About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




การดูแลนกระหว่างการเดินทาง




หากมีความจำเป็นที่จะต้องนำนกเดินทางไม่ว่าจะเป็นในระยะทางในช่วงสั้นๆ เช่น พานกไปพบแพทย์ หรือเดินทางไกลชนิดที่ต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายๆชั่วโมง การเตรียมตัวและการเตรียมพร้อมให้กับนก รวมถึงเตรียมพร้อมสำหรับตัวเราเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเดินทางบนท้องถนนนั้น สิ่งที่เกินความคาดหมายหรืออุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเราหรือกับนก บนท้องถนนเราอาจต้องเจอกับรถติดชนิดไม่ยอมขยับในหลายๆชั่วโมงเพราะข้างหน้ามีอุบัติเหตุรถชน รถเสีย หรือรถเราเกิดเสียซะเอง ด้วยเหตุต่างๆนี้ทำให้ระยะเวลาในการเดินทางที่คิดว่าจะสั้นกลับกลายเป็นยาว ซ้ำร้ายนกของเราอาจเกิดป่วยกระทันหันจากความเครียด เมารถ หรือหมดสติไปในอากาศที่ร้อนจัดก็ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมจะช่วยให้ภาระหนักกลายเป็นเบาได้ในทุกสถานการณ์

เตรียมพร้อมให้นก
  1. ก่อนเดินทางหากเป็นการเดินทางไกล ไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราควรเตรียมพร้อมให้นกโดยการนำนกไปให้สัตวแพทย์ตัดซอยขนปีก ดูแลตัดเล็บเท้าให้อยู่ในความยาวที่เหมาะสม และควรให้แพทย์ตรวจสุขภาพความพร้อมของร่างกายนกด้วย เพื่อรู้ว่าสุขภาพนกในเวลานั้นๆเหมาะที่จะเดินทางไกลไหม

  2. เตรียมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับนก(รวมถึงคนด้วย)ไปด้วย เช่น สำลี ยาหยุดเลือด แหนบสำหรับดึงหากมีขนปีกหัก ผ้าพันแผล ผ้าสำหรับจับห่อตัวนก ยาหรืออุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นสำหรับนกที่ป่วยหรือนกที่มีโรคประจำตัว ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น นกป่วยที่ต้องทำการให้ยาตามเวลาที่แพทย์กำหนด หรือนกที่ต้องป้อนอาหาร

  3. เตรียมเอกสารประวัติการตรวจรักษานก(หากมี) ควรมีเบอร์โทรศัพท์ของสัตวแพทย์ไว้ในกรณีฉุกเฉิน หากต้องโทรถามวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และควรเตรียมสมุดปากกาไว้สำหรับจดข้อความสำคัญด้วย

  4. เตรียมหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตวแพทย์ และโรงพยาบาลรักษาสัตว์ที่มีหมอที่รักษานกได้เอาไว้ล่วงหน้า ทั้งสถานรักษาที่อยู่ในระหว่างทางผ่านและในจุดหมายปลายทางที่เราไม่คุ้นเคย ทั้งนี้หากนกป่วยกระทันหันเราจะได้ไปยังโรงพยาบาลในจุดหมายปลายทางนั้นๆได้
การดูแลนกระหว่างการเดินทางโดยรถยนต์
  1. นกควรเดินทางกับเราภายในรถเท่านั้น ไม่ควรนำกรงนกไปไว้ในกระบะท้ายรถที่เปิดโล่ง หรือกระบะแบบแยกส่วนที่ปิดทึบไม่มีอากาศถ่ายเท และมีความร้อนสูง

  2. ใช้กรงสำหรับเดินทางหรือกรงขนาดเล็กใส่นก จะช่วยให้สะดวกในการดูแลและมองเห็นปฏิกริยาต่างๆของนกได้ง่าย หากมีความจำเป็นต้องใช้ลัง ควรเจาะรูที่ลังหลายๆรูให้เพียงพอเพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และควรเจาะรูจำนวนมากขึ้นหากมีนกในลังหลายตัว ขนาดของรูที่เจาะต้องไม่ใหญ่กว่าขนาดของหัวนก ระวังไม่ให้หัวนกลอดทะลุลังออกมาได้ ห้ามใส่นกในถุงกระสอบแล้วโยนไว้เบาะหลังหรือไว้ท้ายรถเด็ดขาดเพราะการอยู่ในกระสอบนกจะมองไม่เห็น ยืนทรงตัวไม่ได้ ซึ่งจะทำให้นกตกใจและหวาดกลัวมาก การใส่นกไว้ท้ายรถ นกจะขาดอากาศหายใจ

  3. ไม่ว่าจะใช้กรงหรือลังในการเดินทาง ควรวางกรงหรือลังไว้ที่เบาะหลังเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากรถยนต์ส่วนใหญ่ที่นั่งเบาะหน้ามี Air Bag ติดตั้งอยู่ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ Air Bag จะดันและอัดเข้าที่กรงหรือลัง มีผลให้ซี่กรงหักแทงเข้าที่ตัวนก ลังอาจถูกอัดจนยุบทำให้เกิดอันตรายกับนกถึงชีวิตได้

  4. เพื่อป้องกันเบาะลื่นและความสกปรก ควรใช้ผ้าขนหนูปูรองบนเบาะเสียก่อน เมื่อวางกรงหรือลังเข้าที่แล้ว ควรรัดกรงด้วยเข็มขัดนิรภัยหรือหาเชือกรัดให้เข้าที่เพื่อป้องกันการเลื่อนหลุด ตก คว่ำ ที่จะสร้างความตกใจให้กับทั้งนกและเจ้าของนกที่อาจอยู่ในระหว่างการขับรถ จนเป็นผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ตรวจดูปิดประตูกรงหรือฝาลังให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

  5. นกอยู่ในรถที่เปิดเครื่องปรับอากาศได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ลมแอร์เป่าโดนตัวนกโดยตรง ควรปรับลมแอร์ไปทางด้านอื่น หรือหากในรถหนาวเกินไปควรหาผ้าคลุมกรงให้นกโดยเฉพาะในส่วนที่ลมเป่าแรง

  6. น้ำหอมปรับอากาศทุกชนิดเป็นพิษต่อระบบการหายใจของนก หากในรถมีขวดน้ำหอมปรับอากาศอยู่ควรนำออกให้หมดและควรจัดการระบายอากาศก่อนนำนกเข้าไปในรถ ทั้งนี้รวมถึงน้ำหอมเครื่องหอมต่างๆที่ตัวของเจ้าของนกด้วย ตรวจดูหากในรถมีกลิ่นไม่สะอาด กลิ่นน้ำมันรถ น้ำมันเครื่อง กลิ่นยาฆ่าแมลงหรืออื่นๆที่อาจหกอยู่ในรถ ควรทำความสะอาดรถก่อนการเดินทางกับนก

  7. ระหว่างการเดินทางควรหยุดพักเป็นระยะๆเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและความปลอดภัยของนก การขับรถรวดเดียวในระยะทางไกลๆมักทำให้นกทั้งนกเครียด ลองหาที่ปลอดภัยพักสัก 10 นาทีหรือตามความเหมาะสม ในระหว่างพักอาจนำนกออกมาเล่นลูบหัวและควรถือโอกาสนี้ตรวจดู ความผิดปกติที่ตัวนก ระหว่างนำนกออกมานอกกรง เราควรเลื่อนกระจกรถลงสัก 1-2 นิ้วหรือตามความเหมาะสมกับขนาดนก เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศใหม่เข้ามาในรถ * ระวังไม่เลื่อนกระจกลงมากเกินไปเพราะนกอาจหลุดออกไปนอกหน้าต่างได้หากนกเกิดตกใจ

  8. ไม่ควรทิ้งนกไว้ในรถโดยลำพัง ไม่ว่าจะกรณีใดๆ หากมีความจำเป็นต้องหยุดพักระหว่างทางเป็นเวลานานๆ เช่น หยุดรถเพื่อรับประทานอาหารในร้าน จับจ่ายซื้อของจำเป็นหรือเข้าห้องน้ำ ควรนำนกลงจากรถด้วย ในเวลากลางวันที่มีแดดร้อนจัด ความร้อนในรถจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รถเปรียบเหมือนเตาอบได้ในเวลาไม่กี่นาที และความร้อนสูงเช่นนี้จะทำให้นกช็อคตายได้ (ในต่างประเทศมีกฏหมายห้ามทิ้งสัตว์ทุกชนิดไว้ในรถลำพัง)

    หากมีความจำเป็นที่ไม่สามารถนำนกออกจากรถได้ ควรปิดประตูกรงนกให้เรียบร้อยแล้วไขกระจกรถลงให้ระบายลมและมีอากาศถ่ายเทให้มากที่สุด ตรวจดูให้แน่ใจว่านกมีน้ำดื่มเพียงพอไม่ปล่อยให้นกกระหายหรือขาดน้ำเนื่องจากอากาศร้อน หาผ้าคลุมกรงบางส่วนเพื่อบังแดดให้นก และควรเลือกจอดรถในที่ร่มหรือใต้ร่มไม้ แล้วรีบทำธุระให้เสร็จโดยเร็ว * อย่างไรก็ตามกรณีนี้มีความเสี่ยงและไม่แนะนำ เพราะนกที่ถูกทิ้งไว้ในรถตามลำพังอาจถูกขโมยได้ง่าย ในกรณีที่นกถูกขโมย เราควรมีหลักฐานที่อ้างอิงได้ เช่น รูปถ่ายหรืออื่นๆที่เกี่ยวกับนกให้พร้อม หากต้องใช้ในการแจ้งความ

    ในกรณีฉุกเฉินหากพบว่านกเกิดอาการช็อค ด้วยสาเหตุจากความร้อนในร่างกายขึ้นสูง ต้องรีบช่วยนกโดยเอาน้ำให้นกกิน และรีบแช่เท้านกลงในน้ำเย็น หากอาการไม่ดีขึ้นรีบติดต่อสัตวแพทย์โดยด่วน

  9. เตรียมอาหาร น้ำ ให้เพียงพอในกรง เตรียมผักสดผลไม้ใส่ไว้ด้วย เนื่องจากผักสดและผลไม้มีน้ำเป็นส่วนประกอบ หากนกกระหายแต่ไม่สะดวกที่จะกินน้ำ นกจะกินผักผลไม้แทน ควรเตรียมน้ำกลั่นแบบขวดหรือน้ำดื่มที่นกคุ้นเคยจากที่บ้านไว้ให้นกดื่มตลอดเวลาการเดินทาง เพราะน้ำประปาในแต่ละท้องถิ่นอาจมีความบริสุทธ์และมีคุณภาพในระดับที่ต่างกันและอาจนำมาซึ่งสาเหตุของการป่วยได้ (เตรียมอาหารสำรองให้เพียงพอในกรณีที่ต้องเดินทางหลายวันหรือต้องค้างแรมเป็นเวลานานๆ)

  10. เตรียมกระบอกฉีดน้ำแบบที่ฉีดรีดผ้า ใส่น้ำแล้วปรับหัวฉีดไปที่ละอองฝอยเตรียมไว้ หากอากาศร้อนมากให้ฉีดพรมน้ำบางๆที่ตัวนกเพื่อช่วยให้นกคลายร้อน หากนกชอบที่จะกินผักแบบเป็นช่อเป็นใบ ลองเอาใบผักหนีบไว้ให้ในกรง ในช่วงอากาศร้อนจัดควรฉีดพ่นน้ำลงบนใบผักบ้างพอให้มีละอองติดค้างที่ใบ นกจะได้เลียน้ำจากใบผักนั้นหรือแม้กระทั่งคลุกตัวลงบนใบผักหากนกร้อน และนี่เป็นวิธีช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายนกทางหนึ่งที่ให้ความเพลิดเพลินด้วย

  11. สำหรับนกบางตัวที่มีอาการเมารถ นกอาจอาเจียรอาหารออกมา วิธีที่จะช่วยลดอาการเมารถได้ คือการหาผ้าคลุมกรงให้นก เพื่อจำกัดไม่ให้นกได้มองออกนอกหน้าต่างซึ่งเป็นสาเหตุของการเมารถ ลองคลุมผ้าที่ด้านหลังและข้าง แต่เปิดด้านหน้ากรง หรือคลุมทั้งหมดแต่เปิดช่องให้มีอากาศถ่ายเทสัก 2-3 นิ้ว ข้อสำคัญควรเลือกผ้าคลุมสีอ่อนเพื่อให้มีแสงสว่างส่องเข้าถึงในกรงได้ หรือจะเลือกวิธีวางกรงให้ต่ำโดยขยับเลื่อนเบาะหลัง (ถ้าทำได้) แล้ววางกรงลงที่พื้นรถ ระวังและคอยตรวจดูหากพื้นรถมีความร้อน อาจต้องใช้ผ้าหนาๆวางรองพื้นไว้ชั้นหนึ่งก่อน การให้อาหารนกในปริมาณที่ไม่มากเกินไปและให้อาหารล่วงหน้านานพอให้อาหารย่อยไปบ้างก่อนออกเดินทาง ก็จะช่วยลดอาการอาเจียรได้ สัตวแพทย์บางท่านมีความเชื่อว่าขิงจะช่วยลดอาการเมารถและเมาเครื่องบินได้ ลองเตรียมขิงตัดเป็นแว่นบางๆไว้ให้นกด้วย ในกรณีที่นกมักจะมีอาการเมารถบ่อยๆควรไปพบสัตวแพทย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับนก ขอให้จัดยาแก้อาการเมารถให้และควรให้ยานกก่อนออกเดินทางหรือตามคำสั่งแพทย์

  12. ในกรณีการเดินทางที่ต้องค้างแรมตามสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรม ควรติดต่อสอบถามเกี่ยวกับนโยบายในการอนุญาตนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักไว้ล่วงหน้าด้วย
การนำนกเดินทางโดยเครื่องบิน
  1. ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบว่าสายการบินที่เราจะเลือกใช้บริการ มีนโยบายรับนกขึ้นเครื่องหรือไม่ เพราะอาจมีบางสายการบินที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ส่วนสายการบินที่อนุญาตอาจมีกฏและเงื่อนไขต่างๆที่แตกต่างกัน บางสายการบินมักระบุขนาดของนก และส่วนมากจะอนุญาตให้นกขนาดเล็ก เช่น นกคอคคาเทลและนกที่มีขนาดเล็กว่านกคอคคาเทลเท่านั้น ที่จะนำขึ้นเครื่องได้

  2. กฏของสายการบินมักจะอนุญาตให้แต่ละเที่ยวบินสามารถนำสัตว์เลี้ยงขึ้นในส่วนผู้โดยสารได้แค่ 2 ตัว เท่านั้น ควรติดต่อจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อความแน่ใจว่าเที่ยวบินนั้นยังคงมีโควต้า และผู้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับสัตว์นั้นๆด้วย

  3. หากเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนการเดินทางต้องพานกไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ และแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบว่าจะนำนกเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อสัตวแพทย์จะได้ออกใบรับรองสุขภาพให้นก ใบรับรองสุขภาพนี้จะต้องใช้ยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำนกเข้าประเทศนั้นๆ และเพื่อจะได้รับใบรับรองสุขภาพก่อนวันเดินทาง ผู้เดินทางควรนัดสัตวแพทย์ล่วงหน้าเพราะการขอรับผลตรวจอาจต้องใช้เวลา นอกจากนี้ควรขอให้สัตวแพทย์ตัดซอยขนปีกให้นกรวมถึงเล็บเท้าด้วย

  4. ซื้อกรงสำหรับเดินทาง (container/carrier) ที่ระบุว่าเป็นชนิดที่ได้รับการรับรองจากสายการบิน (Airline approved carrier) ซึ่งทำด้วยพลาสติคแข็งมีซี่กรงด้านหน้าบางรุ่นอาจมีด้านบนด้วย เลือกขนาดที่เหมาะกับขนาดนกและจะต้องเป็นขนาดที่สามารถวางลงที่พื้นใต้เก้าอี้ผู้โดยสารได้อย่างสะดวก ควรซื้อกรงสำหรับเดินทางล่วงหน้านานๆและฝึกนกให้คุ้นเคยกับกรงเดินทางก่อนเดินทางด้วย

  5. เมื่อถึงวันเดินทาง เตรียมกรงเดินทางโดยไม่ปูกระดาษรองพื้นกรงเดินทางเด็ดขาดเพราะเมื่อถึงในส่วนที่เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสัมภาระ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะตรวจดูว่ามีการซุกซ่อนวัตถุอันตรายในกรงเดินทางหรือไม่ ดังนั้นไม่ควรใส่วัตถุใดๆที่อาจเป็นประเด็นให้ต้องสงสัย ในกรงควรจัดติดตั้งคอนต่ำๆ จัดถ้วยอาหารถ้วยน้ำหรือขวดน้ำ สำหรับนกที่ดื่มน้ำจากขวด ภายในกรงควรมีพวงมิลเล็ทและผลไม้ชนิดที่มีน้ำมากไว้ให้นกด้วย ในกรณีที่นกไม่ดื่มน้ำนกจะได้น้ำจากผลไม้ และควรเตรียมให้นกได้ทานอาหารที่บ้านก่อนออกเดินทางไปสนามบิน

  6. ก่อนออกจากบ้านโทรเช็คยืนยันการเดินทางเพื่อความถูกต้อง และควรเดินทางไปให้ถึงสนามบินล่วงหน้า 2-4 ชั่วโมง ตามกำหนดของแต่ละสายการบิน

  7. สายการบินจะกำหนดจำนวนกระเป๋าหรือสัมภาระที่ผู้โดยสารจะนำติดตัวขึ้นเครื่อง ซึ่งกรงสำหรับเดินทางนี้จะถูกนับเป็นสัมภาระชิ้นหนึ่งด้วย

  8. เมื่อถึงเคาเตอร์ผู้โดยสารควรแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำเคาเตอร์ว่าเราเดินทางกับนกและได้มีการจองและแจ้งไว้แล้ว ที่เคาเตอร์นี้เราจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เรานำมาด้วย รวมถึงเราจะต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ เราจะได้รับใบรับเงินเพื่อเก็บไว้ยืนยันว่าเราได้จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆแล้ว หากมีด่านอื่นต้องการตรวจสอบอย่าลืมขอเอกสารใบรับรองแพทย์คืนจากพนักงานเพื่อใช้ยืนยันหากมีการเรียกตรวจสอบอีก เพื่อความสะดวกควรถ่ายเอกสารที่จำเป็นไว้หลายๆฉบับและเก็บติดตัวเพื่อความพร้อมเสมอ

  9. เมื่อเข้าในส่วนที่ต้องมีการตรวจด้วยเครื่อง screening แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเรามีนกเดินทางด้วย และขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนกด้วยวิธีไม่ผ่านเครื่อง x-ray เนื่องจากเครื่อง x-ray ที่ตั้งคลื่นในระดับสูง จะทำอันตรายต่อสุขภาพนกได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ x-ray เฉพาะตัวกรง เราควรนำนกออกนอกกรงเดินทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนกด้วยตา โดยเราควรจับนกอย่างระมัดระวังในท่าที่เจ้าหน้าที่จะมองเห็นและตรวจตัวนกในทุกส่วนได้ง่าย เจ้าหน้าที่อาจไม่คุ้นเคยกับการตรวจสอบนกอย่างที่คุ้นเคยกับสุนัขและแมว ดังนั้นเราต้องเตรียมพร้อมที่จะอำนวยความสะดวก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วและที่สำคัญปลอดภัยกับนกของเรา

  10. เมื่อขึ้นบนตัวเครื่องเจ้าหน้าที่อาจให้เราแสดงเอกสารต่างๆอีกครั้ง เพราะฉะนั้นเตรียมเอกสารให้พร้อมเสมอ เมื่อถึงปลายทางติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ของนก

  11. บนเครื่องก่อนวางกรงเดินทางลงบนพื้นควรหาผ้าหนาๆวางลองพื้นด้วย ในกรณีที่พื้นเครื่องบินอาจเย็นเกินไป

  12. สำหรับนกขนาดใหญ่อาจจำเป็นต้องส่งนกเดินทางในคาร์โก
อย่าลืมว่า แต่ละสายการบินมักจะมีกฏระเบียบที่แตกต่างกัน และกฏระเบียบต่างๆนั้นก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นเราควรเตรียมพร้อมเพื่อให้การเดินทางทุกครั้งเป็นไปด้วยความราบรื่น.

*ข้อมูลการเดินทางบนเครื่องบินบางส่วนได้จากเอกสารอ้างอิง

.....
เขียนโดย แก้วตา

18/9/2002
17/9/2008 Last Update



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com