About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




การวางไข่และเตรียมความพร้อม


นกตัวเมียที่ถึงวัยเจริญพันธุ์จะสามารถออกไข่ได้ แม้ว่านกตัวนั้นจะไม่มีคู่ก็ตาม ไข่ในกรณีนี้เรียกกันว่าไข่ลม และไข่ชนิดนี้จะไม่มีการฟักเป็นตัว ผู้ที่มีนกอาจมีความจำเป็นต้องรู้ว่านกของตัวเองเป็นเพศเมียหรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมหากนกออกไข่ นกขนาดเล็กอย่างหงษ์หยก อาจพร้อมที่จะมีไข่เมื่ออายุใกล้หนึ่งปี นกที่ขนาดโตขึ้นมาหน่อยอย่างคอคคาเทลจะออกไข่ประมาณอายุปีเศษ ส่วนนกที่มีขนาดใหญ่กว่านั้นบางพันธุ์อาจต้องมีอายุประมาณ 3 ปีขึ้นไปจึงจะออกไข่ แต่ทั้งนี้นกจะออกไข่เมื่อไร หรือไม่ มักต้องขึ้นกับสุขภาพนกเป็นอีกปัจจัยหลักด้วย

นกแต่ละชนิดมีลักษณะนิสัยในการวางไข่ที่แตกต่างกัน คือ

นกที่วางไข่แบบครั้งเดียว Detreminate Layers เช่น นกหงษ์หยก นกประเภทนี้จะออกไข่แต่ละครั้งตามจำนวนที่ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกาย เมื่อนกออกไข่ครบตามต้องการแล้ว นกก็จะหยุดไข่ในรอบนี้ นกในกรณีนี้เราจะปล่อยให้กกไข่ตามธรรมชาติหรือจะเอาไข่ออกมาทิ้งเลยหากกังวลว่านกจะทำไข่แตกก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วเราควรเปิดโอกาสให้นกได้ทำหน้าที่แม่ ด้วยการปล่อยให้นกได้กกไข่ตามความต้องการตามธรรมชาติจนครบวงจร จนเมื่อนกเสร็จสิ้นกระบวนการกกไข่และเห็นว่านกไม่สนใจไข่แล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ จึงนำไข่ออกทิ้ง

นกชนิดที่วางไข่อย่างต่อเนื่อง Indeterminate Layers เช่น นกคอคคาเทล นกประเภทนี้จะออกไข่ใบใหม่มาทดแทนใบที่หายไปทันที หากนกพบว่าไข่ของตัวเองถูกขโมยหรือถูกนำออกมาทิ้ง ดังนั้นการไปเอาไข่นกออกมา แล้วปล่อยให้นกต้องไข่อย่างต่อเนื่องจะเกิดผลเสียและเป็นอันตรายต่อสุขภาพนกอย่างมาก เพราะนกที่ต้องออกไข่จำนวนมาก จะสูญเสียแคลเซียมที่สะสมในร่างกาย เมื่อปริมาณแคลเซี่ยมลดลงแต่ไม่มีการทดแทนที่ดี ร่างกายของนกจะทำหน้าที่ไปดึงเอาแคลเซี่ยมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้สร้างเปลือกไข่ และหากนกต้องไข่ต่อเนื่องยาวนาน กระดูกของนกก็จะบางลงๆ ทำให้เกิดปัญหากระดูกยุบตัวหรือเกิดการเปราะหักได้ง่าย เช่น หากกระดูกขาบางลงจะทำให้นกไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้ เมื่อขารับน้ำหนักตัวไม่ไหว นกจะเดินไม่ได้และอาจถึงกับต้องนั่งนิ่งอยู่กับที่ ซึ่งถ้ามีอาการหนักกระดูกขาของนกก็อาจจะหักในที่สุด หากกระดูกในส่วนอกหรือโครงสร้างบางลง จะทำให้ลำตัวของนกคดงอ หด แคระแกร่นเกิดความพิการอย่างเช่น หลังค่อม ปัญหาเหล่านี้อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้นกเสียชีวิตได้ ดังนั้นการนำไข่นกคอคคาเทลหรือนกชนิดที่มีพฤติกรรมไข่ต่อเนื่องออกจากรังก่อนเวลา จะเป็นผลเสียอย่างมาก นกประเภทนี้ต้องปล่อยให้กกไข่ไปจนครบวงจร ห้ามเอาไข่ออกเด็ดขาด กระทั่งเมื่อพบว่านกหยุดกกไข่แล้วเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ จึงสามารถนำไข่ออกทิ้งได้

ที่สำคัญ เรามักไม่มีโอกาสรู้แน่ชัดว่านกชนิดใดเป็นนกชนิดที่ "วางไข่แบบครั้งเดียว" หรือ " วางไข่อย่างต่อเนื่อง" ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของนก เราควรปล่อยให้นกตัวเมียทุกตัวมีโอกาสกกไข่และทำหน้าที่แม่ของตัวเองจนครบวงจร นกที่มีโอกาสได้กกไข่ จะมีสุขภาพจิตที่ดีกว่านกที่ถูกนำไข่ออกไปทิ้งหรือถูกขโมยไข่ เพราะแม่นกทุกตัวก็เหมือนแม่คน นกมีความรู้สึกเศร้าเสียใจและรักลูกของตัวเองเหมือนกัน

** ในการเพาะพันธุ์นกเพื่อการค้า พ่อค้าผู้เพาะพันธุ์นกที่หวังผลกำไรมักล้วงขโมยไข่นกออกมาขาย ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นการบังคับให้นกไข่ใบใหม่อย่างต่อเนื่อง การกระทำเช่นนี้นอกจากจะเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรมอย่างยิ่งแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อสุขภาพนกด้วย ดังนั้นการไม่ซื้อนกมาเลี้ยงและไม่สนับสนุนการค้านก จะช่วยให้การกระทำทารุณกับนกในลักษณะนี้จบสิ้นลงได้

จะรู้ได้อย่างไรว่านกที่เลี้ยงกำลังจะมีไข่

นกที่กำลังจะมีไข่มักอยากอาหารมากกว่าปกติ กินมากขึ้น ร่างกายสมบูรณ์มากขึ้น ตัวอ้วนกลมขึ้น ที่ท้องน้อยเหนือช่องทวารจะดูบวมขึ้น และหากเราชั่งน้ำหนักนกทุกวัน เราก็จะพบว่านกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง

นกที่จะออกไข่มักดื่มน้ำมากขึ้น มูลที่ถ่ายออกมาก็จะมีปริมาณน้ำมากขึ้น นกจะถ่ายเหลวและมักจะถ่ายก้อนใหญ่ เพราะนกจะกลั้นอึนานขึ้น ทิ้งช่วงเวลาในการถ่ายมูลยาวขึ้น ในช่วงนี้มูลนกอาจจะมีกลิ่น

นกในช่วงวางไข่นี้มักจะมีอารมณ์หงุดหงิดบางตัวอาจดุ อาจจิก และนกมักจะแสดงอาการหวงรังและที่ทางที่ชอบมากกว่าปกติ

นกที่ต้องการจะวางไข่จะเริ่มสำหรวจหาที่มุมมืด ข้างตู้ ซอกตู้ ทุกที่ที่มีช่องมีมุม นกบางตัวอาจชอบลงกล่องและนกจะหวงที่ทางหวงกรงมากขึ้น หวงของเล่นที่นกคิดว่าเป็นคู่ของตัวเองมากขึ้น นกที่ติดคนจะหวงคนที่เขาคิดว่าเป็นคู่มากขึ้น

ในช่วงนี้นกมักจะอยากกินและหาอะไรแปลกๆฉีกกัด เช่น กระดาษทิชชู กระดาษหนังสือพิมพ์ นกบางตัวชอบแทะผนังบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผนังปูนหรือไม้ อาการอยากกินของแปลกๆของนกในช่วงเวลานี้ จะคล้ายกับอาการของมนุษย์ที่ชอบกินของแปลกๆในช่วงเวลาตั้งครรภ์ แต่พฤติกรรมเหล่านี้จะสร้างอันตรายให้กับสุขภาพนก หากนกไปกัดแทะเอาสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่มีสารพิษและเป็นอันตราย อย่างเช่น กระดาษที่ผ่านการพิมพ์จะมีหมึกที่มีส่วนผสมของสารตะกั่ว (กระดาษพิมพ์ในบางประเทศจะใช้หมึกพิมพ์ที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง Soy Based Ink จึงปลอดภัยจากสารตะกั่ว) กระดาษทิชชูที่อาจมีกาว กระดาษที่สกปรกจากคราบสารเคมี นกที่แทะปูนอาจกลืนกินผงปูนและสะเก็ดสีทาบ้านที่มักจะมีส่วนผสมของสารตะกั่วเข้าไปด้วย นกที่แทะไม้นกอาจกลืนเศษไม้และจะเป็นอันตรายหากไม้แหลมคม และไม้บางชนิดอาจเคลือบสารเคมีที่เป็นพิษกับนก เช่น สารเคมีที่เคลือบทำให้ไม้ทนทาน สารเคมีที่เคลือบทำให้ไม้กันน้ำ หากนกของเราอยากกัดแทะ เราสามารถช่วยให้นกผ่อนคลาย ด้วยการหากิ่งไม้สดที่ปลอดภัยจากสารเคมีและไม่มียางไม้ มาให้นกได้ใช้กัดแทะเล่น *หลีกเลี่ยงกิ่งไม้ของต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใกล้ถนนเพราะต้นไม้เหล่านี้จะได้รับสารพิษจากควันและไอเสียของรถยนต์ตลอดทั้งวัน

เราอาจเห็นนกเริ่มดันก้นเข้าชิดผนังหรือสิ่งของที่นกชอบเป็นพิเศษ นกจะยกหางขึ้นสูงและส่งเสียงจิ๊บๆ

จะทำอย่างไรเมื่อนกที่เลี้ยงออกไข่

ในช่วงวางไข่ นกต้องการอาหารที่ดีและน้ำที่สะอาดสำหรับดื่ม นอกจากนี้นกยังต้องการอาหารเสริมที่ให้แคลเซี่ยมสูงด้วย เช่น กระดองปลาหมึกหรือลิ้นทะเล เปลือกหอยนางรมป่น เปลือกไข่ต้มป่น ถั่วอัลมอล ผักใบเขียวต่างๆและอาหารที่ให้แคลเซี่ยมอื่นๆ แคลเซียมจะช่วยในการสร้างเปลือกไข่ ทำให้เปลือกไข่ของนกมีความหนาพอ แข็งแรงและไม่แตกง่าย เมื่อเปลือกไข่สมบูรณ์ นกจะเบ่งไข่ออกได้ง่าย ไม่มีปัญหาไข่ติดค้าง

นกในกรงที่ใช้กล่องรังเป็นที่นอน เราควรล้างทำความสะอาดตากแดดรังและตรวจดูความเรียบร้อย กำจัดทิ้งชิ้นไม้และเสี้ยนที่มีความคม ซ่อมแซมหากมีตะปูแหลมทิ่มออกมาจากเนื้อไม้ จัดหาวัสดุรองพื้นรังที่เหมาะสม โดยมากจะใช้เปลือกไม้ชนิดอ่อนที่มีขายสำเร็จรูป โรยวัสดุรองรังให้หนาประมาณ 2-3 นิ้ว จากนั้นจึงทำการแขวนรังให้นก

นกในกรงที่ไม่มีกล่องรัง จะวางไข่บริเวณพื้นกรง เราควรจัดหาผ้าสะอาด เช่น ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดมือหรือผ้าเช็ดจานที่ใหม่สะอาดปูให้นกบนตระแกรงรองพื้นกรงสำหรับให้นกใช้เป็นที่วางไข่ โดยเลือกมุมใดมุมหนึ่งที่เหมาะสม หากใช้ผ้าขนหนูที่ทอแบบมีห่วงเราควรดูแลไม่ให้เล็บเท้านกเข้าไปติดห่วงผ้า หากใช้ผ้าชนิดอื่น ต้องแน่ใจว่าผ้าผืนนั้นไม่มีเศษด้ายรุ่งริ่ง ที่จะพันบาดเท้านกหรือเกี่ยวติดกับเล็บเท้านก ควรมีผ้าสะอาดหลายๆผืนเพื่อสลับเปลี่ยนหากสกปรก และควรดูแลเปลี่ยนผ้าผืนใหม่ให้นกในช่วงที่นกออกมาทานอาหาร นกที่เชื่องมากและวางใจเราจะยอมให้ดูแลทำความสะอาดกรงโดยไม่มีปัญหา

ในระหว่างออกไข่และกกไข่ นกต้องการความสงบและความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ดังนั้นเราควรหาผ้ามาคลุมกรงให้นกในบางส่วน เพื่อช่วยให้นกรู้สึกปลอดภัย โดยเลือกผ้าคลุมกรงให้เหมาะสมกับสภาวะอากาศ และเลือกสีผ้าที่นกจะไม่รู้สึกกลัว ผ้าที่นิยมใช้มักเป็นผ้าฝ้ายและสีน้ำเงินเข้มเป็นสีที่เหมาะ สีเข้มช่วยลดแสงสว่างในกรงทำให้นกนอนหลับได้ดี ควรคลุมกรงให้นกทุกด้าน โดยเปิดช่องที่ด้านหน้ากรงเพียงบางส่วนประมาณ 2-3 นิ้วเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ควรเปิดช่องอากาศตรงกับบริเวณที่นกนอน และไม่ควรเปิดช่องอากาศในบริเวณที่แสงจะส่องตรงเข้าไปได้ เพราะแสงจะรบกวนสายตานก มีผลให้นกนอนไม่หลับ ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

นกจะวางไข่วันเว้นวัน และจะวางไข่ครั้งละประมาณ 4-6 ฟอง(ขึ้นกับความสมบูรณ์ของนก) หลังจากออกไข่ใบที่ 2-3 นกก็จะเริ่มกกไข่

ในระหว่างการกกไข่นกมักจะออกมากินอาหารวันละครั้งหรือขึ้นกับนิสัยนก เราควรเตรียมอาหารสดที่มีคุณภาพไว้ให้พร้อมและจัดให้นกกินอาหารในเวลาที่นกต้องการ นอกจากนี้ในกรงนกควรมีเมล็ดพืชรวม อาหารสำเร็จรูปและอาหารเสริมที่จำเป็น รวมถึงน้ำสะอาดไว้พร้อมตลอดเวลา

ในช่วงนอนกกไข่นกมักจะกลั้นอึได้นานมากและนกจะอึเมื่อลุกขึ้นมาทานอาหาร เราจะพบว่าอึของนกจะก้อนใหญ่มากและมีกลิ่นแรง ถือว่าเป็นปกติ

นกจะกกไข่ไปจนกว่าจะรู้โดยสัญชาติญาณว่า ไข่ทั้งหมดไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้ ซึ่งระยะเวลาของการกกไข่นั้นอาจจะกินเวลานานมากกว่า 1 เดือน เมื่อแน่ใจว่านกเลิกกกไข่แล้วจึงค่อยนำไข่นั้นออกมาทิ้ง เอาไข่ออกมาช้าหน่อยดีกว่าเอาออกเร็วเกินไป

หากเกิดอุบัติเหตุนกทำไข่แตกในกรงหรือในรัง เราควรนำไข่ที่แตกออกทิ้ง แล้วควรทำความสะอาดในส่วนที่สกปรก หากตัวนกสกปรกจากไข่ที่แตก นกก็ควรได้รับการทำความสะอาดด้วย เพื่อป้องกันนกจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เมื่อตัวนกสะอาดแล้วเราต้องดูแลให้นกตัวแห้งด้วยการเป่าไดร์ให้นก ก่อนส่งเข้านอน (ถือไดร์ให้ห่างจากตัวนกอย่างน้อย 12 นิ้ว ไม่เป่าตรงเข้าตาและควรใช้ไดร์ชนิดไม่เคลือบสาร PTFE)

ในช่วงที่นกกำลังอยู่ในระหว่างการวางไข่นี้ เราควรชั่งน้ำหนักนกทุกวันและควรจดบันทึกน้ำหนักนกลงปฏิทินไว้ การจดบันทึกจะช่วยให้เราคาดเดาได้ว่านกจะยังออกไข่ต่อเนื่องหรือไม่และจะหยุดไข่เมื่อไร ที่สำคัญการบันทึกจะช่วยให้เราคาดเดาได้ถึงเวลาในการออกไข่ครั้งต่อไป เลือกซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักที่ชั่งเป็นกรัม

** ถ้าพบว่านกเบ่งนานแต่ไข่ไม่ยอยออกและนกมีอาการอ่อนเพลียนอนซมที่พื้นกรง นกอาจมีปัญหาออกไข่ยาก เราควรรีบนำนกส่งสัตวแพทย์ด่วนที่สุดภายใน 12 ชั่วโมง หากช้านกจะเสียชีวิตได้ ควรอ่านบทความ "ไข่ติดค้าง" ไว้เป็นแนวทางความรู้ด้วย

.....
เขียนโดย แก้วตา

9/8/2002
last update 9/14/2008



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2012 CookieTalkie.com