 |
ลมหายใจของท้องฟ้า ตอน ลูกนกในกับดักหนู
เสียงเคาะประตูที่ดังอยู่ 2-3 ครั้ง ได้ขโมยเอาความสุขของฉันกับคุ้กกี้ที่หน้าจอทีวีไปชั่วขณะ หลังจากจัดการให้คุ้กกี้ได้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ฉันจึงเดินไปดูและพบว่า ผู้มาเคาะเรียกนั้นไม่ใช้คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็น "โม" กับ "เรโอมา" เพื่อนนักดูนกต่างวัยของฉันและเด็กชายชาวอเมริกันสองพี่น้องที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ ฉันเปิดประตูและกล่าวทักทายเด็กๆ พวกเขารีบตอบรับคำทักทาย และต่างก็ไม่รีรอที่จะบอกวัตถุประสงค์ของการมาในครั้งนี้
จากการบอก ด้วยวิธีแย่งกันเล่าของเด็กๆ ทำให้ฉันรู้ว่า พวกเขาพบนกตัวหนึ่ง...ติดอยู่ในกับดักหนู!!!
เพียงเท่านั้น ฉันก็รู้ทันทีว่า ความสุขที่ถูกตัดตอนไปเมื่อครู่ คงจะเรียกคืนมาไม่ได้ซะแล้ว เพราะงานที่จะต้องไปทำคงต้องใช้เวลานานอย่างแน่นอน
ฉันเริ่มซักถามเด็กๆถึงอาการบาดเจ็บและสภาพของนกที่พวกเขาได้พบ แต่เด็กๆก็ไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรได้ นอกจากจะส่ายหน้าอย่างไม่แน่ใจ ถามกันไปถามกันมา สรุปแล้วฉันก็ยังรู้เท่าเดิม...คือมีนกติดอยู่ในกับดักหนู ฉันนึกขำตัวเอง พร้อมกับรู้สึกภูมิใจในตัวเด็กๆที่พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุด นั่นก็คือการรีบตามหาความช่วยเหลือนั่นเอง
สำหรับฉันแล้ว กับดักหนูที่ฉันพอจะนึกภาพออกในเวลานั้น คงเป็นกักดักหนูที่ฉันได้เห็นบ่อยๆในหนังการ์ตูน ซึ่งเป็นกับดักหนูชนิดสปริงค์ ที่ด้านหนึ่งเป็นที่สำหรับวางอาหารล่อ อีกด้านเป็นสปริงค์ที่จะดีดงับและตีลงมาที่ตัวหนู เมื่อฉันนึกถึงวิธีการทำงานของกับดักหนู ฉันจึงรู้สึกเป็นกังวลถึงสภาพนกที่จะต้องไปเจออยู่มาก ว่านกจะได้รับบาดเจ็บมากขนาดไหน จะมีแผล จะมีเลือดออก จะมีกระดูกหักหรือมันจะร้ายไปกว่านั้น.....
"งั้นเราไปดูนกกัน" ฉันพูดกับเด็กๆ แล้วขอตัวเดินไปหยิบถุงมือพลาสติคที่มักจะมีติดบ้านไว้เสมอ ติดตัวไปด้วย
ในวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้ คุ้กกี้จะมีคนที่เขารักและรักเขาอย่างที่สุดคอยดูแล นี่จึงถือว่าเป็นโอกาสดีที่เดียวที่ฉันจะสามารถใช้เวลาในการช่วยเหลือนกได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง และเพื่อไม่เป็นการทิ้งความกังวลไว้กับคนที่บ้าน ฉันจึงบอกกับพวกเขาถึงสิ่งที่ฉันกำลังจะไปทำ ก่อนที่จะเดินจากมา
ฉันรีบเดินตามเด็กๆไปยังที่เกิดเหตุ ที่อยู่อีกตึกห่างออกไป พวกเด็กๆพาฉันเดินตรงไปที่บริเวณใต้บันไดซึ่งเป็นที่ๆพวกเขาได้พบนก บันไดของตึกนั้นมีลักษณะเป็นบันไดเปิดโล่ง ใต้บันไดเป็นพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นสกปรก มีต้นไม้เตี้ยๆรกๆที่ไม่เคยได้รับการดูแลขึ้นรวมอยู่กับวัชพืชจนเกือบจะแออัด เด็กๆพากันนั่งยองๆลงที่พื้นคอนกรีตใกล้บันได แล้วพากันชี้ไปที่นกตัวเล็กๆที่ทรุดตัวนิ่งอยู่บนพื้น
โม เป็นคนก้มลงและมุดเข้าไปยกตัวนกออกมาวางที่พื้นซีเมนต์ใกล้ๆตรงที่ฉันนั่งยองๆรออยู่ ฉันสวมถุงมือแล้วจับตัวนกขึ้นมาดู ก็พบว่าตัวของเขาติดอยู่บนถาดพลาสติกเล็กๆสีดำขนาดเท่าฝ่ามือ ฉันเอียงถาดเพื่อพิจารณามันในทุกมุมก็พบว่า ในถาดนั้นมีกาวสีเหลืองๆที่ดูท่าว่าจะเหนียวมากๆอยู่เต็ม ....ที่แท้แล้วมันก็เป็นกับดักหนูชนิดกาวนี่เอง
นกตัวเล็กๆตัวนี้ถูกตรึงแน่นอยู่บนกาวจนไม่สามารถขยับตัวได้เลย เขานิ่งจนทำให้ฉันรู้สึกว่า เขากำลังอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีนัก แต่เนื่องจากกับดักนี้ไม่ใช่กับดักชนิดสปริงค์ อย่างน้อย...มันก็ยังทำให้ฉันโล่งใจ ที่มันไม่สามารถทำให้นกมีบาดแผลหรือทำให้นกกระดูกหักได้
ฉันไม่รู้หรอกว่านกชนิดนี้มีชื่อเรียกว่านกอะไร แต่จากการสังเกตุที่ขนาด ที่ขนและที่ปีกของเขา ฉันก็รู้ว่าเขาเป็นลูกนก ที่อยู่ในวัยกำลังหัดบินและฝึกการหาอาหารด้วยตัวเอง ลูกนกตัวเล็กๆตัวนี้เขามีจะงอยปากที่เป็นรูปกรวยสั้น สีงาเจือสีเนื้ออ่อนๆ ขนของเขามีสีน้ำตาลนวลและมีลายสีน้ำตาลเข้มตามตัว ดูๆไปเขาก็มีลักษณะคล้ายๆกับนกกระจอก จะต่างก็ตรงที่เขามีรูปร่างที่ป้อมๆกลมๆและดูปุกปุยกว่า
หลายวันก่อนหน้านี้ ฉันมักจะได้เห็นลูกนกหลายตัว ที่มีลักษณะและขนาดไล่เลี่ยกันกับนกตัวนี้ มากระโดดโผบิน จิกโน่นจิกนี่เล่นไปตามพื้นดินและตามพุ่มไม้เตี้ยๆ ฉันนั่งมองพวกเขาที่กำลังทำกิจกรรมสะสมประสบการณ์แห่งความอยู่รอด ผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ภาพน่ารักๆในชีวิตจริงของนกเหล่านี้ เป็นภาพที่ดูเพลินตาและให้ความสุขทางใจได้ไม่แพ้ภาพใดๆที่เคยเห็น มันเป็นภาพผ่านจอสี่เหลี่ยมที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีใดๆ ไม่ต้องใช้ไฟและไม่ต้องเสียบปลั๊ก.... ที่นำเสนอโดยความเอื้อเฝื้อจากธรรมชาติ
นกเด็กๆเป็นนกที่กำลังอยู่ในวัยซนและอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าพ่อแม่นกจะได้สอนหลายสิ่งหลายอย่างให้พวกเขาเก็บเป็นความรู้ไว้ใช้สำหรับชีวิตในวันข้างหน้า แต่ในสภาพแวดล้อมของนกในเมืองที่ต้องอยู่ร่วมกับมนุษย์นั้น พ่อแม่นกก็ไม่อาจรอบรู้และสอนลูกๆให้หลีกเลี่ยงอันตรายร้อยแปดที่มนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาได้ทั้งหมด และพ่อแม่นกก็คงไม่ได้สอนลูกๆถึงอันตรายของ "กับดักหนู"
โม เล่าว่า กาวดักหนูถาดนี้เป็นของผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในห้องชั้นล่างใกล้ๆบันได เขาตั้งใจเอามันมาวางเพื่อดักลูกหนูที่มักวิ่งเข้าไปในบ้านของเขา และมันก็ได้วางอยู่ตรงใต้บันไดนี้มาหลายวันแล้ว
จากคำบอกเล่าของโม มันทำให้ฉันรู้สึกหดหู่ใจ เพราะขึ้นชื่อว่ากับดักแล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นชนิดไหน หากมันสามารถทำอันตรายจนถึงแก่ชีวิตต่อเพื่อนร่วมโลกได้ มันก็คงเป็นตัวแทนของความโหดร้ายที่ไม่ต่างไปจากอาวุธใดๆเลย ฉันหวังเหลือเกินว่าหากเจ้าของบ้านรายนี้จะเปลี่ยนมาเลือกใช้วิธีปราณี ด้วยการเลือกที่จะปิดประตูบ้านหรือทำมุ้งลวดกั้น มันก็น่าจะเป็นหนทางแก้ปัญหาที่ดีกว่าการเลือกวางกับดัก แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่อาจคิดแทนเขา และน่าเสียดายที่ผู้คนมักจะเลือกทำในหนทางที่ง่ายก่อนยากเสมอ
มันคงเป็นโชคร้ายของลูกนกผู้อยากรู้อยากเห็นตัวนี้ ที่บังเอิญกระโดดลงไปเล่นในถาดกาว เขาอาจคิดว่ากาวมันกินได้ หรือเขาอาจจะเห็นอะไรบางอย่างติดอยู่บนกาว ก็เลยอยากเข้าไปดูไปเล่นใกล้ๆ จนในที่สุดตัวเองต้องลงไปยืนในถาดกาว กาวเหนียวๆอย่างนี้ ยิ่งดิ้นก็ยิ่งติดแน่น
ฉันไม่เคยมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกาวดักหนูมาก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไรกับมันจึงจะได้ผลดีที่สุดสำหรับการช่วยเหลือลูกนกให้หลุดออกมาจากกาว ฉันจึงเริ่มต้นการช่วยเหลือลูกนกด้วยการใช้มือค่อยๆดึงตัวเขา ลูกนกให้ความร่วมมือด้วยอาการที่นิ่งมากราวกับจะรู้ว่าตัวเองกำลังได้รับการช่วยเหลือ แต่ฉันเอง กลับเริ่มหนักใจ เพราะความเหนียวของกาวทำให้ฉันรู้สึกว่างานช่วยนกที่คิดว่าง่ายๆ กำลังจะกลายเป็นงานยากเสียแล้ว
การจะดึงลูกนกที่มีขาและนิ้วเท้าที่เรียวบางขนาดเท่าๆไม้จิ้มฟันให้หลุดออกจากกาวนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะหากฉันพลาด ฉันอาจทำให้เท้าเล็กๆนั้นได้รับบาดเจ็บ เล็บเท้าและนิ้วเท้าของเขาอาจจะหลุดหรือกระดูกข้อเท้าเล็กๆของเขาอาจจะหัก ลำตัวและหน้าอกที่มีขนและผิวเนื้อบอบบางของเขา ซึ่งติดแน่นอยู่ในกาว ฉันจะช่วยให้มันไม่มีแผลฉีกขาดได้อย่างไร ฉันเริ่มกลัวและกังวลถึงความปลอดภัยของลูกนก ที่ในเวลานั้นฉันมีหนทางช่วยเหลือเขาอยู่เพียงหนทางเดียว
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ ฉันจึงใช้นิ้วมือรวบจับที่เท้าและนิ้วเท้าเล็กๆทั้งหมดของลูกนก แล้วค่อยๆดึงเท้าของเขาให้หลุดออกจากกาวทีละข้าง เนื้อกาวเหนียวหนึบยืดติดเท้าของลูกนกออกมาด้วย และเมื่อตัวของลูกนกหลุดออกจากกาวได้ ฉันก็รู้สึกโล่งใจพร้อมไปกับเด็กๆที่ช่วยลุ้นกันอยู่ข้างๆ พวกเขาต่างมีสีหน้าที่ดูดีขึ้น
ฉันมองดูลูกนกที่ยังคงนิ่งและสงบ จนทำให้ฉันอยากจะรู้เหลือเกินว่า ภายใต้ดวงตาใสแจ๋วคู่นั้น เขากำลังแอบซ่อนความคิดอะไรอยู่ในใจหนอ... ที่เขานิ่งเพราะเขาเหนื่อยและอ่อนล้าจากการดิ้นรนเพื่อให้หลุดออกจากกาวก่อนหน้านี้ หรือที่เขานิ่งเพราะเขาหมดใจและกำลังปล่อยอาลัยปลดปลงกับชีวิต... มันยากที่จะเดาและฉันก็คงไม่มีวันที่จะรู้
ฉันจับลูกนกหงายขึ้นเพื่อตรวจดูสภาพเนื้อตัวของเขาและพบว่า ร่างกายของเขายังอยู่ในสภาพดี นิ้วเท้าและส่วนอื่นๆของร่างกายปกติ แม้ว่าจะมีขนที่หน้าอกส่วนหนึ่งหลุดหายไปติดอยู่บนถาดกาวก็ตาม เมื่อตัวลูกนกหลุดพ้นออกมาจากถาดกาว ฉันจึงได้เห็นซากเล็กๆที่เหลือแต่กระจุกขนติดค้างอยู่ที่ด้านล่าง มันอาจจะเป็นซากของลูกหนู ฉันเดา เจ้าซากนี้ละมังที่เป็นต้นเหตุทำให้ลูกนกสนใจ แล้วโดดลงไปติดถาดกาว
ฉันวางถาดกาวดักหนูลงพื้น ในขณะที่โมก็สวมถุงมือเตรียมพร้อมอยู่แล้ว โมจัดการหยิบถาดกาวดักหนูใส่ถุงพลาสติค เพื่อกำจัดมันทิ้งให้สิ้นซาก และไม่ปล่อยให้มันทำอันตรายกับนกตัวอื่นได้อีก
แม้ในขณะนี้ลูกนกจะปลอดภัยออกมาจากถาดกาวแล้ว แต่การช่วยเหลือลูกนกก็ยังไม่เสร็จสิ้นลงง่ายๆ เพราะตัวของลูกนกยังมีกาวเหนียวๆติดอยู่หลายแห่ง ทั้งที่เท้าทั้งสองข้าง ที่ปีก ที่อก และที่จะงอยปาก ฉันตัดสินใจเลือกที่จะใช้ห้องซักผ้าของตึกเป็นที่ปฏิบัติการ เพราะที่นั่นมีก็อกน้ำอุ่นน้ำเย็น และมีที่ทางกว้างเพียงพอสำหรับทีมเด็กๆที่พร้อมจะให้ความร่วมมือและกระตือรือล้นที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยนกครั้งนี้ ประสบการณ์แบบนี้เป็นสิ่งดีๆที่พวกเขาจะได้บันทึกเก็บมันไว้ในความทรงจำ
ก่อนที่พวกเราจะมุ่งตรงไปที่ห้องซักผ้า ฉันก็ได้ขอให้เด็กๆแยกย้ายกันไปหาสิ่งของที่เราอาจจำเป็นต้องใช้ น้ำยาล้างจาน ยี่ห้อ Dawn ที่อ่อนโยนเพียงพอจนไม่ทำอันตรายต่อนกและมีประสิทธิภาพดีพอที่จะขจัดแม้คราบน้ำมันออกได้ เอามาจากบ้านโม ส่วนถ้วยโฟมใบเล็กๆเป็นของบ้านเรโอมา
ในตอนนี้ ถุงมือคู่เดียวของฉันที่มีติดมาจากบ้านได้ติดกาวเหนียวจนมันไม่สามารถใช้งานอะไรได้อีกต่อไป ฉันจึงต้องถอดมันทิ้งและทำงานด้วยการใช้มือเปล่า เมื่อจัดการละลายน้ำยาล้างจานผสมกับน้ำอุ่นจากก็อกลงในถ้วยโฟมแล้ว ฉันก็เริ่มล้างกาวออกจากตัวนก ด้วยการจัดการกับปาก เท้า อกและปีกนกตามลำดับ ที่สำคัญฉันต้องพยายามให้ตัวลูกนกเปียกน้อยที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เขาหนาวสั่น
ฉันใช้เวลาในการทำความสะอาดตัวลูกนกอยู่พักใหญ่ทั้งล้างทั้งใช้นิ้วดึงรูดกาวออกจากตัวเขา โดยเฉพาะในส่วนสำคัญที่บริเวณจะงอยปาก ซึ่งฉันเลือกที่จะใช้วิธีดึงกาวออกด้วยนิ้วมือและใช้น้ำสะอาดแทนการใช้น้ำยาล้างจาน เพราะฉันต้องระวังไม่ให้น้ำยาล้างจานเข้าตานก ในที่สุดฉันก็รู้สึกว่า น้ำยาล้างจานไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในการกำจัดกาวดักหนูชนิดนี้ ฉันเปิดน้ำก็อก ปรับน้ำไปที่อุณหภูมิอุ่นอ่อนๆ แล้วล้างส่วนต่างๆของตัวนกให้หมดคราบน้ำยาล้างจาน ในขณะนี้แม้กาวจะหลุดออกไปมากแต่ส่วนที่ยังคงเป็นปัญหาหนักอยู่มาก คือตรงปลายปีกข้างหนึ่งของลูกนก
ฉันตัดสินใจหยุดพักและขอให้เด็กๆไปหากระดาษชำระผืนใหญ่ Paper Towel เนื้อนุ่มมาให้ เพื่อใช้ซับและห่อตัวลูกนกไว้ให้อุ่น ฉันรู้ดีว่าฉันไม่สามารถใช้เวลานานกว่านี้ได้อีก เพราะหากลูกนกหนาว เขาอาจป่วยได้ง่ายมาก
ลูกนกในมือยังคงสงบ ดวงตาคู่สุกใสของเขานั้นไม่มีอาการตกใจและไม่มีอาการตื่นกลัว เพราะในระหว่างที่ฉันล้างตัวให้เขานั้น ฉันก็ได้พูดคุยกับเขาไปด้วย แต่หากฉันทำให้เขารู้สึกไม่สะดวกสบาย เขาก็จะใช้จะงอยปากเล็กๆงับมือของฉันเบาๆ ผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาใช้ห้องซักผ้าบางคนถามฉันว่า นกตัวนี้เป็นนกของฉันหรือ บางคนก็มายืนดูเฉยๆแล้วเดินจากไป แต่ไม่มีคนไหนเลยที่จะช่วยฉันได้ถึงความรู้เรื่องการกำจัดกาว
เมื่อฉันรู้สึกว่าฉันหมดหนทางกับน้ำยาล้างจาน ฉันจึงขอให้เด็กๆไปหาแอลกอฮ็อล(Alcohol)ล้างแผลพร้อมสำลีมาให้ และเพียงอึดใจ ของที่ฉันอยากได้ก็มาถึง โมเป็นคนเอาแอลกอฮ็อลใส่ขวดเล็กๆมาให้ ส่วนเรโอมาเป็นเจ้าของสำลี แม้ว่าเด็กๆชาว อเมริกัน 2 คนจะไม่ได้มีบทบาทนัก เพราะพวกเขายังเล็กเกินกว่าที่จะช่วยอะไรได้ แต่พวกเขาก็เป็นผู้ดูที่น่ารัก และฉันก็มั่นใจเหลือเกินว่าสิ่งที่เขาได้เห็นจะคุ้มค่ากับประสบการณ์ครั้งนี้
ฉันเริ่มงานอีกครั้งกับแอลกอฮ็อล ซึ่งในที่สุดมันก็ทำหน้าที่ได้ไม่ดีนัก ฉันถอนใจและหันกลับไปเทน้ำยาล้างจานลงบนปีกลูกนกอีกครั้ง ฉันคงทำได้ดีที่สุดคงแค่นี้ ขนปีกปลอดกาวและสะอาดได้มากกว่า 90% อย่างน้อยก็ถือว่าน่าพอใจ ฉันล้างตัวให้ลูกนกเป็นครั้งสุดท้ายและซับตัวให้เขาจนแห้งหมาด แล้วฉันก็ห่อตัวลูกนกไว้อีกครั้งเพื่อช่วยให้เขาอุ่น
เรโอมา ตั้งคำถามกับฉันว่า ถ้าเราไม่สามารถปล่อยลูกนกตัวนี้ไปได้ ลูกนกจะสามารถอยู่กับฉันและอยู่เป็นเพื่อนคุ้กกี้ได้หรือไม่ ฉันยิ้มรับและตอบเรโอมาไปว่า พวกเราจะช่วยเขาได้และเราจะส่งเขากลับไปมีชีวิตในธรรมชาติ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทำ
ลูกนกที่ถูกห่อด้วยกระดาษเนื้อนุ่มยังคงนิ่ง หัวเล็กๆของเขาที่ถูกเปิดโผล่ออกจากกระดาษเผยให้เห็นใบหน้าที่น่ารัก ฉันใช้นิ้วมือลูบหัวของเขาและพูดกับเขาอย่างแผ่วเบา แววตาของเขายังคงสุกใส ....ลูกนกในกระดาษสีขาวเนื้อนุ่ม ทำให้ฉันนึกไปถึงเด็กอ่อนแรกเกิด ที่ถูกห่อหุ้มแบบเดียวกันนี้ในผ้าอ้อม
ก่อนที่เราจะออกจากห้องซักผ้า แล้วย้ายกันมาที่ลานหน้าบ้านของเรโอมา เพื่อไปใช้ไดร์เป่าผม ในการช่วยให้ตัวลูกนกแห้งและอบอุ่น ฉันได้ขอให้เด็กๆไปช่วยกันขออาหารแมวมาจากเพื่อนบ้าน อาหารนี้เราจะเอามาป้อนให้ลูกนก เพื่อไม่ให้เขาหิวจนเกินไปก่อนที่เราจะปล่อยเขากลับบ้าน
เพื่อนบ้านแถวนี้มีน้ำใจดีและเด็กๆมักรู้ดีว่าจะหาอาหารแมวได้ที่ไหน ในที่สุดพวกเขาก็ได้อาหารแมวที่ใส่มาในถ้วยโฟมใบเล็กๆ
ท้องฟ้าเริ่มจะกล่าวลาแสงของวัน และเด็กอเมริกัน 2 คนพี่น้องก็กลับบ้านไปแล้ว คงเหลือแต่ฉัน โม และเรโอมาที่กำลังจัดการต่อสายปลั๊กเพื่อเอาไดร์เป่าผมออกมาเป่าตัวให้ลูกนก โมปลีกตัวไปหาน้ำอุ่นมาแช่อาหารแมว ส่วนฉันทำหน้าที่จับตัวลูกนกไว้ ในขณะที่เรโอมาเป็นผู้ควบคุณไดร์เป่าผมในมือ เขาปรับไดร์ไปที่แรงต่ำและถือไดร์ให้ห่างจากลูกนก 12 นิ้วตามที่ฉันแนะนำ.... เรโอมาตั้งใจทำหน้าที่ของเขาได้ดีทีเดียว แต่หากเขาเผลอเอาไดร์เข้าใกล้ลูกนกจนเกินไป ฉันก็จะช่วยขยับให้ลูกนกในมือหนีห่างออกจากไดร์
เมื่อลูกนกตัวแห้ง อาหารแมวที่โมเตรียมไว้ก็นิ่มพร้อมที่จะป้อนพอดี ฉันใช้นิ้วยีอาหารแมวให้แตกเป็นก้อนเล็กๆแล้วค่อยๆส่งมันเข้าปากลูกนกด้วยนิ้วมือ ลูกนกกินอาหารแมวได้เองเล็กน้อย แต่เขาไม่ยอมกินน้ำที่ฉันป้อนให้จากหลอดดื่มนมเล็กๆ ไม่เป็นไร...อย่างน้อยอาหารแมวที่ชุ่มน้ำก็คงพอช่วยให้ร่างกายเขาได้รับน้ำไปบ้าง หลังจากที่ขาดน้ำมาพักหนึ่ง
และแล้วภารกิจการช่วยลูกนกของพวกเราก็สำเร็จลงได้ด้วยดี ลูกนกปลอดภัยและเราก็พร้อมที่จะปล่อยเขา
เมื่อถึงเวลาที่พวกเราจะต้องกล่าวคำอำลากัน ฉันยื่นลูกนกในมือเข้าไปใกล้ๆเรโอมา แล้วพูดกับเขาแทนนกว่า "นกอยากบอกว่า..ขอบคุณเรโอมา" แล้วฉันก็ทำเช่นเดียวกันนั้นกับโม และกล่าวว่า "นกอยากบอกว่า..ขอบคุณโม" จากนั้นฉันจึงผายมือทั้งสองข้างออก เพื่อปล่อยให้ลูกนกบินออกไป
นับจากนาทีนี้ ชะตาชีวิตและธรรมชาติคงเป็นผู้ดูแลลูกนกน้อยตัวนี้ ให้เติบโตและอยู่รอดได้ในโลกกว้าง
ฉันภูมิใจในตัวเด็กๆที่พวกเขาต่างเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือสัตว์ตัวเล็กๆอย่างนก และฉันก็มั่นใจเหลือเกินว่า ในวันนั้นพวกเขาต่างได้เรียนรู้ในหลายสิ่งที่ไม่เฉพาะแต่วิธีการช่วยนกเท่านั้น เพราะในช่วงชีวิตอันยาวนานของพวกเขา พวกเขาจะได้มีโอกาสทำสิ่งดีๆเพื่อสัตว์ที่เขารักและเพื่อโลกที่เขาอาศัยต่อไป
และแล้วพวกเราก็ได้ช่วยส่งคืนลมหายใจให้ท้องฟ้า ร่วมกัน
**********************
ข้อควรระวังและวิธีกำจัดกาวดักหนู
จากการค้นหาข้อมูลในภายหลังทำให้ทราบว่า....กาวดักหนูมีทั้งชนิดบรรจุถาดพลาสติกและชนิดเทปกาว ซึ่งกาวแต่ละชนิดก็มีความรุนแรงในระดับที่แตกต่างกัน หากตาของสัตว์ไปสัมผัสโดนกาว ตาก็จะเกิดความระคายเคืองและเกิดเป็นแผล ส่วนกาวชนิดที่มีฤทธิ์รุนแรงก็จะสามารถทำให้สัตว์ตายได้ในทันที
หากนกเข้าไปติดบนกาวดักหนู นกมักจะพยายามทุกทางเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นออกจากกาว โดยนกอาจดึงถอนขนตัวเองจนหลุดเหลือแต่ผิวหนัง หรือนกอาจกัดขาตัวเองจนขาดเพื่อให้ตัวหลุดจากกาว แต่ยิ่งดิ้นรนมากเท่าไรตัวนกก็จะยิ่งติดแน่ในกาว นกที่ติดอยู่ในถาดกาวเป็นเวลานานจะเกิดอาการขาดน้ำ ขาดอาหารจนในที่สุดนกก็จะตายอย่างทรมาน กาวและเทปกาวดักหนูมีอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์อื่นๆ หากมีความจำเป็นที่ต้องใช้กับดักชนิดนี้ เราก็ควรใช้มันอย่างระมัดระวังและหมั่นตรวจดูกับดักที่วางไว้เสมอๆ หรือทางที่ดีที่สุดเราควรเลือกใช้อุปกรณ์ดักหนูชนิดที่ขังหนูไว้ด้านใน แล้วสามารถเปิดกับดัก ปล่อยหนูออกไปในที่ๆต้องการได้ ซึ่งวิธีนี้จะปลอดภัยกับสัตว์ทุกชนิด
หากพบนกในธรรมชาติติดบนกาวกับดักหนู เราควรรีบช่วยเหลือนก ด้วยการ
1. ใช้น้ำมันพืช(Vegetable oil) เทลงบนถาดกาวกับดักหนูในกรณีที่ตัวนกติดอยู่ในถาดกาว หรือทาน้ำมันพืชลงบนตัวนกในส่วนที่มีกาวติดอยู่ น้ำมันจะช่วยละลายกาวในเวลาไม่นานนัก
2. จากนั้นล้างคราบน้ำมันพืชออกด้วยน้ำสบู่ชนิดอ่อน(Mild Soap) หรือน้ำยาล้างจานชนิดอ่อนผสมน้ำอุ่น แล้วล้างตัวนกให้สะอาดอีกครั้งด้วยน้ำอุ่นอ่อนๆ
3. หากพบว่านกได้กินกาวหรือกินซากสัตว์ที่ตายด้วยพิษกาวเข้าไป ควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์ด่วน พร้อมตัวอย่างกาว
หมายเหตุ: วิธีนี้สามารถใช้ช่วยเหลือสัตว์ชนิดอื่นที่ติดกาวดักหนูได้เช่นกัน
.....
เขียนโดย แก้วตา
8/10/2004 ปรับปรุงล่าสุด 9/19/2007
|