเมื่อได้นั่งใกล้ท่านที่ห้องสัมนาและเมื่อท่านเห็นพี่อีกครั้งในอาคารที่ขายของเล่นนก
ขณะที่พี่กำลังเพลินถ่ายรูปนกและทักทายกับ Popcorn ท่านได้เดินเข้ามาหาพูดคุยกับพี่อีกครั้ง เราแลกที่อยู่อีเมล์ลกันและท่านได้ย้ำให้พี่ติดต่อไป จากนั้นในห้องสัมนาท่านก็ยังได้ยกกล้องขึ้นถ่ายรูปพี่ไว้ด้วย พี่รู้สึกเคารพท่านมากๆ ท่านมีบุคคลิกที่อ่อนโยนเหลือเกิน
เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับคุณหมอ Fern Van Sant เพราะไม่มีโอกาสเหมาะที่จะขอท่าน แต่พี่ก็ได้มีโอกาสได้ถามไถ่ข้อสงสัยบางอย่างกับท่าน และท่านได้ให้นามบัตรมาด้วย
คุณ Liz Wilson เป็นคนที่ร่าเริงมากๆยิ้มแย้มและคุยมีมุขตลก ตอนที่พี่เข้าไปนั่งย่อตัวแบบนักเรียนที่เอาสมุดการบ้านไปให้ครูตรวจ เพื่อขอลายเซ็นต์คุณ Liz ที่ข้างโต๊ะ พี่ก็ได้ยกกล้องเพื่อถ่ายรูป ทำให้คุณ Liz ต้องหันมายิ้มหวานให้ เมื่อตอนที่พี่ได้ถ่ายรูปคู่ คุณ Liz จะรวบตัวพี่ไปกอดใกล้ๆ จนทำให้รู้สึกอบอุ่นในความเป็นกันเอง
พี่ได้ทักทายถามคำถามคุณ Carla Smith - Freed และได้ขอถ่ายรูปมา ส่วนคุณ Russ Shade พี่ก็ได้ถ่ายรูปมาด้วย พี่ไม่ได้คุยกับคุณ Russ Shade มากนักเพราะไม่มีคำถาม แต่พี่ก็ได้ถ่ายรูปหนังสือของคุณ Russ Shade เล่มใหม่มาด้วย ก็หนังสือวางอยู่บนโต๊ะหน้าพี่พอดี
 |
| ของรางวัล |
ร่วมกับการจัดสัมนาทุกปี ทางองค์กรจะจัดพื้นที่ในอาคารอีกหลังสำหรับร้านค้าที่จะนำสินค้าเกี่ยวกับนกมาขาย สินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นของเล่นนก อาหารนก ของใช้สำหรับนกและอื่นๆ ร้านค้าเหล่านี้จะบริจาครายได้จากการขายสินค้าส่วนหนึ่งประมาณ 10% ให้กับองค์กร เพื่อองค์กรจะนำเงินไปสมทบทุนเป็นค่าใช่จ่ายในการช่วยเหลือนกเช่นกัน นอกจากนี้ทางโรงพยาบาล Acacia หนึ่งในผู้สนับสนุนงานก็ได้มาเปิด booth สำหรับแจกเอกสารที่น่าสนใจ รวมทั้งทางองค์กร Parrot Education & Adoption Center ได้นำนกที่พร้อมสำหรับการอุปการะมาแนะนำ และนกผู้เข้าร่วมก็คือ Popcorn กับสหายทีมนกกลุ่มเดิมที่ได้พบกันแล้วในงานสัมนาเรื่องโรค West Nile Virus
พี่หวังว่า....หลังจากงานเสร็จสิ้นลง คงมีพ่อแม่สักคนที่สามารถช่วยรับอุปการะนกเหล่านี้ ให้มีบ้านที่ถาวรได้
ในทุกๆช่วงระหว่างรอเวลาสำหรับผู้บรรยายท่านต่อไปจะขึ้นพูด ก็จะมีการพักเพื่อจับรางวัล ช่วงนี้ผู้ฟังสามารถลุกเดินไปมาในห้อง หรือใครจะเดินไปอีกอาคารเพื่อหาซื้อของเล่นนกก็ได้ตามอัธยาศัย การสัมนามีพักช่วงนานๆก็ช่วงเที่ยง 1 ชั่วโมง ที่ทุกคนจะได้ทานอาหารกัน อาหารเที่ยงจัดเป็นแบบง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถช่วยตัวเองได้ อาหารของชาวอเมริกันส่วนใหญ่ก็พิซซ่า สลัด ขนมหวานก็ไม่พ้นโดนัทต่างๆและเครื่องดื่มก็จะมีกาแฟและน้ำเปล่าขวด ผู้ดูแลเรื่องอาหารทั้งเช้าและเย็นจะเป็นคุณป้า
ผู้เป็นอาสาสมัครขององค์กร ท่านรับภาระค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหารและอุปกรณ์จานชามในวันนั้น โดยรายได้จากการขายอาหารทั้งหมดท่านได้บริจาคเข้าในโครงการช่วยเหลือนก นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครอีกหลายท่านที่เป็นหัวแรงในงาน ซึ่งทุกท่านก็จะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะบางท่านจะเป็นคุณครูผู้บรรยายในชั้นเรียนปกติด้วย
 |
| ของเล่นนกที่นำมาขาย |
ในงานนี้นอกจากพี่จะได้ความรู้ ได้ประสบการณ์และความสนุกสนานแล้ว พี่ยังได้ซื้อหนังสือของ Liz Wilson ที่หาซื้อไม่ได้จากร้านค้าทั่วไปมาหนึ่งเล่ม ที่สำคัญได้ลายเซ็นต์ของ Liz มาด้วย ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ไม่ซื้อไม่ได้เพราะโอกาสที่จะได้ลายเซ็นต์ของนักเขียนระดับนี้มีไม่มากนัก และพี่ก็ได้ซื้อของเล่นนก 2 ชิ้น เป็นของคุ้กกี้หนึ่งชิ้น
เมื่อถึงเวลางานเลิกฟ้าก็มืดแล้ว เพราะกำลังเข้าช่วงต้นฤดูหนาวที่มีลมหนาวอ่อนๆโชยมาจากทะเล ผู้คนในงานทั้งผู้บรรยายและผู้เข้าฟังต่างยังคงพูดคุยสนทนากันต่อ บางคนก็นัดแนะกันเพื่อไปต่อที่ร้านอาหารสำหรับโปรแกรม Banquet
ค่ำมืดอย่างนี้คิดถึงคุ้กกี้มากอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด พร้อมกับเก็บความหวังและความฝันว่าอยากให้มีการจัดงานสัมนาที่มีคุณภาพเพื่อหาทุนช่วยเหลือนก ขึ้นที่บ้านเมืองของเราบ้าง...
หวังว่าสักวัน..พี่คงสามารถทำความฝันนี้ให้เป็นจริงขึ้นได้.
11-18-2004
.....
เขียนโดย แก้วตา
|