 |
โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี
คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ
เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น
การป้อนด้วยช้อนและการป้อนด้วยไซริงค์
*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่มีลูกนกเกิดในบ้าน และจำเป็นต้องนำลูกนกออกมาเลี้ยงเอง เพราะพ่อแม่นกไม่สามารถเลี้ยงลูกนกได้หรือพ่อแม่นกทำร้ายลูก นอกจากนี้การเรียนรู้การป้อนด้วยช้อนและการป้อนด้วยไซริงค์จะมีประโยชน์สำหรับกรณีที่มีนกป่วยซึ่งผู้ดูแลนกต้องป้อนอาหารและยาให้นกด้วย อย่างไรก็ตาม
เว็บของเราไม่สนับสนุนให้เพิ่มประชากรนก หากมีลูกนกเกิดในบ้าน เราขอแนะนำให้ถอดรังเพาะออกหลังจากที่พ่อแม่นกเลี้ยงลูกจนลูกนกทั้งหมดกินเองได้และไม่จำเป็นต้องใช้รังแล้ว เมื่อไม่มีรังเพาะนกที่อยู่เป็นคู่จะไม่ผสมพันธุ์ออกไข่ให้เป็นภาระอีก สำหรับผู้ที่ไปซื้อลูกนกมาเลี้ยงด้วยความไม่รู้
เราขอแนะนำให้คุณเลี้ยงนกของคุณให้ดีที่สุดและไม่ซื้อนกเพิ่ม กรุณาไม่สนับสนุนการซื้อขายชีวิตและหยุดการเลี้ยงนกในกรงขัง
การป้อนด้วยช้อน
ถือได้ว่าเป็นวิธีให้อาหารลูกนกที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการป้อนอาหารลูกนกมาก่อน โดยการป้อนด้วยช้อนนี้ นกจะตัดสินใจกินอาหารเข้าไปเอง ไม่มีการบังคับ ทำให้ลดปัญหาการให้อาหารมากเกินไป (Overfeeding) เพราะนกที่กินอาหารจนอิ่มพอแล้วและไม่ต้องการให้ป้อนอีกจะสามารถเดินหนีจากการป้อนได้เอง
เมื่อนกกินเองจากช้อนที่เรายื่นให้ ก็จะช่วยลดปัญหาการพลาดพลั้งที่อาหารอาจไหลลงใน
หลอดลมไปก่อให้เกิดอาการปอดบวมด้วย การป้อนด้วยช้อนไม่ใช่การบังคับป้อน ดังนั้นหากนกรู้สึกว่าอาหารที่กินนั้นมีความผิดปกติ เช่น ร้อนเกินไป นกก็จะไม่ยอมรับอาหาร ทั้งนี้อาหารที่ร้อนเกินไป มักจะทำความเสียหายให้กับช่องปาก ลำคอไปจนถึงขั้นร้ายแรง ทำให้ถุงพักอาหารทะลุได้
การป้อนด้วยช้อน แม้จะต้องเสียเวลามาก และเลอะเทอะมากกว่าการป้อนด้วยไซริงค์ แต่การป้อนด้วยช้อนที่ต้องใช้เวลานานนี้ จะช่วยให้ผู้ป้อนมีโอกาสสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับนกด้วยการได้สัมผัสใกล้ชิดและได้พูดคุยกับนกไปในระหว่างป้อน ลูกนกจะได้มีโอกาสทำความคุ้นเคยกับผู้ป้อน สร้างความผูกพันที่ดีและเกิดความวางใจมั่นใจ ทำให้ลูกนกมีคุณภาพชีวิตที่ดี
แม้ว่านกจะโตแล้วแต่หากเรายังคงป้อนอาหารด้วยช้อนในบางโอกาส เช่น สัปดาห์ละครั้ง จะช่วยให้นกคุ้นเคย เป็นการช่วยฝึกนกให้ง่ายต่อการป้อนยาป้อนอาหารหากปกป่วย
ช้อนที่ใช้ป้อนสามารถใช้ช้อนสเตนเลสขนาดเล็กที่บีบปลายช้อนให้มีปากที่แคบลง หรือช้อนพลาสติกคุณภาพดี จุ่มลงในน้ำอุ่นแล้วบีปปลายช้อนให้แคบลงก็ได้ ทั้งนี้การบีบปรายช้อนเป็นการเรียนแบบจะงอยปากของแม่นก เมื่อต้องป้อนอาหารให้นก ควรดูแลที่ทางที่จะทำการป้อนให้มีบริเวณที่สะอาด ด้วยการใช้กระดาษหรือผ้าสะอาดรองพื้นเสียก่อน
ทั้งนี้การปูกระดาษหรือผ้ายังช่วยให้ง่ายต่อการจัดเก็บทิ้งและทำความสะอาดหลังการป้อน รวมถึงจะสะดวกในการป้อนอาหารครั้งใหม่ด้วย ลูกนกขนาดเล็กควรจัดการให้ได้นั่งในถ้วยขนาดพอดีกับขนาดนก และเพื่อช่วยให้ลูกนกมีการทรงตัวในท่านั่งที่ดี เราควรปูรองก้นถ้วยด้วยกระดาษทิทชูเนื้อนุ่ม เทคนิคการป้อนคือ ค่อยๆใช้มือประคอง
โอบด้านหลังนกและใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งประคองใต้จะงอยปากนกเพื่อให้นกยกหัวและเงยหน้าขึ้น ตักอาหารป้อนทีละน้อย ยกช้อนที่มีอาหารให้เอียงลาดเล็กน้อยเพื่อให้อาหารค่อยๆไหลลงปากนกช้าๆ นกจะกลืนอาหารเอง นกบางตัวอาจรับการป้อนอาหารได้ง่ายและง่ายมากขึ้นเมื่ออายุนกมากขึ้น นกขนาดใหญ่ที่มีอาการดึงแรง การช่วยโอบทั้งตัว
หรือป้อนด้วยการอุ้มนกไว้บนตักอาจจำเป็น
การป้อนด้วยไซริงค์
ไซริงค์ ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับป้อนลูกนกมาตรฐานที่นิยมใช้รองจากช้อน หากมีลูกนกหลายตัว ลูกนกแต่ละตัวจะต้องใช้ไซริงค์แยกจากกันไม่ปะปน เพื่อป้องกันการส่งผ่านโรคถึงกันและกัน
เมื่อต้องป้อนควรเตรียมพื้นที่ที่สะดวก หาผ้าหรือขนหนูสะอาดปูรองพื้น หากลูกนกมีขนาดเล็ก ใช้ถ้วยอาหารขนาดเล็กที่เหมาะสมกับขนาดนก ปูผ้านิ่มๆหรือกระดาษทิชชูรองที่ก้นถ้วย ค่อยๆประคองตัวนกด้วยมือทั้งสองข้าง มือหนึ่งรองรับไว้ใต้ตัวนกอีกมือประคองหลังและปีกอย่างนุ่มนวล ลูกนกอาจอยู่ไม่นิ่งหรืออาจกระโดดออกจากมือได้ ต้องระวังด้วย
สำหรับลูกนกขนาดใหญ่เมื่อกินอาหาร นกอาจมีอาการดึงแรง ผู้ป้อนอาจจำเป็นต้องใช้วิธีโอบอุ้มตัวนกไว้ หรืออาจจำเป็นต้องป้อนด้วยการอุ้มนกไว้บนตัก
เมื่อนำนกมาวางลงบนผ้าขนหนูหรือถ้วยแล้ว ค่อยๆโอบมือหนึ่งไปที่ด้านหลังของนก ใช้นิ้วชี้และ นิ้วโป้งประคองไว้ที่ใต้จะงอยปากล่าง ในลักษณะนี้อุ้งมือเราจะประคองโอบตัวนกไว้ทั้งส่วนหลังและปีก และวิธีนี้นกจะขยับหัวไปมาได้ไม่มากนัก ส่วนมือที่เหลือเป็นมือที่ใช้จับอุปกรณ์การป้อน ค่อยๆใช้นิ้วโป้งกันนิ้วชี้ดันหัวนกให้เงยขึ้น
วิธีนี้จะทำให้เรามองเห็นถุงอาหาร Crop ได้ง่าย ทำให้รู้ว่าเราป้อนอาหารไปมากน้อยเท่าไร และถุงอาหารเต็มหรือยัง ระวังอย่ากดตัวนกให้ต่ำเกินไปเพราะถุงอาหารอาจมีแรงดันกลับ ทำให้นกอาจสำรอกอาหารออกมาได้
เนื่องจากหลอดหรือท่ออาหารที่จะลงไปสู่ถุงพักอาหาร (Crop) และหลอดลมที่จะเป็นท่อนำไปยังปอดของนก อยู่ในตำแหน่งใกล้กัน
- หลอดหรือท่ออาหารอยู่ทางด้านขวาของนก
- ส่วนท่อที่นำไปสู่ปอดอยู่ทางด้านซ้ายของนก
วิธีการสอดไซริงค์จึงเป็นส่วนสำคัญที่ต้องระวัง โดยผู้ป้อนค่อยๆสอดปลายไซริงค์เข้าไปในปาก ด้านซ้ายของนก ดันปลายไซริงค์ให้ผ่านช่องปากลึกเข้าไปเล็กน้อยเพื่อบีบอาหารให้ไหลลงไปทางช่องอาหารที่อยู่ด้านขวาของนก วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้อาหารไหลลงปอดนก นกจะผงกหัวขึ้นลงเพื่อขอให้เราป้อนอาหารแบบเดียวกับที่เห็นตามธรรมชาติ
อาจมีเสียงร้องร่วมด้วย เมื่อสอดปลายไซลิงค์เข้าไปในปากในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว ก็ค่อยๆบีบอาหารลงไปทีละน้อย โดยเว้นช่วงให้นกได้หายใจ แล้วค่อยๆบีบลงไปใหม่ สังเกตดูถุงอาหารเมื่อพองแล้วจะยังคงนิ่ม อย่าให้อาหารมากไปจนถุงอาหารตึง อาหารอาจล้นเข้าไปในปอดซึ่งจะเป็นอันตรายกับนกอย่างยิ่ง
เนื่องเพราะลูกนกแต่ละตัวมีความแตกต่างกันในโครงสร้างของร่างกาย แตกต่างกันในสุขภาพและสภาวะแวดล้อม ดังนั้นการให้อาหารลูกนก จึงขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักตัวของนกด้วย เราใช้การคำนวนง่ายๆโดยให้อาหารประมาณ 10% ของอัตราส่วนของน้ำหนักตัวนก เช่น นกมีน้ำหนัก 200 กรัม จะต้องให้อาหารประมาณ 20 cc ต่อการป้อนหนึ่งมื้อ
เมื่อให้อาหารนกในปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอแล้ว แต่นกยังร้องขออาหารอีก เราควรหยุดพักการให้อาหารสักอึดใจ เพราะสมองนกอาจสั่งงานช้ากว่าที่นกจะรู้ตัวว่าตัวเองอิ่มแล้ว หลังป้อนควรจัดให้นกได้นอนในที่อบอุ่นในอุญ หภูมิสบายๆความอบอุ่นจะช่วยในการย่อย อย่าปล่อยให้นกหนาวเด็ดขาด
อุปกรณ์ป้อนทุกชนิดควรล้างและลวกน้ำร้อนผึ่งแห้งทุกครั้ง ก่อนใช้ในครั้งต่อไป
4/3/2003
9/10/2008 Last Update
.....
เขียนโดย แก้วตา
cookietalkie@yahoo.com
TOP
|  |