คู่มือคนรักนก
การตัดซอยขนปีกนก
การตัดซอยขนปีกให้นก มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดความสามารถในการบินของนกลง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น หากนกตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่างๆ ดังนั้นหลังจากที่ผู้เลี้ยงนกได้ตัดสินใจแล้วว่าจะทำการตัดซอยขนปีกให้นก ผู้เลี้ยงนกควรต้องเรียนรู้ถึงวิธีการตัดซอยขนปีกนก อย่างเหมาะสมและถูกต้องด้วย
Courtesy Diane Grindol "The Complete Book of Cookatiels" / Photo by Diane Grindol
1. ตรวจดู Blood Feathers ที่โคนปีกก่อนตัด
2. ตัดขนปีกทีละเส้นที่โคนเหนือปุยขนอ่อนเล็กน้อย
3. ตัดตามจำนวนที่เหมาะสมกับนกแต่ละชนิด
4. ตรวจสอบความเรียบร้อย
นกที่ได้รับการตัดซอยขนปีกอย่างถูกต้อง จะไม่สามารถบินได้ไกลและไม่สามารถบินขึ้นสูงได้ โดยที่ขนปีกที่ยังคงเหลือหลังจากการตัดซอยแล้ว จะเป็นตัวช่วยให้นกสามารถพยุงตัวร่อนลงพื้นได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บจากการตกกระแทกแรง
นกที่แข็งแรง นกที่มีรูปร่างเพรียวและนกที่มีหางยาวบางตัว แม้จะได้รับการตัดซอยขนปีกแล้ว นกอาจยังคงมีความสามารถในการบินถลาร่อนไปได้เป็นระยะทางพอควร ดังนั้น..ข้อควรระวังของผู้เลี้ยงนก ที่แม้ว่านกจะได้รับการตัดซอยขนปีกแล้ว คือ ทุกครั้งที่จำเป็นจะต้องนำนกออกนอกบ้าน ผู้เลี้ยงนกควรดูแลความปลอดภัยให้นก โดยนำนกใส่ในกรงสำหรับเดินทางหรือใส่สายจูงที่ผลิตมาเฉพาะเพื่อใช้สำหรับนก ให้นกเสมอ
ผู้เลี้ยงนกหลายรายกลัวและไม่กล้าที่จะตัดซอยขนปีกให้นก เพราะเข้าใจว่าตัวเองจะไปทำให้นกเจ็บ ไปทำให้นกกลัว รวมถึงไปทำให้นกเกลียด แต่ในความเป็นจริงแล้วการตัดซอยขนปีกนก โดยเฉพาะการตัดเส้นขนที่โตเต็มที่แล้วนกจะไม่รู้สึกเจ็บใดๆ แต่เนื่องเพราะสัญชาติญาณตามธรรมชาติของนก ที่กลัวว่าจะถูกมนุษย์ทำร้ายและการไม่ชอบที่จะถูกจับให้อยู่นิ่งๆนานๆ รวมถึงนกอาจจะยังไม่วางใจว่า เราจะสามารถดูแลปฏิบัติต่อนกด้วยความระมัดระวังดีพอ จึงทำให้นกแสดงอาการต่อต้านและไม่มั่นใจต่างๆ แต่ปัญหาเหล่านี้มักไม่เกิดกับนกที่เชื่องและคุ้นเคยกับเจ้าของ ดังนั้นหากผู้เลี้ยงนกหมั่นสร้างความคุ้นเคย สร้างความวางใจรวมถึงพัฒนาความผูกพันที่ดีระหว่างกันไว้เสมอๆ ก็จะช่วยให้ทั้งนกและผู้เลี้ยงนก ไม่ตกอยู่ในสภาวะเครียดมากจนเกินไปเมื่อต้องทำการตัดซอยขนปีก
ผู้เลี้ยงนกที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการตัดซอยขนปีกให้นก อาจทำให้นกรู้สึกอึดอัดไม่สะดวกสบาย รวมถึงอาจทำให้นกเจ็บหรือบาดเจ็บได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ผู้ไม่มีประสบการณ์จึงไม่ควรตัดซอยขนปีกนกด้วยตัวเองในครั้งแรกๆ โดยทางเลือกที่ดีคือ ควรนำนกไปให้สัตวแพทย์ผู้มีประสบการณ์เกื่ยวกับนกเป็นผู้ทำการสาธิตให้ดู และผู้เลี้ยงนกควรลองฝึกหัดโดยมีสัตวแพทย์เป็นผู้ช่วยแนะนำสัก 2-3 ครั้งก่อนลงมือทำเอง หรืออาจหาผู้เชี่ยวชาญ ติดต่อผู้เพาะพันธุ์หรือร้านขายนกที่เชื่อถือได้เป็นผู้สาธิตให้ดู
การตัดซอยขนปีกสำหรับลูกนก
ลูกนกที่เกิดใหม่และอยู่ในระหว่างวัยของการเจริญเติบโต ต้องการขนปีกสำหรับช่วยในการทรงตัว ดังนั้นเมื่อถึงช่วงเวลาที่ลูกนกมีขนปีกขึ้นจนเต็มและถึงวัยพร้อมหัดบินแล้ว ผู้เลี้ยงนกควรหาที่ทางให้ลูกนกได้มีโอกาสเรียนรู้และหัดบินสักระยะ เพื่อช่วยให้ลูกนกได้พัฒนาทักษะต่างๆในการช่วยตัวเองที่จำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตเสียก่อน ก่อนที่จะนำลูกนกมาตัดซอยขนปีก ทั้งนี้การได้หัดบินจะช่วยให้ลูกนกได้เรียนรู้ธรรมชาติของการโผบิน เรียนรู้วิธีการร่อนลงพื้น จากนั้นความคล่องแคล่วว่องไวกระฉับกระเฉงของลูกนกจะพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกนกเติบโตอย่างมั่นใจ มีความกล้าที่จะปีนป่ายกระโดดไปมา แทนการเคลื่อนตัวไต่คลานไปตามซี่กรงเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้การได้บินยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและอวัยวะในส่วนต่างๆของร่างกายนกให้แข็งแรงขึ้น
ตัดซอยขนปีกอย่างถูกวิธี
เริ่มการตัดซอยขนปีกครั้งแรกในชีวิตให้ลูกนก ด้วยการตัดซอยขนปีกออกทีละคู่เส้น โดยทิ้งช่วงเวลาการตัดซอยเป็นระยะๆ เพื่อช่วยให้ลูกนกได้มีโอกาสปรับตัวพัฒนาความสมดุลย์ของการทรงตัวอย่างช้าๆ
วิธีการตัด โดยตัดซอยขนปีกครั้งละ 1-2 เส้นทั้งสองข้างเท่าๆกัน โดยเริ่มตัดจากเส้นที่อยู่ริมนอกสุดก่อน หลังจากนั้นอีก 1-2 สัปดาห์ ตัดเพิ่มอีก 1-2 เส้นทั้งสองข้าง ทำเช่นนี้ไปจนครบตามจำนวนขนปีกที่ต้องการตัด ทั้งนี้นกแต่ละชนิดจำนวนของเส้นขนปีกที่จะต้องทำการตัดซอยจะไม่เท่ากัน (ดูตารางประกอบ)
การตัดซอยขนปีกในครั้งต่อๆไป หรือการตัดซอยขนปีกสำหรับนกโตที่สามารถบินได้เองอย่างคล่องแคล่วแล้ว ผู้เลี้ยงนกจะสามารถตัดซอยขนปีกให้นกได้ตามจำนวนที่ต้องการ ในครั้งเดียวโดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีทิ้งช่วงการตัด
หากผู้เลี้ยงนกสังเกตุเห็นว่านกที่เลี้ยงอยู่แม้อาจเป็นนกที่โตแล้ว แต่ยังคงมีอาการกล้าๆกลัวๆไม่คล่องแคล่วว่องไว รวมถึงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความสมดุลย์ของการทรงตัว จนทำให้ผู้เลี้ยงนกสงสัยว่านกอาจไม่เคยได้เรียนรู้การฝึกทักษะการบินมาก่อน ผู้เลี้ยงนกก็สามารถช่วยเหลือนกได้ด้วยการสำรวจเส้นขนปีกของนก และหากพบว่าเส้นขนปีกนกได้รับการตัดซอยที่ไม่ถูกวิธี ผู้เลี้ยนกอาจต้องรอจนกว่านกจะผลัดขนในคราวหน้า เมื่อขนปีกชุดเก่าหลุดออกไปจนขนปีกชุดใหม่งอกแทนที่จนสมบูรณ์แล้ว ผู้เลี้ยงนกจึงเริ่มจากการหัดให้นกได้เรียนรู้ทักษะในการบินสักระยะ กระทั่งเห็นว่านกมีความสามารถในการบินและการทรงตัวที่ดี มีความคล่องตัวจนเป็นที่น่าพอใจ ผู้เลี้ยงนกจึงเริ่มทำการตัดซอยขนปีกให้นกออกทีละคู่เส้น ตามวิธีดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น
นกที่ได้รับการตัดซอยขนปีกอย่างไม่ถูกวิธี นกที่อยู่ในระหว่างผลัดขนรวมถึงนกที่ได้รับอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องสูญเสียขนปีกไปในจำนวนมาก จะสูญเสียความสามารถในการทรงตัวไปด้วย ด้วยเหตุนี้ผู้เลี้ยงนกจึงไม่ควรนำนกเกาะบนไหล่หรือให้นกอยู่บนที่สูงที่มีความเสี่ยง เพราะหากนกตกลงพื้นตัวนกจะกระแทกพื้นแรง ทำให้นกได้รับบาดเจ็บมาก
ตัดตามจำนวนที่เหมาะสม
การตัดซอยขนปีกให้นก ผู้ตัดจะต้องคำนึงถึงขนาดและรูปร่างของนกแต่ละชนิดเป็นสำคัญ นกที่มีขนาดใหญ่ไม่ควรตัดซอยขนปีกนกออกในจำนวนที่มากเกินไป เพราะขนปีกที่เหลืออาจไม่เพียงพอสำหรับการรับน้ำหนักตัวนกเมื่อนกจำเป็นต้องร่อนลงพื้น ซึ่งหากการล่อนลงมีปัญหาจนทำให้นกตกลงพื้นอย่างแรง อาจมีผลทำให้ส่วนต่างๆของร่างกายนกได้รับการกระแทกเข้ากับวัตถุหรือพื้นเป็นผลให้นกได้รับบาดเจ็บ เช่น ปากแตก หัวกระแทกแรง กระดูกอกกระแทก ขาหัก ฯลฯ
จำนวนเส้นขนปีกที่เหมาะสมสำหรับการตัดซอยตามชนิดของนก ดังนี้
Cockatiels
ตัดออก 6-8 เส้น
Budgies
ตัดออก 6 เส้น
Amazons
ตัดออก 4-5 เส้น
Macaws
ตัดออก 5 เส้น
Cockatoos
ตัดออก 7 เส้น
Conuers
ตัดออก 5-7 เส้น
นอกจากนี้หากเป็นนก ขนาดตัวเล็ก ควรตัดเส้นขนปีกออกประมาณ 5-7 เส้น นกที่มีหางยาว ควรตัดเส้นขนปีกออกประมาณ 5-7 เส้น เช่นกัน
จำนวนของเส้นขนปีกที่ตัดซอยออกข้างต้นนี้ เป็นเพียงการประมาณตามที่ได้รับคำแนะนำโดยสัตวแพทย์ ซึ่งทั้งนี้ผู้เลี้ยงนกอาจจำเป็นต้องตัดซอยขนปีกให้นกในจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่นั้น จะมีปัจจัยของน้ำหนักตัวนกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะนกแต่ละตัวแม้ว่าจะเป็นชนิดพันธุ์เดียวกัน นกก็อาจมีน้ำหนักตัวมากน้อยต่างกัน ดังนั้นการทดสอบการบินในระหว่างทำการตัดซอยขนปีกจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อป้องกันการตัดเกินจำนวน หรือหากผู้เลี้ยงนกตัดซอยขนปีกตามจำนวนแล้ว ในระหว่างทดสอบการบินยังพบว่า นกยังคงสามารถบินได้ไกลหรือบินขึ้นสูงได้ ผู้เลี้ยงนกอาจจำเป็นต้องนำนกกลับมาตัดซอยขนปีกเพิ่มอีกข้างละ 1-2 คู่เส้น โดยเริ่มจากตัดซอยข้างละหนึ่งเส้น ทั้งสองข้างเท่าๆกัน
ตัดตามความยาวที่เหมาะสม
ตัดขนปีกแต่ละเส้นตรงส่วนก้านในความยาวที่เหมาะสม ประมาณ 1/3 - 1/2 ของความยาวของขนเส้นนั้นๆ หรือยึดแนวขนที่ปกคลุมด้านบนเป็นหลัก ทั้งนี้มีสัตวแพทย์บางท่านแนะนำให้ตัดที่บริเวณก้านขนเหนือขนอุยขึ้นไปเล็กน้อย ซึ่งทั้งสองเทคนิคนี้ต่่างใช้ได้ดี ดังนั้นการจะเลือกตัดซอยขนปีกให้นกในความยาวเท่าไรนั้น คงขึ้นกับความพึงใจของเจ้าของนกเอง
ข้อควรระวัง: ไม่ตัดเส้นขนลึกจนเข้าใกล้หลอดขนที่จะทำให้หลอดขนเปิดเป็นรู เป็นช่องทางให้สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน เกิดการหมักหมมที่จะนำไปสู่การเกิดเชื้อโรค ที่จะสร้างปัญหาสุขภาพให้กับนกได้
เทคนิคในการตัดซอยขนปีก
ควรตัดซอยขนปีกให้นกออกทีละเส้น ด้วยการตัดวิธีนี้ก้านขนตรงรอยที่ถูกตัดจะไม่เกิดความแหลมคม และขนในส่วนที่เหลือจากการตัดจะมีลักษณะเป็นรูปตัว V จึงทำให้เมื่อนกกางปีกออก จะเห็นว่าทั้งปีกของนกมีความสวยงาม ซึ่งการตัดวิธีนี้จะทำให้ปีกนกดูดีกว่าการตัดซอยขนปีกนกทีเดียวหลายๆเส้นให้เสร็จพร้อมๆกันแบบการตัดผ้า ที่มักทำให้ก้านขนปีกทั้งหมดเกิดมุมเฉียงตามแนวของกรรไกร เป็นผลให้รอยตัดมีความแหลมคม ซึ่งเมื่อนกหุบปีกตามปกติ ความแหลมคมนี้จะทิ่มแทงเข้าที่ทั้งสองข้างของลำตัวนก นกจึงรู้สึกคันและระคายเคืองผิว เมื่อนกรู้สึกไม่สะดวกสบายนกจึงมักแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง เพื่อช่วยให้ส่วนก้านขนนั้นนิ่มลง โดยนกจะกัดแทะบริเวณปลายก้านขนที่แหลมคมนั้นออก และหากนกไม่สามารถทำให้ก้านขนที่แหลมคมนั้นนิ่มลงได้ นกอาจแก้ปัญหาโดยการดึงขนเส้นนั้นทิ้งออกไป ซึ่งการทำเช่นนี้เสมอๆมักนำไปสู่การสร้างนิสัย การดึงถอนขนตัวเอง
หลีกเลี่ยง
ปัจจุบันสัตวแพทย์หลายท่านไม่แนะนำให้เจ้าของนกตัดซอยขนปีกนกเพียงข้างเดียวอีกต่อไป เนื่องเพราะผลเสียที่ทำให้นกสูญเสียสมดุลย์ในการทรงตัว และผลเสียหากนกเกิดอุบัติเหตุตกจากที่สูง นกจะมีอาการหมุนควงสว่านเป็นวง ซึ่งการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะสร้างความตกใจกลัวให้นกอย่างมาก รวมถึงอาจเป็นเหตุทำให้นกได้รับบาดเจ็บ เช่น ขาหัก ปากแตก ฯลฯ
ไม่ตัดซอยขนปีกให้นกแบบตามแฟชั่น ที่มักทำโดยวิธีตัดซอยขนปีกเฉพาะส่วนตรงกลางออกคงเหลือขนปีก 2-3 เส้นที่ด้านนอกสุดของปีกไว้ให้ยาวตามปกติ วิธีนี้เมื่อนกหุบปีกเข้ากับลำตัว จะทำให้ดูเหมือนนกไม่ได้ถูกตัดซอยขนปีกแต่อย่างใด ดังที่ผู้เลี้ยงนกบางท่านอาจเห็นเป็นความสวยงาม แต่การตัดซอยขนปีกในวิธีนี้นอกจากจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องแล้ว การทำเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดอันตรายกับนกด้วย โดยที่ขนปีกเส้นที่เหลือด้านนอกเหล่านั้นจะยาวเกินล้ำออกมาโดยปราศจากขนปีกเส้นอื่นๆเป็นตัวช่วยหนุน(support) กำบังไว้ จึงเป็นเหตุให้ขนเส้นนั้นหักหลุดออกได้ง่าย นอกจากนี้หากนกถูกเลี้ยงอยู่ภายในกรงขนาดเล็กแคบ เมื่อนกกางปีกเต็มที่ขนปีกที่ยาวล้ำออกมานี้ อาจเข้าไปติดขัดหรือขวางอยู่ระหว่างซี่กรงเป็นผลทำให้นกได้รับบาดเจ็บ และด้วยการตัดซอยขนปีกในลักษณะนี้ นกบางชนิดที่มีลักษณะรูปร่างเพรียวบางหางยาว เช่น นกคอคคาเทล ยังคงสามารถใช้ปีกที่เหลือช่วยพยุงตัวบินได้ไกล
Blood Feather
ก่อนตัดซอยขนปีกให้นก ผู้ตัดควรสำรวจขนปีกทุกเส้นของนกก่อน โดยตรวจดูที่โคนขนส่วนที่ติดกับผิวหนัง เพื่อดูว่ามีขนปีกเส้นใดเป็นขนที่เพิ่งขึ้นใหม่ ที่ยังคงมองเห็นภายในหลอดขนมีเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่เต็ม ขนปีกชนิดนี้เรียกว่า Blood Feather
เลือดจากร่างกายนกจะถูกส่งมาหล่อเลี้ยงขนเส้นใหม่ที่เรียกว่า Blood Feather จนกว่าขนเส้นนี้จะเจริญเติบโตสมบูรณ์ เลือดจึงจะถูกดึงกลับไปในร่างกาย จากนั้นหลอดขนตรงส่วนที่ติดกับผิวหนังของขนเส้นที่โตเต็มที่แล้วจะขาวกลวงและว่างเปล่า
ในระหว่างที่ขนนกยังคงมีเลือดมาหล่อเลี้ยงนี้ โคนเส้นขนปีกจะมีระบบประสาทของความรู้สึกอยู่เต็ม ด้วยเหตุนี้นกจะรู้สึกเจ็บปวดหากขน Blood Feather ถูกกระทบกระเทือนหรือหากเกิดอุบัติเหตุกับขนเส้นนี้ เช่น หากขนตรงส่วนที่เป็นหลอดเลือดหักหรือถูกตัดออกจนเป็นแผลเปิด เลือดก็จะไหลออกมาจากร่างกายโดยผ่านทางหลอดขนอย่างไม่หยุด ทั้งนี้หากนกเสียเลือดไปมากเกิน 10% ของน้ำหนักตัวนก นกก็อาจเสียชีวิตได้
หากพบ Blood Feather ผู้ทำการตัดซอยขนปีกนกมีทางเลือกคือ หลีกเลี่ยงไม่ตัดซอยขนปีกนกจนกว่าจะพบว่าขนเส้นนั้นๆเจริญเติบโตเต็มที่ หรือควรตัดซอยขนปีกนกด้วยความระมัดระวังโดยไม่ตัดลึกจนถึงหลอดเลือด จากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ เมื่อพบว่าขนปีกนกยาวขึ้นมาอีก ผู้ตัดจึงตัดขนเส้นนั้นให้สั้นลงซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ไม่ควรปล่อยให้ขน Blood Feather ยาวเกินขนเส้นอื่นที่ตัดเรียบร้อยแล้วจนมากเกินไป เพราะขนเส้นที่ยาวและขึ้นล้ำออกมาจากขนเส้นอื่นๆจะมีความเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เนื่องจากไม่มีขนเส้นอื่นเป็นตัวช่วยหนุน(support) และกำบังทั้งสองด้านนั่นเอง
ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
ก่อนตัดซอยขนปีกนกผู้ตัดควรตรวจดู Blood Feather และทำการตัดซอยขนปีกนกด้วยความระมัดระวังทุกครั้ง แต่หากผู้ตัดพลาด ตัดโดน Blood Feather จนทำให้เกิดเป็นแผลเปิดและเลือดไหลออกไม่หยุด การห้ามเลือดมีความจำเป็นต้องรีบทำทันที
ในกรณีที่รอยตัดขาดทำให้ส่วนที่เหลือของหลอดขนสั้นมาก เป็นผลให้ก้านขนที่เหลืออยู่ติดกับผิวหนังจนทำให้การดึงขนทิ้งเป็นไปไม่ได้ ผู้ช่วยเหลือนกควรใช้ยาห้ามเลือด ใช้แป้งสาลีหรือใช้แป้งข้าวโพดใส่ลงตรงส่วนเปิด ที่เป็นทางไหลออกของเลือดเพื่อช่วยให้เลือดหยุด จากนั้นใช้มือกดเบาๆที่รอยเปิดของแผลเพื่อช่วยให้แผลปิด รอสักพักจนแน่ใจว่าเลือดแข็งตัวและหยุดไหล ผู้เลี้ยงนกควรตรวจดูแผลนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกอุดตัน
ส่วนในกรณีที่รอยตัดขาดอยู่ในบริเวณที่ขนนั้นยังคงมีความยาวเพียงพอจนสามารถจะดึงขนส่วนที่เหลือออกทิ้งได้ ผู้ช่วยเหลือนกควรใช้แหนบดึงขน Blood Feather เส้นนั้นออก ซึ่งเมื่อขน Blood Feather ถูกดึงหลุดออกแล้ว เลือดก็จะถูกตัดวงจรการไหลออกจากร่างกายนก จากนั้นรีบใส่ยาหยุดเลือดหรือใช้แป้งสาลีหรือใช้แป้งข้าวโพดใส่ลงที่แผล เมื่อใส่ยาห้ามเลือดแล้ว ใช้นิ้วกดที่แผลเบาๆเพื่อช่วยให้ปากแผลปิด รอสักครู่จนแน่ใจว่าเลือดแข็งตัวและหยุดไหล
นกที่มีสุขภาพดีเลือดมักจะแข็งตัวและหยุดไหลได้เองในเวลาไม่นาน
เทคนิคการดึงขน Blood Feather
ผู้ดึงควรดึงขน Blood Feather ให้หลุดออกมาในแนวเดียวกับการงอกขึ้นของขนปีกเส้นนั้นๆ และเนื่องจากที่ปีกนกมีกระดูกที่บอบบางมาก การดึงควรใช้มือหนึ่งจับที่กล้ามเนื้อของปีก ตรงส่วนโคนเส้นขนนั้นไว้ให้มั่นคงแต่ไม่กดแรงเกินไป แล้วใช้อีกมือจับแหนบดึง เส้นขน Blood Feather เป็นศูนย์รวมของระบบประสาทความรู้สึก ดังนั้นการกระทำใดๆกับขนนี้ จะทำให้นกเจ็บปวดมาก แต่ทั้งนี้การดึงเส้นขน Blood Feather ที่เสียหายออกไปจะช่วยให้ขนเส้นใหม่มีโอกาสงอกขึ้นมาแทนที่
หลังจากปฏิบัติการเสร็จเลือดหยุดไหลและนกปลอดภัยดีแล้ว ควรโอบกอดและพูดปลอบนกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จากนั้นส่งนกกลับเข้ากรงเพื่อการพักผ่อน
ในกรณีที่ผู้เลี้ยงนกไม่มั่นใจว่าจะทำการปฐมพยาบาลดังที่กล่าวมานี้ได้ด้วยตัวเอง หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้นกมีเลือดไหลไม่หยุด ผู้เลี้ยงนกควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์หรือขอความช่วยเหลือจากผู้มีประสบการณ์โดยด่วน
อุปกรณ์ที่จำเป็นในการตัดซอยขนปีก
- กรรไกร เลือกใช้กรรไกรที่มีปลายมล และหลีกเลี่ยงไม่ใช้กรรไกรที่มีปลายแหลมคม ที่จะเป็นอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกับผู้ตัดที่ไม่มีความชำนาญและไม่มีความระมัดระวังพอ กรรไกรจะทิ่มแทงตัวนกในขณะที่นกดิ้น และเนื่องจากขนนกมีลักษณะเป็นก้านกลมและมีความหนา ดังนั้นกรรไกรที่ผลิตสำหรับการตัดซอยขนปีกนกโดยเฉพาะ จะทำหน้าที่ได้ดีกว่ากรรไกรชนิดอื่น ส่วนกรรไกรสำหรับตัดผ้าหรือกรรไกรตัดผมของคนนั้น ถูกออกแบบมาให้ใช้ตัดวัสดุที่มีความบาง ดังนั้นการใช้กรรไกรชนิดนี้มาตัดขนปีกให้นก จึงอาจทำให้กรรไกรเกิดการแฉลบลื่นได้ นอกจากนี้ผู้ตัดอาจเลือกใช้กรรไกรที่ผลิตสำหรับตัดเล็บนกหรือกรรไกรตัดเล็บแมวได้ ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องใช้กรรไกรชนิดอื่น อย่างน้อยเพื่อความปลอดภัยควรเลือกใช้กรรไกรที่มีปลายมน ข้อสำคัญเลือกใช้กรรไกรที่มีคุณภาพและดูแลรักษาให้กรรไกรอยู่ในสภาพดีมีความคมอยู่เสมอ เนื่องจากกรรไกรที่ดีจะทำให้การตัดขนปีกนกง่ายขึ้น เสร็จเร็วขึ้น
- ผ้าสำหรับจับนก เลือกใช้ผ้าเนื้อนุ่มหรือผ้าขนหนูที่สะอาด ผ้าควรมีขนาดพอดีกับขนาดนก ระวังผ้าที่มีห่วงหรือมีเส้นด้ายหลุดลุ่ย ที่จะก่อปัญหาเกี่ยวพันเข้าที่เล็บเท้าหรือพันตัวนก เป็นผลให้นกเกิดความกลัวหรือเป็นผลให้นกได้รับบาดเจ็บ และการเลือกใช้ผ้าสีอ่อนจะช่วยลดความกลัวผ้าให้กับนกได้มาก
- ยาหยุดเลือด แป้งสาลี แป้งข้าวโพดจะใช้ได้ดีในกรณีเกิดอุบัติเหตุสำหรับการห้ามเลือดให้นก ห้ามใช้ยาหยุดเลือดที่ใช้กับเล็บนก (Styptic powder) เด็ดขาด เนื่องจากยาชนิดนี้มีผลทำลายเนื้อเยื่อของผิวนก
- แหนบ ใช้สำหรับดึงขน Blood Feather ที่ได้รับอุบัติเหตุออก ควรเลือกแหนบที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดของขนนก แหนบที่มีขนาดพอดีจะช่วยให้การดึงขนเส้นที่มีปัญหาหลุดออกได้ง่ายขึ้น หากมีนกต่างขนาดกัน ควรมีแหนบต่างขนาดไว้พร้อม
ตัดซอยขนปีกนกควรมีผู้ช่วย
ในนกขนาดเล็ก ผู้ตัดซอยขนปีกนกอาจทำได้ด้วยตัวเอง ส่วนนกขนาดกลางถึงใหญ่ การมีผู้ช่วยอีกคนอาจมีความจำเป็น โดยให้คนหนึ่งเป็นผู้จับตัวนกและอีกคนเป็นผู้ตัดซอยขนปีกให้นก
ผู้จับนก:
จับตัวนกด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วใช้มืออีกข้างจับรวบหรือแบฝ่ามือกดลงบนเท้าทั้งสองข้างของนกเบาๆ เพื่อให้เท้าทั้งสองข้างนั้นแนบกับลำตัวนก เมื่อเท้าทั้งสองข้างถูกควบคุมไว้ได้จะช่วยลดปัญหาการดิ้นของนกลง ทั้งนี้การจับกุมตัวนกจะต้องทำอย่างนุ่มนวล พยายามให้นกนิ่งไม่ดิ้นและพยายามจับให้นกนอนในแนวราบ หากผู้จับไม่สะดวกที่จะจับนกด้วยมือเปล่า ผู้จับสามารถใช้ผ้าขนหนูช่วยในการจับนกได้ ระวัง..ไม่รัดผ้าแน่นและระวังไม่ให้ผ้าอุดปิดจมูกนก รวมถึงระวังไม่กดมือลงบนตัวนกแรงหรือแน่นเกินไป โดยเฉพาะไม่กดแรงบนบริเวณส่วนหน้าอกของนกเนื่องจากนกไม่มีกระบังลม และการหายใจของนกต้องอาศัยการขยายตัวเข้าออกของช่วงหน้าอก การกดแรงจะมีผลทำให้นกหายใจไม่ออก
ผู้ตัด:
ใช้มือหนึ่งจับที่ปีกนกโดยจับที่กล้ามเนื้อปีกด้านบนอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง คลี่ปีกนกออกแล้วใช้อีกมือจับกรรไกรตัดซอยขนปีกออกทีละเส้นโดยไม่ตัดลึกจนเกินไป หลีกเลี่ยงการจับเฉพาะเส้นขนที่ปลายปีก ทั้งนี้หากนกดิ้นอาจทำให้ปีกพลิกเกิดปีกหักได้
ทดสอบการบิน
หลังจากตัดซอยขนปีกนกแล้วผู้เลี้ยงนกควรทดสอบการบินของนกด้วย โดยนำนกไปในที่ปลอดภัย เลือกตำแหน่งล่อนลงที่สามารถรองรับตัวนกด้วยความนุ่ม เช่น บนเตียงนอน พื้นพรม หรือหาผ้าหนานุ่มปูพื้นเพื่อลดแรงกระแทก จากนั้นวางตัวนกบนฝ่ามือหรือคอนไม้สั้นๆ แล้วโยนส่งตัวนกขึ้นอย่างเบามือ เมื่อนกถูกโยนให้ลอยตัวขึ้น นกจะช่วยตัวเองโดยการกระพือปีกเพื่อการทรงตัว ผู้เลี้ยงนกควรสังเกตุระยะทางบินของนก และตัดสินใจว่าการบินนั้นเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ ซึ่งการทดสอบการบินจะช่วยให้ผู้เลี้ยงนกทราบว่า ขนปีกในจำนวนที่ถูกตัดออกไปนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด
สำรวจความพร้อมทางกาย
ก่อนที่ผู้เลี้ยงนกจะทำการฝึกนกไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ ผู้เลี้ยงนกควรสำรวจดูสุขภาพนกและดูความพร้อมของนกก่อน และต้องแน่ใจว่านกที่เลี้ยงอยู่ไม่มีความพิการในทางใดทางหนึ่ง เช่น ตาบอด ขาเสีย ปีกหักหรืออื่นๆ และไม่ว่าจะฝึกหัดใดๆให้กับนก ผู้เลี้ยงนกควรใช้ความระมัดระวังเสมอ
สำรวจสภาพแวดล้อม
ในระหว่างการฝึกหัดบิน ผู้เลี้ยงนกควรดูแลสภาพแวดล้อมรอบๆที่พักอาศัยให้ปลอดภัยสำหรับนก โดยจัดเก็บข้าวของบางชิ้นที่มีความแหลมคม รวมถึงจัดเก็บข้าวของอื่นๆที่เห็นว่าอาจทำอันตรายกับนก ดูแลปิดพัดลมเพดาน หาผ้าคลุมกระจกเงา รวมถึงปิดม่านหน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้นกบินชน ดูแลครัวให้ปลอดภัยหากครัวอยู่ในบริเวณเดียวกัน ใช้จินตนาการเสมอหากมีสิ่งใดไม่น่าวางใจและเกรงว่าจะเป็นอันตรายหากนกบินชนหรือล่อนลง ควรเก็บสิ่งของนั้นออกให้พ้นทาง
เมื่อการตัดซอยขนปีกเสร็จสิ้นและผ่านพ้นไปด้วยดี ผู้เลี้ยงนกควรพูดกล่าวชมหรือกล่าวปลอบโยน หากนกยังมีความตกใจและรู้สึกไม่สะดวกสายอยู่บ้าง จากนั้นผู้เลี้ยงนกอาจหาอาหารโปรดมาให้นก หรือปล่อยให้นกได้พักผ่อนสักพักเพื่อการปรับตัว
ทุกปีเมื่อถึงช่วงที่นกเข้าสู่ฤดูการผลัดขน ขนปีกที่มีอยู่เดิมจะทยอยร่วงหลุดไป จากนั้นขนปีกชุดใหม่จะขึ้นมาแทนที่ และเมื่อขนปีกชุดใหม่ขึ้นโตเต็มที่แล้ว การตัดซอยขนปีกนกอาจต้องทำซ้ำอีกครั้ง หากผู้เลี้ยงนกต้องการ
บทความที่ควรอ่านเพิ่มเติม
จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องตัดซอยขนปีกนก?
วิดิโอแสดงการตัดซอยขนปีกนก
(Window Media Player)
11-6-2002
3-15-2005 (last update)
.....
เขียนโดย
แก้วตา
*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น
cookietalkie@yahoo.com
copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com