About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




หัดให้ลูกนกกินอาหารเองในวัย Wean


Wean คืออะไร ?

Wean คือการพัฒนาอีกขั้นของลูกนก จากวัยที่จำเป็นต้องกินอาหารป้อน ไปสู่วัยที่ลูกนกสามารถเรียนรู้ที่จะกินอาหารต่างๆ หลากหลายได้ด้วยตัวเอง

ลูกนกในวัยนี้จะเริ่มปฏิเสธการป้อนอาหารในทุกรูปแบบไม่ว่าจะป้อนด้วยช้อนหรือป้อนด้วยไซริงค์ และจากการที่ลูกนกได้รู้จักและได้หัดกินอาหารใหม่ๆนี้ จะเป็นตัวนำไปสู่การพัฒนาทักษะและพัฒนาระบบต่างๆในร่างกาย ให้ได้ใช้อวัยวะต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยให้ชีวิตเกิดความสุขในการกิน อีกทั้งช่วงเวลาของการ Wean นี้ ถือได้ว่าเป็นเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำลูกนกไปสู่ความมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดีของชีวิตต่อไปในอนาคต และด้วยเหตุนี้เองเราจึงจำเป็นต้อง เตรียมทุกอย่างให้พร้อม

นกแต่ละตัวมีระยะเวลาของการ Wean ที่แตกต่างหลากหลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น นกขนาดใหญ่จะใช้เวลาในการ Wean นานกว่านกขนาดเล็ก นกแต่ละชนิดพันธุ์จะมีความพร้อม Wean ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งนกแต่ละตัวที่เป็นพี่น้องในครอกเดียวกัน ก็อาจใช้เวลาในการ Wean ที่แตกต่างห่างกันนานถึง 2-3 สัปดาห์ก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมและขึ้นอยู่กับสุขภาพของลูกนกแต่ละตัว ดังนั้นผู้เลี้ยงนกจึงมีความจำเป็นต้องรู้ระยะเวลาโดยประมาณในการ Wean ของลูกนกแต่ละชนิด และเฝ้าสังเกตุความพร้อมของลูกนก ก่อนที่จะทิ้งหรือปล่อยให้ลูกนกกินอาหารด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ

ลูกนกป่าที่เกิดในธรรมชาติจะยังไม่สามารถกินเองได้จนกว่าจะมีขนปีกขึ้นเต็ม ลูกนกจะได้รับการหัดจากพ่อแม่นกให้รู้จักบินเป็นก่อน และหลังจากลูกนกบินเองได้แล้ว ลูกนกก็จะบินตามพ่อแม่นกไปยังแหล่งอาหาร เพื่อฝึกหัดที่จะกินอาหารเอง ลูกนกในกรงก็ไม่ต่างกัน สัญาชาติญาณจะเป็นผู้กำหนดให้ลูกนกหัดบินก่อนแล้วจึงหัดกินเองเป็น

ต้องเตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ

ก่อนจะถึงวัยที่ลูกนกจะหัดกินอาหารเองได้ ผู้เลี้ยงนกต้องเตรียมอาหารต่่างๆให้พร้อมสำหรับช่วยให้ลูกนกเกิดการเรียนรู้และรู้จักอาหาร โดยต้องเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆด้วยวิธีสังเกตุความพร้อมของลูกนก เช่น ลูกนกคอคคาเทลจะกินอาหารได้เองเมื่ออายุราว 6-8 สัปดาห์ ดังนั้นผู้เลี้ยงนกจะต้องเตรียมให้ลูกนกรู้จักอาหารต่างๆก่อน ตั้งแต่เมื่อลูกนกอายุราว 4 สัปดาห์

การไม่เตรียมพร้อมจะทำให้ลูกนกไม่รู้จัก Wean และอาจมีผลให้ต้องป้อนกันไปจนโต ซึ่งเมื่อลูกนกเลยวัยอยากรู้อยากเห็นไปแล้ว การฝึกหัดให้ลูกนกกินอาหารเองจึงอาจมีความจำเป็นต้องปฏิบัติกับแบบเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ และทุกอย่างจะยากเย็นขึ้น

มีข้อสังเกตง่ายๆที่จะรู้ว่าลูกนกอยากเริ่มหัดกินอาหารเองหรือยัง คือ
  1. ดูที่ขนของลูกนกที่ขึ้นใกล้เต็ม
  2. ดูที่หางของลูกนกที่จะมีความยาวประมาณ 25-30 % ของความยาวหางปกติของนกที่โตแล้ว
  3. ดูกริยาของลูกนกที่เริ่มสนใจสภาวะรอบตัว อยากโผล่หน้ามาดูโน่นนี่
  4. ดูอาการของลูกนกที่ชอบกัดแทะและใช้จะงอยปากจิกกัดสิ่งที่อยู่ใกล้เสมอๆ
เมื่อผู้เลี้ยงนกสังเกตุเห็นปฏิกริยาดังกล่าวข้างต้น ผู้เลี้ยงนกควรเริ่มจากการเตรียมตัวให้ลูกนกก่อน โดยในเบื้องต้นต้องสอนให้ลูกนกรู้จักและจดจำอาหาร ด้วยการเตรียมอาหารหลากหลายชนิด ใส่ถ้วยก้นตื้นวางไว้ให้ลูกนกได้เห็นและเข้าถึงได้ง่ายที่พื้นกรง วิธีนี้จะทำให้ลูกนกสนใจและอยากลอง

ในช่วงแรกๆลูกนกจะใช้สายตาในการดูและจดจำอาหารแต่อาจยังไม่กิน ต่อมาลูกนกจะลองใช้จะงอยปากสัมผัสอาหาร เพื่อทดสองความแข็งอ่อนของอาหารและเช่นกันอาจยังไม่กิน ในที่สุดด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากการที่ลูกนกได้ทดสอบรวมถึงจดจำอาหารในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ลูกนกก็จะพร้อมสำหรับการทดลองกินเพื่อศึกษารสของอาหาร การให้อาหารหลากหลายแก่ลูกนกจะสอนให้ลูกนกรู้จักอาหารชนิดต่างๆ และจะช่วยลดปัญหาการเลือกกินหรือกินอาหารยากในอนาคตไปได้

อย่าเสียดายอาหารเพราะมีความเป็นไปได้สูง ที่ลูกนกอาจไม่ได้กินอาหารนั้นเข้าไปเลยในช่วงแรกๆ แม้จะต้องทิ้งอาหารไปทุกวัน แต่ด้วยความเอาใจใส่ดูแลที่ดีนี้ จะส่งผลให้ลูกนกมีีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดียาวนาน

ในระหว่างการเตรียมตัวให้ลูกนกได้รู้จักและจดจำอาหารหลากหลายนี้ ลูกนกยังมีความจำเป็นต้องได้รับการป้อนอาหารตามปกติ แต่ต่อเมื่อผู้เลี้ยงนกเห็นว่าอาหารที่เตรียมไว้ให้หัดกินได้ถูกกินไปบ้าง ผู้เลี้ยงนกควรค่อยๆลดปริมาณอาหารป้อนลงทีละน้อย เพื่อไม่ให้ลูกนกอิ่มจนเกินไปและเพื่อกระตุ้นให้ลูกนกเกิดความอยากอาหาร เช่น
  • ยังคงป้อนครบทุกมือแต่ลดปริมาณอาหารลง
  • จากนั้นลดการป้อนในช่วงกลางวันลง คงเหลือการป้อนไว้แต่ช่วงเช้ากับเย็น
  • ต่อไปค่อยๆลดปริมาณอาหารป้อนในมื้อเช้า/เย็นลงอีก
  • จนเมื่อเห็นว่าลูกนกกินอาหารที่เตรียมไว้ได้มากขึ้น จึงหยุดป้อนอาหารเช้าคงเหลือไว้แต่มื้อเย็น
  • ในที่สุดลูกนกจะกินอาหารได้อย่างสมบูรณ์ จึงงดอาหารมื้อเย็น
  • เมื่อลูกนกกินอาหารได้เองลูกนกก็จะไม่ยอมรับอาหารป้อนอีกต่อไป
เพื่อให้แน่ใจว่าลูกนกจะไม่หิวตอนกลางคืน ผู้เลี้ยงนกอาจเสริมอาหารป้อนให้ลูกนกในมื้อค่ำได้ ที่สำคัญควรสังเกตถุงอาหาร Crop เป็นหลักด้วย ลูกนกที่อยู่ในช่วงระหว่างการเจริญเติบโต ไม่ควรถูกปล่อยให้ถุงอาหารยุบจนว่างเปล่าไม่มีอาหารในนั้น การตรวจสอบถุงอาหารเสมอ จะทำให้สามารถกะปริมาณอาหารที่จะให้ได้อย่างเหมาะสม ถุงอาหารปกติจะยุบตัวและจะว่างเปล่า ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง

ลูกนกที่ไม่ต้องการอาหารป้อนจะสังเกตุได้ไม่ยาก เพราะลูกนกมักเดินหนีจากการป้อนและปฏิเสธไม่ยอมรับช้อนหรือไซริงค์ นั่นก็แสดงว่าลูกนกพร้อมที่จะกินอาหารได้ด้วยตัวเอง

อาหารที่ควรเตรียมพร้อมให้ลูกนกในวัยใกล้ Wean
  1. เลือกอาหารสำเร็จรูปที่ผลิตสำหรับการ Weaning โดยเฉพาะ หยดน้ำผลไม้หรือน้ำสะอาดเล็กน้อยเพื่อ ทำให้อาหารสำเร็จรูปนิ่มลง จะทำให้ลูกนกกินอาหารสำเร็จรูปนี้ง่ายขึ้น หลังจากที่เห็นว่าลูกนก กินอาหารสำเร็จรูปเป็นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหยดน้ำในอาหารอีกต่อไปและควรเปลี่ยนชนิดอาหารสำเร็จรูป เป็นชนิดสำหรับนกโตในภายหลัง
  2. หัดให้ลูกนกกินผักต่างๆและผลไม้ โดยหั่นผักผลไม้เป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงในถ้วยวางให้ลูกนกกิน เช่น แครอทหั่นหรือขูดฝอย ข้าวโพดต้มแกะเม็ด มันเทศสุก กล้วย ส้ม มะละกอ มะม่วงสุก แอ็ปเปิล ฯลฯ
  3. หลังจากนั้นเพื่อฝึกให้ลูกนกได้มีกิจกรรมสนุกในการกินมากขึ้น ลองหัดให้ลูกนกรู้จักกินข้าวโพดทั้งฝัก โดยตัดข้าวโพดเป็นท่อนๆ ถั่วฝักยาวตัดเป็นท่อน บล็อคเคอรี่ทั้งก้าน
  4. หัดให้ลูกนกรู้จักกินอาหารหลากหลาย เช่น ข้าวไม่ขัดสีหุงสุก พ้าสต้าต้มสุก ถั่วต่างๆนึ่ง ไข่ต้ม เต้าหู้ขาวอย่างดี ฯลฯ ลูกนกมักชอบกินอาหารที่มีความอุ่นอ่อนๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดความสุขในการกิน
  5. หัดให้ลูกนกเรียนรู้การกัดแทะและแกะเปลือก โดยเลือกซื้อเมล็ดพืชรวมหลากหลายชนิดที่เหมาะสมกับชนิดของนก ในระยะแรกๆลูกนกจะสามารถกัดแทะได้เฉพาะเมล็ดพืชที่มีขนาดเล็กๆ ต่อมาเมื่อจะงอยปากมีความแข็งแรงขึ้น ลูกนกจึงจะสามารถแทะเมล็ดพืชที่มีขนาดใหญ่อย่างเมล็ดทานตะวันได้ ในช่วงแรกๆจึงควรหาซื้อเมล็ดทานตะวันที่มีขนาดเล็ก จะช่วยให้ลูกนกกินเมล็ดพืชนี้ง่ายขึ้น
อาหารสำเร็จรูปแห้งและเมล็ดพืชรวมเปลี่ยนทิ้งทุก 24 ชั่วโมง อาหารสำเร็จรูปที่ผสมน้ำเปียกและอาหารสดอื่นๆ ควรได้รับการดูแลและเปลี่ยนใหม่ภายใน 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแบคทีเรียในอาหารที่บูดเสีย ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อสุขภาพนก

วิธีที่จะช่วยให้ลูกนกอยากทดลองกินอาหารคือ การป้อนอาหารใส่ปากลูกนกด้วยมือ หรือการที่เจ้าของนกกินอาหารนั้นให้นกดู หรือหากมีนกตัวอื่นที่กินเองได้แล้วมาโชว์วิธีกินให้ดู ลูกนกที่กำลังหัดก็จะกินตาม หากมีลูกนกเพียงตัวเดียว ลูกนกก็มักจะติดเจ้าของมาก ดังนั้นควรทิ้งเวลาให้ลูกนกได้อยู่เองบ้างสักพักเพื่อให้ลูกนกได้รู้จักที่จะสำรวจกรง สำรวจถ้วยอาหาร สำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆตัว เพื่อส่งเสริมให้ลูกนกมีการพัฒนาการ มีความอยากรู้อยากเห็น

หลีกเลี่ยงและไม่ควรบังคับให้ลูกนกกินอาหารเองก่อนเวลาหรือเมื่อลูกนกยังไม่มีความพร้อม

ผู้เลี้ยงนกที่ไม่มีความรู้เพียงพอ อาจคิดว่าการป้อนอาหารลูกนกเป็นภาระและมักต้องการเร่งรัดให้ช่วงเวลาการป้อนนี้พ้นไปเร็วๆ จึงมักหยุดป้อนอาหารให้ลูกนกก่อนเวลาหรือเร็วเกินไป โดยไม่รู้ว่านั่นเป็นการสร้างผลเสียให้กับสภาวะทางใจของลูกนกอย่างรุนแรง เพราะลูกนกที่ยังไม่พร้อมจะกินเองหรือลูกนกที่ยังกินเองไม่เป็น เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายหิวและต้องการอาหาร ลูกนกจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงได้แต่ร้องหิวและร้องขออาหาร และเมื่อลูกนกไม่ได้รับอาหารจากผู้ป้อน ลูกนกที่หิวก็จะยิ่งร้องมากขึ้นจนเกิดเป็นสภาวะความเครียด ลูกนกในสภาวะหิวโหยมักเกิดความหวาดกลัว กลัวว่าตัวเองจะอดตาย จนทำให้ลูกนกขาดความมั่นใจในความมั่นคงของชีวิต ลูกนกบางตัวจะร้องไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง

ลูกนกที่ไม่ได้รับการดูแลเรื่องการ Wean ที่เหมาะสม หรือลูกนกที่ถูกบังคับให้กินอาหารเองในระยะเวลาที่เร็วเกินไป ร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ทำให้ลูกนกไม่มีความแข็งแรงพอเพราะระบบต่างๆทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จนอาจมีผลทำให้ภูมิคุ้มกันโรคบกพร่อง และปัญหาที่พบบ่อยคือลูกนกจะมีรูปร่างเล็กซึ่งเกิดจากปัญหาความแคระเกร็นของร่างกาย ทั้งหมดนี้มีผลให้ลูกนกเติบโตขึ้นเป็นนกที่มักมีปัญหาสุขภาพไปตลอดชีวิต ทั้งนี้ยังรวมไปถึงสภาพจิตใจของลูกนก ที่มักสร้างปัญหาให้กับผู้เลี้ยงนกในระยะยาวอีกด้วย

ผู้เลี้ยงนกที่ดีควรช่ังน้ำหนักนกทุกเช้าก่อนให้อาหาร จดบันทึกไว้เพื่อง่ายต่อการดูแลสุขภาพนก เพราะน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงอาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ และหากพบว่าลูกนกมีน้ำหนักลดลงมากกว่า 10% ของน้ำหนักปกติ ผู้เลี้ยงนกอาจมีความจำเป็นต้องติดต่อปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทันที

.....
เขียนและรวบรวมโดย แก้วตา





*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com