 |
เรื่องราวของ Tiki ผู้ถูกทำให้หมดความสามารถในการออกเสียง
Tiki's Tale: Devoicing
By Sybil Erden
© December 14, 1999

Photo: The Oasis Sanctuary |
 |
 |
Tiki เป็นนก Blue and Gold Macaw อายุ 18 ปี ที่เดินทางมาถึง The Oasis Sanctuary ใกล้วัน Thanksgiving ของปี1997 ในช่วง 16 ปีแรกของชีวิต Tiki ได้อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวตลอดมา กับสตรีผู้อยู่ในสถานะภาพหย่าร้างที่รักหลงในตัว Tiki พวกเขาอยู่ด้วยกันในบ้านที่ Tiki จะเข้าห้องนั้นออกห้องนี้ได้ตามความพึงใจ
Tiki จึงเป็นนกที่มีความสุข ได้รับการดูแลอย่างดี จนสามารถพูดได้ว่า...ถูกตามใจมาก่อน
เมื่อ Tiki อายุได้ 14 ปี สตรีผู้นี้ก็ได้พบกับชายคนใหม่ หลังจากนั้นทั้งเธอและ Tiki จึงได้ย้ายจากบ้านที่เคยอาศัยด้วยกันไปอยู่ใน adult community คอนโดมิเนียม ตั้งแต่นั้นมา..เสียงร้องแหบห้าวธรรมดาๆที่แสดงออกถึงความสุขของ Tiki ก็กลับกลายเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ทั้งสามีคนใหม่และเพื่อนบ้านหลายคน ต่างไม่พึงใจกับเสียงหนวกหูนี้
แม้ว่าสตรีผู้เป็นเจ้าของ Tiki จะยังคงทำงานนอกบ้าน แต่สามีของเธอผู้ซึ่งเพิ่งรีไทร์ได้ไม่นาน จะอยู่บ้านทุกวัน และเขาก็มักบ่นเรื่องเสียงหนวกหู เพื่อนบ้านหลายคนได้ติดต่อแจ้งไปที่สมาคมหมู่บ้านและขู่ว่า จะฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฏหมาย หากปัญหาเรื่องเสียงหนวกหูนี้ไม่เบาบางลง
แทนที่จะขอคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมนก หรือขายบ้านใหม่ของพวกเขา หรือตีจากสามีคนใหม่ สตรีผู้นี้ได้เลือกที่จะปรึกษากับสัตวแพทย์ ผู้เสนอทางออกที่เขาให้คำจำกัดความว่า เป็นปฏิบัติการผ่าตัดที่ธรรมดาๆ....
Tiki ถูกทำผ่าตัด ที่ทำให้เขาไม่สามารถออกเสียงได้ (Devoicing)
การถูกทำให้ไม่สามารถออกเสียงได้ ไม่ใช่การทำผ่าตัดที่ธรรมดา ถึงแม้ว่าการกระทำที่ป่าเถื่อนคล้ายๆกันแบบนี้ จะมีทำกันเป็นประจำเสมอๆกับสุนัข แต่มันก็มีความยุ่งยากซับซ้อนและเป็นปฏิบัติการที่เป็นอันตรายอย่างมากสำหรับนก นกและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ มีความแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตรงที่ นกไม่มีเส้นเสียงในลำคอ (vocal cord) ที่จะเป็นตัวทำให้เกิดเสียง แต่นกผลิตเสียงด้วยความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันจากการขับเคลื่อนและแรงสั่นสะเทือนของอากาศ ที่เคลื่อนผ่านเข้าไปในบริเวณทรวงอก นกมีความสามารถพิเศษในการควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของหน้าอก รวมถึงควบคุมอากาศที่เคลื่อนผ่านเข้าไปในช่องอก (Thoracic Cavity) ด้วย
การถูกทำให้ไม่สามารถออกเสียงได้ (devoicing) นี้ เป็นปฏิบัติการที่ได้พัฒนามาจากอุตสาหกรรมสัตว์ปีก เพื่อทำให้ไก่ตัวผู้ไม่สามารถออกเสียงได้ โดย 70-80% ของไก่ตัวผู้ที่ผ่านการทำผ่าตัดชนิดนี้ จะเสียชีวิตในภายหลังเนื่องจากการติดเชื้อ หรือจากอาการบวมของเนื้อเยื่อ ที่มีผลทำให้ไปปิดทับช่องทางเดินหายใจ
การทำผ่าตัดจะต้องทำโดยการกรีดผ่านผิวหนังและเนื้อเยื่อลงไปที่ร่างกายนก เข้าไปในโพรงช่องอกที่ตำแหน่งทางเข้าช่องอกด้านหน้า บริเวณใต้ถุงพักอาหารเหนือกระดูกหน้าอก ที่ภายในช่องอกนี้ จะบรรจุไปด้วยหัวใจ ปอดและถุงลมจำนวนหนึ่ง รวมอยู่ในช่องเดียวกัน
เมื่อได้ผ่าเข้าไปถึงในส่วนของช่องอกแล้ว มันก็จะมี 2-3 วิธี
ในการทำให้นกไม่สามารถออกเสียงได้ โดยวิธีทั้งหมดจะเกี่ยวเนื่องกับการทำให้เกิดรอยแผลที่ผนังกล้ามเนื้อหน้าอกที่ยึดกล่องเสียงไว้ จนทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้
วิธีหนึ่งของการผ่าตัดขั้นต้น คือการเฉือนผนังกล้ามเนื้อทิ้ง ซึ่งเมื่อแผลหายเป็นปกติก็จะปรากฏรอยแผลเป็น.. อีกวิธีคือการป้ายกรดลงไปบนกล้ามเนื้อ ซึ่งก็จะได้ผลออกมาในแบบเดียวกัน นอกจากนี้จะเป็นการใช้ตาข่ายใยแก้ว ผูกมันพันเข้าที่ผนังหน้าอก
วิธีปฏิบัติการเหล่านี้ จะมีผลให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและทำให้เนื้อเยื่อเกิดอาการบวม
มีนกเพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่จะรอดชีวิตจากความป่าเถื่อนนี้ พวกที่รอดก็คือนกพวกที่ไม่ได้รับการติดเชื้อจากสารพิษที่ได้เข้าไปอยู่ในร่างกาย หรือนกที่ไม่ได้ช็อคตายเสียก่อน จากอาการบวมของเนื้อเยื่อ ที่ไปปิดทับช่องทางเดินหายใจ ส่วนผลที่ตามมาก็คือ นกจะไม่สามารถออกเสียงได้เลย หรืออย่างในกรณีของ Tiki ที่ทำได้แค่ส่งเสียงน่ากลัวออกมาจากในลำคอ
Tiki รอดชีวิต
ก่อนการทำผ่าตัด มีรายงานว่า Tiki เคยพูดได้มากกว่า 20 คำ
ในวันนี้..หลังจาก 4 ปีที่ถูกทำผ่าตัด Tiki ได้แต่ "เห่า"
เมื่อสตรีผู้เป็นเจ้าของ Tiki ไปพบกับสัตวแพทย์คนที่ทำให้ Tiki พิการ เธอไม่เคยได้รับการบอกเล่าถึงอันตรายจากการทำผ่าตัดที่ Tiki ต้องเผชิญ และเธอก็ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับความเสียหายที่จะเกิดกับสภาพจิตใจ ที่การทำให้หมดความสามารถในการออกเสียงนี้ ได้ส่งผลกับตัว Tiki
การออกเสียง การพูด การร้องเรียก มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตของนก Macaw เช่นเดียวกับที่การพูดและการร้องเพลง ก็มีสำคัญต่อชีวิตของเรา การทำให้นกต้องสูญเสียเสียงไปโดยสิ้นเชิง เป็นความโหดร้ายที่ไม่ต่างอะไรกับการตัดปีกด้วยวิธีpinioning ที่นกต้องถูกรวบตัดข้อกระดูกปีกออกไปส่วนหนึ่ง เพื่อทำให้นกสูญเสียความสามารถในการบิน
จากนกที่มีความสุขและช่างพูด Tiki กลายเป็นนกที่ตีตัวออกห่างและก้าวร้าว โดยเฉพาะกับสามีคนใหม่ และแม้ว่าสตรีผู้เป็นเจ้าของ Tiki จะรักนกของเธอ แต่เธอก็ได้เลือกใช้วิธีที่จะทำให้ Tiki นก Macaw ที่ขาดความสุขตัวนี้....ต้องหลับนิรันดร์
โชคดีเหลือเกิน ที่เพื่อนผู้รู้ใจคนหนึ่งแนะนำว่า น่าจะให้ Tiki มาอยู่ที่ The Oasis
หลังจากที่ Tiki มาถึง The Oasis ได้ไม่นาน ฉันก็ได้ติดต่อไปที่สัตวแพทย์ผู้ซึ่งเป็นประธานกรรมการด้านจริยธรรมของสมาคมสัตวแพทย์สัตว์ปีก ฉันวาดหวังว่า.. สมาคมสัตวแพทย์สัตว์ปีกจะมองเห็นว่า การทำผ่าตัดที่ทำให้ไม่สามารถออกเสียงได้นี้ เป็นการปฏิบัติที่ขาดจริยธรรม ฉันอยากรู้ว่าจะทำอะไรได้บ้างกับสัตวแพทย์ (หนึ่งในสองคนที่อยู่ในรัฐ Phoenix ผู้รับงานผ่าตัดประเภทนี้) ผู้ซึ่งทำการผ่าตัดนี้กับ Tiki
แต่ฉันก็ต้องสะดุ้ง เมื่อฉันได้รับรู้ว่า สมาคมสัตวแพทย์สัตว์ปีกได้วางการทำผ่าตัดที่ทำให้ไม่สามารถออกเสียงได้นี้ว่า มิได้เป็นปฏิบัติการที่ขาดจริยธรรม
ฉันได้รับการบอกกล่าวว่า ตราบใดที่การผ่าตัดกระทำภายใต้การให้ยาสลบ โดยที่เจ้าของนกรับรู้และให้การยินยอม ก็ถือว่าเป็นจริยธรรมที่ยอมรับได้ หมอบอกกับฉันว่า โดยส่วนตัวแล้ว เขามองว่าการทำผ่าตัดที่ทำให้ไม่สามารถออกเสียงได้เช่นนี้ น่าจะเป็นหนทางสุดท้าย ก่อนการวางยาที่จะทำให้นกต้องหลับนิรันดร์
ฟังหมอพูดแบบนี้ ฉันได้แต่ฉงนในใจ..... แล้วสมาคมสัตวแพทย์สัตว์ปีกได้วางจริยธรรมของการวางยาให้ตาย ไว้ที่ตรงไหนหรือ
ต้องใช้เวลานานถึงสองสัปดาห์กว่าที่ Tiki จะยอมขึ้นมายืนบนคอนไม้ที่ฉันยื่นให้ และก็ต้องใช้เวลานานถึง 2 เดือนก่อนที่ Tiki จะยอมก้าวขึ้นมายืนบนแขนของฉันโดยปราศจากการจิก Tiki จะอยู่บนคอนตั้งพื้นของเธอที่วางอยู่ในโถงห้องครัวใกล้ๆกับนกตัวอื่นๆ เช่น Macaws, Cockatoos และ Amazon ตลอดทั้งวัน แต่ Tiki ก็ไม่ได้สนใจที่จะเล่นกับนกเหล่านั้นเพราะ Tiki ไม่เคยรู้ว่า...ตัวเองเป็นนก
แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาถึงสองสามเดือน ที่ทั้ง Tiki และฉันต่าง ได้สร้างความผูกพันในรูปแบบที่ฉันเองก็ไม่เคยมีมาก่อน อย่างน้อยก็กับนกสีฟ้าที่งดงามเช่นนี้ ไม่มีอะไรที่จะทำให้ Tiki มีความสุขมากไปกว่า การที่เธอได้จัดไซ้ขนตาของฉันหรือได้นั่งลงบนตักของฉัน
Tiki จะไม่มีวันได้คืนเสียงที่เคยมี ไม่มีทางได้คืนความสามารถในการพูดที่เคยมี ไม่มีแม้กระทั่งความสามารถในการกู่ร้องต้อนรับอรุณและร่ำลาดวงตะวัน ด้วยความรื่นรมณ์ของการเกิดเป็นนก Macaw
Tiki จะอยู่อย่างปลอดภัยในที่แห่งนี้ The Oasis
แม้ Tiki จะไม่อาจเรียกคืนสัญชาติญาณในความวางใจ โดยเฉพาะที่มีต่อมนุษย์กลับมาได้อย่างสมบูรณ์ แต่ในดวงตาคู่งามที่เป็นประกายสุกใส... ไร้ซึ่งถ้อยคำใดๆ Tiki ได้บอกกับฉันว่า
เธอรู้ว่า...ในที่สุดเธอก็ได้พบกับที่พักพิง
ขอบคุณ The Oasis Sanctuary Foundation
http://www.the-oasis.org/index.php
Special Thanks to:
Sybil Erden, President/CEO
The Oasis Sanctuary, Phoenix, Arizona.
CookieTalkie.com ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทความให้แปลบทความนี้ลงเผยแพร่ อย่างถูกต้องตามกฏหมาย
Web Editor's Note: คุณหมอไชยยันต์ เกษรดอกบัว กรุณาอธิบายว่า " การผลิตเสียงของนกนั้น อากาศจะเคลื่อนผ่านกล่องเสียง (syrinx) ภายในหลอดลม (trachea) กล่องเสียงเป็นอวัยวะผลิตเสียง ภายใต้การทำงานของมัดกล้ามเนื้อหลายมัด ที่ไม่พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม"
นอกจากนี้คุณหมอยังกรุณาให้ความรู้เพิ่มเติมอีกว่า การทำให้นกไม่สามารถออกเสียงนั้น "ผลที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ได้ดังที่หวังไว้ อาจจะไม่ปรากฏตลอดไปในตัวนกที่ถูกทำให้ไม่สามารถออกเสียง เพราะนกอาจจะยังส่งเเสียงร้องได้ในภายหลัง"
เอกสารอ้างอิง
Beynon, P.H. 1996. Manual of Raptors, Pigeons and Waterfowl. J Looker Printers. Dorset, UK.
ขอขอบคุณ คุณหมอไชยยันต์ เกษรดอกบัว PhD
อาจารย์ผู้บรรยาย สาขาวิชาพยาธิวิทยาทางสัตวแพทย์
โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
.....
ถอดความโดย แก้วตา
7/20/2006
|