 |
การนำนกเดินทางโดยเครื่องบิน
การนำนก/สัตว์เลี้ยง เดินทางกับสายการบินไทย 
- การบินไทยอนุญาติให้นำสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว และนกขนาดเล็กเท่านั้นที่จะสามารถนำขึ้นเครื่องในส่วนของผู้โดยสาร
(Passenger cabin) ได้ โดยที่สัตว์เลี้ยงเหล่านี้จะต้องขึ้นเครื่องไปพร้อมกับผู้โดยสาร
- นกหรือสัตว์เลี้ยงที่จะนำขึ้นเครื่องบินจะต้องปราศจากกลิ่น ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์และต้องไม่อยู่ในระหว่างมีครรภ์
- น้ำหนักตัวนกหรือสัตว์เลี้ยงรวมกับน้ำหนักกรงเดินทาง (container/carrier) ต้องไม่เกิน 10 กิโลกรัม
- กรงเดินทาง (container/carrier) ต้องอยู่ในสภาพดีไม่มีรอยรั่วแตก
- ขนาดกรงเดินทาง (container/carrier) ไม่ควรเกิน 55x37x30 เซ็นติเมตร หรือ 22x15x12 นิ้ว
- กระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง (Pet Bag) สามารถใช้แทนกรงเดินทาง (container/carrier) ได้ แต่ทั้งนี้กระเป๋าจะต้องได้มาตรฐานเดียวกับ
กรงเดินทาง (container/carrier) และจะต้องมีความเหมาะสมพอที่จะไม่ปล่อยให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวสัตว์เลี้ยง
โผล่ยื่นออกมานอกกระเป๋าได้
- ผู้โดยสารแต่ละคนสามารถนำกรงเดินทาง (container/carrier) ขึ้นเครื่องได้เพียงหนึ่งกรงและ
ในกรงเดินทาง (container/carrier) นั้นจะอนุญาติให้มีสัตว์เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว นกขนาดเล็กได้ไม่เกิน 2 ตัว
- ในแต่ละเที่ยวบินการบินไทยจะอนุญาติให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องได้เที่ยวละ 2 ตัวเท่านั้น ทั้งนี้นับรวม
สุนัขสำหรับคนพิการ (escort dog) ด้วย
- สำหรับเครื่องขนาดเล็กเช่น B737 และ ATR การบินไทยอนุญาติให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องได้เพียงเที่ยวละ 1 ตัวเท่านั้น
ทั้งนี้รวมถึงสุนัขสำหรับคนพิการ (escort dog)
- เนื่องจากกฏข้อบังคับของแต่ละประเทศเกี่ยวกับการนำสัตว์เดินทางเข้าประเทศนั้นๆ การบินไทยจะต้องทำการตรวจ
เช็คกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
- ผู้โดยสารที่เดินทางร่วมกับสัตว์เลี้ยงจะต้องถูกกำหนดให้นั่งในเก้าอี้ด้านติดหน้าต่าง ห้ามนั่ง
ในส่วนที่เป็นทางออกฉุกเฉิน (emergency exit rows)
- อัตราค่าโดยสารของสัตว์เลี้ยงที่นำเดินทางในกรงเดินทาง (container/carrier) จะคิดราคาเป็น 2 เท่า
ของอัตรากระเป๋าโดยสารส่วนเกิน
- การนำสัตว์เลี้ยงเดินทางผู้โดยสารจะต้องนำสัตว์เลี้ยงไปตรวจเช็คกระเป๋าในที่ต่างหากจากผู้โดยสารทั่วไป
ข้อมูลได้รับความอนุเคาระห์จาก การบินไทย
ขอขอบคุณ คุณปณิธาน และ คุณชนัฏตา แห่งการบินไทย
หมายเหตุจากผู้เขียน: เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินจำเป็นต้องมีการป้องกันความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ทั้งนี้อาจมีผลให้สายการบินต่างๆต้องมีการปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับสภาวะการเสมอ
ดังนั้นการติดต่อสอบถามสายการบินนั้นๆล่วงหน้า เพื่อวางแผนการเดินทางจึงมีความจำเป็นมาก
----------------------------------
การนำนกเดินทางโดยเครื่องบิน
ผู้เดินทางควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าทุกครั้ง และก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบว่าสายการบินที่เราจะเลือกใช้บริการ
มีนโยบายรับนกขึ้นเครื่องหรือไม่ เพราะอาจมีบางสายการบินที่ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง
ส่วนสายการบินที่อนุญาติอาจมีกฏและเงื่อนไขต่างๆที่แตกต่างกัน บางสายการบินมักระบุขนาดของนก
และส่วนมากจะอนุญาติให้นกขนาดเล็ก เช่น นกคอคคาเทลและนกที่มีขนาดเล็กว่านกคอคคาเทลเท่านั้น
ที่จะนำขึ้นเครื่องได้
กฏของ FAA จะอนุญาติให้แต่ละเที่ยวบินสามารถนำสัตว์เลี้ยงขึ้นในส่วนผู้โดยสารได้แค่ 2 ตัว
เท่านั้น ดังนั้นผู้จะนำนกเดินทางควรติดต่อจองตั๋วล่วงหน้า เพื่อความแน่ใจว่าเที่ยวบินนั้นยังคงมีโควต้า
สำหรับการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ผู้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับสัตว์นั้นๆด้วย
ก่อนการเดินทาง ผู้นำนกเดินทางควรพานกไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ และแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบว่าจะนำนกเดินทางระหว่างประเทศ
เพื่อสัตวแพทย์จะได้ออกใบรับรองสุขภาพให้นก ใบรับรองสุขภาพนี้จะต้องใช้ยื่นกับหน่อยงานที่เกี่ยวข้อง
ในการนำนกเข้าประเทศนั้นๆ และเพื่อจะได้รับใบรับรองสุขภาพก่อนวันเดินทาง ผู้เดินทางควรนัดสัตวแพทย์ล่วงหน้า
เพราะการขอรับผลตรวจอาจต้องใช้เวลา นอกจากนี้ควรขอให้สัตวแพทย์ตัดซอยขนปีกให้นกรวมถึงเล็บเท้าด้วย
ซื้อกรงสำหรับเดินทาง (container/carrier) ที่ระบุว่าเป็นชนิดที่ได้รับการรับรองจากสายการบิน
(Airline approved carrier) ซึ่งทำด้วยพลาสติคแข็งมีตาข่ายหรือซี่กรงด้านบนหรือด้านข้าง
เลือกขนาดที่เหมาะกับขนาดนกและจะต้องเป็นขนาดที่สามารถวางลงที่พื้นใต้เก้าอี้ผู้โดยสารได้อย่างสะดวก
ควรซื้อกรงสำหรับเดินทางล่วงหน้านานๆและฝึกนกให้คุ้นเคยกับกรงเดินทางด้วย
เมื่อถึงวันเดินทางเตรียมกรงเดินทางโดย ไม่ปูกระดาษรองพื้นกรงเดินทางเด็ดขาดเพราะเมื่อถึงในส่วนที่เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสัมภาระ
เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะตรวจดูว่ามีการซุกซ่อนวัตถุอันตรายในกรงหรือไม่ ดังนั้นไม่ควรใส่วัตถุใดใดที่อาจเป็นประเด็นให้ต้องสงสัย
หรือของมีคมในกรงเดินทาง เช่น กรรไกร คัตเตอร์ อื่นๆ ในกรงควรจัดติดตั้งคอนต่ำๆ จัดถ้วยอาหารถ้วยน้ำหรือขวดน้ำสำหรับนก
ที่ดื่มน้ำจากขวด ภายในกรงควรมีพวงมิลเล็ทและผลไม้ชนิดที่มีน้ำมากไว้ให้นกด้วยในกรณีที่นกไม่ดื่มน้ำ นกจะได้น้ำจากผลไม้
และควรเตรียมให้นกได้ทานอาหารที่บ้านก่อนออกเดินทางไปสนามบิน
ก่อนออกจากบ้านโทรเช็คยืนยันการเดินทางเพื่อความถูกต้อง และควรเดินทางไปให้ถึงสนามบินล่วงหน้า 2-4 ชั่วโมง
ตามกำหนดของแต่ละสายการบิน
กฏของ FAA กำหนดจำนวนกระเป๋าหรือสัมภาระที่ผู้โดยสารจะนำติดตัวขึ้นเครื่อง ดังนั้นกรงสำหรับเดินทาง
จะถูกนับเป็นสัมภาระหนึ่งชิ้นด้วย แม้ว่าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็น 2 เท่าแล้วก็ตาม
เมื่อถึงเคาเตอร์ผู้โดยสารควรแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำเคาเตอร์ว่าเราเดินทางกับนกและได้มีการจองและแจ้งไว้แล้ว
ที่เคาเตอร์นี้เราจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เรานำมาด้วย รวมถึงเราจะต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์
เราจะได้รับใบรับเงินเพื่อเก็บไว้ยืนยันว่าเราได้จ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆแล้วหากมีด่านอื่นต้องการตรวจสอบ
อย่าลืมขอเอกสารใบรับรองแพทย์คืนจากพนักงานเพื่อใช้ยืนยันหากมีการเรียกตรวจสอบอีก
ทางที่ดีเอกสารใดๆควรมีการถ่ายเอกสารไว้หลายๆฉบับและเก็บติดตัวเพื่อความพร้อมเสมอ
เมื่อเข้าในส่วนที่ต้องมีการตรวจด้วยเครื่อง screening แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเรามีนกเดินทางด้วย
และขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนกด้วยวิธีไม่ผ่านเครื่อง x-ray เนื่องจากเครื่อง x-ray ที่ตั้งคลื่นในระดับสูง
จะทำอันตรายต่อสุขภาพนกได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ x-ray เฉพาะตัวกรง เราควรนำนกออกนอกกรงเดินทาง
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนกด้วยตา โดยเรากุมตัวนกอย่างระมัดระวังในท่าที่เจ้าหน้าที่จะมองเห็นและตรวจตัวนกในทุกส่วนได้ง่าย
เจ้าหน้าที่อาจไม่คุ้นเคยกับการตรวจสอบนกอย่างที่คุ้นเคยกับสุนัขและแมว ดังนั้นเราต้องเตรียมพร้อมที่จะอำนวยความสะดวก
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วและที่สำคัญปลอดภัยกับนกของเรา
เมื่อขึ้นบนตัวเครื่องเจ้าหน้าที่อาจให้เราแสดงเอกสารต่างๆอีกครั้ง เพราะฉะนั้นเตรียมเอกสารให้พร้อมเสมอ
บนเครื่อง ก่อนวางกรงเดินทางลงบนพื้นควรหาผ้าหนาๆวางลองพื้นด้วย
เมื่อถึงปลายทางติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ของนก
หากมีนกขนาดใหญ่อาจต้องส่งนกเดินทางในคาร์โก
.....
เขียนโดย แก้วตา
|