 |
โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี
คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ
เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น
แสงแดดกับนก
แสงแดดมีความสำคัญต่อนก
นกและสัตว์ที่อยู่ในธรรมชาติ ดำรงชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับการขึ้นลงของดวงอาทิตย์และฤดูกาลในการปรับร่างกาย
ด้วยเหตุนี้การเปลี่ยนแปลงในคุณภาพของแสงและความยาวนานของวันจึงเป็นตัวปรับเวลาในทางชีววิทยาของนก
ที่เรียกว่า biological clock ที่ส่งผลให้ร่างกายนกเกิดการกำหนดช่วงของการผลัดขน การสืบพันธุ์ การย้ายถิ่นฐาน
และนอกจากนี้แสงยังเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของนกในแต่ละวันด้วย
แสงแดดเป็นแหล่งไวตามิน D ที่สำคัญ ร่างกายของมนุษย์และสัตว์รวมถึงนกผลิตไวตามิน D เมื่อผิวหนังได้รับ
สัมผัสจากแสงแดดธรรมชาติ โดยไวตามิน D เป็นตัวช่วยในการดูดซับแคลเซียมที่กินไปใช้ประโยชน์ต่อร่างกาย
แสงแดดธรรมชาติประกอบไปด้วยรังสีของแสง Ultraviolet (UV) ซึ่งสามารถแยกได้เป็น 3 ส่วนคือ
UVA, UVB และ UVC แต่เนื่องจาก UVC จะถูกดูดซับและหายไปในชั้นของบรรยากาศจนไม่สามารถมาถึงโลกได้
ดังนั้นจึงมีเพียง UVA และ UVB เท่านั้นที่รังสีสามารถส่องลงมาถึงพื้นผิวโลก จึงทำให้ UVA และ UVB
เป็นแสงที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์และพืช
รังสี UVA สามารถส่องผ่านกระจก (window glass)
รังสี UVB ไม่สามารถส่องผ่านกระจก (window glass)
รังสี UVA และ UVB แม้ว่าจะให้ประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในโลก แต่รังสีที่มีความรุนแรงสูงก็จะสามารถทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในโลกได้เช่นกัน
แดดที่แรงจัดสามารถทำให้ผิวมนุษย์เหี่ยวย่นไหม้เกรียมและหากโดนแดดรุนแรงเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
รวมถึงทำร้ายสายตาให้เสียก่อนวัยอันสมควรและสร้างความเสื่อมให้แก่อายุการใช้งานของ ratina
นกเองก็เช่นกันหากถูกแสงแดดแรงจัดเป็นเวลายาวนานโดยไม่มีร่มเงาให้หลบพัก นกจะเกิดอาการขาดน้ำ
ช็อคหมดสติจนถึงเสียชีวิต ดังนั้นแม้แสงแดดจะมีประโยชน์ต่อนกเราก็ไม่ควรนำนกไปตากแดดร้อนจัดเป็นอันขาด
ควรให้นกได้รับแดดแต่เพียงรำไรเท่านั้น เช่น ใต้ร่มไม้ที่มีแสงแดดอ่อนผ่านลงมาถึงตัวนก
ความสำคัญของ UVA และ UVB
UVB เท่านั้นที่มีความสำคัญในส่วนของสุขภาพ เนื่องจาก UVB จะเป็นตัวสังเคราะห์ไวตามิน D
ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตบนโลก และแน่นอนรวมถึงนกด้วยโดยไวตามิน D จะเป็นตัวช่วยให้ร่างกายนกดูดซับแคลเซียมที่นกบริโภค
ไปใช้ประโยชน์ในการสร้างกระดูกที่แข็งแรง สร้างเปลือกไข่ที่แข็งแรงสำหรับนกที่กำลังจะวางไข่
และช่วยให้กล้ามเนื้อนกอยู่ในสภาพดี นกที่ไม่มีโอกาสได้รับไวตามิน D จะไม่สามารถรับประโยชน์จากสิ่งดังกล่าวนี้
เพราะร่างกายนกจะไม่สามารถนำแคลเซียมที่กินเข้าไปมาใช้ประโยชน์ได้เลย
ส่วน UVA จะช่วยในการมองเห็นของนก
นกได้รับแสงในหลายทาง เช่น นกได้รับแสง UVA ผ่านทางตา โดย retina จะรับรู้การเกิดของสีและระยะของแสง
ข้อมูลการรับรู้เหล่านี้จะถูกแยกส่งไปยังสมองในส่วนของการมองเห็นและอีกส่วนถูกส่งไปยังต่อม pituitary
นอกจากนี้นกยังได้รับแสง UVA ผ่านทางเนื้อเยื่อที่อยู่รอบกระบอกตาที่เรียกว่าต่อม Harderian (Harderian Gland)
ต่อมนี้จะทำหน้าที่กะประมาณระยะเวลาของแสงเพื่อการรับรู้กลางวันกลางคืนและส่งผ่านข้อมูลไปยังต่อม
Pineal (Pineal gland)
ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าแสงมีผลต่อระบบต่อม(gland)ต่างๆในร่างกายนก เช่น Thyroid gland, Hypothalamus
และ Pineal gland
- Thyroid gland เป็นตัวควบคุมการทำงานของต่อมต่างๆในการรับแสง
- Hypothalamus มีบทบาทในการพัฒนาของขนนก หากต่อมนี้ทำงานผิดปกติ ขนและผิวหนังนกจะมีความผิดปกติไปด้วย
- Pineal gland ควบคุมรอบระยะเวลาของการผลัดขนและระบบการสืบพันธ์ุ โดยจะประสานการทำงานร่วมกับการที่นกได้รับแสงอย่างเหมาะสมนั่นเอง
แสงมีความสำคัญทางสายตาและการมองเห็นของนก
มนุษย์และสัตว์ส่วนมากสามารถมองเห็นสีในลักษณะ three-color vision ที่เรียกว่า Trichromatic
ซึ่งแตกต่างจากนกที่สามารถมองเห็นสีในลักษณะ four-color vision เรียกว่า Tetrachromatic
โดยในการมองเห็นของนก UVA จะเป็นตัวช่วยเพิ่มสัดส่วนของการมองเห็นสีมาตรฐาน แดง ฟ้า
เขียว ได้มากกว่าการมองเห็นของมนุษย์ เช่น เห็นสีแดงที่มากกว่า ฟ้ากว่าและเขียวกว่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้
อยู่เหนือจินตนาการที่มนุษย์จะนึกฝัน
หมายเหตุ: ผู้เขียนค้นคว้าพบรายงานว่า ผลการวิจัยล่าสุดพบว่านกบางชนิดสามารถมองเห็นได้ถึง
5 สี five-color vision เรียกว่า Pentachromatic
นกขุนทอง (mynah) ที่ในสายตามนุษย์มองเห็นเป็นสีดำ หรือนกที่เรามองเห็นว่ามีขนเป็นสีขาวนั้น
ในสายตานกจะสามารถมองเห็นได้เป็นสีต่างๆ multi colour แสง UVA ที่สะท้อนกับขนนก
จะมีส่วนช่วยในการบอกเพศซึ่งนกด้วยกันเท่านั้นจะมองเห็น ดังนั้นในที่ๆมีแสงไม่เพียงพอ
จึงมักเป็นการยากแก่นกในการดูความแตกต่างระหว่างเพศ ก่อให้เกิดอุปสรรค์ต่อการผสมพันธุ์
และด้วยเหตุนี้นกที่อาศัยอยู่ในที่ๆมีแสง UVA ไม่เพียงพอจะมีผลกระทบต่อการมองเห็น โดยนกจะมีอาการคล้ายกับคนที่
เป็น "ตาบอดสี" หรือมองเห็นสีเพียงขาว-ดำ
นอกจากนี้แสง UVA ยังมีความสำคัญในการเลือกอาหารของนก ผลไม้สุกและลูกไม้เล็กๆจะปรากฏเป็นสีที่แตกต่าง
เช่น สีแดงจะดูแดงมากขึ้น สีเขียวจะดูเขียวมากขึ้น มีผลช่วยกระตุ้นความอยากอาหารให้นก
นกที่มักมีปัญหาในการกิน เช่น กินอาหารยากจึงต้องการแสง UVA ในการช่วยกระตุ้นความอยาก
และนอกจากนี้แสงยังเป็นตัวกำหนดทิศทางเพื่อช่วยให้นกบินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
แสงแดดมีส่วนช่วยลดเชื้อแบคทีเรียต่างๆที่มีอยู่บนตัวนกและการได้รับแสงอย่างเหมาะสมยังมีความสำคัญต่อพฤติกรรมในการจัดไซ้ขน
ที่ส่งผลต่อผิวหนังและสุขภาพของขนนก หากนกไม่ได้รับแสงที่เพียงพอในการช่วยกระตุ้นพฤติการรมการจัดไซ้ขนนี้
การทำงานของระบบก็จะผิดปกติและล้มเหลว เนื่องจากประโยชน์ของการไซ้ขนจะช่วยให้นกขจัดคราบฝุ่นผง
คราบควันต่างๆที่ติดตามขนนกออกไป และนอกจากนี้สัตวแพทย์ยังแนะนำให้นกที่มีปัญหาดึงถอนขนตัวเอง
ได้รับแสงแดดเพียงพอในแต่ละวัน
แสง UVB มีผลต่อต่อม Uropygeal ต่อมนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งเหนือโคนหางที่ด้านหลังนก ทำหน้าที่ผลิตไขมันเพื่อช่วยให้ขนนก
จะงอยปากนก ผิวนก อยู่ในสภาพดีและรวมถึงยังช่วยทำหน้าที่กันน้ำ (waterproof) ให้ขนนกด้วย
โดยในระหว่างที่นกไซ้ขน นกจะนำของเหลวที่มีลักษณะคล้ายน้ำมันที่ผลิดโดยต่อมนี้ไปเคลือบไว้ที่ขนทั่วตัว
เมื่อนกได้รับแสงแดด UVB จากธรรมชาติของเหลวที่มีลักษณะคล้ายน้ำมันนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นไวตามิน D
ซึ่งนกจะกลืนกินเข้าไปในระหว่างการไซ้ขน หลังจากนั้นตับและไตจะทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนไวตามิน D นี้ให้เป็น D3
นกที่มีต่อม Uropygeal เช่น นกกระตั้ว นกคอคคาเทล นกcanaries นกfinches ฯลฯ ส่วน
Hyacinth Macaw, Lear's Macaw, Spix's Macaw, Amazon, Emu, นกกระจอกเทศ นกพิราบ
ไม่มีต่อมนี้ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกว่าถึงแม้นกตามรายชื่อที่กล่าวมานี้จะไม่มีต่อม Uropygeal
แต่ขนนกเหล่านี้ก็สามารถกันน้ำได้และมีลักษณะพิเศษต่างๆเหมือนกับนกที่มีต่อม Uropygeal
นกที่ถูกปรับเปลี่ยนหรือโยกย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่ซึ่งมีความต่างในสภาวะแวดล้อม ที่ที่ทำให้การได้รับแสงแดดเปลี่ยนไป
นกมักมีปัญหาสุขภาพไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น นก Eclectus ที่ต้องย้ายบ้านตามเจ้าของจากที่เคยอยู่ใกล้เขตร้อนของ
รัฐฟอร์ริดา ไปอยู่ที่ Cororado แรกๆนกก็ดูปกติดีแต่หลังจากนั้นนกเริ่มมีปัญหามีขนน้อยลงๆจนถึงโล้น
อีกกรณีเจ้าของนกพบว่าขนของนก vasa parrot กลายเป็นสีขาว รายล่าสุดนก Amazon ตัวหนึ่งเกิดมีนิสัยที่เปลี่ยนไปโดยนกส่งเสียงดังมากขึ้น
ตัวอย่างทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากการที่นกได้รับแสงแดดในปริมาณที่เปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น
ผลการ x-ray ของนกจำนวนหนึ่งทำให้สัตวแพทย์ในสหรัฐอเมริกาพบว่า นกที่ได้รับแคลเซียมจากแหล่งอาหารเพียงพอ
ยังคงแสดงอาการขาดแคลเซี่ยม ทำให้นกเหล่านี้มีกระดูกร้าวร่วมกับอาการที่แสดงให้เห็นว่านกเป็น
โรค Hypocalcemia ที่เกิดจากความผิดปกติของปริมาณแคลเซียมในเลือดสูง โดยผลมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถ
นำแคลเซี่ยมนี้ไปใช้เนื่องจากการขาดไวตามิน D จากแสงแดดนั่นเอง โรค Hypocalcemia นี้จะแสดงอาการ
หัวใจผิดปกติ ไขมันในเส้นเลือดสูง เปลือกไข่นิ่ม กระดูกผิดปกติ อาการทางประสาท อาการเป็นลม
และอาการกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ
รังสี UVB ไม่สามารถส่องผ่านกระจก (window glass)
- แสงที่ส่องผ่านกระจกจะสูญเสียประโยชน์ของ UVB ไปมากกว่า 90% เว้นเสียแต่ว่ากระจกนั้นจะถูกผลิตขึ้นก่อนปี 1939
- แสงที่ส่องผ่านมุ้งลวดอลุมิเนียมจะสูญเสียประโยชน์ของ UVB ไป 30% หรือมากกว่า
- แสงที่ส่องผ่าน Hight-grade acrylic จะสูญเสียประโยชน์ของ UVB ไป 5% หรือน้อยกว่า
ดังนั้นจะเห็นได้ว่านกที่อาศัยอยู่ในอาคารหรือบ้านจะไม่ได้รับผลประโยชน์จากแสง UVB นี้ และ
เนื่องจากแสงแดดธรรมชาติเป็นแสงที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพนกมากที่สุด ดังนั้นจึงควรจัดให้นกได้รับแสงธรรมชาติเท่าที่จำเป็น
และแม้ว่าสัตวแพทย์หลายท่านจะยังคงมีความเห็นต่างกันในเรื่องระยะเวลาที่นกควรจะได้รับแสง
แต่สิ่งที่ทุกท่านยืนยันเหมือนกันคือแสงแดดธรรชาตินั้นดีที่สุดแน่นอน
นกขนาดเล็กต้องการแสงธรรมชาติอย่างมาก 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
นกขนาดใหญ่ต้องการแสงธรรมชาติอย่างมาก 4-6 ชั่วโมงต่อวัน
ส่วนนกที่มีปัญหาไข่เรื้อรังหรือมีปัญหาการสืบพันธุ์อื่นๆ อาจมีความจำเป็นต้องลดการให้แสงลง
หรือหยุดให้แสงชั่วคราว ทั้งนี้นกประเภทนี้ควรได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเรื่องแสงจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับในที่ๆมีอุปสรรค์ในการให้นกได้รับแสงแดด สิ่งที่สามารถทดแทนแสงแดดได้มี
- แสงเทียม Full Spectrum Lighting
- ไวตามินเสริม
แสงเทียม Full Spectrum Lighting
มีลักษณะคล้ายหลอดไฟ หลอดชนิดนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อให้แสงเทียมที่เลียนแบบแสงธรรมชาติ
มักใช้กันในอุตสาหกรรมฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์ปีก นกที่อาศัยอยู่ภายในบ้านในอาคารที่ไม่ได้รับแสงแดดธรรมชาติสามารถใช้แสง
เทียมนี้ทดแทนแสงแดดธรรมชาติได้
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้หลอด Full Spectrum Lighting นี้ ผู้ใช้จะต้องคำนึงถึงระยะห่างในการติดตั้งหลอดไฟด้วย
การติดตั้งที่ดีมีกำหนดความห่างจากตัวนกในระยะ 2 ฟุต ซึ่งหากนกเคลื่อนตัวห่างจากแหล่งของแสงไฟ
คุณประโยชน์ของแสงก็จะลดลงตามระยะห่างนั้น นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกประการคือการติดตั้งเวลาเปิดปิดไฟ
จากผลการศึกษาของสัตวแพทย์ร่วมกับผู้เพาะเลี้ยงนกพบว่า มีความจำเป็นต้องมีระบบติดตั้งเวลา
ร่วมกับการติดตั้งหลอด Full Spectrum Lighting นี้ เนื่องจากการเปิดปิดของแสงที่ผิดเวลาแม้เพียงเล็กน้อย
สร้างปัญหาความผิดปกติของนิสัยการสืบพันธุ์ของนก เช่น นกเกิดความก้าวร้าวรุนแรงในการหวงอาณาบริเวณรัง
อาการอยากวางไข่และการแสดงออกถึงการมีฮอร์โมนเพศสูง อาการเหล่านี้มีผลต่อปัญหาสุขภาพ
เนื่องจากการหลั่งฮอร์โมนที่เกินขีดจำกัดทำให้ระบบในร่างกายเกิดการเป็นพิษ Toxicities
เพื่อให้ได้พื้นที่ในการส่องสว่างที่กว้าง หลอด Full Spectrum Lighting ที่ให้ผลในการใช้ดีที่สุดจะเป็นแบบหลอดยาว 2-4 ฟุต
นอกจากนี้หลอดชนิดนี้จะมีระยะเวลาการใช้งานประมาณ 2 ปี ดังนั้นผู้ใช้จะต้องดูแลเปลี่ยนหลอดไฟอย่างเคร่งครัด
เพราะการลดระดับของแสงในหลอดที่เริ่มเสื่อมจะมีผลต่อสุขภาพนกเช่นกัน
เนื่องจากหลอดไฟเทียมนี้มีความจำเป็นต้องติดตั้งใกล้ตำแหน่งของตัวนก ดังนั้นการติดตั้งหลอดเทียมผู้ติดตั้ง
จึงควรให้ความระมัดระวังต่อการเดินสายไฟด้วย โดยป้องกันไม่ให้นกสามารถกัดถึงสายไฟที่จะทำอันตรายต่อชีวิตนกได้
ไวตามินเสริม
ไวตามินเสริมต่างๆและอาหารสำเร็จรูปมักมีส่วนผสมของไวตามิน D อยู่ในรูปของไวตามิน D3
นกที่กินอาหารสำเร็จรูปเป็นหลักจึงไม่มีความจำเป็นต้องได้รับไวตามิน D จากแสงแดด ทั้งนี้
เมื่อซื้อไวตามินทุกครั้งลองสังเกตที่ข้างกล่อง
การให้นกได้กินไวตามินเสริมนั้นไม่ยาก แต่จะให้อย่างไรและเท่าไรจึงจะเหมาะสมนั้นยากกว่า
ไวตามินในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด การให้ไวตามินซ้ำซ้อนหรือการให้ไวตามินในปริมาณที่มากเกินไป
มักจะส่งผลเสียต่อสุขภาพนก ดังนั้นการตรวจสุขภาพนกก่อนการให้ไวตามินใดๆจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
นกแต่ละตัวควรได้รับไวตามินชนิดใดในปริมาณมากน้อยแค่ไหนนั้น เพื่อความไม่ผิดพลาดเราคงต้องพึ่งสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ช่วยทำการตรวจสุขภาพนก
แม้ว่ามนุษย์จะได้สร้างสิ่งต่างๆขึ้นมาทดแทนเพื่อให้ความสะดวกและให้ง่าย แต่สิ่งเหล่านั้นก็มักทำให้ทั้งชีวิตเราและชีวิตนกยุ่งยากขึ้นเช่นกัน
ดังนั้นการให้นกได้สังเคราะห์ไวตามิน D ด้วยตัวเอง โดยการได้รับแสงแดดธรรมชาติจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดต่อสุขภาพนก
ธรรมชาติได้สร้างสิ่งมีค่านี้ไว้ ให้เรานำมาใช้ประโยชน์กับนกที่รักกันได้ง่ายๆฟรีๆไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
เมื่อเข้าใจถึงความสำคัญนี้กันแล้ว อย่าลืมให้นกได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ ในที่ๆมีร่มเงาเพื่อให้นกได้ขยับหลบแดดได้ตามความต้องการ
จะเป็นการช่วยส่งเสริมสุขภาพและสนับสนุนให้นกมีชีวิตที่สมบูรณ์ยาวนาน
.....
เขียนโดย แก้วตา
cookietalkie@yahoo.com
TOP
|  |
|