HOME
วัตถุประสงค์คู่มือการดูแลนกเรื่องเล่าจากประสบการณ์Watch Me Flyรายชื่อหมอแหล่งข้อมูลแจ้งนกหาย/พบนกปรึกษาและสนทนาอุปการะนกติดต่อ


Free My Wings



การค้านกป่า..เมื่อธรรมชาติถูกจองจำ


เรื่องโดย เพชร มโนปวิตร
รองผู้อำนวยการ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย
กรรมการฝ่ายวิชาการ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย


ภาพประกอบ: "ปลากระดี่ได้น้ำ"
เช้าวันหนึ่งต้นเดือนพฤศจิกายน ข้อความฟอร์เวิร์ดอีเมลจากคุณกฤษณา แก้วปลั่ง ผู้จัดการสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยปรากฏขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของผม เป็นข้อความที่ถูกส่งต่อมาจากสมาชิกอาวุโสท่านหนึ่งของสมาคมอนุรักษ์นกฯ เป็นข้อความที่ทำเอาผมได้แต่อึ้งและเครียดไปตลอดเช้าวันนั้น ข้อความและแหล่งที่มาที่ว่ามีดังนี้

นกเงือกหัวแรด หายากมากๆ เลี้ยงตั้งแต่ลูกป้อน อายุ 2 ปี เชื่องสุดๆ ราคา: 12000 บาท
สนใจติดต่อคุณ: xxxxx xxxx IP xx.xx.xx.xx ได้ที่ โทร/e-mail: xxxxx@yahoo.com


ครับ มันคือข้อความประกาศขายนกเงือกหัวแรด นกเงือกหายากที่สุดชนิดหนึ่งของบ้านเราอย่างเปิดเผยในเว็บไซต์ขายของมีชื่อ นกเงือกหัวแรดเป็นนกขนาดใหญ่มีโหนกสีส้มแดงขนาดใหญ่งอนขึ้นคล้ายนอแรด เป็นนกเงือกที่อาศัยอยู่เฉพาะในป่าดิบทางตอนใต้สุดของประเทศเช่นบริเวณอุทยานแห่งชาติทะเลบัน อุทยานแห่งชาติบูโด สุไหงปาดี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา แน่นอนว่านกเงือกหัวแรดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดค้าหรือครอบครอง

ผมเลื่อนลงมาดูข้อความอื่นๆ ก็พบว่ารายชื่อนกที่ประกาศขายกันนั้นหลากหลายจนน่ากลัว

  • กระรองทองแก้มขาว มี 2 ตัว ขายตัวละ 2,000 เป็นนกหายาก ร้องเสียงเพราะมากๆ มาก่อนได้ก่อน ติดต่อ xxxxxx
  • กางเขนดงใต้ 2,000 นกแก้วหกใหญ่ 1คู่ 2,500 นกเขาลายเล็ก 7000 ติดต่อ xxxxxx
  • นกขุนแผน เข้าคู่แล้ว 3 คู่ นกเชื่อง เลี้ยงคู่ละกรง คู่ละ 1,500 บาท ติดต่อ xxxxxxxxx
ทุกข้อความต่างบรรยายสรรพคุณสินค้าอย่างน่าดึงดูด พร้อมกับราคาและรายละเอียดสำหรับการติดต่ออย่างครบถ้วน ทั้งเบอร์โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ อีเมล

มันทำให้ผมนึกไปถึงนกแต้วแล้วยักษ์ตัวเมียที่ถูกนำมาวางขายอย่างโจ๋งครึ่มกลางตลาดนัดซันเดย์เมื่อสองปีที่แล้วซึ่งคนขายไม่ได้ปิดบังหรือรู้สึกผิดแต่อย่างใด “น่ารักนะจ๊ะ หายากมากเลยนะตัวนี้ เพิ่งได้มาจากยะลา สองพันเก้าเองเอามั๊ย” แม่ค้าเอ่ยปากเชิญชวนผม มันเป็นฝันร้ายกลางวันแสกๆ ของวงการอนุรักษ์สัตว์ป่าเพราะนกชนิดดังกล่าวเป็นนกป่าประจำที่ราบต่ำที่หายากที่สุดชนิดหนึ่ง แน่นอนที่สุดว่านกแต้วแล้วตัวนั้น และนกอื่นๆอีกมากมายถูกจับมาจากป่า

แม้ในปัจจุบันนกบางชนิดในประเทศไทยจะได้รับการยกเว้นให้มีการเพาะเลี้ยงได้ แต่การค้านกป่าส่วนใหญ่ยังคงเป็นกิจกรรมผิดกฎหมายที่คุกคามความอยู่รอดของนกในธรรมชาติ เพราะตามประกาศกฎกระทรวงปีพ.ศ. 2546 ที่กำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ มีนกจำนวน 42 ชนิดเท่านั้นจากนก 952 ชนิดซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้รับการยกเว้นให้มีการเพาะพันธุ์ได้ และทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การอนุญาตให้มีการเพาะเลี้ยงนกบางส่วนแม้จะเป็นความพยายามในการแก้ปัญหาการเลี้ยงสัตว์ป่าที่เรื้อรังตามสภาพความเป็นจริง แต่ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้มีการลักลอบนำนกหายากจากป่าเข้ามาขายปะปนด้วยเสมอ หรือมีการนำนกที่จับมาจากธรรมชาติมาขายแทนเพราะต้นทุนถูกกว่าการเพาะเลี้ยง

ทุกวันนี้ขบวนการลักลอบค้านกป่านับเป็นปัญหาด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่ง เป็นขบวนการที่เต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์ เป็นขบวนการทำลายธรรมชาติที่กำลังรอให้มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

แกะรอยพรานดักนก

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นตอของปัญหาการค้านกป่าแท้จริงแล้วก็คือความต้องการและค่านิยมในการเลี้ยงนก จะกล่าวว่าเป็นวัฒนธรรมโบราณที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยมนุษย์เพิ่งเริ่มจะหัดเดินสองขา หลังตั้งตรงก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะในสมัยโน้นมนุษย์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและคุ้นชินกับการพึ่งพาอาศัยใช้ประโยชน์จากป่าเป็นหลัก สัตว์ชนิดไหนใช้การได้ดี มีลักษณะสวยงามก็ถูกนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ครั้นมนุษย์เริ่มต้นอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งชุมชนเมืองจึงเกิดขึ้น และเกิดความต้องการที่จะมีส่วนหนึ่งของธรรมชาติอยู่ใกล้ๆ สมัยก่อนไม่มีสัตว์เลี้ยงอย่างเช่นทุกวันนี้ การจับสัตว์จากธรรมชาติมาเป็นสัตว์เลี้ยงจึงไม่ใช่เรื่องแปลก และกลายเป็นค่านิยมฝังลึกสืบทอดกันมา

แปลกแต่จริงที่มนุษย์มีการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีขึ้นมากมาย แต่ค่านิยมบางอย่างก็ยังดำรงอยู่มาจนปัจจุบัน แม้เราจะรู้แล้วว่าทุกวันนี้ธรรมชาติหาได้สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน ผืนป่ากว้างใหญ่ถูกบุกรุกทำลายเหลือเพียงหย่อมเล็กหย่อมน้อย สัตว์ป่าที่เคยมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ก็ร่อยหรอและทยอยสูญพันธุ์กันไปทีละชนิดๆ รู้ทั้งรู้ว่ามนุษย์เป็นสาเหตุ เป็นตัวการของความเสื่อมโทรมลงของธรรมชาติและสัตว์ป่า แต่มนุษย์กลุ่มหนึ่งก็ยังคงหากินและกอบโกยผลประโยชน์จากธรรมชาติอย่างไม่ทุกข์ร้อน

เมื่อค่านิยมในการครอบครองสัตว์ป่าเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงยังคงอยู่ ตลาดค้าขายสินค้าดังกล่าวย่อมไม่หายไปไหน “สัตว์เลี้ยง” ในความหมายนี้จึงหมายถึง “สัตว์ป่า” ทั้งที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยงและได้มาจากการจับในธรรมชาติ นกป่าที่ร้องเพลงได้เพราะ (Songbird) เป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมเช่นนกกระราง นกปรอด นกกางเขนดง ส่วนนกที่มีสีสันสดใสมีลักษณะสวยงามเหมาะสำหรับการตกแต่ง (Ornamental Cage bird) ก็เป็นอีกกลุ่มที่ไม่น้อยหน้า เช่น นกขุนแผน นกโพระดก ในขณะเดียวกันนกหายากดูสูงค่า (Novelty pet) ราคาแพงก็เป็นที่ต้องการของผู้สะสม เพื่อเป็นการแสดงฐานะทางสังคม ยิ่งหายากและห้ามซื้อห้ามขายก็ยิ่งทำให้นกชนิดนั้นราคาแพงเป็นที่ต้องการมากขึ้นไปอีก แถบบ้านเราคงเป็นพวกนกเงือก หรือนกที่นานๆ จะมีการจับได้สักครั้งอย่างเช่นนกแต้วแล้ว เหยี่ยว ในระดับโลกแม้แต่นกที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติเช่นนกแก้ว Spix’s Macaw ในอเมซอนซึ่งเหลือประชากรในที่เพาะเลี้ยงไม่กี่สิบตัว ก็มีการลักลอบนำมาขายกันในตลาดมืดด้วยราคาสูงลิบลิ่ว

การจับนกเพื่อการค้ามีเทคนิคหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวิธีการที่ไม่เฉพาะเจาะจงกับนกชนิดใดชนิดหนึ่ง เพราะไม่ว่าจะจับนกชนิดอะไรได้ก็มักจะมีพ่อค้าคนกลางรับซื้อเสมอ และสิ่งที่พรานดักนกเรียนรู้ก็คือ ยิ่งหายาก หรือมีลักษณะแปลกๆ เท่าไหร่ก็ยิ่งขายได้ราคาดี คนรับซื้อก็ดีใจเพราะสามารถสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองได้ว่ามีของหายากมาจำหน่าย การดักนกและจับสัตว์ส่วนใหญ่จึงยึดหลัก อะไรก็ได้ ถ้าได้ตัวหายากก็ถือว่าวันนั้นโชคดีไป

เทคนิคหลักๆ สามประการในการจับเป็นนกเพื่อนำมาขายคือการใช้ตาข่าย (Net) กาวดัก (Lime) และแร้วดักขา (leg-snare) นอกจากนี้วิธีดั้งเดิมอีกแบบหนึ่งที่นิยมใช้ก็คือการขโมยลูกนกจากรังโดยเฉพาะ นกแก้ว นกเงือก นกขุนทอง เหยี่ยว นกอินทรี และนกฮูก พรานดักนกมักรู้ตำแหน่งประจำของรังนก และเข้าไปขโมยเก็บลูกนกเป็นประจำทุกปี มีรายงานว่าเหยี่ยวขาวถูกจับจากรังตั้งแต่ยังเป็นลูกนก และพบว่ารังของนกแขกเต้าบนต้นไม้สูงในกลุ่มตะแบก ( Lagerstroemia sp. ) บริเวณถนนด้านทิศเหนือก่อนถึงอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ล้วนพบว่ามีทอยไม้ซึ่งชาวบ้านตอกเป็นบันไดไต่ขึ้นไปยังรังเพื่อเก็บลูกนก นอกจากนี้มีรายงานว่าบางครั้งคนจับนกมีการใช้ไม้ชุบกาวดักยื่นลงไปในโพรงให้ลูกนกติดแล้วจึงดึงเอาตัวลูกนกขึ้นมา

การใช้ตาข่าย: พรานดักนกมักขึงตาข่ายดักในจุดสำคัญๆ เช่นต้นไทรที่กำลังมีผลสุกหรือแหล่งน้ำเพื่อจับนกในขณะบิน ส่วนนกที่หากินตามพื้นดินหรือผิวน้ำเช่น นกเป็ดน้ำ นกอัญชัน ตาข่ายมักจะถูกขึงไว้ในพงหญ้าหรือกอกก หลังจากนั้นก็ให้คนไล่ให้นกตกใจและบินเข้าไปติดในตาข่าย ตัวอย่างนกที่ดักได้ด้วยวิธีนี้ได้แก่ เป็ดแดง นกกะรางหัวหงอก นกขุนทอง นกกระติ๊ด นกกระจอกชวา นกชายเลน ตาข่ายดักนกสามารถพบเห็นได้ง่ายตามที่โล่งรอบกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ในที่ราบภาคกลาง ส่วนใหญ่เป็นตาข่ายสำหรับดักนกเขาใหญ่หรือนกเขาหลวง Spotted Dove มีการใช้ตาข่ายดักนกกระติ๊ดแดง Red Avadavat ที่มีนบุรีและลาดกระบัง ชานเมืองทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ

การใช้กาวดัก: เทคนิคที่นิยมใช้คือการใช้นกต่อ อาจจะผูกไว้กับต้นไม้หรือใส่กรงไว้ หลังจากนั้นก็ทากาวดักนกให้ทั่วกิ่งก้านสาขา รวมไปถึงบนพื้นบริเวณนั้น เมื่อนกต่อเริ่มส่งเสียงร้อง นกอื่นๆที่อยู่ในบริเวณจะเข้ามาดู ซึ่งอาจต้องการขับไล่ให้ไปจากอาณาเขต หรืออาจเข้ามาดูว่ามีแหล่งอาหารที่น่าสนใจหรือไม่ อีกวิธีหนึ่งก็คือใช้กาวดักทาให้ทั่วไม้แล้วนำไปติดตั้งไว้ในบริเวณที่นกใช้ประโยชน์เช่น ใกล้แหล่งน้ำ บนต้นไทรที่กำลังมีลูก นกที่เข้ามาติดกาวจะถูกคนดักแกะให้หลุดออก ซึ่งบางครั้งขั้นตอนนี้อาจทำให้นกบาดเจ็บได้ นกที่ถูกจับด้วยวิธีนี้บ่อยๆ ได้แก่ นกกางเขนดง นกกางเขนบ้าน นกเดินดงหัวสีส้ม นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกโพระดก

การใช้แร้วดักขา: แร้วแบบนี้ทำด้วยลวดเส้นเล็กๆ ดักไว้ตามทางเดินสัตว์ในป่าซึ่งนกหากินบนพื้นขนาดใหญ่มักจะใช้ พรานจะติดตั้งแร้วในระดับที่จับขาได้พอดีโดยไม่ทำอันตรายนกถึงชีวิต แร้วประเภทนี้อาจใช้ดักในรังเหยี่ยวหรือนกอินทรีเพื่อจับนกตัวเต็มวัยด้วย ตัวอย่างนกที่จับได้ด้วยวิธีนี้ได้แก่ นกกระทาดง ไก่ฟ้า นกหว้า และเหยี่ยวต่างสี

แต่ไม่ว่าจะจับด้วยวิธีใดก็ตามต้องไม่ลืมว่านกที่ถูกจับมาจากธรรมชาติส่วนใหญ่มีอัตราการตายสูงมาก ทั้งจากภาวะความเครียด การบาดเจ็บระหว่างการขนส่ง สภาพแวดล้อมที่ผิดธรรมชาติ และนกจำนวนมากยังถูกลักลอบจับในขณะที่ยังเป็นลูกนกซึ่งทำให้โอกาสรอดยิ่งน้อยลงไปอีก นกที่รอดชีวิตมาอยู่ในกรงวางขายอยู่ในตลาดเป็นตัวแทนของนกนับสิบนับร้อยชีวิตที่ตายระหว่างทาง

การล่าและดักจับนกจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรของนกชนิดนั้นๆ ยิ่งถ้าเป็นนกหายากการสูญเสียประชากรด้วยสาเหตุดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อความอยู่รอดของประชากรกลุ่มนั้นๆ ได้ เช่นการลักลอบจับนกแต้วแล้วท้องดำเพื่อส่งขายในอดีต นอกจากนี้นกส่วนใหญ่ล้วนมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ การสูญเสียประชากรของนกดังกล่าวอย่างผิดธรรมชาติ ย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่มากมาย เช่นทำให้ป่าเสื่อมโทรมลงอันเนื่องมาจากการขาดสัตว์ที่ทำหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์ ขาดสัตว์ที่ควบคุมปริมาณแมลงหรือศัตรูพืชในธรรมชาติ หรือขาดสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร มีงานวิจัยหลายชิ้นจากป่าเขตร้อนในอเมริกาใต้ยืนยันเกี่ยวกับผลกระทบลูกโซ่อันเนื่องมาจากสัตว์ป่าถูกล่าจนระบบนิเวศนั้นๆ ล่มสลาย

ผลกระทบที่ชัดเจนอีกอย่างของการดักและล่านกก็คือทำให้นกมีพฤติกรรมหวาดระแวงสูง ป่าที่มีการล่าและการดักนกมากๆ จึงมักจะพบและเห็นตัวนกได้ยากมาก หลายๆครั้งที่เราเดินในป่าเขียวครึ้มดูอุดมสมบูรณ์แต่กลับพบเพียงความเงียบสงัด นักชีววิทยาภาคสนามนิยามป่าที่ไร้ร่องรอยของสัตว์ป่าว่าเป็น “ป่าที่ว่างเปล่า” หรือ Empty Forest ซึ่งกำลังเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในป่าอนุรักษ์หลายๆ แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมายความว่าผืนป่ายังคงอยู่ แต่นกและสัตว์ป่าหลายชนิดตกอยู่ในภาวะวิกฤติจนไม่อาจทำหน้าที่รักษาสมดุลตามธรรมชาติได้อีกต่อไป ซึ่งในที่สุดย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความอุดมสมบูรณ์ของป่าในระยะยาว

ป่าใดที่ไร้เสียงร้องของนก นอกจากจะขาดเสน่ห์แล้วยังน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า อนาคตของป่าผืนนั้นจะเป็นเช่นไร

ตลาดนัดจตุจักร...สถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ตลาดนัดสวนจตุจักรถูกตราหน้าจากวงการอนุรักษ์ทั่วโลกว่าเป็นแหล่งค้าขายนกและสัตว์ป่าขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ แม้จะมีความพยายามกวาดล้างกันหลายครั้ง หลายยุคหลายสมัย แต่ในมุมหนึ่งสวนจตุจักรยังกลับมาเป็นฝันร้ายของวงการอนุรักษ์สัตว์ป่าอยู่เสมอ

ความจริงตลาดนัดวันอาทิตย์ของกรุงเทพฯ นั้นเป็นสถานที่ซึ่งมีการค้าขายสัตว์ป่าจนเป็นที่รู้จักกันมานาน เดิมทีตลาดนี้ใช้สนามหลวง หรือทุ่งพระเมรุ หน้าพระบรมมหาราชวัง เป็นสถานที่ค้าขาย จนถูกย้ายมาที่บริเวณสวนจตุจักรช่วงปลายปีพ.ศ. 2524 การที่ตลาดย้ายมายังสถานที่ซึ่งกว้างขวาง ทำให้เกิดการขยายตลาดครั้งใหญ่ จำนวนร้านขายสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ หน่วยงานของรัฐหลายแห่งซึ่งมีที่ดินอยู่บริเวณใกล้เคียง ได้อนุญาตให้เอกชนเข้าดำเนินการใช้พื้นที่โดยรอบสวนจตุจักร เพื่อให้ผู้ค้ารายย่อยได้เช่าทำประโยชน์ต่อ อันทำให้เกิดตลาดนัดเอกชนใหม่ขึ้นอีกสองแห่งคือ ตลาดนัดซันเดย์ และตลาดนัดจตุจักรพลาซ่า พื้นที่ดังกล่าวยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม ร้านค้าที่เกิดขึ้นหลายร้านจึงอยู่ในสภาพแออัด และกลายเป็นแหล่งชุมนุมของร้านค้าที่ลักลอบขายสัตว์ป่าผิดกฎหมาย มากกว่าบริเวณตลาดนัดหลักเสียอีก

ช่วงปีพ.ศ. 2530-31 มีการสำรวจพบนกป่าวางขายในจตุจักรถึง 276 ชนิดเป็นจำนวนกว่า 70,000 ตัว ร้อยละ 95 ของนกทั้งหมดเป็นชนิดที่พบในประเทศไทย นอกจากนั้นยังพบซากสัตว์ป่าวางขายอย่างเปิดเผยมากมายโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์พวกเขาสัตว์ หนังเสือ แต่ภายหลังมีการออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี พ.ศ. 2535 เจ้าหน้าที่ของภาครัฐเข้มงวดและเอาจริงเอาจังกับการขายสัตว์ป่าในบริเวณสวนจตุจักรมากขึ้น หลายคนรู้สึกว่าชื่อเสียของตลาดนัดจตุจักรในฐานะแหล่งค้าสัตว์ป่าคงกลายเป็นตำนานไปแล้ว

ปลายปีพ.ศ. 2543 สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ได้ทำการสำรวจการค้านกในตลาดนัดจตุจักรและบริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง ระหว่างเดือนธันวาคม 2543 ถึงเดือนพฤษภาคม 2544 โดยพบว่าตลอดการสำรวจ 24 ครั้ง มีนกถูกนำมาขายทั้งหมด 121 ชนิด รวม 36,495 ตัว ในจำนวนนี้เป็นนกไทยถึง 53 ชนิด และที่น่าตกใจคือ 47 ชนิดที่นำมาขายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย และมีจำนวนทั้งสิ้นถึง 6,215 ตัว นกที่ได้รับการอนุรักษ์ทางกฎหมายเหล่านี้ล้วนถูกจับมาจากธรรมชาติ อาทิ นกแก็ก นกแต้วแล้วหูยาว นกกระติ๊ดใหญ่ปากเหลือง นกกะรางคอคำ นกแก้วโม่ง และเหยี่ยวขาว เป็นต้น ขณะที่ผู้สำรวจแสดงตนเป็นลูกค้า ผู้ค้าจะยืนยันเสมอว่านกเกือบทุกชนิดสามารถสั่งล่วงหน้าให้ตนไปจัดหามาได้ ไม่ว่าจะเป็นเหยี่ยว นกเงือก นกหัวขวาน นกแต้วแล้ว นกพญาไฟ ฯลฯ

การสำรวจดังกล่าวยังได้บันทึกกลวิธีในการขาย ซึ่งพบว่าวันพุธ และวันพฤหัสบดีเป็นวันที่มีการค้าขายนกและสัตว์ป่ามากที่สุด โดยปกติจะมีการนำส่งนกในวันอังคารและเช้าวันพุธก่อน 8.00 น. และเริ่มต้นขายราว 11.00 น. นกที่ถูกส่งมาแล้วจะถูกนำมาวางไว้หลังแท็งค์น้ำของแผงร้านค้า เพื่อปกปิดไม่ให้คนเห็นจนกว่าจะถึงเวลาขาย คนส่งนกและสัตว์ป่าจะใช้รถกะบะขนส่ง ซึ่งบางรายจะเปิดขายจากหลังรถเลย เพื่อเป็นการสะดวกในการซ่อนหลักฐานและหลบหนี ในวันเวลาดังกล่าวจะมีลูกค้าประจำมาแวะเวียนทุกสัปดาห์ จากการพูดคุยของคณะสำรวจทำให้ได้ข้อมูลว่า ข้าราชการหลายรายเป็นลูกค้าประจำที่ซื้อนกป่าซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ คนขายยังอ้างด้วยว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ อย่าง แมวป่า เสือโคร่ง หรือ แม้แต่สมเสร็จ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนหนึ่งใน 15 ชนิดของประเทศไทย ก็สามารถสั่งซื้อได้ โดยสัตว์หายากเหล่านี้มักจะมีราคาแพงมาก และนำมาแสดงไม่ได้ แต่จะซ่อนไว้ในที่เก็บแห่งอื่น ลูกค้าประจำ หรือผู้ซื้อที่ต้องการจริงๆ จะมาติดต่อกับผู้ขายและรับของกันเองโดยตรง บางรายให้ข้อมูลว่ามีการส่งออกนกป่าบางชนิดออกไปขายยังต่างประเทศเป็นพันๆ ตัว เช่นนกกางเขนดงซึ่งถูกส่งออกไปยังประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากมีความต้องการนกชนิดนี้สูง โดยเฉพาะตัวที่มีหางยาวสมบูรณ์ พ่อค้าบางรายเปิดเผยว่านกหายากมากๆ บางชนิด เช่น นกกระเรียน นกช้อนหอย นั้นได้มาจากตลาดตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

อาสาสมัครของสมาคมอนุรักษ์นกฯ คนหนึ่งผู้ร่วมเก็บข้อมูลในการสำรวจเล่าให้ผมฟังว่า นอกจากสัตว์ป่าที่ยังมีชีวิตจะถูกนำมาขายเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังมีร้านค้าบางแห่งขายซากสัตว์ป่า และเขาสัตว์ โดยอ้างว่าเขาส่วนใหญ่ที่วางในร้านเป็นเขาปลอมที่ทำจากเรซิน หรือไม่ก็เป็นเขาสัตว์ต่างประเทศ แต่หากทำทีเป็นสนใจสัตว์ป่าจริงๆ คนขายจะนำเอาแคตตาล๊อกซึ่งเป็นอัลบั้มรูปถ่ายมาให้ดู ภายในเป็นภาพผู้ขายถ่ายคู่กับซากสัตว์ป่าผิดกฎหมายหลายชนิด เหมือนเป็นการยืนยันว่ามีของจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังเสือโคร่ง ที่ตั้งราคาอยู่ที่ 100,000 ถึง 250,000 บาทแล้วแต่สภาพ เขากระทิง เขาวัวแดง หนังเสือลายเมฆ หัวนกเงือก ถ้าต้องการซื้อก็ให้วางเงินมัดจำและจดรายการที่ต้องการสั่งเอาไว้ พร้อมกับที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ส่วนใหญ่ต้องสั่งล่วงหน้าอย่างน้อยสองถึงสามเดือน เมื่อได้ของมาแล้วจึงจะมีการนัดส่งของโดยตรงอีกครั้ง พร้อมกับชำระเงินส่วนที่เหลือ

การค้าสัตว์ป่าที่ตลาดนัดจตุจักรนั้น แม้จะถือเป็นเพียงส่วนปลายของปัญหาที่ใหญ่โตและซับซ้อนระดับประเทศ แต่ต้องถือว่าเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นตลาดค้าส่งที่มีพ่อค้าคนกลางอยู่เป็นจำนวนมาก บุคคลเหล่านี้เองมีบทบาทสูงในการสร้างความต้องการของตลาดค้าสัตว์ป่า และทำให้เกิดการสั่งซื้อสัตว์ป่าทั่วประเทศ อันเป็นต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง ถ้ามีการปราบปรามผู้ค้าสัตว์ป่าในตลาดจตุจักรและบริเวณใกล้เคียงอย่างเข้มงวด ย่อมเป็นการประกาศให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา

ภายหลังจากที่มีการบุกจับร้านค้าสัตว์ป่าในสวนจตุจักรอย่างต่อเนื่องหลายครั้งเมื่อปีสองปีที่ผ่านมา สถานการณ์การค้านกและสัตว์ป่าผิดกฎหมายในสวนจตุจักรก็ดูเหมือนจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่จากการลงพื้นที่ล่าสุดของวัชระ สงวนสมบัติ นักวิชาการประจำกองวิชาการธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และกรรมการสมาคมอนุรักษ์นกฯ เปิดเผยว่ายังคงสามารถพบเห็นการค้านกป่าได้ทุกครั้งที่ลงตรวจพื้นที่ ตั้งแต่นกธรรมดาๆ อย่างนกกะรางหัวหงอก นกขุนทอง นกเขียวก้านตอง นกปรอดหัวโขน นกเขียวคราม นกแก้วโม่ง ไปจนถึงนกป่าหายากอย่าง ไก่จุก นกปรอดแม่ทะ และนกหกใหญ่

ผมนึกสงสัยเล่นๆ ว่าตลอดระยะเวลา 25 ปีของตลาดนัดจตุจักรมีนกป่ากี่ตัว ซากสัตว์ป่ากี่ชนิดที่มีการซื้อขายกันที่นี่ ผมหวั่นใจเมื่อนึกไปถึงความจริงที่ว่ามีตลาดค้าสัตว์ป่าใหญ่บ้างเล็กบ้างกระจายอยู่ตามจุดผ่านแดนทั่วประเทศอีกถึง 36 แห่ง มีจุดผ่อนปรนในการข้ามแดนอีก 64 แห่ง และจุดข้ามแดนที่ไม่มีการควบคุมอีก 917 แห่ง นกและสัตว์ป่าบางส่วนที่ขายอยู่ที่นี่ถูกนำมาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านเส้นทางเหล่านี้ ในขณะที่อีกหลายชนิดถูกส่งมาจากดินแดนไกลโพ้น หรือในทางกลับกันสัตว์ป่าจากเอเชียก็ถูกส่งออกไปไกลยังต่างแดน ผมสงสัยจริงๆ ว่าทั่วโลกจะมีตลาดค้าสัตว์ป่าอย่างจตุจักรอีกกี่แห่ง แล้วใครจะปิดฉากขบวนการค้าชีวิตเหล่านี้ลงได้

การค้านกป่าในยุคโลกาภิวัฒน์

ข้อความการโพสต์ขายนกป่าอย่างเปิดเผยในเว็บบอร์ดสะท้อนให้เห็นว่าขบวนการค้านกในยุคโลกาภิวัตน์นั้นขยายตัวไปอย่างไม่หยุดหย่อนจริงๆ โดยเข้าไปแทรกตัวอยู่ในส่วนของการซื้อขายสัตว์เลี้ยงในเว็บไซต์ต่างๆ การสื่อสารและการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วกว้างไกลได้ทำให้ตลาดการค้านกไม่ถูกจำกัดไว้เฉพาะท้องที่อีกต่อไป และหากพิจารณาถึงข้อมูลจากตลาดค้านกในปัจจุบันก็จะเห็นว่ามีการส่งออก นำเข้านกจากต่างประเทศจำนวนมาก จนมีคำกล่าวว่า ความหลากหลายของนกในตลาดอย่างจตุจักรนั้นสูงกว่าป่าธรรมชาติหลายแห่ง

คริส เชฟเฟิร์ด เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำ TRAFFIC องค์กรเอกชนนานาชาติซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าทั่วโลก เล่าให้ผมฟังว่าเขาหัดจำแนกชนิดนกจากแอฟริกาและอเมริกาใต้จนเชี่ยวชาญจากการสำรวจตลาดค้านกที่อินโดนีเซีย ตลาดที่คริสพูดถึงคือตลาด Medan ตลาดค้าสัตว์ป่าขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของสุมาตรา ซึ่งเขาได้บันทึกว่ามีนกป่าหมุนเวียนค้าขายสูงถึง 300 ชนิดใน 54 วงศ์จากทั่วทุกมุมโลก ชนิดที่หายากและราคาสูงบางชนิดเช่นนก Palm Cockatoo ของออสเตรเลียหรือนก King Bird-of-paradise จากปาปัวนิวกินีมีวางขายเป็นประจำที่นี่ พ่อค้าที่ขายนกเหล่านี้บอกว่าแหล่งรับซื้อนกป่าขนาดใหญ่อยู่ที่เมืองหลวงจาการ์ตา และมักส่งต่อนกบางชนิดไปยังกรุงเทพฯ เสมอๆ

ในการสำรวจนกในตลาดจตุจักรเมื่อปีพ.ศ. 2544 ของสมาคมอนุรักษ์นกฯ พบว่านกจากต่างประเทศที่พบส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์นกแก้ว (Psittacidae) โดยพบทั้งสิ้น 73 ชนิดคิดเป็นร้อยละ 63.9 ของนกทั้งหมดที่บันทึกได้ (14,708 ตัว – วัน) โดยส่วนใหญ่เป็นนก Lovebird Agapornis spp. (5,700 ตัว - วัน ) นกหงษ์หยก (4,472 ตัว - วัน ) นก Sulphur-crested Cockatoo (897 ตัว - วัน ) นก Eclectus Parrot (464 ตัว - วัน ) และนก Cockatiel (446 ตัว - วัน ) นกแก้วทั้งหมดนี้เป็นสัตว์ในบัญชีท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) ทั้งในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) หรือบัญชีหมายเลข 2 (Appendix II) ซึ่งไม่อนุญาตให้ทำการค้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศโดยไม่มีเอกสารกำกับ

นอกจากนกหงษ์หยกและ cockatiel ที่มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายแล้ว นกในอันดับนกแก้วส่วนหนึ่งเป็นนกที่เพาะพันธุ์ขึ้นมา โดยสังเกตได้จากการที่พบลูกนก Aratinga spp. Eclectus และนกแก้วอื่นๆ อย่างไรก็ตามคริสให้ข้อมูลว่าผู้ค้านกในอินโดนีเซียยังคงส่งออกนกแก้ว Eclectus รวมทั้งนกแก้วชนิดอื่นๆ มายังกรุงเทพฯ อยู่เสมอ จึงเป็นไปได้ว่านกส่วนใหญ่ที่พบนี้ถูกนำเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย นักเลี้ยงนกคนหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ข้อมูลว่ามีการเพาะพันธุ์ Salmon-crested Cockatoos Cocatua moluccensis และนกชนิดอื่นๆ ในกรงกันอย่างกว้างขวาง โดยมีฟาร์มจำนวนหนึ่งเพาะพันธุ์นกชนิดนี้รวมทั้งนกต่างประเทศอื่นๆ แม้จะไม่มีข้อมูลมากพอว่าจำนวนนกจากฟาร์มเหล่านี้จัดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ในการค้านกทั้งหมด

นอกเหนือจากวงศ์นกแก้ว นกที่เหลือส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซียหรือละตินอเมริกา และจำนวนหนึ่งมาจากประเทศจีน ตัวอย่างคือ Collared Finchbill Spizixos semitorques , Grey-sided Laughingthrush Garrulax caerulatus , Red-winged Laughingthrush Garrulax formosus , Omei Shan Liocichla Liocichla omeiensis , Pekin Robin Leiothrix lutea , White-collared Yuhina Yuhina diademata และ Bearded Parrotbill Panurus biarmicus จะเห็นว่านกจากประเทศจีนซึ่งเป็นที่นิยมของนักเลี้ยงนกมีหลากหลายชนิดมากจนคาดเดาได้ยากว่าจะมี นกชนิดไหนอีกบ้างที่อาจมาปรากฏตัวที่ตลาดจตุจักร นกจำนวนมากที่ส่งมาจากประเทศจีนมีการบาดเจ็บและตายระหว่างการขนส่งสูงและน่าจะส่งผลกระทบต่อประชากรนกในธรรมชาติอย่างรุนแรง นอกจากนั้นนกเหล่านี้บางชนิดก็อยู่ในรายชื่อของ IUCN เช่น Omei Shan Liocichla ซึ่งองค์กรอนุรักษ์นกนานาชาติ (BirdLife Intenational) จัดให้เป็นนกที่มีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ (vulnerable) เนื่องจากมีขอบเขตการกระจายพันธุ์จำกัดมาก นกชนิดนี้ถูกลักลอบส่งออกจากประเทศจีนเนื่องจากเป็นนกที่มีสถานภาพการคุ้มครองตามกฎหมายเต็มที่ รวมทั้งอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 (Appendix II) ของอนุสัญญา CITES ด้วย

ผู้ค้ารายหนึ่งยืนยันว่านกทั้งหมดที่ตนขายนำเข้ามาโดยมีเอกสารประกอบถูกต้อง อีกรายให้ข้อมูลว่าในความเป็นจริงเนื่องจากการขออนุญาตตามขั้นตอนเพื่อให้ได้เอกสารประกอบจากหน่วยงาน ที่รับผิดชอบดำเนินพิธีการของ CITES ( กรมอุทยานแห่งชาติฯ ) เต็มไปด้วยความยุ่งยาก จึงแทบไม่เคยมีนกตัวใดที่นำเข้ามาโดยมีเอกสารประกอบถูกต้องเลย นกทั้งหมดถูกลักลอบนำเข้า และหลังจากเข้ามาในประเทศไทยแล้วก็จะไม่มีการควบคุมใดๆ ภายใต้อนุสัญญา CITES อีกเนื่องจากระเบียบที่กำหนดไว้เป็นการควบคุมเฉพาะการขนส่งข้ามพรมแดนเท่านั้น หลักฐานยืนยันการลักลอบนำเข้านั้นเห็นได้ชัดเจนเมื่อพิจารณาถึงนก White Cockatoo Cacatua alba 66 ตัว - วัน ที่บันทึกได้แม้นกชนิดนี้จะเป็นนกในบัญชีหมายเลข 2 ของอนุสัญญา CITES ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียไม่อนุญาตให้มีการส่งออกใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งนก Salmon-crested Cockatoo Cacatua mouluccensisi (50 ตัว - วัน ) ซึ่งเป็นนกในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) ของอนุสัญญา CITES

คำถามสำคัญอีกประการในการสำรวจตลาดค้านกก็คือนกเหล่านี้มีแหล่งที่มาจากไหน การสำรวจโดยการสัมภาษณ์ของสมาคมอนุรักษ์นกฯ เปิดเผยว่านกที่พบได้ในประเทศไทยส่วนหนึ่งที่มีการซื้อขายถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นไปได้ว่านกที่มีสีสันสวยงามซึ่งเป็นนกในป่าระดับสูง (montane bird) ส่วนใหญ่จะมาจากจีนด้วย ได้แก่ นกกะรองทองแก้มขาว และนกศิวะปีกสีฟ้า รวมทั้งนกในวงศ์นกจาบปีกอ่อนเช่น นกกระติ๊ดใหญ่ Mycerobas spp. อย่างไรก็ตามโดยรวมเชื่อว่านกส่วนใหญ่เป็นนกที่จับมาจากป่าภายในประเทศ ผู้ขายเองก็ให้ข้อมูลว่านกที่ขายมีที่มากระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนกจากป่าเขาใหญ่ (รถที่ใช้ขนส่งเป็นทะเบียนสระบุรี) ป่าตะวันตกแถบกาญจนบุรีและแก่งกระจาน เนื่องจากป่าเหล่านี้อยู่ใกล้กรุงเทพฯ

มีการให้ข้อมูลว่าบางครั้งผู้ค้าจากตลาดจตุจักรและตลาดนัดซันเดย์จะเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อซื้อนกจากคนจับนกถึงหมู่บ้าน แต่ในบางกรณีจะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ค้าให้ข้อมูลว่าผู้ซื้อจำนวนมากที่ซื้อนกจากตลาดซันเดย์เป็นลูกค้าใหม่ ส่วนผู้ซื้อที่ชำนาญแล้วจะติดต่อผู้ขายโดยตรงถึงบ้าน ซึ่งโดยมากจะมีนกที่ราคาสูงกว่าหรือเป็นที่เก็บนกที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นนกหายากหลายต่อหลายชนิดจึงค้าขายโดยการขายตรง และไม่ต้องมาเสี่ยงวางขายในตลาดเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตกลายเป็นช่องทางสำคัญอีกแห่งในการเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อาจจะด้วยค่าตอบแทนอันคุ้มค่าที่เป็นแรงจูงใจให้กับพ่อค้าและคนดักนก หรืออาจจะเป็นค่านิยมโบราณและความไม่รู้ของผู้ซื้อ แต่ด้วยอุปสงค์อุปทานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวโดยอาศัยช่องว่างช่องโหว่ทางกฎหมาย ตลาดค้านกจึงดำรงอยู่กลายเป็นเศรษฐศาสตร์สีดำที่จองจำชีวิตอิสระในธรรมชาติ ชีวิตแล้ว ชีวิตเล่า

ช่วยกันหยุดวงจรอุบาทว์

การอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย การหยุดยั้งขบวนการค้านกป่าผิดกฎหมายก็เช่นเดียวกัน ลำพังเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ย่อมไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ทั้งหมด องค์กรอนุรักษ์ ภาครัฐและภาคประชาชนต้องร่วมมือกันและพัฒนาให้งานปราบปรามและการดูแลสอดส่องมีความเข้มแข็งและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกแก่สาธารณะให้มีค่านิยมที่ถูกต้องในการชื่นชมธรรมชาติ

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยได้จัดทำข้อเสนอแนะและแนวทางในการจัดการกับปัญหาการค้านกป่าไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

การให้การศึกษาและสร้างจิตสำนึก
  1. ควรมีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายไปที่ผู้ซื้อและผู้เลี้ยงสัตว์ป่า ข้าราชการ (โดยเฉพาะในระดับจังหวัดและอำเภอ ) กลุ่มเยาวชน กลุ่มนักเรียน ฯลฯ โดยควรดำเนินการที่ตลาดนัดจตุจักรภายใต้ความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นๆ
  2. ควรติดต่อบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่าร้านค้าในจตุจักรพลาซ่าและ ตลาดซันเดย์และขอความร่วมมือเพื่อปราบปรามการค้าในตลาดทั้งสองโดยร่วมกันพิจารณามาตรการที่เหมาะสมต่อไป
  3. ควรมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้บุคคลทั่วไปได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายสัตว์ป่า และบทบาทของการลักลอบซื้อขายสัตว์ป่าที่คุกคามความอยู่รอดของประชากรสัตว์ป่าในธรรมชาติ
  4. นักดูนกและคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการจำแนกชนิดควรช่วยกันสอดส่องและรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบเห็นการลับลอบจับนก ขายนกและสัตว์ป่าอื่นๆ
  5. เจ้าหน้าที่หน่วยงานคุ้มครองสัตว์ป่าและองค์กรเอกชนควรสร้างความเข้าใจกับผู้ค้านกที่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเชื่อมโยงไปถึงการให้ประกาศนียบัตรแก่ร้านค้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายและเป็นผู้ค้านกจากการเพาะพันธุ์อย่างถูกต้องเพื่อนำไปแสดงในร้าน
  6. ภายในตลาดนัดจตุจักรซึ่งดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร ควรบังคับให้ร้านค้าสัตว์เลี้ยงทุกชนิดปิดโปสเตอร์แสดงบทลงโทษการซื้อสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยร้านค้าที่ไม่ปฏิบัติตามให้มีการลงโทษด้วยการไม่ต่อสัญญาเมื่อครบกำหนดอายุ
  7. ควรมีการรณรงค์ให้การศึกษาในโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อลดการเลี้ยงนกในกรง และส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักการชื่มชนธรรมชาติในทางที่ถูกเช่น การดูนก การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ การจัดสวนให้เหมาะแก่การอยู่อาศัยของนก เป็นต้น
การบังคับใช้กฎหมาย
  1. เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ควรมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายสัตว์ป่าและการจำแนกชนิดนกให้ดีขึ้น ควรจัดให้มีการอบรมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการจำแนกชนิดนกรวมทั้งสัตว์ป่าอื่นๆ ควรมีการผลิตคู่มือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมภาพประกอบเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ควรมีการสร้างจิตสำนึกในหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มากขึ้น หากเจ้าหน้าที่มีจิตสำนึกและมีการประสานงานที่ดีจะสามารถมีบทบาทมากขึ้นทั้งในการปราบปรามโดยตรง หรือในการระบุตัวผู้ค้าหรือผู้จัดหารายใหญ่ในเขตต่างๆ เพื่อให้ฝ่ายที่รับผิดชอบในคุ้มครองสัตว์ป่าทำการปราบปรามได้ถึงต้นตอ
  3. จำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่ด้านปราบปรามของ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ตัวอย่างเช่นตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยศุลกากร เพื่อให้การปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามพรมแดนมีประสิทธิภาพ
  4. เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย ผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย ตลอดจนผู้พิพากษา ฯลฯ ควรได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้มากขึ้น เพื่อรับประกันว่าเจ้าหน้าที่รัฐตระหนักถึงปัจจัยคุกคามจากการลักลอบค้าสัตว์ป่า และให้แน่ใจว่ามีการใช้บทลงโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้บ่อยครั้งที่สุดที่เป็นไปได้ เพื่อต่อต้านการค้าประเภทนี้
การศึกษาวิจัยเพิ่มเติม
  1. ควรทำการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างประชากรนกในธรรมชาติกับตลาดค้านกป่าและแหล่งที่มาของสัตว์ป่า
  2. ควรทำการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่องทางที่มาของนกจากต่างประเทศที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาด
  3. ควรมีการติดตามตรวจสอบฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ป่า รวมทั้งสวนสัตว์ทั้งของรัฐและเอกชนเพื่อศึกษารูปแบบการได้มาและเพาะพันธุ์สัตว์ป่าทั้งใน ประเทศและจากต่างประเทศ รวมทั้งสัดส่วนของสัตว์ที่ฟาร์มเหล่านี้เพาะพันธุ์ขึ้นในการค้าสัตว์ป่าภายในประเทศไทย
  4. จำเป็นต้องมีการติดตามตรวจสอบตลาดซื้อขายสัตว์ป่าทั่วกรุงเทพฯ เป็นประจำ ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนสัตว์ป่าจากต่างประเทศที่มีการซื้อขาย โดยตรวจสอบจำนวนใบอนุญาตนำเข้าและส่งออกสัตว์ป่าภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) ควบคู่ไปด้วย
แม้ความพยายามขององค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกับรัฐบาลที่ผ่านมาจะยังไม่สามารถปิดฉากขบวนการค้านกและสัตว์ป่าผิดกฎหมายลงได้ แต่ก็นับได้ว่ามีความคิดริเริ่มในการทำงานแก้ปัญหาดังกล่าวขึ้นมากมาย ความพยายามในการปรับปรุงตัวบทกฎหมายให้มีความเข้มงวด การพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย พร้อมไปกับการให้การศึกษาที่ถูกต้องแก่สาธารณะ เป็นกรอบงานหลักที่ทุกฝ่ายต้องเร่งพัฒนาแข่งกับเวลาเพื่อต่อสู้ขบวนการลักลอบค้านกและสัตว์ป่าเหล่านี้

ความพยายามทั้งหลายทั้งหมดคงไม่สามารถบรรลุผลได้ด้วยการทำงานของภาครัฐแต่เพียงลำพัง หรือโดยองค์กรเอกชนเพียงองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากจำต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อให้เป็นกระบวนการตรวจสอบที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

........................................................

ทุกวันนี้การลักลอบค้านกป่านับเป็นปัญหาด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่ง เป็นขบวนการที่เต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์ เป็นขบวนการทำลายธรรมชาติที่กำลังรอให้มีการแก้ไขอย่างจริงจัง ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและช่วยกันปิดฉากการทารุณสัตว์ป่าเหล่านี้ลงอย่างถาวร


คุณจะช่วยหยุดขบวนการค้านกป่าและสัตว์ป่าผิดกฎหมายได้อย่างไร
  • ไม่สนับสนุนการซื้อขายนกหรือสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะเป็นสัตว์ที่มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าสัตว์เหล่านั้นมาจากไหน ไม่ควรซื้อ
  • ไม่สนับสนุนการซื้อของที่ระลึกหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ป่าทุกประเภท
  • ไม่สนับสนุนการทำบุญด้วยการปล่อยนก ปล่อยเต่าในบริเวณวัด
  • ช่วยกันต่อต้านค่านิยมในการบริโภคสัตว์ป่า
  • เปลี่ยนความเชื่อเรื่องการใช้ยาแผนโบราณที่มีส่วนประกอบของสัตว์ป่า
  • เผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายให้กับคนรอบข้าง
  • เป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบการค้านกและสัตว์ป่าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในบริเวณตลาดนัดจตุจักร ร้านค้าสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศ ร้านขายของป่า ร้านขายของที่ระลึกในแหล่งท่องเที่ยว และตลาดตามแนวชายแดน เตือนผู้ค้าว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายมีโทษทั้งปรับและจำคุก
  • ช่วยกันสอดส่องตรวจตราการประกาศขายนกป่าและสัตว์ป่าตามห้องขายสัตว์เลี้ยงในเว็บไซต์ต่างๆ
เมื่อพบเห็นการค้าสัตว์ป่า ร้านขายอาหารป่า อย่านิ่งเฉย ช่วยกันให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หรือสื่อมวลชนเพื่อให้มีการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด
  • สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 1362 หรือแจ้งทางอินเตอร์เน็ตได้ที่: http://www.dnp.go.th/complain/index.asp
  • กองตำรวจป่าไม้ โทร. 025614812-7
ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนกและร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์นกได้ที่สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย โทรศัพท์: 02-691-4816, 02-691-5976 www.bcst.or.th



ขอขอบคุณ
  • คุณกฤษณา แก้วปลั่ง และคุณ Philip D. Round
  • สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
  • นิตยสาร สารคดี
  • สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย
  • มูลนิธิเพื่อนป่า (WildAid)
  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
เอกสารอ้างอิง
  • ข่าวสด. 2546. แฉรูปตลาดซันเดย์ค้านกหายาก. หน้า 16. หนังสือพิมพ์ข่าวสด 24 กันยายน 2546.
  • เพชร มโนปวิตร. 2546. นรกของแต้วแล้วยักษ์ และการค้าสัตว์ป่ากลางกรุง. นิตยสาร Advance Thailand Geographic. พฤศจิกายน 2546.
  • เพชร มโนปวิตร. 2546. การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย สงครามไม่รู้จบ. นิตยสารสารคดี. ฉบับที่ 236. ตุลาคม 2546.
  • สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย. 2546. รายงานการสำรวจการค้านกป่าและสัตว์ป่าในตลาดนัดกรุงเทพมหานคร. สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย. กรุงเทพฯ 38 น.
  • สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า. 2548. คู่มือจำแนกสัตว์ป่า เพื่องานป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า. สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า. กรุงเทพฯ. 352 น.
  • อวยพร แต้ชูตระกูล. 2547. ฉากสุดท้ายของสัตว์ป่า. นิตยสารโลกสีเขียว. ปีที่ 12 ฉบับที่ 6 มกราคม – กุมภาพันธ์ 2547.
  • Bennett, E.L. and J. G. Robinson. 2001. Hunting of Wildlife in Tropical Forests: Implication for Biodiversity and Forest Peoples. The World Bank Environment Department. Washington D.C.
  • Bennett, E.L. and Madhu Rao. 2002. Hunting and wildlife trade in tropical and subtropical Asia : identifying gaps and developing strategies. Paper of meeting held in Khao Yai National Park , April 2002. Wildlife Conservation Society , New York .
  • BirdLife International. 2001. Threatened birds of Asia : The BirdLife International Red Data Book. BirdLife International, Cambridge , U.K.
  • Lekagul, Boonsong and P.D. Round. 1991. A Guide to the Birds of Thailand . Saha Karn Bhaet, Bangkok .
  • McClure, H.E. and Sombob Chaiyaphun. 1971. The sale of birds at the Bangkok “Sunday Market”, Thailand. Nat. Hist. Bull. Siam Soc. 24:41-78.
  • Menon, V. and A. Kumar. 1999. Wildlife Crime: An Enforcement Guide. Wildlife Protection Society of India. Second Edition. New Delhi, India. 109 p.
  • Pearl, M.C. 2004. Wildlife Trade: Threat to Global Health. EcoHealth 1: 111-112.
  • Round, P.D. 1990. The Bangkok Bird Club Survey of the Bangkok Weekend Market. Nat. Hist. Bull. Siam Soc. 38:1-43.
  • Shepherd, C. R., Jeet Sukumara, Serge A. Wich. 2004. Open Season: An analysis of the pet trade in Medan, Sumatra 1997-2001




CookieTalkie.com ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนให้ลงเผยแพร่บทความนี้

*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com


copyright © 2003-2008 CookieTalkie.com