HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Vet Directory

น.สพ.รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์




ในโลกของการทิ้งขว้างและทำลาย มนุษย์มักไม่ใส่ใจให้ค่ากับการอนุรักษ์และมักไม่มองไกล ถึงคุณค่าของการดำรงค์อยู่ของชีวิตในโลกอนาคต เราจึงมักได้รับรู้เรื่องเศร้าของการสูญเสียที่เกิดขึ้นเสมอๆ

แต่แม้ในยามที่ผู้คนยังคงหลงลืมกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตนนั้น เราก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ช่วยกันทำงานเก็บออมรักษาชีวิตธรรมชาติให้กับเรา ลองมารู้จักกับตัวแทนหนึ่งในนั้น คุณหมอรัฐพันธุ์ พัฒนรังสรรค์ หมอนักอนุรักษ์กับงานที่เรียกได้ว่า "เป็นยิ่งกว่าการปิดทองหลังพระ"


CookieTalkie: คุณหมอต้อมกรุณาแนะนำตัวเองหน่อยค่ะ

เอาแบบเต็มยศก่อนเลยนะครับ ชื่อ นายสัตวแพทย์รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ แต่เรียก หมอต้อม ง่ายกว่านะครับ

CookieTalkie: คุณหมอเริ่มต้นชีวิตการศึกษาที่ไหนบ้างคะ

ตั้งแต่อนุบาลเลยไหมครับ เผื่อจะมีเพื่อนเก่าสมัยโน้นจำกันได้ จะได้ติดต่อคุยกัน ผมเรียนจนจบอนุบาลที่ โรงเรียนเซนต์แมรี่ จ.อุดรธานี และ จบประถมสี่ ที่โรงเรียนดอนบอสโก จ.อุดรธานี มาจบประถมหกที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา หลังจากนั้นก็มาเข้ากรุงเทพฯ จบ ม.ปลายที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สอบเอ็นทรานซ์ได้ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CookieTalkie: ทำไมถึงเลือกที่จะเป็นสัตวแพทย์คะ

ทีแรกก็คิดแบบเด็กที่เรียนสายวิทย์-ชีวะ ทั่วไปว่าจะเป็นแพทย์ แต่พอตอน ม. 5 ได้ไปเข้าค่ายฤดูร้อน กับพี่ๆ คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ก็ได้เห็นว่า ถ้าเอ็นไม่ติด แพทย์ หรือ ทันตแพทย์ ก็มีทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ ที่แต่ก่อนไม่เคยทราบ ก็ดีใจว่าพอเรียนไปแล้ว ทำงานไปแล้ว มองกลับมาว่า วิชาชีพนี้เหมาะกับตัวเรามาก เห็นเพื่อนที่เป็นแพทย์ว่าเขามีความเครียดในชีวิตที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนด้วยกัน ก็น่าเหนื่อย หรือเห็นเพื่อนที่เป็นทันตแพทย์มีโลกของการทำงานแค่ในห้องแคบๆ ก็หวนกลับมาคิดว่า ดีแล้วที่เราได้ทำงานสัตวแพทย์ โดยเฉพาะทางสัตว์ป่า ที่สถานที่ทำงานมันกว้างไกล สวยๆงามๆ อย่างสวนสัตว์ก็เป็นที่เที่ยวอยู่แล้ว เป็นสถานที่ซึ่งคนอยากมาหาความสบายใจเดินทางมา ไอ้เราก็อยู่ที่นี่อยู่แล้ว ก็สบายใจดี หากมองในเชิงคุณค่าของงานที่ทำก็มีคุณค่าในตัวเองสูง คืองานอนุรักษ์ เพื่อนสัตวแพทย์ที่ทำหน้าที่ผลิตอาหารโปรตีนให้คนกิน ก็สำคัญ แต่งานอนุรักษ์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่คนอาจจะไม่ค่อยเห็น ถามว่าไม่มีนกป่า แล้วคนเราจะตายหรือ เรื่องมันไม่ง่ายแค่ชั้นเดียว ระบบนิเวศน์มันมีระบบ buffer ของมัน แต่ก็มีขีดจำกัด สิ่งที่อนุรักษ์ จะว่าไปแล้ว ไม่ใช่สัตว์ตัวใดตัวหนึ่ง หรือ species ใด species หนึ่ง แต่เราอนุรักษ์ ระบบนิเวศน์ทั้งระบบ และระบบนิเวศน์จะอยู่ได้ ก็ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และการสูญพันธุ์ ก็เป็นการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพนั่นเอง ถ้าไม่มีป่าก็ไม่มีน้ำ ไม่มีน้ำก็ไม่มีการเกษตร พอจะเห็นความเกี่ยวเนื่องคร่าวๆไหมครับ

ที่ว่ามานี่ไม่ได้หมายความว่า วิชาชีพอื่นไม่ดี แต่ไม่เหมาะกับนิสัยผมเท่านั้นเอง

พูดในเชิงปฏิบัติแล้ว งานของสัตวแพทย์สัตว์ป่าในเชิงอนุรักษ์คือการต่อสู้กับการสูญพันธุ์ของสัตว์ และการใช้มวลวิชาการทั้งปวงเท่าที่มนุษย์เรามีอยู่ ทำให้เกิดความยั่งยืนทางระบบนิเวศน์มากที่สุด ผ่านเป้าหมายทางการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ยิ่งกว่าปิดทองหลังพระอีกครับ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า ถ้าเรามีบุคลากร และ เทคโนโลยีของวันนี้อยู่ ณ วันที่สมันตัวสุดท้ายตายไปจากโลก เรายังจะสามารถ preserve สมันไว้ได้ และเมื่อเทคโนโลยีเราก้าวไปอีกขั้น เราจะนำสมันกลับมาเดินบนโลกนี้ได้อีก

หรือ ยกตัวอย่างในเรื่องนก เรากำลังมีโครงการเพาะขยายพันธุ์นกกระเรียนในกรงเลี้ยง เพื่อให้มีเพียงพอ สำหรับการปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ เพราะนกกระเรียนกำลังจะสูญพันธุ์ไป มี workshop ครั้งหนึ่งที่มีการรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ของนกกระเรียน สายพันธุ์ย่อยของเอเซียอาคเนย์ จากการคำนวณประชากรในธรรมชาติ โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จากข้อมูลประชากร และ นิเวศน์ที่มีอยู่ของนกกระเรียน รวมกับข้อมูลทางชีววิทยา ประเมินว่า อีกประมาณ 20-30 ปีจะสูญพันธุ์ ถ้าไม่ลงมือทำอะไร สิ่งที่นักอนุรักษ์ในหลายส่วน หลายฝ่ายทำอยู่ในวันนี้ เรามั่นใจได้ว่า จะไม่เกิดการสูญพันธุ์ของนกกระเรียนแน่นอน เป็นงานที่ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ โดยที่ประชาชนทั่วไปยังไม่ได้รับทราบว่า เราปกปักรักษานกกระเรียนให้ลูกหลานของท่านอยู่

CookieTalkie: คนที่เลือกเรียนสัตวแพทย์นี่คงจะเป็นคนรักสัตว์มากๆ คุณหมอต้อมมีสัตว์เลี้ยงหรือเปล่าคะ คุณหมอเลี้ยงนกหรือเปล่าคะ

จะว่าไปแล้ว การรักสัตว์ของผม มันไม่เหมาะกับการเอามาเป็นสัตว์เลี้ยงใกล้ชิด ด้วยสภาพที่ต้องสัมผัสกับเชื้อโรคสัตว์หลากหลาย และ เวลาที่จะต้องมีให้เขาอย่างสม่ำเสมอ เพราะผมต้องเดินทางไกล เดินทางออกภาคสนามบ่อยๆปลูกต้นกระบองเพชรยังตายเลยครับ ผมก็เลยเป็นเจ้าของสัตว์แบบให้ความปรารถนาดีออกไป ให้ความเมตตา และรักษาสัตว์ให้ดีที่สุดก็พอ ตอนนี้จะหันมาเลี้ยงทามาก็อตแล้วครับ เลี้ยงง่าย ตายยาก reset ใหม่ได้

CookieTalkie: คุณหมอเริ่มชีวิตการเป็นหมออย่างไรคะ กรุณาเล่าถึงหน้าที่การงานหน่อยค่ะ

แปลกที่สมัยเรียนจบสัตวแพทย์ใหม่ๆ ผมไม่เคยตั้งเป้าว่าจะทำงานที่ไหนเลย ช่วงนั้นทำกิจกรรมอย่างเอาเป็นเอาตาย พอจบมาก็พัก ขึ้นไปอยู่ที่บ้านพี่ชายที่แม่ฮ่องสอน แล้วก็คิดว่ายังไม่ค่อยมีฝีมือเท่าไร จึงมาสมัครงานที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ เป็นหมอประจำโรงพยาบาลสัตว์เล็กที่คณะอีกปี มันเหมือนกับการฝึกอินเทอร์นในโรงเรียนแพทย์ ที่โรงเรียนสัตวแพทย์ไม่มี ก็ได้เรียนรู้ ได้ทำสิ่งที่สมัยเป็นนิสิตไม่ค่อยได้ทำ เช่น การผ่าตัด การผ่าซาก การตรวจชิ้นเนื้อทางกล้องจุลทรรศน์ ช่วงนั้นเศรษฐกิจบูม ก่อนฟองสบู่ องค์การสวนสัตว์ฯ เปิดรับสัตวแพทย์ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อนผมไปสมัครแต่ไม่อาจไปทำงานได้ เพราะทางบ้านไม่ให้ไปต่างจังหวัด เขาเลยบอกทางสวนสัตว์เชียงใหม่ว่า เพื่อไม่ให้เสียงาน จะเอาเพื่อน ก็คือผมนี่แหละ ไปทำแทน ทางสวนสัตว์เชียงใหม่ไม่ยอมเพราะเสนอชื่อเพื่อนผมไปแล้ว สุดท้ายผมก็ไม่ได้ทำที่สวนสัตว์เชียงใหม่ แต่ก็มาได้ข่าวสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าอยู่ ผมก็เลยไปดู พบว่าห่างไกลผู้คน ห่างไกลความเจริญ คอกสัตว์กว้างขวาง มีการทำงานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์ ทำให้น่าสนใจมาก ผมกลับมาเก็บของ แล้วก็ไปสมัครงานเลย

ขออนุญาตเล่าถึงพี่หมอคนหนึ่ง ที่ผมประทับใจในแนวคิดและการทำงานของเขามา คือ น.สพ.สุเมธ กมลนรนาถ ปัจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการส่วนวิชาการ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมัยนั้น พี่หมอสุเมธเป็นหัวหน้าแผนก ประมาณว่าหัวหน้าสัตวแพทย์ และ คนเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด สมัยนั้นมีหมอจบจากเกษตรศาสตร์สองคนทำงานอยู่แล้ว พี่หมอสุเมธประกาศว่าคนต่อไปต้องเป็นจุฬาฯ เพื่อให้ได้ connection กับอาจารย์ทางจุฬาฯด้วย ผมเลยได้เข้าไปทำงานที่เขาเขียว พอเข้าไปแล้วก็ไม่มีเรื่องสถาบันอะไร เพราะคนที่อยากจะมาทำงานสัตว์ป่า ส่วนใหญ่จะมีวิธีคิดคล้ายๆกันอยู่แล้ว ช่วงหลังๆมานี่ได้เจอเพื่อนหมอสัตว์ป่าที่จบมาจากคณะสัตวแพทย์ที่ต่างๆ อย่าง ม.เกษตร ม.ขอนแก่น เราสนิทกันยิ่งกว่าเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาหกปีเสียอีก

CookieTalkie: ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คุณหมอมีงานหลักอะไรบ้างคะ

ที่เขาเขียว ผมได้รับมอบหมายให้เป็นนายสัตวแพทย์ รับผิดชอบสัตว์ของสวนสัตว์ร่วมกับสัตวแพทย์ท่านอื่นๆ เน้นที่งานชันสูตร และงานรักษาพยาบาล ในเวลาเดียวกันก็ดูแลหมวดงานการเลี้ยงการจัดการสัตว์ปีกไปด้วย เป็นตำแหน่งที่สวนสัตว์ต่างประเทศเรียกว่า curator ซึ่งควรจะเป็นตำแหน่งแยกต่างหากจากสัตวแพทย์ แต่องค์การสวนสัตว์ฯใช้การจ้างสัตวแพทย์ แล้วให้ทำงาน Curator ด้วย ทำให้ต้องขวนขวายเพิ่มเติมวิชาความรู้ในส่วนชีววิทยาของสัตว์ พฤติกรรมสัตว์ การจัดการสวนสัตว์ การขยายพันธุ์สัตว์ ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น ที่สวนสัตว์เองก็มีการจัด workshop เพื่อเพิ่มเติมความรู้ให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด ทำให้ได้วิชาความรู้มากมายเพิ่มขึ้น จากที่เรียนในโรงเรียนสัตวแพทย์ที่เราจะมองสัตว์เป็นแค่ผู้ป่วย คือ เน้นมองความผิดปกติ แต่พอมาทำงานส่วนนี้ก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า “กระบี่อยู่ที่ใจ ถ้าเราฝีมือถึงขั้นนั้น เราจะไม่ต้องใช้กระบี่ คือเราเอาชนะสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องต่อสู้ได้” เปรียบเทียบเป็นการรักษาสัตว์ สัตวแพทย์สวนสัตว์ที่เก่ง ไม่ใช่รักษาตั้งแต่เช้ายันค่ำ แม้จะรักษาหายหมดก็ตาม สุดยอดของงานสัตวแพทย์สวนสัตว์คือ การมีการจัดการที่ดีจนสัตว์ไม่ป่วยเลย ไม่ต้องมาคอยรักษาเลย แต่ก็พร้อมที่จะรักษาโดยแก้ลงไปถึงต้นเหตุได้อย่างทันการณ์และมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผมก็ได้ set งานวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการขยายพันธุ์ของนกในธรรมชาติ เช่น กลุ่มนกแต้วแล้วธรรมดา หรือ แต้วแล้วหูยาว ตลอดจนเทคนิคการขยายพันธุ์นกในกรงเลี้ยงบางชนิด เช่น นกกาฮัง นกแก๊ก ไก่ฟ้า นกแว่น นกกระทาดงบางชนิด หรือนกที่มาจากต่างประเทศ เช่น นกเรีย นกกระจอกเทศ

CookieTalkie: สวนสัตว์เปิดเขาเขียวนี่เป็นที่ท่องเที่ยวด้วยใช่ไหมคะ ตั้งอยู่ที่ไหนคะ

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตั้งอยู่ที่ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ก็จะมาตามถนนบางนา-ตราด พอถึง ต.บางพระ (เลยหนองมน มาสักห้านาที) ก็เลี้ยวตามที่ป้ายใหญ่ๆบอก แล้วตามป้ายเล็กๆมาสัก สิบกว่ากิโลเมตร เส้นทางสวยงาม ผ่านขอบอ่างเก็บน้ำบางพระก็จะมาถึงเขาเขียว หรือจะมาจากถนน by pass พัทยา หรือ ทางด่วน motor way ที่จะมาบรรจบกับ by pass ก็จะมีป้ายบอกเหมือนกัน เลี้ยวเข้ามาสัก เจ็ดกิโลก็จะถึงครับ

อยากให้ไปช่วยกันอุดหนุนสวนสัตว์ เพราะบ้านเราค่าเข้าชมสวนสัตว์ถูกมาก ถ้าคุณไปอเมริกา หรือยุโรป หรือแม้แต่สิงคโปร์ ค่าเข้าชมมากกว่าของเราเป็นสิบเท่า แล้วก็อีกอย่างคือ สัตว์ป่าเมื่อถูกนำมาเลี้ยงในที่เลี้ยงแล้ว นั่นคือต้นทุนที่ได้ลงไปแล้วสำหรับสัตว์ การที่คนยิ่งเข้ามาชมมาก และเข้าใจประเด็นการอนุรักษ์สัตว์นั้นๆ จะเป็นส่วนที่ได้ เป็นกำไรกลับไปยังเผ่าพันธุ์ของสัตว์ชนิดนั้น

CookieTalkie: วัตถุประสงค์ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวคืออะไรคะ

วัตถุประสงที่เป็นสากลของสวนสัตว์มี 4 ข้อ คือ
  1. เพื่อนันทนาการ คือ คนที่เข้าไปในสวนสัตว์ ควรจะได้การพักผ่อน สบายใจ ด้วยการจัดบรรยากาศให้ร่มรื่น เป็นธรรมชาติ การชมสัตว์เมื่อชมแล้ว ควรจะได้เห็นสัตว์ที่มีสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีพฤติกรรมตามธรรมชาติ
  2. เพื่อให้การศึกษา ตั้งแต่ชั้นง่ายๆว่า ตัวอะไร หน้าตาเป็นอย่างไร จนถึงชั้นลึกขึ้นว่า ตัวที่เห็นอยู่นี้ มีพฤติกรรมตามธรรมชาติอย่างไร มีหน้าที่ในระบบนิเวศน์อย่างไร หากต้องการการอนุรักษ์ จะอนุรักษ์ได้อย่างไร ผู้ชมสามารถช่วยการอนุรักษ์ได้อย่างไร
  3. เพื่อการอนุรักษ์ และ
  4. เพื่อการวิจัย ซึ่งจะมาด้วยกัน เพราะ how to ที่จะนำมาใช้ในงานอนุรักษ์สัตว์อนุรักษ์ ก็จะต้องอาศัยการวิจัยเพื่อตอบคำถาม
การนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงนอกถิ่นอาศัยของเขา เป็นเรื่องที่ไม่ดี เราท่านก็ย่อมทราบว่า ถ้าเราถูกจับไปไว้ในที่ที่ไม่คุ้นเคยมากๆ เราย่อมมีชีวิตอยู่ด้วยความเครียด แต่ วัตถุประสงค์ของการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงนอกถิ่นอาศัยของเขา คือเพื่อให้การศึกษา เราไม่สามารถนำคนทั้งสังคม หรือ แคบลงเป็นเยาวชนทั้งสังคมไม่รู้กี่ล้านคน เข้าไปในป่าเพื่อดูสัตว์ป่า รู้จักสัตว์ป่าได้ ถ้าทำจริงๆ ป่าคงพังพินาศหมด ถ้าจะไม่ให้มีสวนสัตว์เลย มนุษย์ก็คงดั้นด้นแห่กันไปป่า เพราะมันเป็นสัญชาตญาณของการอยากรู้ อยากเห็น อยากรู้จักเพื่อนร่วมโลก สังคมมนุษย์จึงนำตัวแทนสัตว์บางส่วนออกมาจากป่าเพื่อให้คนเราดู จะได้ไม่ต้องไปรบกวนถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของสัตว์มากนัก เมื่อนำมาเลี้ยงในที่เลี้ยงแล้ว มนุษย์เราพบว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์เหล่านี้ได้ อีกสองส่วนใหญ่ๆคือ

หนึ่ง เราสามารถหาข้อมูลทางชีววิทยา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อสู้กับการสูญพันธุ์ของสัตว์ชนิดนั้นๆในพื้นที่ธรรมชาติ เช่น เมื่อเกิดการปนเปื้อน DDT ลงไปในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของนกป่า การจะตรวจสุขภาพ การจะให้ยารักษา ก็ต้องอาศัยข้อมูลจากสัตว์ที่เคยมีการเลี้ยง การรักษาในที่เลี้ยงมาก่อน ก็จะช่วยสัตว์ป่าจำนวนมากได้

สอง คือ การเป็นธนาคารแหล่งพันธุกรรม ที่ลดความเสี่ยงของการสูญพันธุ์ ยกตัวอย่างจริง เช่น กรณีละมั่งอินเดีย ที่อาศัยรวมกันอยู่ที่เดียวใน wetland แห่งหนึ่ง หากเกิดโรคระบาด หรือ เกิดธรรมชาติเปลี่ยนแปลงจนสัตว์อยู่ไม่ได้ ก็จะสูญพันธุ์หมดไป ถ้าเรามีการนำมาเลี้ยงอย่างดีในที่เลี้ยง ออกลูกออกหลานดี มันก็จะช่วยให้ละมั่งพันธุ์นี้กลับมาเดินบนโลกนี้ได้อีกครั้ง เรียกว่า reintroduction กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นจริงมาแล้วใน ห่านฮาวาย กวางปิแอร์ เดวิด เฟอเร็ทตีนดำ เป็นต้น

สรุปว่า มีสวนสัตว์อาจมีข้อที่ไม่ดีอยู่บ้าง แต่เราก็ทำไปเพื่อเหตุผลบางอย่าง และต้องทำให้ดี โดยทำให้สัตว์รู้สึกเหมือนอยู่ในธรรมชาติได้มากที่สุด

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จะเน้นที่วัตถุประสงค์ข้อที่สามและสี่ คือการวิจัย และการอนุรักษ์ ปัจจุบัน (ปี 2547 ) มีโครงการวิจัย และโครงการเร่งขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก หลายโครงการ หากนับที่เคยทำมาแล้ว น่าจะยี่สิบโครงการได้แล้วมั้งครับ

CookieTalkie: ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว มีสัตว์ประเภทใดบ้างคะ

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่มาก มีสัตว์หลายพันตัว สัตว์ปีกมากที่สุด ประมาณ 150 ชนิด 4000 ตัว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ประมาณ 60 ชนิด 400 ตัว สัตว์เลื้อยคลาน 30 ชนิด ประมาณ 100 ตัว

สวนสัตว์เปิดเขียว น่าจะเป็นสวนสัตว์ที่มีสัตว์ป่าสงวนมากที่สุดในประเทศไทย

CookieTalkie: นกละคะ มีด้วยกันกี่ชนิดคะ

นกประมาณ 150 ชนิดที่กล่าวมาแล้ว highlight อันแรก อยู่ที่กรงนกใหญ่ พื้นที่ 5 ไร่ ที่ผู้เข้าชมสามารถเดินเข้าไปชม อย่างไม่มีกรงกั้นขวางระหว่างคนกับนก มีทั้งนกยอดไม้อย่างพวกนกกลุ่มนกแก้ว นกต้นไม้ นกผิวดิน นกผิวน้ำ นกใต้น้ำ อย่างนกอ้ายงั่วก็มีให้ดู ในกรงนกใหญ่จะเปิดโอกาสให้เราได้ชมพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์อย่างใกล้ชิด เช่น เราสามารถเห็นนกอ้ายงั่วกระพือปีกใต้น้ำ หรือ นกหว้ารำแพนได้ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในสภาพธรรมชาติ

Highlight อีกอย่างคือ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้มีการปล่อยนกสามชนิดกลับสู่ธรรมชาติ ได้แก่ นกกาบบัว นกกระทุง และนกช้อนหอยขาว ออกสู่บึงน้ำธรรมชาติกว้างใหญ่ ภายในสวนสัตว์ เป็นอิสระ และนกสามารถออกลูกออกหลานเพิ่มจำนวน และยังอาศัยอยู่ในบริเวณบึงน้ำภายในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ท่านสามารถชมสัตว์ตามธรรมชาติได้ หากไม่ต้องการดูนกในกรงแต่เพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังมี งานวิจัย เพื่อขยายพันธุ์นกในกรงเลี้ยงอีกหลายชนิด เช่น นกเงือกชนิดต่างๆ นกกระเรียน นกตะกรุม นกตะกราม นกพวกปากขอหลายชนิด หากมีความสนใจเป็นพิเศษสามารถขอนัดเพื่อชมส่วนนี้ได้ เพราะไม่ค่อยได้เปิดให้คนเที่ยวทั่วๆไปเข้าชม ท่านที่สนใจอาจลองขอนำชม ถ้าไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์ หรือเจ้าหน้าที่ว่างพอ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว 038-298187 เช่น คุณ อุฬาริกา กองพรหม นักวิจัย ลองคุยกับเขาดูนะครับ บอกว่าเป็นคนที่เพาะเลี้ยงนกเหมือนกัน จะมาขอดูเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

CookieTalkie: มีนกชนิดไหนที่คุณหมอชอบเป็นพิเศษมั้ยคะ

ถามว่าชอบเป็นพิเศษ คงจะไม่มี แต่ถ้าใกล้ชิดมากก็คงจะเป็นกลุ่มนกเงือก ที่ผมทำงานวิจัยเรื่องพฤติกรรมการจับคู่ กับเรื่องพฤติกรรมการเลือกโพรงรังอยู่ ทำให้เราต้องไปขลุกอยู่กับเขามากๆ พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เขาแสดงออกมา และนกเงือกยังเป็นนกที่มีปฏิสัมพันธ์กับคน มีบุคลิกภาพส่วนตัวได้ไม่แพ้นกพวกปากขอเลยครับ มีบางที่สามารถฝึกนกกาฮังมาแสดงโชว์ความสามารถพิเศษ พวกฝึกโชว์ความสามารถได้ แสดงว่า เขาก็มีความสามารถทางสมองไม่น้อยเลย

CookieTalkie: นกในธรรมชาติมักผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหรือช่วงเดือนไหนคะ

นกในธรรมชาติก็แล้วแต่ชนิดครับ ในหลักการกว้างๆก็คือ ในช่วงที่อาหารสำหรับนกชนิดนั้นๆอุดมสมบูรณ์ เช่น นกน้ำ ขยายพันธุ์ หลังจากที่น้ำหลากเริ่มลดลงท้ายฤดูฝน ช่วงนั้นนกจะแน่ใจว่าน้ำไม่ท่วมรังที่ทำอยู่กับพื้น และ ความหลากหลายของอาหารสูง มีปูปลากบเขียดมาก มีพืชน้ำมาก มองเชิงชีววิทยาคือ พ่อแม่นกต้องการอาหารที่มีคุณภาพมากกว่าช่วงที่ไม่ขยายพันธุ์เพื่อนำไปเสริมสร้างไข่ หรือน้ำเชื้อ และมันเป็นช่วงที่ลงล็อคพอดีกับการเลี้ยงลูกในช่วงที่อาหารอุดมสมบูรณ์

เราหยิบเอาเงื่อนไขธรรมชาติตรงนี้มาปรับเป็นการจัดการในกรงเลี้ยง ก็คือ ก่อนฤดูผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ สักหนึ่งเดือน เราก็จะเพิ่มเปอร์เซ็นต์โปรตีนและแคลเซี่ยมในอาหาร เพื่อให้พวกต่อมเพศ ร่างกายมีความสมบูรณ์มากที่สุด

CookieTalkie: นกชนิดไหนที่มีปัญหาในการขยายพันธุ์มากที่สุดคะ

นกในสวนสัตว์ ที่ขยายพันธุ์ได้ มีไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซนต์ของชนิดพันธุ์ที่มีอยู่ พวกที่ขยายพันธุ์ง่ายได้แก่ ไก่ฟ้า นกยูง เป็ด ที่เหลือจะค่อนข้างยาก ปัญหาของตอนนี้ก็คือ คนเลี้ยง และ ระบบการเลี้ยงที่เป็นระบบราชการไม่ค่อยเอื้อให้เลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพเท่าไร การเพาะขยายพันธุ์ต้องเอาใจใส่มาก ต้องทำด้วยใจรัก แต่คนที่เข้ามาทำงานไม่ได้เริ่มจากตรงนี้ อาจมีบางคนหลุดกลายเป็นคนที่รักและใส่ใจสัตว์จนเพาะเลี้ยงได้ ก็มีไม่มาก ส่วนใหญ่ คือ เลี้ยงให้รอดและรอให้นายสั่งอย่างเดียว

CookieTalkie: สำหรับในประเทศไทยมีนกชนิดใดบ้างคะที่อยู่ในฐานะใกล้สูญพันธุ์

ประเด็นนี้ คงตอบยาก เพราะการศึกษาเรื่องประชากรนกในบ้านเรามีน้อยมาก และระบบการจัดนกชนิดต่างๆเข้าเป็นสัตว์อนุรักษ์ก็ยังไม่ดีพอ นกบางชนิดไม่สามารถหาได้แล้วในประเทศไทย หรือ หายากมากระดับโลก ก็ยังไม่ได้เป็นสัตว์ป่าสงวนเลยก็มี

ขออนุญาตเพิ่มเติมประเด็นว่า ใน concept เก่า ที่ว่า ไม่กิน ไม่ล่า สัตว์ป่าไม่สูญพันธุ์ นั้นไม่พอ ตอนนี้ ยังมีเรื่องของ การคุกคามหรือแย่ง habitat จากนก เช่น คนตัดป่าชายเลนไปทำนากุ้ง ไม่ต้องไปล่านก นกก็หากินฝืดเคืองมากขึ้น หาที่ทำรังยากขึ้น เลี้ยงลูกรอดน้อยลง ไม่ต้องพูดถึงการใช้สารเคมี ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

ถ้าอ้างอิงจากหมวดสัตว์ป่าคุ้มครองของ พรบ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 นกทุกชนิดเป็นสัตว์คุ้มครองครับ

CookieTalkie: อยากให้คุณหมอช่วยเล่าถึงงานสงวนรักษาพันธุ์นก ที่คุณหมอทำอยู่ค่ะ

ตอนนี้ผมเปลี่ยนงานมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาสัตวแพทย์ ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นอาจารย์พิเศษในคณะสัตวแพทยศาสตร์หลายๆสถาบัน งานหลักของผมก็คงเป็นเรื่องการสอนนักศึกษาสัตวแพทย์ส่วนใหญ่ให้มีความรู้ และทักษะในการทำงานกับสัตว์ชนิดที่ไม่ใช่สัตว์บ้าน และจะเน้น “ปั้น” นักศึกษาที่สนใจจริงๆมาเป็น “หมอสัตว์ป่า” หรือ “หมอนก”

งานรองลงมาก็คือ งานวิจัย ที่ผมยังคงทำร่วมต่อเนื่องกับสวนสัตว์อยู่ เช่น กำลังทำเรื่องพฤติกรรมการขยายพันธุ์ในกรงเลี้ยงของนกกลุ่มนกเงือกอยู่ นอกจากนี้ก็ยังช่วยในโครงการเพาะขยายพันธุ์นกน้ำขนาดใหญ่ และ โครงการทดลองปล่อยนกแก๊กสู่ธรรมชาติด้วยครับ

มีงานอีกส่วนที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้ลงมืออย่างจริงจังเท่าไหร่ คือ เรื่องการผลักดันให้มีสัตวแพทย์ที่ทำงานกับสัตว์ในธรรมชาติ คือ ต่างประเทศเขาแบ่งหมอสัตว์ป่าออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ หมอสวนสัตว์ (zoo veterinarian ) ซึ่งดูแลสัตว์ในกรงเลี้ยง กับ หมอสัตว์ป่า (Wildlife veterinarian ) ประเทศไทยเรายังไม่มีบุคคลซึ่งรับผิดชอบส่วนนี้ ในหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือ กรมอุทยานฯ ได้ยินมาว่าจากแรงผลักดันของหลายส่วน หลายฝ่าย ทางราชการเองกำลังผลักดันให้เกิดตำแหน่งนี้อยู่ อยากให้พวกเราคนรักนก ได้พยายามช่วยกันผลักดัน หรือพูดส่งเสริม ให้ราชการผลักดันออกมาได้จริงๆ ผมก็ทำในส่วนนี้ โดยเริ่มเข้าไปทำงานรักษาสัตว์ป่าในกรงเลี้ยงของกรมอุทยานฯ เพื่อรู้จักคน และ แสดงให้เห็นว่า ถ้าหน่วยงานของเขามีสัตวแพทย์ทำงานให้ งานของเขาจะง่ายขึ้น ผลงานจะดีขึ้น

ช่วงปีที่ผ่านมา ก็เสนอตัวเข้าไปช่วยในเรื่องไข้หวัดนก กับคณะทำงานของกรมอุทยานฯ เราไม่สามารถเอาระบบคิดของปศุสัตว์มาใช้กับนกในธรรมชาติได้ ดีใจที่ความรู้ที่เรามี สามารถมีส่วนช่วยนกในธรรมชาติได้บ้าง

CookieTalkie: เกี่ยวกับการอนุรักษ์สงวนพันธุ์นก ปัญหาและอุปสรรค์ที่คุณหมอมักพบในการทำงานที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวคืออะไรคะ

สวนสัตว์ของไทย ต่างจากสวนสัตว์ต่างประเทศในเรื่องแรก คือ เราขาดคนที่เป็นมืออาชีพ หรือคนที่ “บ้านก” จริงๆมาเลี้ยงนก ระบบราชการสอนให้คนทำตามระเบียบก็พอแล้ว ผลเป็นอย่างไรก็เป็นไปตามกระบวนการ ยกตัวอย่างเช่น การจัดซื้ออาหาร คือการเปิดประมูลซื้อของที่ราคาถูกที่สุด (แม้จะในสเป็ค ก็ตาม) มาให้นกกิน ไม่ใช่หาของดีที่สุดมาให้นกกิน หรือเวลาทำการของราชการ คือ แปดโมงครึ่ง ถึง สี่โมงครึ่ง สัตว์บางชนิดที่เป็นสัตว์หากินกลางคืน ก็ต้องปรับพฤติกรรมเพื่อให้เข้ากับระบบราชการ

อีกอย่างคือต้นทุนที่รัฐให้มา ไม่เพียงพอกับการทำงานให้ดี คนที่จ้างมาเลี้ยงสัตว์ที่ต่างประเทศเขาใช้คนระดับปริญญาตรี แต่บ้านเราบางคนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น

อีกอย่างคือผู้บริหารระดับต่างๆ เป็นคนที่เติบโตขึ้นตามอายุราชการ ไม่จำเป็นต้องมีฝีมือ ไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการสนองนายในด้านต่างๆ ทำให้เราได้คนที่มีกึ๋นไม่พอ ขึ้นมากำหนดนโยบายการอนุรักษ์สัตว์ ที่จริงไม่รู้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอให้เปิดโอกาสให้คนที่รู้ทำ วิชาการสวนสัตว์เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงตลอด ระบบราชการคร่ำครึตามไม่ค่อยทันเท่าไร คงเหมือนกับระบบราชการทั่วไปกระมังครับ

ยิ่งช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ซ้ำด้วย โรคไข้หวัดนก คนมาเที่ยวสวนสัตว์น้อยลง ทำให้เป้าหมายของสวนสัตว์กลายเป็นเน้นเพื่อการหารายได้ หนักกว่าการอนุรักษ์ ช่วยๆกันดูด้วยนะครับ

CookieTalkie: ทุกคนควรมีจิตสำนึกอย่างไรในการอนุรักษ์นกคะ

ในส่วนของจิตสำนึก มี keyword อยู่สามอย่าง คือ เห็นสวย เสียดาย เห็นประโยชน์ นักเลี้ยงนกทั่วไปคงเริ่มจากการเห็นสวยกันอยู่แล้ว ค่อยๆเพิ่มในส่วนของการเสียดาย และเห็นประโยชน์เพิ่มขึ้นมานะครับ จะช่วยให้จิตสำนึกเหนียวแน่นขึ้น เมื่อมีจิตสำนึกแล้ว จะต้องมีความรู้ตามมาด้วย เพื่อให้จิตสำนึกนั้น เป็นไปในทางที่ดีสำหรับนก เช่น เรื่องเล่า classic อันหนึ่ง มีอยู่ว่า มีคนรักนกคนหนึ่ง เรียนรู้เรื่องนกป่า และ มีจิตใจอนุรักษ์ เดินไปเจอนกยูงในตลาดค้าสัตว์ป่า เลยซื้อไปปล่อยป่า มีความรู้ว่านี่คือนกยูง มีความรู้ว่ายังมีนกยูงในธรรมชาติอยู่ที่ห้วยขาแข้ง ก็เลยซื้อมา เอาใส่รถ เข้าไปในกลางป่าตรงที่มีคนเคยพบนกยูงในธรรมชาติ แล้วก็ปล่อย แต่ไม่รู้ว่าตัวที่ปล่อยคือ นกยูงอินเดียตัวผู้อ้วนใหญ่ ถ้าเจ้าป่าเจ้าเขาช่วย นกยูงตัวนั้นอาจถูกสัตว์อื่นกิน หรือหากินไม่เป็นตายไปเอง แต่ถ้าเราโชคไม่ดีอย่างนั้น นกยูงอินเดียตัวนั้นเรียนรู้ที่จะอยู่รอดได้ และ ไปผสมข้ามพันธุ์กับนกยูงไทยในธรรมชาติ (ซึ่งเกิดลูกต่อไปได้เรื่อยๆนะครับ) ทำให้สายพันธุ์ฝูงเกือบๆสุดท้ายของไทย เสียหายหมดเลย เพราะเขามีเจตนาดี เห็นไหมครับ

การรักสัตว์ แบบสัตว์ในระบบนิเวศน์ ต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่องระบบนิเวศน์ มากกว่าการมองสัตว์เป็นตัวๆ เช่น ผมเคยพบเจ้าหน้าที่ป่าไม้คนหนึ่ง ไปช่วยลูกกวางที่กำลังโดนหมาในรุมกัด เอามาเลี้ยงไว้ แล้วเรียกผมไปช่วยรักษา ภาพรวมคือ หมาในไปล่ากวางตัวใหม่ กวางตัวที่ช่วยมาก็ไม่รอดเพราะโดนกัดมา ตาบอด มีแผลฉกรรจ์ เท่ากับต้องมีกวางตายไปสองตัว เพราะความรักลูกกวาง เห็นไหมครับว่า ธรรมชาติต้องการเข้าใจ มากพอๆกับความรัก

หรืออย่างช่วงเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนกใหม่ๆ คนในซอยบ้านผม ปล่อยนกหงส์หยกทั้งกรง ถ้าเราวิเคราะห์ดูคือ เขารักตัวเองและครอบครัว กลัวไข้หวัดนก จึงตัดสินใจจะไม่เอาไว้ แต่การปล่อยนกเลี้ยงพวกนกหงส์หยกสู่ธรรมชาติ คือการปล่อยเขาไปตายช้าๆ และหากนกเหล่านี้ ก่อนตายเกิดเครียดเนื่องจากขาดอาหาร แล้วบังเอิญอีกที ไปรับเชื้อไข้หวัดนกเข้ามา อาจเกิดการติดโรคได้ บินไป บังเอิญเจอกรงนก ที่มีเศษอาหารกระจายอยู่ข้างนอก ไปกินและถ่ายมูลลงในกรงนกที่คนอื่นเลี้ยงไม่ปล่อย แต่ไม่ได้ทำระบบปิด อาจเกิดไข้หวัดนกในนกกรงเลี้ยงได้ อาจมีคนในบ้านนั้นป่วย หรือหากเป็นข่าว คนก็จะกลัวการเลี้ยงนก ปล่อยนกเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ หรือ ทำให้ภาพรวมของการเลี้ยงนกเลี้ยงเสียหายไปทั้งหมด ต้องระวังมากๆเลยนะครับ

CookieTalkie: หากน้องๆอยากเรียนสัตวแพทย์ทางด้านนก จะต้องเริ่มอย่างไรคะ

ขั้นแรกก็ต้องเข้าคณะสัตวแพทยศาสตร์ ให้ได้ก่อน มหาวิทยาลัยไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น จุฬาฯ, ม.เกษตร, ม.ขอนแก่น, ม.เทคโนโลยีมหานคร, ม.เชียงใหม่, ม.มหิดล ทุกที่จะมีการสอนวิชาอายุรศาสตร์สัตว์ป่า หรือวิชาที่ใกล้เคียง ก็จะได้ความรู้และทักษะที่สามารถทำได้ติดตัวมา น้องๆอาจเน้นเนื้อหาด้านนกให้ตัวเองได้ ทางการฝึกงาน ทางโครงงานวิจัย และอื่นๆ หลังจากนั้น เครือข่าย ชมรมสัตวแพทย์สัตว์ป่าและสวนสัตว์ จะเปิดโอกาสให้ว่าที่บัณฑิตใหม่ปี 6 ของทุกๆสถาบัน มารับการอบรมเป็นพิเศษ ในโครงการเคี่ยวเข้มบัณฑิตใหม่หมอสัตว์ป่า เพื่อให้มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ที่จะทำงานในวงการนกได้ในระดับที่มากกว่าสัตวแพทยศาสตรบัณฑิตทั่วไป

นอกจากนี้ พี่ๆในวงการจะแนะนำงานที่คลินิก หรือ การเป็นหมอรับปรึกษาฟาร์มผู้เลี้ยงให้ บ้านเราในเรื่องตลาดนกยังเป็นเรื่องที่ไปได้อีกไกล เพราะเรื่องการเลี้ยงนกกำลังเติบโตมากขึ้น และ ฟาร์มผู้เลี้ยงยังไม่ได้เปิดให้สัตวแพทย์เข้าไปทำงานเป็นส่วนใหญ่ ฝ่ายหมอที่มีอยู่ ที่มีความรู้เรื่องการจัดการฟาร์มนก หรือมีความเชี่ยวชาญในการรักษานก ในระดับที่ผ่าตัดนกได้อย่างมั่นใจ ก็ยังมีอยู่น้อยมาก

ก็เลยขอฝากประชาสัมพันธ์กับบรรดาผู้เลี้ยงนกนะครับ หากท่านต้องการสัตวแพทย์เข้าเยี่ยมฟาร์มเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ ปัญหาการจัดการต่างๆ สามารถติดต่อได้ที่ผม ผมไม่ได้รับงานเองนะครับ ผมมีหน้าที่ผลิตสัตวแพทย์ที่ทำงานกับนกได้ และประสานเครือข่าย จะหาเบอร์หมอรุ่นน้องๆที่อยู่ใกล้ๆฟาร์มของท่านให้ไปตกลงกันเอง ผมมองในภาพรวมว่า สัตว์ทุกตัวควรเข้าถึงบริการทางสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นหลักสวัสดิภาพสัตว์พื้นฐาน (Animal welfare) ช่วงแรกอาจมองว่าเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายของท่าน แต่ขอให้ลองดูก่อนว่า วงการสัตวแพทย์สมัยใหม่ สามารถผลิตบัณฑิต ให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ได้ดีขนาดไหน

CookieTalkie: เป็นอาจารย์นี่ยังคงต้องลงตรวจสัตว์คนไข้หรือเปล่าคะ

ที่โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อการเรียนการสอน ม.มหิดล ศาลายา เปิดรับสัตว์ป่วยทุกชนิด จะมีทีมงานสัตวแพทย์ และ อาจารย์เฉพาะสาขาคอยดูแล อย่างทีมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ ได้แก่ รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร อ.น.สพ.พิงพล จรูญรัตน์ อ.สพ.ญ.รศชงค์ บุญฤทธิชัยกิจ และผม ซึ่งช่วงนี้สามารถขอนัดอาจารย์เหล่านี้ได้ ที่เบอร์โทร 0-2441-5246 หากวันไหนไม่มีอาจารย์ว่าง ท่านก็จะได้พบกับสัตวแพทย์ที่สามารถตรวจรักษานกได้ไม่แพ้กัน

โรงพยาบาลเพิ่งจะเปิดใหม่ การสั่งเครื่องมือบางอย่างยังไม่ครบสมบูรณ์ แต่ก็รักษา case ส่วนใหญ่ได้แล้วครับ ติดต่อมาได้

CookieTalkie: คุณหมอถนัดตรวจคนไข้นกประเภทไหนคะ

ปกติ ผมจะชอบไปเดินดูการจัดการที่ฟาร์มมากกว่า เพราะจะทำให้เห็นความเจ็บป่วยโยงกลับไปถึงสาเหตุ ด้วยพื้นฐานของผมที่ทำงานสวนสัตว์มาก่อน ทำให้ต้องยอมรับว่า ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่มนกเลย เรื่องชีววิทยาลึกๆของแต่ละชนิด ก็ต้องเจอ case แล้ว กลับไปอ่านเพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งมากขึ้น แต่ก็พอทำงานได้ครับ นกบางชนิดผมยังแยกเพศผู้ เพศเมียไม่ได้เลย

CookieTalkie: คุณหมอทำคลินิกด้วยหรือเปล่าคะ

ตอนนี้ผมไม่ได้ทำคลินิกข้างนอกครับ เพราะงานสอนก็ใช้เวลามาก แถมยังเรียนต่ออีก ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการ consult ให้รุ่นน้องๆมากกว่าครับ ชมรมสัตวแพทย์สัตว์ป่าฯ ทำงานกันเป็นเครือข่าย ประสานข้อมูลกันตลอด

CookieTalkie: หากมีนกคนไข้อยากให้คุณหมอช่วยรักษา จะติดต่อคุณหมอได้อย่างไรคะ

ติดต่อมาที่ โรงพยาบาลสัตว์ฯของคณะ ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้ให้ไปแล้วนะครับ หรือ หากจะ e-mail มาถาม case (ส่วนใหญ่ ก็มักจะตอบว่า ขอดู หรือ ให้ไปหาสัตวแพทย์ เพราะถ้าไม่เห็น case จริงๆ ก็ไม่มีใครกล้าฟันธงสักเท่าไร ) ก็ขอให้เข้าไป post ไว้ใน webboard ของชมรมสัตวแพทย์สัตว์ป่าและสวนสัตว์ ที่ www.zoovetnetwork.com จะมีหมอนกมากมายมาช่วยกันให้ความเห็นนะครับ

CookieTalkie: โรคในนกที่คุณหมอพบบ่อยคือโรคอะไรคะ

ผมไม่ค่อยพูดถึงโรคเป็นชื่อๆที่ปลายทาง แต่ผมมักจะสอนนักศึกษาว่า โรคส่วนใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากการจัดการผิดพลาด หรือ mismanagement ส่วนจะผิดอย่างไร ก็สามารถจัดกลุ่มได้เป็นเรื่องๆไป โรคที่เป็นจากการจัดการการขยายพันธุ์-การเลี้ยงลูกอ่อน โรคบาดเจ็บ โรคติดเชื้อ โรคโภชนาการ โรคเนื้องอก โรคภูมิแพ้ โรคสารพิษ โรคชรา โรคจิต ฯลฯ

จาก case ที่สวนสัตว์นะครับ จะพบการทำร้ายกัน ขาหัก ปีกหัก หรือตาย เพราะการจัดการกรงไม่ได้ใส่ใจเต็มที่เหมือนกับนกกรง โรคเชื้อรา Aspergillus ในถุงลม โรคกินสิ่งแปลกปลอม โรคขนร่วง โรคพยาธิบ้าง โรคติดเชื้อแบบประจำถิ่น เช่น อหิวาต์สัตว์ปีก ก็เคยเจอ โรคฝีดาษไก่

CookieTalkie: ผู้เลี้ยงนกควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรคจากนกคะ

ขั้นแรกก็คือ ทำนก สถานที่เลี้ยงนก อาหารเลี้ยงนก ทุกๆอย่างที่เป็นโลกของนกให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้นกเป็นโรคใดๆ รวมถึงแผนการที่เป็นนามธรรมด้วย เช่น การมีที่กักโรคนกเข้าใหม่ การมีโปรแกรมวัคซีน การตรวจสุขภาพประจำปี อย่าทำให้ที่เลี้ยงนกหมักหมม เพราะหนูและนกภายนอกอาจจะนำโรคมาติดนกท่านได้ แม้แต่แมลงที่บินเข้ามาให้นกท่านกิน อาจจะนำโรคมาด้วย ยุคของไข้หวัดนกนี่ ก็ต้องขอให้เลี้ยงในระบบที่นกของท่านไม่อาจสัมผัสตรง สัมผัสลมหายใจ ถ่านมูลใส่กรงนกของท่านได้ มีการทิ้งสิ่งที่อาจติดเชื้อ เช่น มูล เศษเปลือกไข่ ซากนก อย่างมิดชิด อาหารและน้ำต้องมาจากแหล่งที่ไว้ใจได้

ขั้นที่สองคือ การมีสุขอนามัยส่วนตัวที่เข้มงวด เช่น การล้างมือบ่อยๆ การใช้ยาฆ่าเชื้อ การไม่หายใจเอาเศษสิ่งต่างๆจากนกหรือกรงนกเข้าปอด บุคคลในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก คนชรา คนที่กำลังตั้งครรภ์ คนที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง (ไม่ใช่เฉพาะคนเป็น เอดส์นะครับ) เช่น คนที่กินยากดภูมิ คนที่เพิ่งฟื้นไข้ คนที่ตับอักเสบ คนที่ทานเหล้าหนักๆ หรือคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านสุขอนามัย เหล่านี้ ไม่ควรเข้าใกล้สัตว์นะครับ

ขั้นที่สามคือ หากสงสัยว่านกป่วย ให้พามาหาหมอเพื่อรับคำแนะนำ ทั้งสุขภาพนก และ สุขภาพคน

CookieTalkie: คุณหมออยากฝากคำแนะนำอะไรถึงคนเลี้ยงนกบ้างคะ

อย่างที่ได้เคยคุยให้ฟังแล้วนะครับ เรื่องความรักของคนเลี้ยงนกต่อนก คงไม่ต้องพูดถึง อยากจะขอให้เพิ่มด้านความเข้าใจ คือ เอาตัวนกเป็นหลักด้วย บางคนเลี้ยงนกพวกนกกระตั้ว โดยไม่เข้าใจภาระผูกพันที่จะต้องเป็นการผูกพันตลอดชีวิต ก็อาจจะทำให้นกเกิดปัญหาสุขภาพจิตได้

อีกข้อคือความรับผิดชอบ เพราะว่านกที่เราเลี้ยงมักราคาไม่สูง ทำให้บางคนพอทราบราคาค่ารักษาแล้วก็บอกว่าปล่อยให้มันตายเองหรือปล่อยไปตายช้าๆ หรือ เป็นอาหารแมวจรจัด แล้วไปซื้อใหม่ถูกกว่า อย่างนี้ไม่ถูกนะครับ เราเลี้ยงเขาแล้วควรดูแลให้ดีที่สุด หากเลี้ยงไม่ไหว หรือ สู้ค่ารักษาไม่ไหว ก็ควรจะให้เขาไปอย่างสงบ โดยให้สัตวแพทย์ฉีดยาสลบเกินขนาดแล้วจัดการซากให้ถูกต้องดีกว่านะครับ

ข้อสุดท้ายคือเรื่องการอนุรักษ์ ขอให้ซื้อนกจากฟาร์มหรือร้านที่มั่นใจแล้วว่า ไม่ใช่นกที่จับมาจากธรรมชาติ บ้านเราเป็นที่ขึ้นชื่อมากในเรื่องนกที่ลักลอบนำเข้ามาทางเรือ มันจะไม่ดีต่อความสมดุลในธรรมชาติ เรื่องชื่อเสียงของประเทศ และ สุขภาพของท่านด้วย ขอให้ช่วยกันดูแลนะครับ ความรักอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความเข้าใจและความรับผิดชอบด้วยครับ




CookieTalkie ขอขอบคุณ คุณหมอรัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ ที่ได้กรุณาสละเวลาให้สัมภาษณ์ ด้วยเนื้อหาสาระที่จะเป็นประโยชน์แก่คนรักนกอย่างยิ่ง

ผู้สัมภาษณ์: แก้วตา




*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com