HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Free My Wings



ตามไปช่วยชีวิตนกที่อินเดีย


เรื่องและภาพประกอบโดย สพ.ญ อาภัสสร เราธ์


» หนึ่งภาพตัวอย่างจากหลายเคส ของนกที่ได้รับบาดแผลสาหัสจนเห็นกระดูก » ที่ศูนย์เพาะพันธุ์แร้ง เมือง Pinjore, ในภาพเป็นแร้งที่ต้องถูกตัดปีกทิ้ง


ปีนี้โชคดี.. ได้รับข่าวว่า หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์สัตว์ป่าของ ZSL (Zoological Society of London) ไฟเขียวให้เราติดตามสามีไปทำงานให้กับ Vulture Conservation Project ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง BNHS (Bombay Natural History Society) ZSL และ RSPB (Royal Society for the Protection of Birds) โดยเริ่มในปี คศ. 2000

ประชากรนกแร้งในอินเดีย ก่อนปี 1999 มีจำนวนมาก จนเป็นเรื่องปกติ ที่ทั่วทุกหนแห่งในอินเดียจะ สามารถเห็นนกแร้งได้ทั่วไป ปี 1999 ประเทศอินเดียเริ่มตระหนักว่า ประชากรแร้งได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่มีใครทราบสาเหตุ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการค้นหาสาเหตุ ในการนี้ทาง ZSL จึงได้ส่ง vet pathologist เพื่อชัณสูตรซากแร้งที่ร่วงตายในธรรมชาติจำนวนมาก ผลจากการผ่าซาก พบว่า แร้งจำนวนมากมีรอยโรคของไตร่วมด้วยเสมอ กว่าเค้าจะสืบสาว รวบรวมข้อมูล ต้องใช้เวลาพอสมควร จนในที่สุดก็ค้นพบว่า สาเหตุที่ก่อโรคไตวายในแร้งนั้น มาจากตัวยาแก้ปวดไดโคลฟีแนค ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในคน แต่ชาวอินเดียนิยมใช้ในวัว หรือแพะแกะด้วย และเมื่อวัวได้ตายลง เค้าก็เอาซากไปทิ้งไว้ให้แร้งกิน ซึ่งเป็นการกำจัดซากที่ดี แต่ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตัวยาที่ตกค้างในซากสัตว์เหล่านั้น เป็นพิษต่อไตแร้งรุนแรงถึงตาย เมื่อแน่ใจในสาเหตุที่ทำให้ประชากรแร้งลดลงแล้ว ไม่นานทางการก็ประกาศ ห้ามใช้ยาตัวนี้ในปศุสัตว์ทันที และแนะนำให้ใช้ยาตัวอื่นแทน แต่จนบัดนี้ก็ยังมีผู้แอบใช้อยู่

ก่อนหน้าปี 1999 ไม่เคยมีใครสำรวจ และทำการบันทึกจำนวนแร้งที่แท้จริงในอินเดีย เนื่องจากแร้งมีจำนวนมาก และเห็นกันเป็นปกติ คาดกันว่าประชากรแร้ง ของทั้ง ๓ พันธุ์ในอินเดีย ได้ลดลงถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์

Vulture Conservation Project ซึ่งอยู่ในการจัดการของ BNHS และนอกจาก ZSL และ RSPB ที่ได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว ก็เริ่มมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานด้านอนุรักษ์นกจากต่างประเทศให้ความสนับสนุนอีกด้วย เค้ามีศูนย์เพาะเลี้ยงแร้ง ที่ Pinjore รัฐ Haryana เป้าหมายที่จะให้มีการเพาะแร้ง ๓ สายพันธุ์ ที่ลดหายไปด้วยผลจากการใช้ยานี้ โดยให้มีสายพันธุ์ละ ๕๐ คู่ ซึ่งตัวเลขขณะนี้มีแร้ง ๑๗๐ ตัว รวม ๓ พันธุ์

ในปี ๒๐๐๕ ทาง ZSL เริ่มได้ยินข่าวเกี่ยวกับเทศกาลว่าว ที่ เมือง Ahmedabad รัฐ Gujarat เทศกาลนี้เป็นประเพณีทางศาสนาฮินดูมานานและเป็นเทศกาลประจำปี แต่ที่น่าสนใจและเป็นที่น่าสังเกตุคือ สายว่าวที่เค้าใช้เล่นนั้น ได้เคลือบผงแก้วไว้เพื่อให้เกิดความคมสำหรับใช้ในการต่อสู้กัน และถึงแม้ผู้เล่นจะไม่ได้เล่นเพื่อสู้กัน สายว่าวที่ใช้ก็ยังเป็นชนิดที่เคลือบผงแก้ว ซึ่งคงเป็นความเคยชิน อย่างไรไม่ทราบ

ทุกปี.. นกจำนวนนับพัน ที่ตกเป็นเหยื่อจากประเพณีการเล่นว่าว แต่ผู้คนไม่ได้สังเกตุเห็น ที่เมืองนี้มี มูลนิธิที่ทำงานช่วยเหลือสัตว์ชื่อ Animal Help Foundation (AHF) ที่ได้ทำงานด้านคุมกำเนิดประชากรสุนัขเป็นส่วนใหญ่ โดยปีที่แล้วมูลนิธิได้ทำการทำหมันในสุนัขถึง ๔,๕๐๐ ตัว มูลนิธินี้มีที่ขนาดใหญ่มากเพื่อรองรับสัตว์ป่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สุนัข ลิง ลางเกอ (หนุมาน) กวาง นก ในปี ๒๐๐๔ มูลนิธิเริ่มได้เห็นว่า ในเทศกาลว่าวมีคนนำนกบาดเจ็บมาให้รักษาจำนวนมาก แต่เนื่องจากสัตวแพทย์ของมูลนิธิไม่เคยรักษานกมาก่อน ส่วนใหญ่จึงไม่ได้ทำอะไร ทำให้นกที่รอดไม่สามารถบินได้อีก ที่ไม่รอดส่วนใหญ่มักเกิดจากการเสียเลือดจนตาย ปี ๒๐๐๕ กว่าทาง ZSL จะทราบเรื่องก็ไม่ทันแล้ว พอปี ๒๐๐๖ เค้าจึงส่ง สัตวแพทย์ ไปล่วงหน้าก่อนเทศกาลว่าว เพื่อทำ workshop ด้านการรักษา ผ่าตัดและวางยาสลบในนก ให้กับสัตวแพทย์อินเดียที่ทำงานกับมูลนิธิ และ BNHS นอกจากนี้ยังมีหมอจากศรีลังกา และเนปาลเข้าร่วมด้วย เมื่อวันจริงมาถึง..พวกเค้าสามารถรับมือได้ดีพอสมควร เพราะหมอเค้ามีฝีมือด้านผ่าตัดในสุนัขอยู่แล้ว การจัดการเกี่ยวกับการห้ามเลือดก่อนที่จะผ่าตัดจึงสำเร็จสูง


» เชือกว่าวที่พันรุงรังตามสายไฟฟ้า และไม่สามารถแกะออกได้ เป็นผลทำให้นกไปติดในเชือกและได้รับบาดเจ็บ » ภาพของแร้งผู้โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือ กำลังจะฟื้นจากยาสลบ


ปีนี้ เทศกาลว่าวระหว่างวันที่ ๑๔ และ ๑๕ มกราคม พวกเราซึ่งมีหมออังกฤษ และ Nat ซึ่งเป็น bird keeper & trainer ทำงานที่ ZSL เช่นกัน และเรา พวกเราเดินทางมาถึง Ahmedabad ในวันที่ ๙ เราได้มีโอกาสดูรังนกแร้ง ๒ รัง และดูบรรยากาศก่อนเริ่มเทศกาลว่าว ซึ่งเริ่มเล่นกันแล้ว เราได้ไปดูศูนย์รับนกบาดเจ็บ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๑ ศูนย์ เช่นเดียวกับปีที่แล้ว ทาง AHF ได้ตั้งศูนย์อาสาสมัครรับนกบาดเจ็บทั่วเมือง ทั้งหมด ๑๑ จุด ทางกรมป่าไม้ช่วยเหลือด้านการพิมพ์ใบปลิว เพื่อออกแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยใช้ ๒ ภาษา คือ ฮินดีและอังกฤษ โดยมีใจความดังนี้

" เวลาแห่งปีมาถึงอีกแล้ว เมื่อว่าวครองท้องฟ้า ในช่วงแห่งการฉลอง แต่เจ้าของท้องฟ้าที่แท้จริงกลับร่วงสู่พื้นดิน นกจำนวนนับร้อยจะต้องสูญเสียปีกไปตลอดชีวิต ในช่วงแห่งเดือนมกราคมเหมือนเช่นทุกปี AHF ได้ จัดตั้งศูนย์รับนกบาดเจ็บตามที่อยู่ข้างล่างนี้ทั่วเมือง "

นอกจากนี้เค้าจะแนะนำด้วยว่า ประชาชนต้องทำอย่างไรบ้างในการนำนกส่งศูนย์ ถ้าเป็นนกใหญ่เค้ามี เบอร์โทรติดต่อโดยตรง เพื่อความปลอดภัยของคนผู้พบเห็นเองด้วย เพราะการจับนกใหญ่แบบไม่รู้วิธี สามารถนำมาซึ่งอันตรายเช่นกัน

วันที่ ๑๑ นกบาดเจ็บเริ่มทยอยเข้ามา จนถึงวันจริงในวันที่ ๑๔ จำนวนนกที่เข้ามา ๑๗๑ ตัว วันที่ ๑๕ นกเข้ามา ๒๐๖ ตัว มีอาสาสมัครมาช่วยกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา คณะการศิลปะการออกแบบ และสัตววิทยา

มีนกจำนวนมากที่ไม่สามารถทำการรักษาได้ เนื่องจากบาดแผลที่โดนตัดขาดรุนแรงมาก หลายตัวหากล้ามเนื้อไม่ได้เลย และบางตัวพวกเอ็นข้อต่อขาดหายไปก็มี ปีกหักหมุนได้รอบก็มี พวกที่รอดจากการผ่าตัดรักษา จะได้ยาแก้ปวดทุกตัว ทาง AHF เล่าให้ฟังว่า จะคงมีนกบาดเจ็บเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงเดือนพฤษภาคม เพราะมีว่าวจำนวนมากที่ติดตามสายไฟ และต้นไม้ทั่วเมือง เพราะเค้าไม่มีการปลดว่าวเหล่านี้ออกให้เรียบร้อย แต่กลับปล่อยให้มันสลายไปเองตามกาลเวลา ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อเนื่องในนกต่ออีก


» ภาพถ่ายและข้อมูลที่จัดแสดงให้ประชาชนชมจากหนึ่งใน 11 แห่งของศูนย์ปฏิบัติการ

ปีนี้สื่อมวลชนทุกแขนงสนใจมาทำข่าวกันเยอะมาก ซึ่งเป็นการดีต่อการให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างดี และเค้าหวังว่าผู้คนจะตระหนักถึงภัยของนกมากขึ้น จากนั้นพวกเราได้เดินทางไปศูนย์เพาะเลี้ยงแร้งที่Pinjore พวกเราอยู่ที่นี่ ๖ วัน เพื่อช่วยทำการผ่าตัดปีกให้กับแร้ง ๕ ตัว ซึ่งแร้งทั้ง ๕ นี้เป็นแร้งที่รอดชีวิตจากการโดนสายว่าวบาดปีกมาเมื่อ ๒-๓ ปีก่อนแต่ไม่ได้รับการรักษา เป็นผลให้ปีกลาก บินไม่ได้อีกเลย บางตัวไม่สามารถไซร้ปีกตัวเองได้ ทำให้มีไรจำนวนมาก หลังจากตัดปีกออกแล้ว การครองตัวดีขึ้นมาก ไม่ต้องลากปีกไปมาอีก ตอนนี้ได้ข่าวว่ามี ๒ ตัวที่ยังคงมีปัญหาเรื่องแผลผ่าตัด เพราะการจัดการหลังผ่าตัดค่อนข้างมีปัญหา

เราได้มีโอกาสอุ้มเค้าตอนทำแผลผ่าตัด เค้าตัวสั่นมากเลย คงเครียดน่าดู จากการที่เราได้มีโอกาสใกล้ชิดกับแร้งในครั้งนี้ ทำให้ได้เปลี่ยนทัศนคติต่อแร้งหมดเลย เคยนึกรังเกียจที่เค้ากินซากสัตว์ และแขยงที่หัวและคอเค้าล้านไม่มีขน จริงๆแล้วขนที่หัวและบริเวณคอมี และเส้นละเอียดนุ่มมาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะธรรมชาติการกินอวัยวะภายในที่อยู่ลึกในร่างกายสัตว์ กายวิภาคจึงถูกออกแบบมาให้คอยาวและไม่มีขนใหญ่ เพื่อไม่เลอะเทอะและขัดขวางการกิน

นกแร้ง ผู้ไม่เคยเบียดเบียนใครเลย และไม่ต้องการอะไรมากในชีวิต แต่จริงๆแล้วชีวิตเค้าสำคัญมากเลยในวิถีชีวิตของชาวอินเดีย และสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะบางศาสนา ที่มีความเชื่อในเรื่องการกลับคืนสู่ดิน และน้ำของชีวิต ซึ่งต้องอาศัยแร้งในการกลับสู่วัฏจักรนี้ วิถีและประเพณีของเค้า โดนกระทบมากเลยตั้งแต่ประชากรแร้งลดลง





CookieTalkie.com ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนให้ลงเผยแพร่บทความนี้

*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com