About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




การเก็บรักษาเมล็ดพืช สำหรับนก (seeds)


ไม่ควรซื้อเมล็ดพืชคราวละมากๆ เพราะเมล็ดพืชแต่ละชนิดมีอายุของมัน และจะเสื่อม คุณภาพไปตามระยะเวลา นั้นหมายถึงคุณค่าทางอาหารที่จะเสียไปด้วย

ควรเลือกซื้อเมล็ดพืชที่สดใหม่ บรรจุถุงที่สะอาด ผ่านการคัดเลือกและมีการกำจัด ฝุ่นผง แมลง หลีกเลี่ยงถุงที่มีรอยเจาะทะลุ ซึ่งอาจหมายถึงในถุงนั้นได้มีแมลงเข้าไปกินเมล็ดพืชแล้ว

ควรเลือกซื้อเมล็ดพืชที่มีผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ หากเป็นไปได้ควรเลือกผู้ผลิตที่คัดเลือกเมล็ดพืช ในเกรดที่มนุษย์บริโภค รวมถึงระบุวันหมดอายุของเมล็ดพืชและมีรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการ เก็บรักษาเมล็ดพืชไว้ที่ข้างถุงด้วย

เมล็ดพืชเก็บไว้ในตู้เย็นได้ ไม่เกิน 6 เดือน หรือนำเข้าช่องแข็งจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี โดยเมล็ดพืชจะไม่เสียคุณค่าทางอาหาร

เมื่อซื้อเมล็ดพืชมาแล้ว ควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิด หากเลือกใช้ถุงพลาสติคควรใส่ถุง ซ้อน 2 ชั้นเพื่อป้องกันความชื้น และควรไล่ลมออกจากถุงให้มากที่สุด หากใช้ถุงที่บรรจุมาจาก ผู้ผลิต ก็ควรทำความสะอาดถุงก่อนนำเข้าแช่ตู้เย็นหรือนำเข้าช่องแช่แข็ง ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีแช่แข็งหรือแช่ในช่องธรรมดา เวลาจะนำเมล็ดพืชออกมาให้นกกิน ควรแบ่งเมล็ดพืชออกมาในปริมาณที่เพียงพอสำหรับให้นกทานหมดใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อ รักษาคุณภาพและความสดใหม่ของเมล็ดพืช

หากเลือกวิธีแช่แข็ง เมื่อนำเมล็ดพืชออกจากช่องแช่แข็ง แบ่งเมล็ดพืชตามปริมาณที่ต้องการ แล้ว ควรวางเมล็ดพืชไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดาสักหนึ่งคืน เพื่อทิ้งให้เมล็ดพืชค่อยๆปรับอุณหภูมิ ความเย็นลงอย่างช้าๆก่อนนำออกมาวางในที่อุณหภูมิปกติ ด้านนอกตู้เย็นวิธีง่ายๆที่อยากแนะนำ คือ แบ่งเมล็ดพืชใส่ถุงเล็กๆ หลายๆถุง กะปริมาณให้แต่ละถุงนกจะกินหมดในหนึ่งสัปดาห์ ไล่ลม ออกจากถุงแล้วมัดปากถุงให้แน่นแล้วจึงนำเข้าช่องแข็งหรือช่องธรรมดา วิธีนี้จะสะดวกแก่การ หยิบมาใช้ได้ทันที

เมล็ดพืชที่นำออกจากตู้เย็นแล้ว ควรใส่ภาชะที่ปิดมิดชิดเช่นกัน และพยายามไล่ลม ออกให้มากที่สุด แนะนำให้ใช้ภาชนะขนาดเล็ก เพราะเมื่อเมล็ดพืชพร่องลง จะเหลือ เนื้อที่ๆ เป็นอากาศน้อย เนื่องจากหากมีอากาศในภาชนะมาก อากาศจะเป็นตัวทำให้เมล็ดพืช เสื่อมคุณค่าทางอาหารเร็วขึ้น ภาชนะที่เก็บเมล็ดพืช จะเป็นขวด กระป๋อง หรือพลาสติค ก็ได้ แต่ควรจะสะอาดมีฝาปิด มิดชิด ควรเก็บวางเมล็ดพืชในที่แห้ง เย็น มีอากาศถ่ายเทสะดวก และเก็บในบริเวณที่สะอาด เก็บเมล็ดพืชให้ห่างจากบริเวณที่วางถังขยะ หรือบริเวณที่อาจจะเกิดแมลงได้ และไม่ควรวาง ภาชนะที่บรรจุเมล็ดพืชไว้ตามพื้นเพราะพื้นจะมีความชื้น

หากพบว่าเมล็ดพืชที่ซื้อมามีแมลง ควรต้องทิ้ง ห้ามนำมาให้นกกินโดยเด็ดขาด ถึงแม้ว่าจะ ได้นำเมล็ดพืชออกมาตากแดดและคิดว่ากำจัดแมลงแล้วก็ตาม แต่ในเมล็ดพืชที่ถูกแมลงเข้าไป กินแล้วแมลงจะไปวางไข่ไว้ด้วย และไข่ยังคงฝังอยู่ในเมล็ดพืช ซึ่งไข่ของแมลงนี้อาจมองไม่เห็น ด้วยตาเปล่า รวมถึงอาจยังมีแมลงตัวอ่อน ซึ่งไม่ง่ายต่อการกำจัดตกค้างอยู่ เมื่อนกกินเข้าไปก็ จะเกิดผลร้ายต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นการยอมทิ้งเมล็ดพืชไปจะคุ้มกว่าค่ารักษาพยาบาลมาก ห้ามฉีดพ่นยาฆ่าแมลงลงบนเมล็ดพืชเด็ดขาด นกที่กินยาฆ่าแมลงเข้าไปจะตายทันที

การตรวจสอบความสดของเมล็ดพืช ทำได้โดย นำเมล็ดพืชบางส่วนมาทำให้งอก เหมือนการทำ ถั่วงอก เมล็ดพืชที่สามารถงอกได้แสดงว่ายังคงมีความสดอยู่ หากไม่งอกแสดงว่าเมล็ดพืชนั้น เสื่อมคุณค่าทางอาหารแล้ว ต้องทิ้ง เพราะเมื่อนกกินเข้าไปก็จะไม่เกิดคุณค่าใดๆต่อสุขภาพเลย เมล็ดพืชที่ทำให้งอกแล้วนี้ ถ้าทำโดยกรรมวิธีที่สะอาด คือไม่ใช้ดิน ใช้แต่น้ำ ก็สามารถนำ มาให้นกกินได้ เพราะเมล็ดที่งอกนี้จะมีคุณค่าทางอาหารสูง มีประโยชน์ต่อสุขภาพนกมาก ไม่ต้องรอให้งอกเป็นต้น แค่พอให้เห็นปลายหน่อเล็กๆแทงออกมาจากเมล็ด จะเป็นช่วงที่ เมล็ดพืชมีไวตามินสูงสุด

หากมีความจำเป็นต้องซื้อเมล็ดพืชคราวละมากๆ ควรใช้วิธีหุ้นกับเพื่อนแล้วแบ่งกัน

หลีกเลี่ยงเมล็ดพืชที่บรรจุกระสอบขาย เมื่อเราไม่ซื้อผู้ผลิตก็จะต้องพัฒนาตามความต้องการ ของลูกค้า ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายในอนาคต

.....
เขียนโดย แก้วตา





*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com