 |
การกักกันโรคนกเข้าใหม่
การกักกันโรคนกเข้าใหม่คือ การแยกนกไว้ในสถานที่กักกันที่เหมาะสม ในระยะเวลาตามกำหนดเพื่อตรวจสอบสุขภาพนก
ทั้งนี้การกักกันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียและจะช่วยสร้างความมั่นใจว่า นกที่นำเข้ามาใหม่จะมีสุขภาพดี แข็งแรง ปราศจากโรคติดต่อ ที่ไม่ว่าจะเป็นโรคที่ติดต่อระหว่างนกสู่คนหรือนกสู่นก โดยในระหว่างการกักกันนี้ ผู้เลี้ยงนกควรนำนกไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ที่วางใจ
หากพบว่านกแสดงอาการป่วยในระหว่างการกักกัน ผู้เลี้ยงนกควรนำนกเข้ารับการรักษา เพื่อช่วยให้นกกลับสู่สุขภาพปกติ ก่อนที่จะนำนกมาเข้ารวมฝูงกับนกตัวอื่นๆ
การกักกันโรคสำหรับนกเข้าใหม่นี้ จะมีความจำเป็นมากเพียงใดก็ขึ้นกับว่า นกที่ได้มาใหม่นั้น มาจากแหล่งเพาะพันธุ์คุณภาพในระดับใด หากนกมาจากแหล่งเพาะพันธุ์คุณภาพสูง ที่มีความเข้มงวดกับความสะอาดและเข้มงวดในการป้องกันการติดเชื้อ งดหรือมีข้อจำกัดในการเข้าเยี่ยมชมสถานที่สำหรับบุคคลภายนอก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่จัดให้เป็นฟาร์มปิด โดยไม่มีการนำนกเข้าใหม่มาเป็นเวลานานหลายปี นกในฟาร์มได้รับการตรวจสุขภาพและได้รับวัคซีนที่จำเป็นในการป้องกันโรค รวมถึงมีสัตวแพทย์เป็นที่ปรึกษาประจำฟาร์ม นกจากฟาร์มที่มีมาตรฐานเช่นนี้ อาจไม่มีโอกาสรับเชื้อโรคหรือมีโอกาสรับเชื้อโรคต่ำ การทำการกักกันโรคนกเข้าใหม่ก็อาจไม่มีความจำเป็น หรือหากจำเป็นต้องกักกัน วิธีและขั้นตอนการกักกันก็มักจะไม่เข้มงวดมากนัก ซึ่งในกรณีนี้ผู้เลี้ยงนกจะทำการกักกันโรคนกหรือไม่ อย่างไรและในระยะเวลานานเท่าไร ก็ขึ้นกับวิจารณญาณ์ของผู้เลี้ยงนกเอง
ในทางกลับกัน หากนกที่นำเข้าใหม่เป็นนกที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือมาจากแหล่งที่มีความเสี่ยงสูง การทำการกักกันโรคก็จะต้องมีความเข้มงวดมาก ถึงมากที่สุด
** เพื่อลดความเสี่ยง..ควรซื้อนกจากแหล่งที่มีคุณภาพสูง **
ระยะเวลาในการแยกกักกันโรคมาตรฐานจะอยู่ระหว่าง 30-60-90 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพนก แหล่งที่มาของนกและผลการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์
นกตัวแรกและนกตัวเดียวในบ้าน ที่ไม่มีโอกาสนำโรคติดต่อไปยังนกตัวอื่น อาจไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแยกนกไปไว้ในส่วนกักกัน นกตัวเดียวสามารถอยู่ร่วมในอาคารหรือในบ้านเพื่อรอดูอาการได้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนำนกมาจากแหล่งขาย ผู้เลี้ยงนกควรนำนกไปตรวจสุขภาพโดยสัตวแพทย์
ผู้เลี้ยงนกที่มีนกเดิมตัวอื่นๆอาศัยอยู่ในบ้าน ควรลดความเสี่ยงต่อการติดต่อของโรคระหว่างนกด้วยกัน ด้วยการแยกกักกันนกเข้าใหม่ก่อนที่จะนำนกมาเข้าร่วมในฝูง โดยเฉพาะหากนกที่มีอยู่เดิมเป็นนกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี ที่ร่างกายของนกในช่วงวัยนี้จะมีภูมิคุ้มกันโรคที่ไม่แข็งแรงเพียงพอ การกักกันโรคในกรณีเช่นนี้จึงต้องทำอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจว่านกที่มาใหม่จะไม่นำโรคติดต่อมาสู่นกหรือลูกนกที่อาศัยอยู่ก่อน
** ควรหลีกเลี่ยงไม่นำนกใหม่เข้ามาเพิ่ม ในช่วงที่นกในบ้านยังมีอายุน้อย **
การทำการกักกันโรคนกเข้าใหม่นั้น ผู้เลี้ยงนกควรเตรียมความพร้อมในด้านข้อมูลความรู้ ควรเตรียมความพร้อมในเรื่องของเวลาที่จะต้องมีให้สำหรับการดูแลนก ทั้งนกที่มีอยู่เดิมและนกเข้าใหม่ที่อาศัยอยู่ในส่วนกักกัน รวมถึงควรเตรียมความพร้อมสำหรับสถานที่เพื่อใช้กักกัน
สถานที่สำหรับใช้กักกันโรคนกเข้าใหม่ ควรเป็นส่วนที่แยกห่าง ออกจากตัวบ้าน ยิ่งไกลมากเท่าไรก็ยิ่งดีมากเท่านั้น เนื่องเพราะการกักกันนกภายในตัวบ้านหรือภายในอาคารที่มีพื้นที่เชื่อมติดต่อถึงกัน อาจมีความเสี่ยงสูงที่เชื้อโรคจะสามารถเดินทางไปกับการไหลเวียนของอากาศ ผ่านจุดเชื่อมต่อของท่อทางดินอากาศ ท่อแอร์ รวมถึงช่องลมต่างๆและเข้าถึงส่วนอื่นๆภายในบ้านได้
ในกรณีที่ผู้เลี้ยงนกมีข้อจำกัดและมีความจำเป็นที่จะต้องกักกันนกภายในอาคารเดียวกัน ผู้เลี้ยงนกควรเลือกใช้ห้องที่มีประตูทางเข้าออกที่แยกต่างหากจากประตูทางเข้าออกของบ้าน หรือเลือกใช้ห้องที่ไม่มีช่องทางเดินอากาศ ท่อทางเดินอากาศ ท่อแอร์และช่องลมที่ติดต่อเชื่อมถึง จนทำให้อากาศหรือลมผ่านเข้าถึงในส่วนที่เป็นที่อาศัยของนกเดิมได้ หรือปรับปรุงห้องกักกัน
โดยทำการปิดช่องทางเดินอากาศและช่องลมต่างๆในส่วนที่ติดกับห้องอื่นๆ
ห้องที่เลือกใช้ทำการกักกันนกควรมีหน้าต่างที่ให้แสงสว่างเพียงพอ ในห้องควรมีการถ่ายเทระบายอากาศที่ดี และที่สำคัญหน้าต่างและทางระบายอากาศของห้องกักกัน ควรตั้งอยู่ในทิศทางที่ลมจะไม่พัดเอาอากาศจากห้องนั้นย้อนกลับเข้ามาในตัวบ้าน เช่น เลือกใช้ห้องเก็บของที่มีประตูทางเข้าต่างหาก
เมื่อเลือกที่ทางสำหรับใช้เป็นห้องกักกันที่เหมาะสมแล้ว ภายในห้องกักกันควรได้รับการจัดเตรียมตกแต่งให้เหมาะสม ด้วยการจัดระเบียบห้องเสียใหม่ จัดการดูแลทำความสะอาด เตรียมกรงและเลือกตำแหน่งวางกรงที่เหมาะสม เตรียมอุปกรณ์ อาทิ ถ้วยอาหาร ถ้วยน้ำรวมถึงของเล่นนกฯลฯ โดยอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้ควรจัดให้มีต่างหาก เพื่อใช้เฉพาะสำหรับนกที่ต้องได้รับการกักกัน
ผู้มีหน้าที่ดูแลนกควรจัดระเบียบและเตรียมตัวเองให้พร้อม สำหรับการปฏิบัติการกักกันนกเข้าใหม่ ด้วยการจัดกำหนดตารางเวลาในการดูแลให้อาหารนก โดยเลือกให้อาหารและทำความสะอาดกรงของนกเดิม ก่อนที่จะให้อาหารและดูแลนกที่อยู่ในห้องกักกันเสมอ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้นกในห้องกักกันไม่ต้องรออาหารมื้อแรกนานเกินไป ผู้ดูแลนกควรกำหนดเวลาการให้อาหารนกเดิมเร็วขึ้นกว่าปกติ หรือควรจัดเตรียมอาหารแห้งที่จำเป็น เช่น เมล็ดพืช อาหารสำเร็จรูปหรือขนมปังกรอบชนิดจืดพร้อมไว้ในกรง สำหรับนกที่อยู่ในห้องกักกันตลอดเวลา
ในกรณีนกเข้าใหม่ที่จะต้องได้รับการกักกันเป็นลูกนก ที่ยังคงต้องการอาหารป้อน ผู้ดูแลนกมีความจำเป็นต้องป้อนอาหารให้ลูกนกก่อน จากนั้นควรทำความสะอาดตัวเองก่อนที่จะเข้าหานกตัวอื่น
** เพื่อลดความยุ่งยาก ควรซื้อนกที่กินอาหารเองได้แล้ว **
การทำการกักกันโรคนกเข้าใหม่นั้น นอกจากผู้เลี้ยงนกจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติการกักกันโรคแล้ว หัวใจสำคัญอีกประการคือ การให้ความเอาใจใส่และคำนึงถึงสภาพจิตใจของนกที่จะต้องอาศัยอยู่ในห้องกักกันด้วย โดยทุกครั้งที่เข้าไปดูแลนกในห้องกักกัน ผู้เลี้ยงนกควรให้เวลาส่วนหนึ่งสำหรับนก ด้วยการพูดคุย การให้สัมผัส การสร้างความผูกพัน เพื่อช่วยให้นกได้รับความรู้สึกที่อบอุ่น ช่วยลดความกังวลและความกลัวให้กับนก จนนกไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
นอกจากนี้การสร้างบรรยากาศในห้องกักกันด้วยการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น การติดตั้งวิทยุและเปิดเพลงเบาๆ การติดตั้งทีวีและเลือกเปิดรายการที่เหมาะสม (งดรายการที่มีเสียงและภาพสัตว์ป่าที่น่ากลัว เสียงและภาพนกที่เป็นสัตว์ล่า) รวมถึงจัดหาของเล่นที่เพียงพอในกรง จะช่วยสร้างความบัญเทิงให้นกในขณะที่นกต้องถูกทิ้งให้อยู่ในห้องกักกันเพียงลำพัง ซึ่งการจัดเตรียมความพร้อมที่ดีจะช่วยส่งเสริมสภาวะจิตใจ และช่วยให้นกผ่านช่วงการกักกันนี้ไปได้ด้วยดี
หลังจากเสร็จภาระการดูแลและให้อาหารนกในห้องกักกันแล้ว ผู้เลี้ยงนกควรป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นพาหะนำโรคที่จะติดมากับผิวหนัง เส้นผมและเสื้อผ้าไปติดต่อถึงนกตัวอื่น ด้วยการดูแลรักษาความสะอาดให้ตัวเองอย่างเข้มงวด โดยการถอดเปลี่ยนทิ้งเสื้อผ้าเพื่อทำการแยกซักทำความสะอาดต่างหาก อาบน้ำ สระผม
ล้างใบหูและทำความสะอาดรูจมูกด้วยการสั่งน้ำมูกแรงๆ
ผู้เลี้ยงนกที่มีข้อจำกัดในการกักกันนก ควรเตรียมจัดหาหรือขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นที่มีความพร้อม ให้มาเป็นผู้ช่วยรับหน้าที่ดูแลนกในระหว่างที่ต้องทำการกักกันนี้ หรือใช้วิธีแยกฝากนกไปกักกันที่บ้านอื่น ที่ในบ้านนั้นไม่มีนก
หน่วยงานหรือฟาร์มนกที่มีนกในจำนวนมาก มักมีรายละเอียดในการกักกันโรคนกเข้าใหม่ที่เข้มงวดมาก เนื่องจากหากมีการแพร่ระบาดของโรค ความเสียหายก็จะมีมากไปด้วย ดังนั้นการป้องกันจะต้องทำกันอย่างรัดกุม ตั้งแต่การแบ่งโซนที่อยู่ของนก การดูแลการเข้าออกของยวดยาน การใช้ชุดป้องกัน ไปจนถึงการฆ่าเชื้อสำหรับอุปกรณ์ทุกชนิด ทั้งนี้เราคงไม่กล่าวถึงรายละเอียดเหล่านั้นในหัวข้อนี้
แม้ขั้นตอนในการกักกันโรคนกเข้าใหม่นั้นจะมีความยุ่งยาก จนทำให้ผู้เลี้ยงนกจำนวนมากมองข้ามความสำคัญเสมอๆ แต่จะอย่างไรก็ตาม การทำการกักกันโรคก็เป็นหน้าที่ในความรับผิดชอบ ที่ผู้เลี้ยงนกทุกคนไม่อาจละเลยได้ เพราะการปฏิเสธต่อการกักกันโรคนั้น อาจมีผลเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตของนกตัวอื่นๆที่เรารักเช่นกัน
.....
เขียนโดย แก้วตา
7-15-2005
|