HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


คู่มือคนรักนก



การสัมนาพิเศษเรื่องโรค West Nile Virus



บรรยากาศการสัมนา

เมื่อวันเสาร์ October 2, 2004 องค์กร Parrot Education & Adoption Center ได้จัดให้มีการสัมนาพิเศษเรื่องโรค West Nile Virus ขึ้น ที่ Hubbs Research Center SeaWorld ในงานสมาชิกองค์กรและพนักงาน SeaWorld จะเข้าฟังฟรี ส่วนคนนอกต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าฟัง

การสัมนาครั้งนี้ทางองค์กรได้เชิญคุณหมอ Jenkins เจ้าของโรงพยาบาลที่รักษานกโดยเฉพาะมาเป็นผู้บรรยาย คุณหมอมีประวัติการทำงานเกี่ยวกับการรักษานกในระดับแนวหน้า ที่ทำให้นิตยสารเกี่ยวกับนกชื่อดังที่สุดในอเมริกา อย่าง BirdTalk กล่าวถึงและสัมภาษณ์คุณหมอเสมอๆ ในขณะนี้คุณหมอได้ช่วยเหลือดูแลเกี่ยวกับโรค West Nile Virus ให้กับ SeaWorld และ San Diego Zoo

การสัมนาในบรรยากาศที่เป็นกันเองนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง

ภายในบริเวณงานทางองค์กร Parrot Education & Adoption Center ได้นำนกที่อยู่ในความอุปการะจำนวนหนึ่งมาร่วมงานด้วย นกเหล่านี้เป็นนกที่ถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของทางองค์กร อย่างเช่น นกกระตั้ว Umbrella Cockatoo อายุ 16 ปี ชื่อ Popcorn ตัวนี้ ถูกทอดทิ้งเพราะว่าสามีของเจ้าของนกไม่ยินดีให้นกอยู่ร่วมบ้านด้วย นกจึงถูกส่งมาที่องค์กร ระหว่างนี้ Popcorn จะอยู่กับแม่อุปภัมภ์ซึ่งเป็นอาสาสมัคร จนกว่าจะหาบ้านที่ดีได้ Popcorn น่ารักเชื่องมากและยอมให้ทุกคนเล่นและสัมผัสได้ รวมถึงพร้อมที่จะขึ้นไปยืนบนแขนคนแปลกหน้าอย่างอ่อนโยน



อาคาร Hubbs Research Center ของ SeaWorld จะตั้งอยู่ริมน้ำติดอ่าว จึงทำให้เห็นวิวทิ้วทัศน์ ที่สวยงาม รวมถึงในบริเวณนี้จะมีอาคารที่ใช้เป็นที่หมุนกลับกระเช้าลอยฟ้าที่มาจากด้านในของ SeaWorld ด้วย บริเวณริมทางเดินจะมีต้นสนสูงใหญ่ ซึ่งบนนั้นมักพบรังขนาดใหญ่ของนก Red Heron อยู่หลายรังด้วยกัน

---------------------------

เนื้อหาการสัมนา

West Nile Virus Seminar
October 2, 2004


West Nile Virus เป็นโรคระบาดที่มียุงเป็นพาหะนำโรค โดยเริ่มพบรายงานการระบาดของโรค เมื่อ 1930 ในแถบอัฟริกา เอเซียตะวันตกและตะวันออกกลาง จากนั้นโรคนี้ได้เดินทางไปในแถบยุโรป เข้ามาในอเมริกาที่ New York แล้วแพร่มาที่ Florida และรุกรามเรื่อยมาจนถึงทาง California

ยุงเดินทางไกลข้ามประเทศอย่างนี้ได้โดยการขนส่งที่ทันสมัยในปัจจุบัน เนื่องจากเรามีการค้าระหว่างประเทศ ที่มีเครื่องบินเป็นพาหนะ สินค้าบางชนิดที่ทำการขนส่งกันอาจมียุงที่มีเชื้อไวรัสนี้ติดมาด้วย คุณหมอ Jenkins ผู้บรรยายได้ยกตัวอย่าง ไม้ตัดดอกที่มาจากยุโรป เช่น กุหลาบตัดดอกวันนี้ ก็ส่งข้ามคืนเดียวไปในทุกที่ทั่วโลก ยุงที่มีเชื้ออาจซุกซ่อนมาในไม้ตัดดอกนั้นด้วย จากนั้นจึงแพร่กระจายไปทั่ว

ยุงได้รับเชื้อ West Nile Virus มาได้อย่างๆไร ยุงได้รับเชื้อมาจากการที่ยุงไปกัดและกินเลือดของนกที่มีเชื้อ เมื่อยุงได้รับเชื้อ ยุงจะเป็นตัวกระจายเชื้อไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น โดยเมื่อยุงกัดเชื้อไวรัสที่อยู่ในต่อมน้ำลายของยุงจะเข้าสู่กระแสเลือดของสิ่งมีชีวิต จากนั้นเชื้อจะเพิ่มจำนวนทวีคูณในร่างกาย ผู้ได้รับเชื้อทั้งคนและสัตว์จะป่วยมีอาการเป็นไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อตัว อาเจียร จนถึงอาการหนักที่อาจมีไข้ขึ้นสูง เนื้อตัวชาไปจนถึงอัมพาต ในคนผู้ที่มีอาการหนักมากอาจถึงเสียชีวิต แต่อัตราการเสียชีวิตในคนยังต่ำมาก กลุ่มเสี่ยงคือผู้สูงอายุและผู้ที่มีความต้านทางโรคต่ำ

เชื้อ West Nile Virus จะไม่ติดต่อระหว่างคนกับคน ไม่ติดต่อระหว่างนกกับนก และยังไม่มีรายงานว่าคนจะติดเชื้อจากนก โดยการสัมผัสนกเป็นหรือนกตายที่ติดเชื้อ

ลางบอกเหตุให้เราคาดเดาว่าในที่ๆเราอยู่อาจมีการระบาดของโรค West Nile Virus คือ ดูจากการที่มีนกในธรรมชาติตายลงในจำนวนมากอย่างผิดสังเกตุ

ภาพโดย: County of San Diego
Larvicide Granules                                  Mosquito Fish

ก่อนหน้านี้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับโรค West Nile Virus ในสหรัฐอเมริกา จะออกมาประชาสัมพันธ์การทำงานเรื่องการกำจัดยุงให้ประชาชนทราบเสมอ ด้วยการกำจัดยุงในหลายวิธี และวิธีหนึ่งคือ การกำจัดยุงโดยการใช้ Helicopter หว่านเมล็ดข้าวโพดบดแห้งที่เคลือบพวกแบคทีเรีย เรียกว่า Larvicide Granules ลงในแหล่งน้ำนิ่งต่างๆ เมื่อยุงที่ยังคงเป็นตัวอ่อนกินแบคทีเรียนี้เข้าไป ก็จะเกิดแผลฝีในระบบการย่อยของยุงมีผลให้ยุงตาย จุดประสงค์คือฆ่ายุงตั้งแต่ตอนที่ยังคงเป็นลูกน้ำ สารที่ว่านี้ไม่มีอันตรายกับสัตว์น้ำอื่นๆรวมถึงคน

นอกจากนี้รัฐจะแจกปลาชนิดที่กินยุง (ลูกน้ำ) Mosquito Fish ให้ฟรี เพื่อให้เราเอาไปปล่อยในอ่าง ในบึงที่บ้านเราที่มีน้ำนิ่ง

การกำจัดยุงนั้นทำได้ไม่ง่ายแม้ในประเทศที่มีทุกอย่างพร้อมอย่างอเมริกา ที่รัฐดำเนินการนี้มาเป็นปี แต่ในที่สุดยุงก็ยังสามารถแพร่ระบาดจากฟากหนึ่งมาอีกฟากของประเทศได้ ดังนั้นการหาทางป้องกันและวางแผนป้องกันยุงด้วยตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ จึงมีความจำเป็น คนที่ต้องออกนอกบ้านในช่วงที่ยุงออกหากินควรป้องกันตัวโดยการใส่เสื้อแขนยาว หรือใช้ยาทาป้องกันยุง นอกจากนี้ควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น ไม่ปล่อยให้รอบๆบ้านมีแอ่งน้ำขัง จัดเก็บบริเวณที่อยู่อาศัยกวาดใบไม้หรือขยะต่างๆเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งซุกซ่อนของยุง ตรวจสอบมุ้งลวดรอยแตกต่างๆในบ้าน เพื่อป้องกันยุงเข้าบ้าน ฯลฯ
คาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจของเรา จะเป็นตัวดึงดูดให้ยุงตามมากัดเรา

สำหรับนก คนที่มีนกจำนวนน้อยควรย้ายนกเข้าบ้านหรือทำมุ้งลวดกันยุงให้นก ฟาร์มใหญ่ฟาร์มหนึ่งที่คุณหมอไปตรวจ เขาเลี้ยงนกในกรงแบบ Aviary ในที่โล่ง อีกทั้งฟาร์มนี้ตั้งอยู่ถัดจากทุ่งปลูกข้าว ฟาร์มจึงเป็นแหล่งที่มียุงชุม รวมถึงฟาร์มยังติดตั้งเครื่องผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ด้วย จึงเท่ากับว่าฟาร์มเป็นที่ดึงดูดยุงได้เป็นอย่างดี ฟาร์มนี้เสียนกไปหลายสิบตัว ในนั้นมีนกชนิดที่หายากรวมอยู่ด้วย

นกที่ถูกยุงที่มีเชื้อกัดแม้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถเป็นโรค West Nile Virus ได้ นกบางตัวที่ได้รับเชื้ออาจเสียชีวิตภายใน 3-4 วัน นกบางตัวอาจมีปัญหาสุขภาพแต่ไม่เสียชีวิต ส่วนนกบางตัวอาจไม่มีแสดงอาการแม้ถูกยุงกัด

คุณหมอได้นำตารางระบุรายชื่นนกที่ทาง CDC มีรายงานว่าเสียชีวิตจากการถูกยุงกัดมาให้ดู ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีนกมากมายหลายชนิดที่เสียชีวิตจากยุงที่มีเชื้อ West Nile Virus กัด ตัวอย่างนกที่เสียชีวิต เช่น Macaws, โนรีหลายพันธุ์, คอคคาเทล, นกกระตั้ว, Crimson Rosella, Goldfinch, Parrotlet, Canary, Finch, Dove และนกอื่นๆอีกหลายชนิดที่เป็นนกท้องถิ่น

จะรู้ได้ไงว่านกเราได้รับเชื้อ West Nile Virus ก็คือเมื่อเราพบว่านกมีอาการผิดปกติที่ดูเหมือนนกป่วย เราควรนำนกไปพบสัตวแพทย์ และหากในที่ๆมีโรค West Nile Virus กำลังระบาดอยู่ สัตวแพทย์ก็จะต้องตรวจเลือดเพื่อทดสอบว่านกได้รับเชื้อ West Nile Virus หรือไม่ด้วย แต่ปัญหาคือผลการตรวจเลือดต้องใช้เวลา เพราะเมื่อเจาะเลือดแล้วสัตวแพทย์ต้องส่งเลือกไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ที่สามารถตรวจเชื้อนี้ได้ ซึ่งอาจใช้เวลา 1 วัน(ในอเมริกา)จึงจะทราบผล เมื่อเป็นเช่นนี้ชีวิตนกจึงอาจมีความเสี่ยง เนื่องจากเราอาจมีเวลาไม่พอที่จะรักษาชีวิตนก ดังนั้นทางที่ดีคุณหมอจึงแนะนำว่า นกที่เลี้ยงนอกบ้านซึ่งเป็นนกที่มีความเสียงสูงที่สุด ควรได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไว้ก่อน

มาว่าถึงการฉีดวัคซีน วัคซีนทีใช้ฉีดให้กับนกเป็นวัคซีนชนิดเดียวกับที่ใช้ฉีดให้กับม้า โดยปริมาณการฉีดวัคซีนนั้นจะแบ่งออกตามน้ำหนักตัวของนก เช่น นกที่หนัก 500 กรัม นกที่หนักอยู่ในช่วง 100 กรัมขึ้นไป และนกที่หนักน้อยกว่า 100 กรัม ทั้งนี้ปริมาณวัคซีนจะแบ่งออกเป็น ฉีดเต็มจำนวน ฉีด 1/2 จำนวนและฉีด 1/4 จำนวน ยกตัวอย่างนกเล็กๆอย่างคอคคาเทลจะต้องฉีดวัคซีน ในปริมาณ 1/2 จำนวนโดยแบ่งการฉีดเป็น 2 ครั้ง ในระยะการฉีดวัคซีนที่ห่างกัน 1 เดือน หลังการฉีดวัคซีนนกก็จะอยู่ในระยะเฝ้าระวัง

ค่าวัคซีนเข็มละ $40 us. แต่การฉีดยาครั้งแรกคุณหมอจะคิดค่าพบหมอและค่าตรวจสุขภาพเบื้องต้นด้วย อีก $38 ฉีดครั้งต่อไปจ่ายเฉพาะค่าวัคซีน และเท่าที่ฉีดวัคซีนมายังไม่มีรายงานว่าตัวยาจะมีผลข้างเคียงใดๆ

สำหรับในประเทศไทยโรค West Nile Virus อาจมีโอกาสเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศของเราได้ หากมีการเกิดโรคระบาดขึ้นจริง รัฐจะต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนก่อนสิ่งอื่น ดังนั้นในส่วนของนกเราคงมีความจำเป็นต้องป้องกันให้เขา การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยเราได้มาก ด้วยการย้ายนกเข้าในที่ๆป้องกันยุง นอกจากนี้หากโชคดีรัฐมีวัคซีนให้ใช้ การเก็บเงินเตรียมที่จะจ่ายค่าวัคซีนก็มีความจำเป็น เพราะชีวิตนกของเราต้องขึ้นกับความเอาใจใส่ของเราเท่านั้น

*West Nile Virus seminar บรรยายโดย Dr. Jenkins
ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมโดย แก้วตา

10-7-2004

.....
เขียนโดย แก้วตา




*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com