About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

บทความพิเศษ
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




อย่าซื้อลูกป้อนมาเลี้ยง



Photo: Indonesian Parrot Project: Project Bird Watch

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ซื้อนกส่วนใหญ่จะได้รับคำแนะนำที่ผิดๆจากคนขายนกเสมอ เกี่ยวกับการซื้อนก"ลูกป้อน" ซึ่งนกลูกป้อนก็คือ ลูกนกที่ยังไม่สามารถกินอาหารเองได้..นั่นเอง

โดยคำแนะนำที่ผิดๆนี้ได้ส่งผลให้เกิดความเข้าใจที่ผิดๆเรื่อยมาในหมู่ผู้ซื้อนก ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ทำไมคนขายนกจึงอยากให้เราซื้อนก"ลูกป้อน"

การที่คนขายนกเขาต้องการให้เราซื้อนกลูกป้อน ก็เพราะว่าเขาได้คิดถึงต้นทุนการค้าเอาไว้แล้ว ยิ่งเขาขายลูกนกประเภทลูกป้อนออกไปได้เร็วมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งประหยัดต้นทุนในการเลี้ยงและต้นทุนในการดูแลลูกนกมากเท่านั้น ทั้งนี้ยังหมายรวมไปถึง การได้เงินสดเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก และหากเรามองเกมส์การตลาดอย่างฉลาดแล้ว เราก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นี่คือการผลักภาระทางการเงินและภาระในความเสี่ยงต่างๆมาให้ผู้ซื้อนกลูกป้อน..รับไปโดยตรง

การขายนกออกไปได้เร็วคนขายนกเขาก็ไม่จำเป็นต้องมาจ่ายค่าอาหารนกให้เปลืองต้นทุน เพราะอาหารนกส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้ามาจากต่างประเทศ ราคาอาหารจึงแพงมาก ประมาณถุงละ 750 บาทหรือแพงกว่านั้นขึ้นกับยี่ห้อ จะว่ากันไปแล้วเราจะเห็นได้ว่า ราคาอาหารนกอาจจะแพงกว่าราคานกบางชนิดเสียด้วยซ้ำ และที่สำคัญ..อย่าลืมว่าลูกนกตัวหนึ่งๆนั้น ไม่ได้กินอาหารป้อนเพียงแค่ถุงเดียว เพราะกว่าที่พวกลูกนกจะโตพอที่จะกินอาหารอื่นๆได้ ลูกนกจะต้องกินอาหารป้อนอีกหลายๆถุงเลยทีเดียว ซ้ำร้ายหากลูกนกมีปัญหาสุขภาพ ลูกนกก็อาจจำเป็นต้องกินอาหารป้อนกันนานเป็นปี ด้วยเหตุนี้คนขายนกจึงอยากให้เรารีบซื้อลูกนกออกไปเร็วๆ โดยใช้วิธีโกหกเราเสมอๆว่า ลูกนกนั้นเลี้ยงง่าย ป้อนง่าย และเชื่องง่าย ซึ่งคำพูดเหล่านี้ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น

* เพราะนกที่เลี้ยงง่ายและเชื่องง่าย คือนกที่สามารถกินเองได้แล้ว โดยนกเริ่มหัดกินเองเป็นมาแล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์

ในตลาดค้านกนั้น พ่อค้านกมักจะตั้งราคาขายของนกลูกป้อนเอาไว้ถูก เพื่อเรียกความสนใจจากผู้ซื้อ ที่นิยมของถูก แต่ในหลักความเป็นจริง หากเราได้ลองคำนวณต้นทุนความเสี่ยงต่างๆในการเลี้ยงนกลูกป้อนแล้ว ราคาล่อใจที่ถูกลงไม่กี่บาทนั้น มันไม่มีความคุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ อย่าลืมว่าการเลี้ยงนกลูกป้อนนั้นมันไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าอาหารที่เราต้องจ่ายในราคาแพงๆเท่านั้น แต่เรายังต้องลงทุนไปกับการซื้ออุปกรณ์ป้อน อาทิ.. เราต้องซื้อไซริงค์สำหรับป้อน เราต้องซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักนก ซื้ออุปกรณ์วัดอุณหภูมิอาหาร สำหรับใช้วัดความร้อนของอาหารป้อนที่ผสมแล้วไม่ให้ความร้อนลวกปากลวกคอนก เราจะต้องซื้อหลอดไฟให้ความอบอุ่น และซื้อของใช้จิปาถะสำหรับการดูแลลูกนก ที่เป็นการลงทุนอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งการลงทุนสูงเหล่านี้ อาจหมายถึงการเลี้ยงนกลูกป้อนเพียงแค่ตัวเดียว และหากโชคร้ายลูกนกเกิดป่วยด้วยความไม่รู้ ไม่ชำนาญของเรา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้นเพราะเราเป็นมือใหม่ เราเองก็จะต้องเสียสตางค์พานกไปหาหมอตรวจรักษา ซึ่งค่ารักษาก็เป็นค่าใช้จ่ายที่แพงมากอีกด้วย

การเลี้ยงนกลูกป้อนมีความเสี่ยงต่อการที่นกจะเสียชีวิตในมือเราสูงมาก เพราะคนขายนกจะรีบดึงลูกนกเด็กๆออกมาจากพ่อแม่นกก่อนกำหนด เช่น ลูกนกอาจอยู่ในวัยที่มีอายุไม่กี่วันหรือยังไม่ลืมตา จึงทำให้ลูกนกเหล่านี้ ไม่มีโอกาสได้รับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่พ่อแม่นกเป็นผู้ถ่ายทอดให้ทางน้ำลายที่ผสมผสานกับอาหารจากปากพ่อแม่สู่ลูก จึงทำให้ลูกนกไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคตามธรรมชาติให้ตัวเองได้ ผลที่ตามมาก็คือลูกนกจะมีภูมิคุ้มกันโรคที่อ่อนแอมาก ทำให้ลูกนกป่วยง่ายไปตลอดชีวิต

เมื่อลูกนกมีความอ่อนแอมาก โอกาสที่ลูกนกจะติดเชื้อมาจากร้านค้าที่สกปรก ติดโรคมาจากฟาร์มที่สกปรก และติดโรคมาจากสภาพแวดล้อมในตลาดนัดค้าสัตว์ที่สกปรก จึงมีสูงมาก

คนขายนกส่วนมากมักจะเลี้ยงนกในกรงที่สกปรก ก็เพราะเขามีนกที่จะต้องดูแลในจำนวนมาก จนทำให้เขาไม่สามารถที่จะคอยทำความสะอาดกรงและสภาพแวดล้อมในที่เลี้ยงนกได้อย่างทั่วถึง สม่ำเสมอทุกวัน เราเองก็สามารถสังเกตุเห็นและรับรู้ได้ถึงความสกปรกเหล่านี้ หากเราไปตามฟาร์ม ตามร้านขายนก หรือแหล่งค้าสัตว์ต่างๆ เราจะเห็นได้ชัดว่า กรงนกทุกกรงสกปรก ถ้วยอาหารนกสกปรก นกยืนบนคอนที่สกปรก กินอาหารที่สกปรก แทะกระดองปลาหมึกที่สกปรก สภาพแวดล้อมต่างๆเต็มไปด้วยมูลนกและฝุ่นละออง เมื่อนกต้องอยู่ในสภาพสกปรก นกก็จะได้รับเชื้อและติดเชื้อได้ง่าย นกทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ไปจนถึงลูกนก ที่ตกอยู่ในสภาพสกปรกเช่นนี้มาแรมปี จะส่งผ่านเชื้อโรคต่างๆมาสู่กัน พ่อแม่จะส่งผ่านเชื้อโรคให้ลูกนก นกที่ถูกขังร่วมกรงที่แออัดก็จะส่งผ่านเชื้อโรคถึงกัน หรือหากความสกปรกนั้นเริ่มตั้งแต่ที่รังเพาะ ไข่ของนกที่ปกติจะมีผิวเป็นรูพรุน(มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น) ก็จะได้รับเชื้อผ่านเปลือกไข่เข้าไปสู่ลูกนกในไข่ด้วย ทำให้ลูกนกที่เกิดมาอมเชื้อและอ่อนแอจากการติดเชื้อ

ข้อสำคัญ อย่าลืมว่า หากเราสัมผัสความสกปรกเหล่านั้นเชื้อโรคก็สามารถส่งผ่านมาถึงเราได้ด้วย

นกลูกป้อนนั้นมีโอกาสและมีความเสี่ยงที่พวกเขาจะเสียชีวิตในอัตราสูง เนื่องจากลูกนกบอบบางและเลี้ยงยากมาก ทำให้พวกเขามีปัญหาสุขภาพที่มักพบเห็นได้ตลอดเวลา แม้แต่สัตวแพทย์ยังได้ทำสถิติไว้ว่า นกลูกป้อนที่ซื้อขายกันนั้น จะมีอัตราการตายที่โรงพยาบาลสูงถึง 60% เพราะกว่าที่เจ้าของนกจะตัดสินใจพานกมารักษา..ก็สายเสียแล้ว ลูกนกบางรายก็ป่วยมากจนไม่สามารถรักษาให้หายได้

ตัวเลข 60% คือจำนวนของลูกนกที่ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลสัตว์ แล้วลูกนกที่ไม่มีโอกาสได้ไปถึงโรงพยาบาลล่ะ จะมีจำนวนเท่าไรกัน

ปัญหาของนกลูกป้อนนั้นมีมาก เริ่มจากลูกนกอาจป่วยจากการติดเชื้อมาจากร้านค้า ที่คนขายมักไม่บอกความจริงกับเรา เมื่อลูกนกมาตายในมือเรา มันก็ไม่มีอะไรมาค้ำประกันเงินเรา ไม่มีการคืนเงิน ไม่มีความรับผิดชอบ เผลอๆก็อาจโทษว่าเราทำนกตายซะเอง แล้วก็หลอกล่อให้เราซื้อลูกนกตัวใหม่มาเลี้ยง โดยล่อใจว่าจะลดราคาให้สำหรับนกตัวใหม่ ซึ่งวิธีนี้ คนขายนกก็ได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง

ลูกนกที่ต้องป้อนอาจมาตายในมือเราได้ง่ายๆ เพราะเราเป็นมือใหม่ เราอาจเผลอไปผสมอาหารที่ร้อนเกินไป จนทำให้ถุงพักอาหารของลูกนกเป็นแผลพุพอง ในที่สุดถุงพักอาหารก็จะขาดทะลุเป็นรูรั่ว อาหารที่ป้อนลงไปก็จะไหลออกมาเลอะเต็มตัวลูกนก ผู้เลี้ยงนกมือใหม่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และนกหลายตัวก็ต้องมาตายอย่างทรมานเพราะความไม่รู้นี้ ถุงอาหารทะลุมีผลให้ลูกนกได้รับความทรมานจากความเจ็บปวด และทรมานจากการขาดอาหาร เพราะอาหารเหล่านั้นมันไม่มีทางที่จะลงไปในร่างกายนกได้เลย ในที่สุดหากรักษาไม่ทันลูกนกก็จะตาย ที่สำคัญค่ารักษาจะแพงมาก เพราะหมอต้องทำการรักษาแผลและเย็บแผล ผู้เลี้ยงนกจะต้องพานกไปโรงพยาบาลต่อเนื่องหลายครั้ง

คนขายนกร้อยทั้งร้อย มักแนะนำให้ผู้ซื้อนกป้อนอาหารให้ลูกนกด้วยการสอดสายยางใส้ไก่ ลึกเข้าถึงในลำคอและลงลึกไปถึงถุงพักอาหารของลูกนก ซึ่งนี่เป็นการทำทรมานนกอีกวิธีที่นิยมทำกันในประเทศไทย แต่ไม่มีใครทำกันแล้วในประเทศที่เจริญในด้านการเลี้ยงนก เพราะมันเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อลูกนกอย่างยิ่ง การป้อนอาหารลูกนกด้วยวิธีนี้ มีความเสี่ยงที่สายยางใส้ไก่สามารถหลุดเข้าไปในคอและลูกนกจะกลืนสายยางใส้ไก่เข้าไปค้างในถุงพักอาหาร สายยางเหล่านี้มีความเป็นพิษและการที่สายยางค้างในถุงพักนั้น มันหมายถึงสายยางได้เข้าไปอุดปิดช่องทางเดินอาหารด้วย

ลูกนกส่วนใหญ่ มักขัดขืน ไม่ยอมรับอาหารจากการป้อนด้วยสายยางใส้ไก่ ทำให้ผู้เลี้ยงบางรายพยายามที่จะดึงดันยัดสอดสายยางเข้าคอนกด้วยความรุนแรง การดึงดันและแรงขัดขืนระหว่างผู้ป้อนและผู้รับ ส่งผลให้สายยางใส้ไก่ทำความระคายเคืองให้กับช่องปากและลำคอรวมถึงถุงพักอาหารของนก จนเกิดเป็นแผลช้ำและถลอก ในรายที่รุนแรง อาจพบว่าถุงพักอาหารที่เป็นเพียงผิวบางๆนั้นขาดทะลุ จนสายยางใส้ไก่ทิ่มแทงออกมานอกถุงพัก ภาพเช่นนี้น่าสยองนัก และวิธีเดียวที่จะช่วยนกให้ปลอดภัยได้คือ ผู้เลี้ยงนกต้องรีบพานกไปพบสัตวแพทย์ เพื่อให้ช่วยเอาสายยางออกจากถุงพักอาหารนก การรักษาแผลต่างๆอาจต้องใช้วิธีการผ่าตัด เพื่อช่วยชีวิตนก

ปัญหาเหล่านี้มักส่งผลถึงชีวิตลูกนกเสมอๆ ตลอดมา

นอกจากนี้การเลี้ยงลูกนกนั้นไม่ง่าย เพราะลูกนกจะต้องการเวลาจากเรามากมาย ลูกนกยิ่งอายุน้อย เราก็ต้องยิ่งป้อนอาหารกันเกือบทุกชั่วโมง ตลอดทั้งคืน 24 ชั่วโมง ไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันทีเดียว เพราะหากเราละเลย ไม่ป้อนอาหารลูกนกตามที่ลูกนกต้องการกิน ลูกนกก็จะขาดสารอาหาร ป่วยและหนักหนาถึงตายในที่สุด

ไม่มีมนุษย์คนไหนหรอกที่จะพร้อมทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ พี่เลี้ยงให้ลูกนก ได้ดีเท่าพ่อแม่นก

อย่าไปเชื่อคนขายนก อย่าซื้อลูกนกหรือนกลูกป้อนมาเลี้ยง เพราะถ้าลูกนกป่วยและมาตายในมือเรา เราเองก็จะต้องเศร้าเสียใจมากในความผิด ที่มันจะติดตาและติดในใจเราไปนานแสนนาน ลูกนกนั้นมีสภาพที่น่าสงสาร พวกเขาบอบบาง ที่สำคัญพวกเขาถูกคนขายนก "ล้วงขโมย" ลูกนกออกมาจากพ่อแม่ นกเด็กๆที่ยังไม่ทันลืมตามาเห็นหน้าพ่อแม่ ต้องกลายเป็นลูกกำพร้า ว้าเหว่ เดียวดาย เราเป็นมนุษย์ เราไม่สามารถเป็นพ่อแม่ที่ดีทดแทนให้ลูกนกได้ อย่างที่เขาต้องการจากพ่อแม่ที่แท้จริง

เราก็รักลูกของเรา นกก็รักลูกของเขา อย่าสร้างบาปให้ตัวเอง ด้วยการไปพรากลูกพรากพ่อแม่เขา อย่าไปแบ่งปันรับเอาบาปของคนขายนกมาใส่ในตัวเราเลย



.....
เขียนโดย แก้วตา



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2012 CookieTalkie.com