 |
โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี
คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ
เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น
นกดึงถอนขนตัวเอง (Feather Picking)
ปัญหาการดึงถอนขนนกนั้น ถือได้ว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่จัดอยู่ในขั้นที่ยากที่สุดในการแก้ไข
ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมาทำความเข้าใจกันว่า เพราะเหตุใดนกบางตัวจึงเกิดปัญหาดึงถอนขนตัวเอง
เนื่องจากนกในธรรมชาติใช้ชีวิตอยู่รวมกันเป็นฝูง นกจึงมีกิจกรรมต่างๆที่ได้ทำร่วมกันในแต่ละวัน
ไม่ว่าจะเป็นการบินออกไปหาอาหารในแหล่งต่างๆ การใช้เวลาให้หมดไปในการกินการเล่นสนุกร่วมกันในยามว่าง
รวมถึงการพักผ่อนงีบหลับระหว่างวัน เหล่านี้เป็นกิจกรรมที่เพียงพอสำหรับความสุขในการดำเนินชีวิต
และเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นเร้าให้นกเกิดความเพลิดเพลิน ดังนั้นเวลาในหนึ่งวันของนกในธรรมชาติจึงหมดไปอย่างมีคุณภาพ
และไม่เกิดช่องว่างใดๆให้มีผลต่อสุขภาพกายและใจ
อีกทั้งนกในธรรมชาตินั้นมักมีสัญชาติญาณในการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีเสมอ เพราะสภาพร่างกายที่มองออกถึงความเจ็บป่วย
เป็นสภาพร่างกายที่แตกต่างจากนกตัวอื่นๆในฝูง นกที่ป่วยมักถูกกีดกันละทิ้งจากฝูง เป็นผลให้นกป่วยดูโดดเดี่ยวและโดดเด่น
จึงเป็นการนำพาภัยมาถึงตัวเพราะนกป่วยมักตกเป็นเป้าที่ง่ายต่อการมองเห็นของสัตว์ผู้ล่า
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงมักไม่พบว่านกในธรรมชาติมีปัญหาดึงถอนขนตัวเอง ซึ่งต่างกับนกเลี้ยงที่มีชีวิตในที่จำกัดและมีชีวิตขึ้นกับมนุษย์
ที่หากนกไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพกายใจอย่างถูกต้องและระมัดระวังแล้ว ปัญหาความเจ็บป่วยต่างๆก็มักเกิดขึ้นได้ง่าย
ปัญหาการดึงถอนขนนกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
สาเหตุจากสุขภาพกาย ที่อาจหมายถึงความเจ็บป่วย
สาเหตุที่เกิดจากสุขภาพทางใจ ที่มีต้นเหตุจากความเคลียด
สาเหตุจากการบริโภค ที่นกอาจได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม ไม่มีคุณค่าเพียงพอ
สาเหตุจากสภาพแวดล้อม ที่มีปัจจัยต่างๆกันไป
นกที่ดึงถอนขนตัวเองมักจะมีอาการเริ่มต้นจากการกัดฉีกเส้นขนให้เสียหายไปจนกระทั่งดึงถอนขนอย่างต่อเนื่อง
โดยนกอาจเริ่มจากการดึงถอนขนบ้างเล็กน้อยไปจนถึงอาการในขั้นรุนแรงและหนักที่สุดถึงขั้นจิกขุดผิวจนเป็นแผล
ผู้เชี่ยวชาญเปรียบเทียบอาการของนกที่ดึงถอนขนตัวเองกับมนุษย์ที่ชอบกัดเล็บ หรือดึงถอนผมอย่างต่อเนื่องในขณะที่มีอารมณ์หรืออาการทางประสาท
มีความกลัวและมีความกังวล ซึ่งบางครั้งอาการเหล่านี้ของมนุษย์ก็เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
การรักษาโรคดึงถอนขนตัวเองของนกให้ได้ผลดีนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากหลายฝ่าย
ทั้งจากสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากเจ้าของนก รวมไปถึงการได้รับคำแนะนำจากนักจิตวิทยานกด้วย
และเนื่องจากปัญหาการดึงถอนขนตัวเองของนก มักเกิดจากสาเหตุของหลายๆปัจจัยรวมกัน
ดังนั้นการรักษามักต้องใช้เวลายาวนานในการค้นหาต้นตอของสาเหตุที่ต้องค่อยๆกำจัดให้หมดไปทีละอย่าง
ผู้เป็นเจ้าของนกอาจต้องใช้ความอดทนสูง การรักษามีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งการรักษาจะได้ผลหรือไม่
ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของทุกฝ่ายรวมถึงสภาพและกำลังใจของนก นกที่ได้รับความรักและความผูกพันที่ดี
จากเจ้าของมักให้ความร่วมมือในการรักษาที่ได้ผลดีกว่านกที่ขาดความรักความผูกพัน ดังนั้นกำลังใจของทุกฝ่ายจึงสำคัญมาก
บ่อยครั้งที่มักพบว่า ผลสรุปของการรักษาปัญหาการดึงถอนขนนกนั้นอาจไม่ให้ผลที่ดีนัก
จนแม้สัตวแพทย์ยังให้ความเห็นว่า เราอาจต้องยอมรับว่าเมื่อนกเริ่มถอนขน นกก็มักจะยังคงถอนขนอย่างต่อเนื่องแม้จะได้รับการรักษาแล้วก็ตาม
นกบางตัวอาจรักษาให้หายได้แต่เมื่อหายแล้วก็อาจเป็นไปได้ว่านกอาจกลับมาดึงถอนขนอีก
อย่างนี้แล้วหากผู้เลี้ยงนกทำใจได้และหากการถอนขนบ้างของนกนั้นไม่ได้ทำอันตรายใดๆต่อสุขภาพนก
เราอาจต้องยอมรับสภาพนั้นร่วมกับนกด้วย
นอกจากนี้สัตวแพทย์ยังได้ให้ความเห็นไว้ว่า นกที่มีสุขภาพดีบางตัวก็อาจมีปัญหาดึงถอนขนตัวเองบ้างในบางโอกาส
แต่การดึงถอนขนนั้นมักไม่สร้างปัญหารุนแรงใดๆ หากผู้เลี้ยงนกให้ความเอาใจใส่ดูแลสุขภาพนกดีอย่างสม่ำเสมอ
การดึงถอนขนเล็กน้อยนั้นจะไม่ทำให้คุณภาพชีวิตของนกเสียไป
นกที่มักจะพบว่ามีปัญหาการดึงถอนขนตัวเองสูงมักจะเป็นนกที่มีความฉลาดสูงเช่นกัน กลุ่มนกที่มักพบว่ามีปัญหาดึงถอนขน
เช่น นกกระตั้ว African grey, Macaws, Eclectus, Love bird รวมถึงนกคอคคาเทลด้วย
นกหงษ์หยกมักไม่พบว่าดึงถอนขนตัวเอง
เรามาลองศึกษาถึงสาเหตุและหาวิธีป้องกัน เริ่มกันตั้งแต่แรกเกิด
ผลการศึกษาพบว่านกเหล่านี้มีอัตราปัญหาการดึงถอนขนตัวเองต่ำ
- ลูกนกที่ปล่อยให้พ่อแม่นกเลี้ยงเองในระยะเวลาหนึ่งก่อนนำออกมาป้อนโดยมนุษย์ (ระยะเวลาขึ้นกับชนิดนก)
- ลูกนกที่ได้รับการป้อนอาหารจากผู้ป้อนคนเดิมหรือป้อนโดยคนสองคนสลับกัน
- ลูกนกที่เลี้ยงร่วมกับนกตัวอื่นๆ
- ลูกนกที่กินอาหารได้เอง wean ในเวลาที่เหมาะสม โดยไม่มีการบังคับให้กินเองก่อนกำหนด
- ลูกนกที่ถูกขายหลังจากกินเองได้แล้ว weaned
- ลูกนกที่ผู้เลี้ยงปล่อยให้ขนขึ้นเต็ม จากนั้นลูกนกได้หัดบินก่อนจึงค่อยๆตัดซอยขนปีออก ครั้งละ 1-2 คู่เส้นจนครบ
- นกที่ได้รับการตัดซอยขนปีกอย่างถูกวิธีและทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้นกตื่นกลัว
นกที่มักจะพบปัญหาดึงถอนขนตัวเองสูง
- ลูกนกที่เกิดจากไข่ที่ได้รับการกกฟักด้วยเครื่องและป้อนด้วยมนุษย์ตั้งแต่วันแรกเกิด
(หมายเหตุ: ไข่ที่ถูกทอดทิ้งจากการฟักของแม่นกหรือลูกนกที่ถูกแม่นกทอดทิ้งหรือแม่นกเลี้ยงลูกไม่เป็นเท่านั้น
ที่ไข่ควรนำมาฟักด้วยเครื่อง ลูกนกในกรณีนี้จำเป็นต้องได้รับการป้อนโดยมนุษย์ตั้งแต่วันแรกเกิด)
- ลูกนกที่ถูกเปลี่ยนคนป้อนบ่อย
- ลูกนกถูกเลี้ยงและโตอย่างโดดเดี่ยว
- ลูกนกที่ถูกปล่อยให้อดอาหารเป็นบางมื้อหรือหลายมื้อ
- ลูกนกที่ผู้ป้อนหยุดป้อนอาหารให้และถูกบังคับให้ต้องกินอาหารเองในขณะที่ยังไม่ถึงวัย
- ลูกนกที่ถูกบังคับให้กินอาหารเองแบบการกำหนดตารางเวลา
- ลูกนกที่ถูกขายในขณะที่ยังไม่ wean ยังกินอาหารเองไม่เป็นและต้องไปอยู่กับผู้เลี้ยงที่ไม่รู้วิธีป้อน
อยู่ในมือที่ไม่มีความชำนาญ
- ลูกนกที่ถูกตัดซอยขนปีกและถูกตัดเล็บอย่างไม่ถูกวิธีทำให้ลูกนกเกิดความกลัว
- ลูกนกที่ถูกบังคับป้อน ด้วยวิธีสอดสายยางใส้ไก่หรือเข็มป้อนที่ดันเข้าลึกถึงถุงอาหาร ที่มักก่ออันตรายกับลูกนก
- ผลการวิจัยพบว่านกที่เกิดจากการผสมเลือดชิด inbreeding มีอัตราการดึงถอนขนตัวเองสูงเช่นกัน
ดังนั้นจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การป้องกันปัญหาการดึงถอนขนของนกนั้น ต้องเริ่มกันตั้งแต่ลูกนกแรกเกิด
โดยเลือกซื้อนกจากผู้เพาะเลี้ยงที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนกและต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อสุขภาพนกอย่างแท้จริง
เลือกซื้อนกจากผู้เพาะเลี้ยงที่มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือได้ มักช่วยลดปัญหาสุขภาพต่างๆของนกลงได้มาก
เช่น เลือกซื้อลูกนกที่ได้รับการป้อนอาหารด้วยช้อนหรือไซริงค์ ที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ไม่ปล่อยทิ้งให้ลูกนกหิวหรืออดอาหาร เลือกซื้อนกที่กินอาหารได้เองแล้วโดยสมบูรณ์ จากผู้เพาะนกที่รู้จักวิธี wean อย่างมีคุณภาพ
ที่สอนให้นกได้รับการหัดบินก่อนทำการตัดซอยปีกเพื่อฝึกให้นกมีความเชื่อมั่นในตัวเอง
ลูกนกที่ถูกเลี้ยงด้วยการเริ่มต้นชีวิตที่ดีจะมีความมั่นใจตัวเอง เล่นเองและทำให้ตัวเองเพลิดเพลินกับสิ่งต่างๆได้
นกที่มีคุณภาพเช่นนี้ จึงมักไม่โหยหาและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีชีวิตขึ้นกับมนุษย์ และจะไม่แสดงอาการต้องการมนุษย์ตลอดเวลา
ดังนั้นนกจากผู้เพาะเลี้ยงที่ดีมักมีสุขภาพดีในทุกรูปแบบ
สาเหตุการดึงถอนขนที่เกิดจากปัญหาสุขภาพ
เมื่อพบว่านกมีขนร่วง นั่นก็อาจไม่ได้หมายความว่านกจะมีปัญหาการดึงถอนขนเสมอไป เพราะโดยธรรมชาตินกจะมีการผลัดขนปีละ 1-2 ครั้ง
โดยขนเดิมที่หมดสภาพแล้วจะถูกทดแทนด้วยขนใหม่ที่แทงหน่องอกขึ้นมา ดันให้ขนที่หมดสภาพหลุดร่วงไป
การผลัดขนปกติมักจะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
แต่หากพบว่านกมีขนร่วงมากและร่วงต่อเนื่องจนทำให้มองเห็นผิวหนังโล้น ผู้เลี้ยงนกอาจตั้งข้อสงสัยได้ว่า
นกอาจมีปัญหาสุขภาพอย่างอื่น ที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจละเอียดโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อหาสาเหตุจากการดึงถอนขนของนกแพทย์มักเริ่มจากการซักประวัติ เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุเบื้องต้น
พร้อมทั้งแพทย์อาจใช้วิธีเจาะตรวจเลือดเพื่อให้ผลที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งผลของการตรวจเลือดจะทำให้แพทย์ทราบว่า
นกอยู่ในสภาวะขาดสารอาหารหรือนกได้รับสารพิษใดในร่างกายหรือนกจะมีการติดเชื้อต่างๆ
เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส หรือพยาธิ ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอาการดึงถอนขน
นกที่ดึงถอนขนตัวเองอาจมีสาเหตุมาจากการเป็นโรค Giardia ดังนั้นนกควรได้รับการตรวจหาโรค Giardia อย่างละเอียด
สาเหตุของโรคนี้มักเกิดจากการที่นกบริโภคน้ำและอาหารที่สกปรก เช่น นกที่เลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด
กินน้ำและอาหารที่มีมูลนกตกลงเจือปนผสมอยู่หรือนกที่ได้สัมผัสเหยีบมูลตลอดเวลาเมื่อนกทำความสะอาดตัวเอง
มูลก็จะเข้าปากและนกจะได้รับเชื้อโรคที่เรียกว่า Cysts เข้าสู่ร่างกาย เชื้อ Cysts จะสร้าง protozoa
ที่เจริญเติบโตและทวีคูณในลำใส้นกและเมื่อนกขับถ่าย เชื้อนี้ก็จะถูกขับถ่ายออกมากับมูลนกด้วย
เมื่อมูลตกลงในน้ำในอาหารเชื้อก็จะวนเวียนอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้น นกที่ได้รับเชื้อมาจากนกอื่นจะถ่ายเชื้อไปยังนกตัวต่อๆไป
แพร่กระจายโรคไปเรื่อยๆ Cysts เป็นเชื้อโรคที่มีความคงทนทั้งกับความร้อน เช่น การต้มสุก
คงทนกับความเย็น เช่น การแช่แข็ง และคงทนต่อสภาพอากาศแห้ง ดังนั้นมูลนกที่แห้งจะเกิดเป็นฝุ่นละออง
ที่มีเชื้อโรคชนิดนี้แพร่กระจายไปในอากาศด้วย ทั้งหมดนี้จึงเป็นวงจรที่เป็นต้นเหตุให้นกป่วยเป็นโรค Giardia
โรค Giardia เป็น protozoa ที่สามารถติดต่อไปยัง สุนัข แมว ม้า มนุษย์และแน่นอนนกด้วย
แต่ชนิดของ protozoa ที่มีผลติดต่อในนกนั้นในการศึกษาขณะนี้พบว่าไม่มีผลติดต่อมาสู่มนุษย์
นกที่มักได้รับเชื้อและเป็นโรค Giardia มี คอคคาเทล หงษ์หยก lovebird และ gray-cheeked parakeets
นกที่เป็นโรค Giardia ร่างกายจะไม่สามารถดูดซับสารอาหารไปใช้งาน และโรคนี้มักนำไปสู่อาการคันอย่างรุนแรง
เป็นเหตุให้นกอยากไซ้ขนจนเกินปกติจนถึงขั้นดึงถอนขนตัวเอง และมักพบว่านกที่เป็นโรค Giardia มักดึงถอนขนบริเวณใต้ปีกและโคนขา
นกคอคคาเทลที่ถอนขนส่วนใหญ่มักจะถูกสันนิฐานว่าเป็นโรค Giardia
โรคนี้แม้ว่าจะรักษาให้หายได้แต่ปัญหาคือ ยากต่อการวิเคราะห์ว่านกเป็นโรคหรือไม่ เพราะบางครั้งนกที่เป็นโรคอาจไม่แสดงอาการ
หรืออาจแสดงอาการดังนี้
อาการบ่งบอกว่านกเป็นโรค Giardia
- ถ่ายเป็นเมล็ดพืชที่ไม่ย่อย
- ถ่ายเป็นชิ้นส่วนของอาหารอื่นๆที่ไม่ย่อย
- ผิวหนังแห้ง
- มักจะมีอาการคัน
- ขนร่วงเป็นหย่อมๆ
- นกมักจะดึงถอนขนในบริเวณส่วนปีก สีข้างและขา
- ซูบผอม กล้ามเนื้อที่อกลดลง
- อุจจาระเหลืองในส่วนของ Urates
- เซื่องซึม
- ไม่อยากอาหาร
- น้ำหนักลด
- ท้องเสีย
- อาการขั้นสุดท้าย ตาย
การตรวจ Giardia ทำโดยการเก็บอุจจาระของนกที่คาดว่าจะเป็นโรคนี้ไปทดสอบ
ดังนั้นการป้องกันโดยการดูแลเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม ความสะอาดในสภาพแวดล้อม
และความสะอาดภายในกรงนกจะเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันโรค ด้วยเหตุนี้การรักษาโรค Giardia
จึงเป็นอีกทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการดึงถอนขนของนก
สาเหตุของขนร่วงอาจมาจากปัญหาความเจ็บป่วยต่างๆ ดังนั้นปัญหาเกี่ยวกับขนอาจไม่ได้หมายความว่านกจะดึงถอนขนตัวเองเสมอไป
แต่หากขนนกนั้นล่วงหลุดออกมาด้วยสาเหตุแห่งการป่วยไข้และการติดโรคต่างๆ ด้วยเหตุนี้ผู้เลี้ยงนกอาจมีความจำเป็นต้องขอให้สัตวแพทย์ทำการตรวจนับเม็ดเลือด (CBC),
ตรวจ Palyomavirus, Psittacosis, PBFD, Aspergillosis, ตรวจสอบระดับแคลเซียมและตรวจระดับโลหะเป็นพิษในเลือด
นกที่เป็น Hypothyroidism ขนนกมักจะร่วงจนดูเหมือนนกมีอาการผลัดขนอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ขนนกที่มีลักษณะบิด club-shaped ขนที่แตกอาจบอกสาเหตุของโรค Polyomavirus และ PBFD
(Psittacine Beak and Feather Disease)
PBFD เป็นโรคที่ในขณะนี้ยังคงรักษาไม่หาย นกที่เป็นโรคนี้จะมีภูมิคุ้นกันบกพร่อง จึงมักมีผลทำให้นกเสียชีวิตจากการเกิดโรคแทรกซ้อน
แต่นกที่เป็นโรคนี้จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานหากผู้เลี้ยงนกสามารถควบคุมและดูแลสุขภาพนกให้คงที่ได้
โรค PBFD ไม่ติดต่อสู่มนุษย์แต่สามารถติดต่อจากนกสู่นกได้ ดังนั้นจึงไม่สมควรที่จะมีนกตัวอื่นเลี้ยงร่วมกับนกที่เป็นโรคนี้
หากผู้เลี้ยงนกมีนกในความดูแลอยู่หลายตัว นกที่เป็น PBFD ควรถูกแยกเลี้ยงในบริเวณแยกต่างหากห่างจากนกอื่น
และผู้เลี้ยงนกควรทำความสะอาดร่างกายทุกส่วนทุกครั้งก่อนเข้าหานกปกติ
นกที่เป็น PBFD สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยผู้เลี้ยงนกอาจใช้วิธียกนกที่เป็น PBFD ให้อยู่ในความดูแลของผู้ที่สามารถวางใจได้
เป็นผู้รักนกอย่างแท้จริงและเป็นผู้เลี้ยงนกที่ไม่มีนกตัวอื่นๆ
ในประเทศออสเตรเลียมีผลการวิจัยที่คาดว่าจะมียารักษาโรคนี้ได้ แต่ยานี้ทางอเมริกายังไม่รับรองและไม่นำเข้า
ใครที่มีนกเป็นโรคนี้ ควรลองติดต่อสัตวแพทย์ที่ออสเตรเลีย
Aspergillosis เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราที่มีอยู่ในสภาพแวดล้อมปกติ นกในสภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยความเคลียด
มักมีความอ่อนแอและเป็นจุดอ่อนที่เชื้อนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย หากไม่มีการตรวจพบและรักษาได้ทัน
โรคนี้ก็สามารถทำให้นกเสียชีวิตได้
การดึงถอนขนของนกอาจเกิดจากระดับสารพิษที่สะสมอยู่ในเลือด ดังนั้นผลของการตรวจเลือด
จะทำให้แพทย์ทราบถึงระดับของสารพิษในเลือดของนก สารพิษ เช่น สารตะกั่ว สังกะสี และทองแดง
เป็นสารอันตรายที่สร้างปัญหาการได้รับสารพิษสะสมในร่างกายนก นอกจากนี้ยังมีสิ่งของหลายอย่างที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ที่มักพบว่ามีสารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบ เช่น โซ่ที่ใช้ถ่วงน้ำหนักผ้าม่าน กระจกStain Glass
กระดุมเสื้อบางชนิดที่เป็นตะกั่วฯลฯ รวมไปถึงของใช้สำหรับนกหลายชนิดที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน
เช่น กรงนกที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานมักมีส่วนผสมของสารตะกั่วและสังกะสีเจือปนในปริมาณสูง
สารอันตรายนี้จะถูกกลืนกินเข้าปากนกในขณะที่นกปีนป่ายไปตามซี่กรงซึ่งนกต้องใช้ปากสัมผัสกรงตลอดเวลา
ของเล่นพลาสติคบางชนิดมีส่วนผสมของสังกะสีปนเปื้อนอยู่ ห่วงคล้องของเล่นนก กระดิ่งต่างๆ
ภาชนะที่ผลิตสำหรับใส่อาหารนกที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ถ้วยน้ำที่ผลิตจากสังกะสี ที่สารสังกะสีจะละลายเจือจางในน้ำดื่มนก
ภาชนะใส่อาหารที่ทำจากดินเผาแบบเดียวกับกระถางต้นไม้ มักมีสารตะกั่วในดินที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเจือปนอยู่
สารเหล่านี้จะละลายปนเปื่อนลงในอาหารและเข้าสู่ร่างกายนกเช่นกัน นอกจากนี้ส่วนผสมของกาว(Adhesives)
ที่พบในกระดาษชำระ ก็มีส่วนทำอันตรายต่อสุขภาพนกหากนกกัดกินเข้าไป นกที่ได้รับสารพิษเหล่านี้เข้าไปในร่างกายในปริมาณสูงแม้เพียงครั้งเดียว
อาจเสียชีวิตในทันที แต่หากได้รับในปริมาณน้อยบ่อยๆสารพิษที่สะสมในร่างกายเมื่อทวีมากขึ้น
ก็จะถึงจุดที่เป็นสาเหตุทำให้นกดึงถอนขนตัวเอง จึงควรกำจัดสิ่งของที่เป็นอันตรายเหล่านี้ให้พ้นจากการเข้าถึงของนก
ไวตามิน A เป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพนก นกที่บริโภคแต่เมล็ดพืชเพียงอย่างเดียวมักพบว่ามีปัญหาขาดไวตามิน A
อาการบ่งบอกถึงการขาดไวตามิน A ที่สัตวแพทย์มักจะตรวจดูก่อนคือ ดูความผิดปกติในช่องปากนก
ว่ามีการบวมมีผื่นแดงหรือมีมูกมากไปหรือไม่ หากพบว่านกมีอาการขาดไวตามิน A แพทย์ก็จะแนะนำให้ปรับปรุงอาหารให้นก
หรือหากพบว่านกมีอาการขาดไวตามิน A ในขั้นรุนแรงแพทย์อาจทำการฉีดไวตามิน A ให้นก
นกที่ขาดไวตามิน A จะมีผิวหนังที่แห้งเป็นขุย เส้นขนเปราะหักง่ายและเกิดอาการติดเชื้อที่เป็นจุดเริ่มต้นของอาการคัน
ดังนั้นผลการตรวจเลือกจะทำให้สัตวแพทย์ทราบว่านกมีปัญหาการขาดสารอาหารชนิดใดหรือไม่
ที่จะเป็นสาเหตุทำให้นกดึงถอนขนตัวเอง
นก Eclectus เป็นนกที่มักพบปัญหาดึงถอนขนตัวเองสูง เนื่องจากนกมักไม่ได้รับปริมาณไวตามิน A
อย่างเพียงพอต่อความต้องการที่มีมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังพบอีกว่านก Eclectus มักมีอาการแพ้
ที่เกิดจากการกินอาหารสำเร็จรูปที่เจือสีและสารกันบูด ดังนั้นการเลือกอาหารสำเร็จรูปที่ไม่เจือสีและสารกันบูด
สำหรับนกทุกชนิดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
นกบางตัวอาจมีปัญหาแพ้อาหารบางชนิด เช่น นกที่อาศัยอยู่ในต่างถิ่นฐานได้บริโภคชนิดของอาหารที่มีในถิ่นนั้นๆ
เมื่อนกมีการเปลี่ยนถิ่นที่อยู่ อาหารชนิดเดียวกันอาจมีความแตกต่างไปตามสภาวะอากาศของถิ่นที่เพาะปลูก
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่นกจะเกิดอาการแพ้อาหารชนิดนั้นๆขึ้น นอกจากนี้นกบางตัวอาจแพ้อาหารเฉพาะอย่าง
เช่น แพ้มันเทศนึ่งสุก ดังนั้นหากค้นพบว่านกมีอาการแพ้อาหารชนิดใด การหยุดให้อาหารชนิดนั้นๆแก่นกจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ดี
โดยหันมาเลือกอาหารชนิดอื่นเพื่อเป็นการทดแทน เช่น นกที่แพ้มันเทศสามารถกินอาหารอื่นที่มีไวตามิน A สูงทดแทนได้
เช่น ฝักทองนึ่ง แครอท ผักใบเขียว และผักที่มีสีเหลืองต่างๆ
สำหรับนกที่ขาดสารอาหารมีความจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงการบริโภคอาหารอย่างเร่งด่วน
อาหารที่ดีสำหรับนก เช่น ข้าวไม่ขัดสี พาสต้า ไข่ต้ม ถั่วต่างๆนึ่ง เต้าหู้ ผักใบเขียว หัวมันเทศอบ/นึ่ง
ฟักทองอบ/นึ่ง ผลไม้ตามฤดูกาล เมล็ดพืชรวมและอาหารสำเร็จรูป เป็นอาหารที่ต้องหัดให้นกคุ้นเคยและกินเพื่อสุขภาพที่ดี
นกทุกตัวมีความจำเป็นต้องได้บริโภคน้ำที่สะอาดที่สุด และสำหรับนกที่มีสุขภาพปกติอาจสามารถบริโภคน้ำสะอาดในระดับมาตรฐานทั่วไปได้
ส่วนนกที่มีปัญหาดึงถอนขนตัวเองมีความจำเป็นต้องได้บริโภคน้ำดื่มขวดชนิด Mountain Spring Water เท่านั้น
น้ำชนิดนี้มีผลิตกันในหลายยี่ห้อ เช่น ยี่ห้อ Arrowhead
นอกจากนี้การขาดไวตามิน A จะมีผลให้การทำงานของต่อม Uropygial Gland ทำงานผิดปกติ
โดยต่อมจะไม่ผลิตไขมัน ต่อม Uropygial Gland นี้มีรูปทรงคล้ายรูปหัวใจอยู่ในตำแหน่งเหนือโคนหางด้านหลังนก
ที่ปลายต่อมจะมีกระจุกขนที่โผล่ออกมาจากรูเล็กๆทั้งสองข้างของต่อม (ลักษณะเหมือนไส้เทียน)
หากใช้นิ้วคลึงเบาๆจะพบว่าต่อมที่ทำงานปกติจะมีน้ำมันติดที่นิ้ว
นกจะเก็บเอาน้ำมันจากต่อมนี้ด้วยจะงอยปากมาเคลือบทาลงบนขนและผิวหนัง หากไม่มีน้ำมันนี้
ผิวหนังนกก็จะแห้งเมื่อผิวหนังแห้งนกจะคัน ขนนกที่ไม่มีไขมันเคลือบจะยุ่งเหยิงไม่เป็นเงางาม
จึงเก็บกักฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ง่าย เมื่อขนสกปรกนกมักจะอยากไซ้ขนมากขึ้น จนทำให้เกิดอาการไซ้ขนเกินปกติ
ที่นำไปสู่ปัญหาการดึงถอนขนในที่สุด นกที่มีต่อมนี้เช่นกระตั้ว คอคคาเทล ฯ
นกที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด เช่น ในบ้านที่มีอากาศหรือควันที่สกปรก ไม่ว่าจะเป็นควันในครัวจากการหุงต้มอาหาร
กลุ่มควันสกปรกในสภาวะแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น รวมถึงควันบุหรี่ของผู้เลี้ยงนกที่สูบบุหรี่ คราบนิโคติน
และควันบุหรี่จะกระจายไปติดตามกรงนกคอนนกและของใช้ต่างๆภายในบ้าน เมื่อนกได้รับสัมผัสกับกลุ่มควันและคราบเหล่านี้
นกมักมีความต้องการที่จะไซ้ทำความสะอาดขนเพื่อกำจัดคราบควันสกปรกนั้นออก ด้วยเหตุที่ว่าคราบเหล่านี้มักกำจัดได้ไม่ง่าย
จึงทำให้นกต้องทำการไซ้ทำความสะอาดขนอย่างหนัก และการไซ้ขนอย่างต่อเนื่องมากๆทุกวัน
ก่อปัญหานิสัยการไซ้ขนมากเกินปกติ over preening จนเป็นเหตุให้นกทำความเสียหายให้กับขนตัวเอง
โดยนกจะกัดฉีกรวมถึงหากมีการไซ้อย่างรุนแรงและหัวเสียขนนกก็อาจจะถูกดึงถอนออกมาได้
อาการเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการดึงถอนขนตัวเอง
ผู้เลี้ยงนกที่สูบบุหรี่มักจะมีคราบนิโคตินติดตามนิ้วมือและเสื้อผ้า เมื่อนกสัมผัสกับเสื้อผ้าของผู้เลี้ยง
หรือผู้เลี้ยงนกใช้มือที่มีคราบนิโคตินสัมผัสลูบขนและผิวเท้านก นกจะเกิดอาการแพ้และทำให้ผิวหนังนกเกิดการระคายเคือง
เป็นเหตุให้นกกัดแทะผิวหนังโดยเฉพาะที่เท้าจนเป็นแผล
นอกจากนี้ควันบุหรี่เป็นตัวการทำร้ายระบบทางเดินหายใจของนก นกที่ได้รับพิษจากควันบุหรี่อย่างต่อเนื่อง
อาจเกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงถึงชีวิตได้
ผู้เลี้ยงนกที่มักใช้น้ำหอม ใช้โลชั่น หรือยากำจัดกลิ่นตัวในบริเวณที่นกอยู่ มักทำให้นกเกิดอาการแพ้
ยาปรับอากาศน้ำยาปรับผ้านุ่มและสารระเหยหอมต่างๆล้วนแต่เป็นพิษกับสภาพแวดล้อมของนก
นอกจากนกจะต้องการอากาศที่บริสุทธิ์ในการหายใจแล้ว นกยังต้องการอากาศที่มีอุณหภูมิความชื้นที่พอเหมาะ
เพราะผิวของนกจะ sensitive คือมีความไวต่อความรู้สึก นกที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูง
หรือมีความชื้นต่ำมักจะมีอาการแพ้และเกิดปัญหาการระคายเคืองผิว ดังนั้นการดูแลสภาพแวดล้อมในบริเวณที่นกอยู่
ให้มีอากาศที่เหมาะสม ลดต้นเหตุของอากาศสกปรกจะช่วยบรรเทาปัญหาได้
นกที่เจ้าของพาร่วมเดินทางไปในที่ต่างๆอาจสัมผัสกับนกอื่นที่เป็นพาหะนำโรค ดังนั้นเจ้าของนกต้องใช้ความระมัดระวัง
และหลีกเลี่ยงไม่พานกไปในที่ๆนกอาจมีความเสี่ยงต่อการติดต่อของโรค เช่น ตลาดนัดนก
นกที่มีประวัติเป็นนกลักลอบนำเข้าหรือนกป่า สัตวแพทย์อาจต้องตรวจเรื่องการติดต่อและการกระจายโรค
ด้วยการเก็บตัวอย่างของผิวหนังและขนนกไปเพื่อการตรวจ biopsies
ไรนกก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้นกคันและอยากไซ้ขนเกินปกติ การตรวจสอบหาไรนกจึงเป็นอีกวิธี
ที่จะช่วยกำจัดสาเหตุการก่อนิสัยดึงถอนขนของนกได้ โดยปกติแล้วนกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่สะอาดไม่มีโอกาสที่จะมีไร
นอกเสียจากว่านกตัวนั้นๆไปสัมผัสกับนกที่อยู่ตามธรรมชาติที่มักจะเป็นพาหะนำไรมา หรือหากพ่อแม่นกมาจากแหล่งที่ไม่สะอาด
พ่อแม่นกที่มีไรก็จะส่งผ่านไรมายังลูกนก ไรนกตรวจสอบและเห็นได้ในที่ๆมีแสงดีและไรนกรักษาและป้องกันให้หายได้
โดยการใช้ยากำจัดไรที่ปลอดภัยต่อนก ผู้เลี้ยงนกควรมีการจัดการสภาพแวดล้อมในบริเวณที่เลี้ยงนกให้สะอาดเสมอ
เพื่อป้องกันการเกิดไรซ้ำอีก
นกที่ใส่ห่วงขานอกจากจะเกิดอันตรายจากปัญหาการไหลเวียนของเส้นเลือดที่ขา และเกิดอุบัติเหตุจากการที่ห่วงขามักเกี่ยวติดกับซี่กรงแล้ว
ห่วงขาอาจทำให้นกเกิดอาการระคายเคืองซึ่งเป็นเหตุเริ่มต้นแห่งการทำร้ายตัวเองด้วยการดึงขนและผิวหนัง
สัตวแพทย์มักพบว่านก Hyacinths Macaw และ Blue & Golds Macaw มักดึงถอนขนตัวเอง
เนื่องจากมีอาการแพ้ฟุ่นผงตามตัวของนกชนิดอื่นที่ผลิตฟุ่นผงตามตัวมาก เช่น นกกระตั้ว นก African grey
และนกคอคคาเทล ดังนั้นผู้เลี้ยงนกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการอาศัยอยู่ร่วมในบริเวณเดียวหรือห้องเดียวกันของนกเหล่านี้
โดยการแยกนกไว้ต่างห้องหรือติดตั้งเครื่องกรองอากาศที่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลา
แสงแดดมีประโยชน์ต่อสุขภาพนกเพราะนอกจากแสงแดดจะมีไวตามิน D แล้วแสงแดดยังมีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่บนตัวนก
สัตวแพทย์แนะนำว่านกที่มีปัญหาดึงถอนขนตัวเองจะได้รับประโยชน์จากการได้รับแสงแดดในแต่ละวัน
ในเวลาและปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้นการนำนกออกไปรับแดดจะช่วยในด้านสุขภาพให้นกที่ดึงถอนขนได้มาก
หากนกอาศัยอยู่ในที่ๆมีอุปสรรค์ต่อการได้รับแสงแดด การเลือกใช้หลอดไฟที่ให้แสงเทียมชนิด Full Spectrum Lighting จะช่วยทดแทนได้
นกที่มีปัญหาดึงถอนขนตัวเองควรได้รับการอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
ด้วยวิธีที่นกพึงใจสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการฉีดพ่นละอองน้ำหรืออาบในอ่างตื้นๆ โดยใช้น้ำสะอาดเท่านั้น
หลีกเลี่ยงแชมพูทุกชนิดเพราะคราบแชมพูที่ติดค้างที่ขนเป็นปัญหาหนึ่งของการดึงถอนขนนก
การอาบน้ำจะช่วยให้ผิวของนกมีความชุ่มชื่น ไม่แห้ง จึงลดปัญหาอาการคันที่เป็นเหตุแห่งการถอนขนลงได้
นกที่ได้รับการตัดซอยขนปีกอย่างไม่ถูกวิธี จะรู้สึกคันเมื่อก้านขนส่วนที่เหลือทิ่มแทงบริเวณข้างลำตัว
นกจึงมักพยายามกัดแทะก้านขนที่แหลมคมนั้นเพื่อให้หมดคม การที่นกกัดแทะตลอดเวลานี้
เป็นการสร้างนิสัยในการกัดแทะเส้นขนและมักเป็นจุดเริ่มต้นให้นกกัดดึงถอนขนตัวเอง ดังนั้นผู้เลี้ยงนกควรศึกษาวิธีการตัดซอยขนปีกนกอย่างถูกต้อง
การพักผ่อนนอนหลับที่ไม่เพียงพอมีผลต่อสุขภาพนก นกที่ถูกรบกวนระหว่างหลับ ไม่ว่าจะจากแสงไฟที่เปิดรบกวนสายตานกตลอดเวลากลางคืน
เสียงดังจากสภาพแวดล้อมวิทยุทีวีที่เปิดทิ้งไว้ รวมถึงชั่วโมงการนอนที่ไม่ครบอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
มักเป็นเหตุให้ระบบภายในร่างกายของนกเกิดความผิดปกติ ก่อปัญหาที่เป็นจุดเริ่มต้นให้นกดึงถอนขนตัวเอง
ดังนั้นปรับปรุงเวลานอนของนกให้เหมาะสม ในบรรยากาศห้องที่ปราศจากการรบกวนใดๆจะช่วยลดปัญหานี้ได้
นกที่เกิดจากการผสมเลือกชิด โดยผสมกันเองระหว่างพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอา มักมีปัญหาดึงถอนขนตัวเองเช่นกัน
ในส่วนหนึ่งของการรักษาโรคดึงถอนขน สัตว์แพทย์อาจใช้ยาฮอร์โมนฉีดหรือจัดให้นกใส่ปลอกคอ collar
แต่ที่มักพบบ่อยคือหลังจากหยุดยาและถอดปลอกคอออก นกก็จะกลับไปดึงถอนขนอีก ดังนั้นในบางกรณี
การฉีดฮอร์โมนและการใส่ปลอกคอนี้อาจใช้ไม่ได้ผล นอกเสียจากว่านกตัวนั้นจะมีพฤติกรรมรุนแรงถึงฉีกขุดผิวหนังตัวเอง
การใส่ปลอดคอและฉีดฮอร์โมนก็อาจมีความจำเป็น รวมถึงผู้เลี้ยงนกอาจต้องพึ่งนักจิตวิทยานกช่วยแนะนำการแก้ไขด้านพฤติกรรมอีกแรง
สุดท้ายหากผลการตรวจละเอียดทางการแพทย์ระบุว่านกปราศจากโรค (Negative) รวมถึง
หลังจากที่ผู้เลี้ยงได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมและกำจัดปัญหาต่างๆดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ให้นกแล้ว
แต่ยังคงพบว่านกยังดึงถอนขนตัวเอง ขั้นตอนต่อไปในการวิเคราะห์อาจต้องมุ่งประเด็นไปที่
การรักษาทางสุขภาพใจและการปรับปรุงนิสัยความเป็นอยู่ให้นกใหม่ ที่เรียกว่าการปรับปรุงทางด้านพฤติกรรม behavior problems
สาเหตุการดึงถอนขนที่เกิดจากพฤติกรรมและสภาวะทางใจ behavior problems
ปัญหาการดึงถอนขนที่เกิดจากสภาวะทางใจ อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อนกเป็นลูกนกแรกเกิด
เนื่องจากมีปัจจัยหลากหลายที่สร้างสภาวะความกลัวและสภาวะความเคลียดให้ลูกนก เช่น ลูกนกที่ถูกมนุษย์ดึงออกมาจากพ่อแม่นก
เพื่อเลี้ยงและป้อนอาหารเองเร็วเกินไป ลูกนกในกรณีนี้มักเกิดปัญหาความไม่พร้อมในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่นอกรังเพาะ
ความหวาดกลัวนี้ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจอ่อนแอ จนทำให้ลูกนกมีการเจริญเติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ
ซ้ำร้ายหากถ้าผู้เลี้ยงนกขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลลูกนก ปัญหาก็จะทวีคูณจนแก้ไขได้ยากยิ่งขึ้น
ผู้เพาะเลี้ยงนกบางรายจึงใช้เทคนิคการดึงลูกนกออกจากรังช้า เพื่อปล่อยให้พ่อแม่นกเลี้ยงลูกเองระยะหนึ่ง
(ระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์นก) รอให้นกเรียนรู้ธรรมชาติของการเป็นนกก่อนที่จะนำลูกนกออกมาป้อนต่อโดยมนุษย์
นอกจากนี้ผู้เพราะเลี้ยงบางรายใช้เทคนิคการป้อนเสริมเป็นบางมื้อ แล้วปล่อยให้พ่อแม่นกกกและดูแลลูกนกเอง
ที่เรียกว่าเป็นพ่อแม่ร่วม co-parent เทคนิคนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาสุขภาพกายใจของลูกนก
และไม่ทำให้ลูกนกรู้สึกโดดเดี่ยวจากการจากรังแล้ว ยังช่วยให้ลูกนกคุ้นเคยกับมนุษย์ได้ในเวลาเดียวกันด้วย
แต่วิธีนี้ต้องทำกับนกที่คุ้นเคยกับเจ้าของ เพราะพ่อแม่นกที่ไม่คุ้นกับเจ้าของอาจตกใจง่ายหากถูกรบกวน
ความเครียดที่เกิดจากการถูกทอดทิ้ง
ลูกนกที่ถูกนำมาเลี้ยงโดยมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิดในขณะที่ยังไม่ลืมตา จะติดและต้องการอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ตลอดเวลา
นกที่มีอารมณ์อ่อนไหวอย่างนกกระตั้วและนก African Grey มักพบปัญหาติดเจ้าของเดียว
เมื่อสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ต่างๆที่คุ้นเคยเปลี่ยนแปลงไป มนุษย์ไม่มีเวลาให้นกเพียงพอตามที่นกต้องการ
นกมักเข้าใจว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการและถูกทอดทิ้ง ทำให้นกเกิดความรู้สึกหดหู่ หวาดกลัว (nervous)
เกิดความสับสนในระบบความคิดที่ก่อปัญหากับระบบฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งมีผลทำให้นกดึงถอนขนตัวเอง
ความเครียดจากสภาวะแวดล้อมและการมีที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม
- นกที่ถูกเลี้ยงในกรงที่มีขนาดเล็กเกินไปจนไม่สามารถขยับตัวเคลื่อนไหวในกรงได้สะดวก
ทำให้นกมีชีวิตที่หมดความสุข นกจึงเกิดความหงุดหงิดเสมอ
- สภาพกรงที่ชำรุด จะทำให้นกรู้สึกถึงอันตรายในการอาศัยอยู่ในกรง นกเกิดความหวาดกลัวและไม่มั่นใจต่อความปลอดภัยในชีวิต
ก็เป็นเหตุให้นกเกิดความเครียดได้
- กรงที่มีข้าวของบางชิ้นที่นกกลัวจัดแขวนอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นกระบอกอาหารใบใหม่ที่มีสีแปลกตา
หรือของเล่นชิ้นใหม่ที่ไม่คุ้นเคย นกเกิดความรู้สึกกลัวสิ่งแปลกใหม่จนเกิดความเครียด
- กรงที่วางในตำแหน่งที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาพลุกพล่านหรือกรงที่วางในทางที่ผู้คนเดินโผล่มาทางด้านหลังกรง
สร้างความตกใจให้นก หากเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันนกก็จะเกิดความเคลียด
- เสียงอึกทึกของผู้คนวิ่งไปมาตลอดเวลา ความวุ่นวายจอแจในบ้าน ทำให้นกขาดการพักผ่อนที่เหมาะสม
เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นกเครียด
- สัตว์เลี้ยงอื่นๆที่มักจะทำให้นกตกใจ เช่น หมา แมว ที่เดินผ่านไปมาหน้ากรง ตะกุยปีนกรงนก
หรือเดินบนหลังคากรงนก สร้างความเคลียด
- เด็กเล็กที่มักจะใช้มือตีกรงนก ใช้นิ้วหรือไม้สอดเพื่อแหย่ให้โดนตัวนกในกรง สร้างความกลัวและความเครียดให้นก
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้งนกไว้โดดเดี่ยวในห้องมิดชิดลำพัง นกเป็นสัตว์ที่ชอบมีส่วนร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
ดังนั้นการจัดที่ทางและการดูแลสภาพแวดล้อมให้นกอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเครียดและลดปัญหาสุขภาพใจให้นกได้
ความเคลียดที่เกิดจากความเบื่อหน่าย
ความเบื่อหน่ายมักเป็นสาเหตุเบื้องต้นของปัญหาสภาวะทางใจ แต่ความเบื่อหน่ายในระยะเวลาสั้นๆมักไม่ใช่ตัวต้นเหตุ
นอกเสียจากนกจะถูกทิ้งให้เกิดความเบื่อหน่ายในระยะเวลานานติดต่อกันมากกว่า 4 สัปดาห์
นกที่รู้จักเล่นของเล่นและถูกฝึกหัดให้เล่นของเล่นเองเป็น จะเพลิดเพลินกับของเล่นแต่ละชิ้นเป็นเวลานานๆ
ดังนั้นของเล่นสำหรับนกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งกับชีวิตประจำวันของนก นกที่กล้าเล่นมักจะไม่กลัวของเล่นชิ้นใหม่ๆ
รวมถึงไม่กลัวของชิ้นใหม่ๆที่ผ่านเข้ามาในสายตา เพราะทุกอย่างจะเป็นของที่นกอยากลองทั้งสิ้น
ดังนั้นการดูแลให้นกมีกิจกรรมเสมอจะช่วยหลีกเลี่ยงความเบื่อหน่ายได้
สร้างความมั่นใจให้กับนก จำกัดความกลัวต่างๆแต่ไม่ปกป้องนกจากความกลัวในทุกสิ่ง ด้วยการสร้างให้นกรู้จักการปรับตัว
เนื่องจากนกมีความจำเป็นต้องเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างหรือนกมีความจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมบางอย่าง
การค่อยๆแนะนำให้นกคุ้นเคยกับสิ่งต่างๆมีความจำเป็นต้องปรับและสอนนก โดยแนะนำทุกอย่างอย่างช้า
ให้นกเห็นและคุ้นเคยทีละน้อยให้ดูทีละส่วน เช่น ถ้านกกลัวมือลองซ้อนมือในแขนเสื้อ ถ้านกกลัวสัตว์เลี้ยงในบ้าน
ลองให้นกเริ่มจากเห็นสัตว์เลี้ยงนั้นในระยะไกลก่อน ถ้านกกลัวกรงเดินทาง นำกรงเดินทางออกมาวางให้เห็นในระยะไกล
แต่อยู่ในสายตาสักระยะก่อนใช้กับนก ถ้านกกลัวของเล่นลองเล่นของเล่นให้นกดูก่อน ฯลฯ
หากผู้เลี้ยงนกมีความจำเป็นต้องเดินทางและต้องทิ้งนกไว้ลำพัง ผู้เลี้ยงนกควรเตรียมความพร้อมต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่จะมาดูแลนกแทนที่บ้าน หรือการต้องนำนกไปฝากเลี้ยงตามสถานรับฝากหรือบ้านญาติหรืออื่นๆ
โดยทำความเข้าใจกับผู้รับฝากนกเพื่อให้คนเหล่านั้นทราบว่า นกได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างไร
และนกมีความต้องการพิเศษใดๆที่จำเป็นในแต่ละวัน
ค่อยๆสร้างความคุ้นเคยสร้างความเข้าใจและฝึกนกก่อนการเดินทางนั้นจะเกิดขึ้น เพื่อให้นกเรียนรู้การปรับตัว
โดยเริ่มฝึกให้นกเรียนรู้การจากไปในระยะเวลาสั้นๆเป็นชั่วโมง เป็นหนึ่งวันและเพิ่มขึ้น ใช้สัญลักษณ์ในการนับวัน
ใช้การเรียนรู้โดยลองนำกระเป๋าเดินทางออกมาจัดล่วงหน้า ใช้การพูดคุยและบอกกล่าวกับนกว่าจะไปนานแค่ไหน
นกอาจไม่เข้าใจในระยะแรกๆแต่นกจะเรียนรู้จากการบอกกล่าวหรือบอกใบ้นี้ เมื่อมีการเดินทางอีกในครั้งต่อไป
นกอาจรับการเปลี่ยนแปรงนี้ง่ายขึ้น
เนื่องจากนกสามารถมองเห็นเป็นสี ดังนั้นนกบางตัวจะพึงใจกับสีหนึ่งแต่อาจกลัวสีบางสี
หากหลีกเลี่ยงสีที่จะทำให้นกตกใจกลัวได้ก็จะช่วยลดความเคลียดให้นกได้เช่นกัน
นกที่ดึงถอนขนไม่ควรถูกเลี้ยงร่วมกับนกตัวอื่น เพราะนกที่ถอนขนจะเป็นตัวอย่างให้นกตัวอื่นทำตาม
ดังนั้นการนำนกตัวอื่นมาเพิ่มเพื่อหวังให้เป็นเพื่อนกันและหวังจะช่วยลดปัญหาการถอนขนนั้น
มักใช้ไม่ได้ผลแต่กลับจะได้นกที่ถอนขนเพิ่มเป็นสองตัว
ตรวจดูให้แน่ใจว่านกมีขนร่วงที่บริเวณใดของร่างกาย หากพบว่าขนร่วงนั้นเป็นบริเวณหัวนก
ให้สันนิฐานว่านกไม่ได้ดึงถอนขนตัวเอง เพราะนกที่ดึงถอนขนตัวเองนั้นจะไม่สามารถดึงถอนขนบริเวณหัวได้
ในกรณีนี้ถ้านกอยู่ร่วมกับนกตัวอื่นให้สันนิฐานว่านกตัวอื่นเป็นผู้ถอนขนนก นกที่มักจะถอนขนนกตัวอื่น
อาจเกิดจากอาการเคลียดต่างๆ เช่น เคลียดจากสภาพแวดล้อมที่มีสัตว์อื่นที่นกกลัวอาศัยอยู่ร่วมกัน
พ่อแม่นกที่มีอาการเคลียดจากการถูกรบกวนมักจะดึงถอนขนลูกนกที่อยู่ในรัง พ่อแม่นกที่อายุน้อยเกินไป
พ่อแม่นกที่อายุมากเกินไป และพ่อแม่นกที่ต้องการวางไข่ชุดต่อไปมักจะดึงถอนขนลูกนก เพื่อไล่ให้ลูกนกออกไปให้พ้นจากรัง
พ่อแม่นกมือใหม่บางครั้งก็เกิดอาการไซ้ขนให้ลูกเกินปกติได้ โดยการไซ้ขนนั้นอาจรุนแรงถึงกัดแทะเอานิ้วเท้าลูกนก
สร้างปัญหาความพิการให้ลูกนกด้วย
ปัญหาการดึงถอนขนนกนั้นไม่ได้เกิดจากการที่นกต้องการเข้าสู่การผสมพันธุ์อย่างที่มีผู้เข้าใจผิดกัน
ด้วยเหตุนี้นกที่ตกอยู่ในสภาวะดึงถอนขนตัวเองจึงไม่สมควรนำเข้าสู่การผสมพันธุ์เป็นอย่างยิ่ง
เพราะนกที่ดึงถอนขนจะไม่สามารเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่ดีได้ และไม่ควรนำนกมาเป็นพ่อแม่พันธุ์จนกว่านกจะมีสุขภาพปกติ
เลิกดึงถอนขนโดยสิ้นเชิง เพราะนกที่ดึงถอนขนจะตัวเองจะดึงถอนขนลูกที่เกิดมาด้วยและลูกนกที่ถูกพ่อแม่ดึงถอนขน
มักจะส่งผ่านพฤติกรรมนี้ไปยังลูกหลานต่อไป
สิ่งที่จะต้องปฏิบัติต่อนกที่มีอาการถอนขนคือ เมื่อพบว่านกกำลังดึงถอนขน ผู้เลี้ยงนกควรเดินเลี่ยงไปที่อื่น
ไม่ตอบรับและไม่แสดงอาการตกใจในกริยาการถอนขนของนก ไม่เข้าไปห้ามไม่ส่งเสียงห้ามไม่ใช้สิ่งของหรืออาหาร
เพื่อหวังให้เป็นการทดแทนหรือเบี่ยงเบนความสนใจจากการถอนขนนก ไม่ชดเชยด้วยการเข้าไปลูบหรือกอด
เพราะการแสดงออกและการเข้าถึงตัวนก จะสร้างความเข้าใจผิดให้นกคิดว่าการถอนขนนำมาซึ่งความสนใจ
นำมาซึ่งความรักและรางวัล และเมื่อนกเข้าใจผิดเช่นนั้นการถอนขนจะกลายเป็นความพึงใจอย่างหนึ่ง
ที่นกจะทำเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ
เมื่อนกดึงถอนขนลองสร้างสถานะการณ์เบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้นกสะดุดหยุดดูหรือฟังและลืมสิ่งที่กำลังทำ
เช่น พับกระดาษเป็นรูปเครื่องบินร่อน ปล่อยหนังสือทิ้งลงพื้นเบาๆ ค่อยๆหรี่เสียงหรือเพิ่มเสียงวิทยุทีวี
ฮำเพลง สิ่งเหล่านี้ดึงดูดความสนใจเพื่อให้นกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่ทำพยายามไม่สบตานก
นกที่ดึงถอนขนเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน ต่อมรูขุมขนอาจเสียหายรุนแรง จนไม่สามารถผลิตขนเส้นใหม่ได้อีก
การรักษาโรคดึงถอนขนอาจได้ผลกับนกบางตัวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่านกตัวนั้นๆอยู่ในสภาวะการดึงถอนขนมานานแค่ไหน
นกบางตัวอาจไม่มีโอกาสที่จะรักษาโรคนี้ให้หายได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม การรักษาจะต้องอาศัยความอดทนสูง
จนในที่สุดเราอาจต้องยอมรับในสภาพนก ที่แม้ว่านกจะยังคงถอนขนบ้างหรือขนนกอาจไม่มีวันกลับเป็นดังเดิม
ก็ขอให้รักนกที่บุคคลิกและรักในสิ่งที่อยู่ภายในตัวนก แทนขนที่เคยปกคลุมสวยงาม
.....
ถอดความโดย แก้วตา
cookietalkie@yahoo.com
TOP
|  |