About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




การรักษาโรคฝีดาษ ในนกเลิฟเบิร์ด


บทความและภาพประกอบ: ไก่แม่กลอง

รูปแรกนี้จะเป็นนกที่เริ่มเป็นฝีดาษที่ขา แต่เท่าที่ทราบตัวนี้เขาได้จุ่มยาฆ่าเชื้อแล้ว 1 วันครับ

รูป2 จะเป็นนกที่เป็นฝีดาษที่ตา แต่ว่าหายแล้วครับ ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าขนที่รอบตาจะยังไม่ขึ้น ต้องรอสักช่วงนึงขนจะขึ้นมาเหมือนเดิม แต่บางตัว จะขึ้นไม่เต็มอาจจะเห็นร่องรอยบ้างครับ
------------

สำหรับเรื่องฝีดาษที่จะเขียนให้อ่านกันนี้ เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวรวมถึงหนังสือและความรู้ตามเวปไซต์ต่างๆ อาจจะไม่เป็นวิชาการนักแต่ก็ได้ผลครับ เอาล่ะเข้าเรืองกันเลยดีกว่า

โรคฝีดาษในนกเชื่อกันว่าเป็นโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะ ดังนั้นถ้าเราจะป้องกันยุงไม่ให้มากัดนกเราได้ ก็จะป้องกันนกเราไม่ให้เกิดฝีดาษได้ ทีนี้เราจะป้องกันยุงอย่างไรดีล่ะครับ ดีที่สุดก็ทำคอกนกเป็นระบบปิดซึ่งระบบนี้จะป้องกันโรคอื่นๆนอกจากฝีดาษได้อีกด้วย ซึ่งอันนี้คงจะเหมาะกับคนที่เลี้ยงนกปริมาณมากๆ ถ้าคนที่เลี้ยงน้อยตอนเย็นอาจจะเอาผ้าขาวบางมาคลุมไว้ก็ได้ บางคนอาจจะจุดยากันยุงร่วมด้วย

สำหรับผมเองเลี้ยงนกอยู่ในห้องที่มีมุ้งลวด แล้วในห้องก็จะใส่พิมเสนกับการบูนด้วย เป็นการไล่ยุงไม่ให้เข้าใกล้คอกนกอีกอย่างนึงเพราะว่าบางครั้งเราเปิด-ปิดห้องก็จะมียุงตัวร้ายตามเข้ามา ตอนนี้ก็กำลังศึกษาอยู่ว่าการบูนสามารถไล่ไรนกได้หรือไม่ แต่รู้ว่าเวลาเข้าไปในคอกนกรู้สึกสดชื่นขึ้นครับ

แต่บางคนบอกว่าทำไมที่บ้านเลี้ยงนกไม่มีมุ้งกัน ก็ไม่เห็นเป็นโรคนี้ แสดงว่าคุณโชคดีว่าแถวบ้านที่คุณเลี้ยงนกไม่มีโรคนี้อยู่ แต่คุณอาจจะไม่โชคดีตลอดไปถ้าคุณนำนกใหม่เข้ามาแล้วไม่กักโรค

บางครั้งนกที่เราซื้อมาก็ไม่มีโรคอะไร แต่นกนั้นอาจจะพาโรคมาหาเราด้วยเหมือนกับคนต่างชาติมาทานต้มตำบ้านเราแล้วท้องเสีย แต่เราไม่เป็นอะไรนั่นแหละ ดังนั้นเมื่อนำนกใหม่เข้ามาต้องกักโรคไม่น้อยกว่า 30 วันนะครับ

ทีนี้บางครั้งเราป้องกันดีแล้ว อาจจะเกิดโชคร้ายเป็นฝีดาษขึ้นมาจะทำอย่างไร (ในที่นี้จะพูดถึงคอกนกในระบบปิดนะครับ)
  1. รีบแยกนกออกมาจากคอกทันที ถ้านกที่เข้าคู่ให้นำคู่ออกมาด้วย*
  2. กำจัดยุงในคอกหายุงตัวร้ายให้เจอ อาจจะฉีดยากันยุงบางๆใต้กรงนก ในตอนเช้าและตอนเย็น
  3. ตรวจนกทุวันเช้าและเย็นดูว่านกตัวไหนยกขาเหมือนเจ็บขา หรือมีตุ่มขึ้นบริเวณขาและรอบตาบางตัวอาจจะโดนกัดบริเวณโคนปาก ถ้าเจอให้รีบแยกนกออกมา แล้วให้อยู่ในที่เป็นระบบปิด
  4. นกที่แยกออกมาให้นำมาแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เท่าที่ทดลองยาฆ่าเชื้อโรคที่ใช้ได้ผลดีที่สุดคือ VIRKON ละลายน้ำ 1 ซองต่อน้ำ 1 ลิตร สักประมาณ5 นาที ทิ้งไว้ให้ตัวนกแห้งแล้วทาแผล ด้วยยาม่วง (เยนเชี่ยนไวโอเลต) ที่เขาเอาไว้ทาลิ้นเด็กนั่นล่ะครับ อาจจะทำซ้ำอีกครั้งหรือ 2 ครั้งโดยเว้น 2-3 วันครั้ง อย่าทำทุกวัน เพราะว่าจะเป็นการรบกวนนก นกจะเครียด ทำให้นกไม่แข็งแรง มีโอกาสตายสูงครับ แต่ถ้าเป็นนกลูกป้อนอาจจะทายาม่วงทุกวันได้ แต่ไม่ต้องแช่ยาฆ่าเชื้อทุกวันอาจจะวันเว้นวันได้
  5. สัก 1-2 อาทิตย์แผลจะแห้งแล้วตกสะเก็ดออกมาเอง ถ้าเป็นที่ตานก คอยดูว่าแผลที่แห้งไปรบกวนนัยน์ตานกหรือไม่ ถ้ารบกวนอาจจะช่วยแกะออก แต่ถ้าไม่รบกวน ก็ปล่อยให้แผลแห้งแล้วหลุดออกมาเองครับ
กล่องยา VIRKON รูปนี้เป็นชองยาครับ

------------

(Editor's Note: การใช้ยากันยุงในบริเวณที่นกอยู่เป็นอันตราย ควรระมัดระวังให้มาก หรือวิธีที่ดีที่สุด เลือกไล่ยุงด้วยวิธีที่ปลอดภัยอย่างอื่น)

7/10/2004

.....
เขียนโดย ไก่แม่กลอง



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com