About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




การดูแลลูกนกแรกเกิด



บทความนี้ทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือ ในกรณีผู้เลี้ยงนกที่มีนกเป็นคู่อยู่แล้วและบังเอิญมีลูกนกเกิดในบ้าน เนื้อหาของบทความจะเป็นการแนะนำวิธีการดูแลลูกนกตั้งแต่วันแรกเกิด จนถึงเวลาที่ลูกนกสามารถกินอาหารเองได้ อย่างไรก็ตามทางเว็บอยากทำความเข้าใจก่อนว่า เว็บ CookieTalkie.com ไม่มีนโยบายสนับสนุนให้มีการผสมพันธุ์นกและไม่เห็นด้วยกับการจับคู่นกเพื่อการผสมพันธุ์ให้เกิดลูก เรามั่นใจว่าการมีชีวิตที่เกิดในกรงขัง เป็นชีวิตที่ผิดธรรมชาติ การเกิดมาแล้วต้องถูกกักในกรงขังเป็นความทุกข์ทรมานของนก การเลี้ยนกในกรง การเพาะนกในกรง เป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรมที่มนุษย์ได้สร้างความผิดพลาดขึ้นต่อนกมาช้านานและมันควรจบสิ้นลงเสียที

กรุณาเลี้ยงนกที่มีอยู่ ด้วยการไม่สนับสนุนให้นกต้องเข้าสู่กระบวนการผสมพันธุ์ ผู้ที่มีนกเป็นคู่ไม่ควรใส่รังเพาะให้นก หรือควรถอดรังเพาะออกเมื่อพ่อแม่นกเลี้ยงลูกครอกสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ และลูกนกทุกตัวไม่ต้องใช้รังนั้นอีกต่อไปแล้ว จากนั้นก็เลี้ยงนกที่มีให้ดีที่สุด ให้นกของคุณเป็นนกตัวสุดท้ายที่เมื่อเขาจากเราไป ความเป็นทาษในกรงขังก็จะจบลงที่ตัวเขา



วันที่ 1

เมื่อลูกนกได้ฟักออกมาจากไข่แล้ว และพ่อแม่นกไม่ยอมรับลูกนกหรือทำร้ายลูกนกเท่านั้น เราจึงต้องนำลูกนกออกมาจากพ่อแม่ จากนั้นรีบนำลูกนกใส่ลงในถ้วยเล็กๆที่ปูก้นถ้วยไว้ด้วยกระดาษทิชชู และทิ้งให้ลูกนกอยู่ในตู้ฟักไข่ Incubator เป็นเวลาอย่างน้อย 5-18 ชั่วโมงก่อนที่จะย้ายลูกนก ไปไว้ในตู้กก Brooder ที่ทำความสะอาดแล้ว ตั้งอุณภูมิเครื่องที่ 98 1/4 degrees Fahrenheit ในขณะที่ลูกนกยังมีอายุน้อยมากมากอย่างนี้ เราควรใช้น้ำกลั่นขวดที่นำไปต้มอีกทีแล้วเท่านั้นเป็นน้ำสำหรับให้ลูกนกดื่ม และก่อนให้น้ำนกเราต้องแน่ใจว่าน้ำนั้นได้ทิ้งให้ เย็นลงจนได้อุณภูมิที่เหมาะสม ส่วนน้ำสะอาดธรรมดาจะใช้ต่อเมื่อลูกนกมีอายุมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป

ลูกนกในวันแรกจะยังไม่ต้องการอาหารป้อน เพราะลูกนกจะได้รับอาหารจากไข่แดงที่อยู่ในตัวลูกนก ดังนั้นการป้อนอาหารลูกนกครั้งแรกๆควรป้อนเฉพาะของเหลวเท่านั้น ซึ่งจะเลือกใช้ Pedialyte หรือจะผสมน้ำกับไวตามินชนิดน้ำเล็กน้อยก็ได้ โดยการป้อน ควรป้อนในปริมาณที่น้อยมาก ป้อนด้วยการใช้หลอดที่ใช้ในการหยอดตาหรือไซริงจ์ขนาด 1 มิลลิลิต ที่มีหัวป้อนสเตนเลส 20-gauge ลูกนกในอายุขนาดนี้ยังไม่ลืมตา

กรุณาอ่าน วิธีป้อนอาหารลูกนกเพิ่มเติมในบทความ (Articles) หัวข้อเกิดและเติบโต

วันที่ 2

ควรให้อาหารผสมที่มีความเจือจางมากๆ ความเจือจางใกล้เคียงกับความเจือจางของน้ำ เมื่อลูกนกอายุมากขึ้นจึงค่อยๆเพิ่มความเข้มข้น เริ่มใช้อุปกรณ์การป้อนโดยขนาดของอุปกรณ์ ที่จะใช้ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของลูกนก ที่สำคัญควรมีอุปกรณ์ป้อนไว้หลายๆอันเพื่อความสะดวกลูกนกแต่ละตัวต้องใช้อุปกรณ์การป้อนที่แยกกัน เพื่อป้องกันการติดต่อของโรคสู่กัน หลังป้อนเสร็จอุปกรณ์ป้อนต้องได้รับการทำความสะอาดทันที ด้วยการล้างลวกน้ำร้อนแล้วผึ่งให้แห้ง พร้อมสำหรับใช้ในครั้งต่อไป

นกต่างชนิดต้องการ อาหารในปริมาณที่ต่างกัน นกเล็กอย่าง lovebirds และ Brotogeris แทบจะกินอาหารน้อยมาก แค่หนึ่งหยดต่อครั้ง ของทุกๆครั้งที่ป้อน ในขณะที่นกขนาดใหญ่ เช่น Conures, African Greys , Macaws สามารถให้ได้มากกว่านั้นเล็กน้อย แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าควรจะให้อาหารในปริมาณมากน้อยแค่ไหน ให้จำไว้เสมอว่าให้ในปริมาณน้อยดีกว่าให้ในปริมาณมาก เนื่องจากถ้าให้มากเกินไปลูกนกอาจพ่นอาหารออกมา หรืออาหารที่มากไปจะไปอัดในถุงอาหารจนเกิด Crop impact ได้ นอกจากนี้อาจมีปัญหาอาหารล้นเข้าไปในหลอดลมซึ่งจะมีผลให้ลูกนกสำลัก อาหารที่ล้นเข้าไปจะทำให้เกิดปัญหาการติดเชื้อในช่องทางเดินหายใจในภายหลัง และหากโชคร้ายอาหารจำนวนมากเข้าไปปิดช่องทางเดินหายใจ ก็อาจทำให้ลูกนกตายในทันที

การให้อาหารลูกนกน้อยไปหน่อยจะปลอดภัยกว่า เพราะลูกนกจะแค่หิวเร็วขึ้นและจะร้องขออาหารเร็วขึ้น ดังนั้นเราควรคอยเฝ้าดูลูกนกอย่างใกล้ชิด หากลูกนกมีการร้องขออาหาร เราก็ป้อนอาหารให้ ความชำนาญของเราจะช่วยให้การป้อนอาหารครั้งต่อๆไปง่ายขึ้น และช่วยให้เรารู้ความต้องการอาหารของลูกนกมากขึ้น

ลูกนกจะต้องการอาหารป้อนอย่างน้อยทุกๆ 2 ชั่วโมง ตลอด 24 ชั่งโมงทั้งกลางวันและกลางคืน ลูกนกบางชนิด เช่น African Greys, Brotogeris ต้องการอาหารป้อนทุกๆ 1 ชั่วโมง ในช่วงแรกๆการให้อาหารถี่ขึ้นสำหรับลูกนกชนิดนี้จะช่วยในการพัฒนาการอย่างเหมาะสม อาหารผสมสำเร็จรูปหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์ทั่วไปหรือในกรณีฉุกเฉินเราอาจผสมอาหารป้อนสำหรับลูกนกเองก็ได้ อย่างไรก็ตามอาหารป้อนสำเร็จรูปยี่ห้อที่ดีจะมีส่วนผสมที่ได้คุณภาพ ลูกนกจะได้รับสารอาหารครบถ้วนแก่การเจริญเติบโตและการพัฒนาภูมิคุ้มกันโรค

ตัวอย่างอาหารที่นำมาให้ลูกนกกินได้ในยามฉุกเฉิน เช่น Creamy Wheat ยี่ห้อ Purlty, อาหารขวดสำหรับเลี้ยงทารก เลือกรสผักบดต่างๆ ผักบดผสมธัญพืช ผลไม้ต่างๆ หลีกเลี่ยงส่วนผสมของหัวหอมใหญ่, Rice อาหารเด็กทารก กล่องสีเหลืองแดงยี่ห้อ Beech Nut เราสามารถผสมอาหารดีๆเข้าด้วยกัน แล้วนำมาเข้าเครื่องปั่น ปั่นนานจนเนื้ออาหารละเอียดที่สุด

ระหว่างสัปดาห์แรกของการให้อาหารลูกนก อาหารควรต้องมีส่วนผสมที่เจือจางมากและอาหารต้องอุ่น ในอุณหภูมิ 95-99 1/4 degrees Fahrenheit เราควรใช้เครื่องเทอโมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ หรือใช้ริมฝีปากบนที่สะอาด หรือใช้หลังมือในการทดสอบความอุ่นอ่อนๆที่พอดี และเราต้องมั่นใจว่าอาหารไม่ร้อนและปลอดภัยก่อนที่จะป้อนให้ลูกนก ลูกนกต้องการอาหารป้อนที่อุ่นอ่อนๆแต่หากไม่มั่นใจ แม้การให้อาหารที่เย็นลงเล็กน้อยจะปลอดภัยกว่าอาหารที่ร้อนเกินไป เพราะนอกจากอาหารร้อนจะทำให้นกบาดเจ็บภายนอก เช่น อาหารลวดผิวแล้ว อาหารร้อนจะทำให้เกิดปัญหาถุงพักอาหารทะลุ จนเป็นเหตุให้ลูกนกได้รับบาดเจ็บที่ต้องรักษาด้วยความทรมาน ไปจนถึงทำให้ลูกนกตายได้จากสาเหตุต่างๆที่จะมีผลตามมา

ในทางตรงข้าม หากอาหารที่ป้อนเย็นเกินไป ก็จะมีผลเสียทำให้ระบบการย่อยอาหารของลูกนก เป็นไปอย่างไม่เหมาะสม เกิดอาหารอุดตันในถุงพักอาหาร อาหารที่ค้างนานจะบูดเสียในถุงพัก เกิดปัญหาการติดเชื้อและหากช่วยเหลือส่งถึงมือหมอไม่ทัน ก็จะทำให้ลูกนกตายได้เช่นกัน

วิธีผสมอาหารให้ลูกนก เริ่มจากใส่น้ำอุ่นลงในถ้วยอาหาร แล้วใส่อาหารสำเร็จรูปตามลงไป คนให้เข้ากันไม่เหลืออาหารจับเป็นก้อน รอให้อาหารเย็นตัวลงจนได้ความอุ่นอ่อนๆจึงป้อนให้ลูกนก หากผสมอาหารป้อนโดยใช้ไมโครเวฟ เมื่อนำอาหารออกมาจากตู้ ควรคนอาหารให้ทั่วก่อน เนื่องจากอาหารที่ออกมาจากเครื่องไมโครเวฟมักเกิดความร้อนเป็นบางจุด อาจทำให้ความร้อนลวกปากลวกคอลูกนก นอกจากนี้แป้งข้าวโพดที่เป็นส่วนผสมในอาหารสำเร็จรูปมักจับตัวกันเป็นก้อนคล้ายเจล หากไม่มีการคนให้แตกตัว จะมีผลเสียทำให้ลูกนกเกิดปัญหาอาหารย่อยยาก

ที่สำคัญควรผสมอาหารป้อนใหม่ทุกครั้ง ไม่ใช้อาหารป้อนที่ผสมค้างและไม่ควรผสมอาหารที่ละมากๆเข้าตู้เย็นไว้ เพราะแม้อาหารจะถูกเก็บในตู้เย็น ปริมาณแบคทีเรียที่เจริญเติบโตก็จะทำร้ายสุขภาพลูกนกที่บอบบางได้ง่าย อาหารที่ผสมค้างมักทำให้ลูกนกท้องเสีย

วันที่ 5

ในวันที่ 5 จะสังเกตเห็นว่า เล็บเท้าและจะงอยปากของลูกนกจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีที่เข้มขึ้น ลูกนกบางตัวอาจต้องการป้อนอาหารระหว่างเวลากลางคืนในระยะห่าง 4-6 ชั่วโมง นั้นหมายถึงเรายังคงป้อนอาหารทุกๆ 2 ชั่วโมงในตอนกลางวัน โดยปริมาณอาหารที่ให้อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในเวลานี้ยังจะเห็นได้ว่าลูกนกบางตัวจะยังมีขนาดไม่โตมากไปกว่าเมื่อแรกฟักออกจากไข่ แต่หากเปรียบเทียบกับลูกนกที่ปล่อยให้พ่อแม่นกเลี้ยงเอง อายุในเวลาเท่ากันนี้ ลูกนกที่พ่อแม่เลี้ยงเองจะมีขนาดใหญ่และจะมีน้ำหนักตัวที่มากกว่าลูกนกที่ถูกนำออกมาเลี้ยงโดยคน

ทั้งนี้ไม่ต้องเป็นกังวล ด้วยวิธีการให้อาหารที่ถูกต้องเหมาะสมลูกนกจะค่อยๆ มีขนาดเพิ่มขึ้นและโตทันเท่าๆกัน

สัปดาห์ที่ 2

ในขณะที่ลูกนกอายุ 2 สัปดาห์ ตาและรูหูทั้งสองข้างจะเริ่มเปิด ลูกนกเริ่มมีขน Second Down ที่หนาขึ้นกว่าขนหร็อมแหร็ม Sparse Down ที่มีในวันแรกๆของการฟักออกจากไข่และในระหว่างสัปดาห์ที่ 2-3 นี้ ลูกนกจะมีขนที่หนาขึ้นเรื่อยๆและจะมีหลอดขนที่สีเข้มเกิดขึ้นที่ใต้ผิวหนัง

ลูกนกที่โตประมาณ 2 สัปดาห์นี้ ควรย้ายไปเลี้ยงในแทงค์ที่ทำด้วยพลาสติคใสหรือแก้ว ใช้กระดาษเช็ดมือชนิดที่เรียกว่า Paper Towels รองบนพื้นและควรฉีกกระดาษชนิดเดียวกันนี้ให้เป็นฝอยๆใส่ไว้ด้วยเพื่อช่วยในการทรงตัวของลูกนก มีวัสดุหลายชนิดที่จะใช้เพื่อการรองพื้น เช่น เปลือกไม้ชนิดที่ขูดบางๆ Shavings เลือกชนิดที่นิ่มไม่มีความคมและไม่มีเสี้ยนไม้โดยเด็ดขาด หรืออาจเลือกใช้กระดาษที่ผลิตสำเร็จรูปสำหรับใช้ในการนี้โดยเฉพาะ แต่ไม่ว่าจะเลือกวัสดุรองพื้นใดๆต้องเลือกด้วยความระมัดระวังและควรคำนึงถึงปัญหา หากลูกนกบางตัวอาจกินพวกวัสดุรองพื้นนี้ จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ หากพบว่าลูกนกกินวัสดุรองพื้น ควรรีบเปลี่ยนวัสดุทันที

การให้ความอบอุ่นทำโดย ปูแผ่นทำความร้อน Heating Pad เพียงครึ่งหนึ่งของแทงค์ ที่ใต้ก้นแทงค์ด้านนอก ตั้งระดับความร้อนต่ำหรือปานกลาง การนำลูกนกออกมาไว้ในแทงค์เช่นนี้ทำให้ลูกนกได้คุ้นเคยและชินกับอากาศภายนอก แทงค์ขนาด 5-10 แกลลอน จะมีการหมุนเวียนของอากาศที่ดีกว่าในตู้กก (brooder) แต่หากมีนกเพียงแค่หนึ่งตัว ควรย้ายลูกนกต่อเมื่อลูกนกอายุมากกว่า 2 สัปดาห์ไปแล้ว สำหรับลูกนกหลายตัวการย้ายลูกนกเข้าแทงค์เมื่อลูกนกอายุประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะลูกนกหลายตัวจะเบียดตัวกันเองหรือจะแยกตัวกันตามความรู้สึกอบอุ่นที่ลูกนกจะรู้สึกได้

ลูกนกแต่ละชนิดนั้นมีความแตกต่างกัน หากต้องการใส่ห่วงขาให้ลูกนกในช่วงนี้ ลูกนกบางชนิดสามารถใส่ห่วงขาให้ได้เมื่ออายุ 10 วัน ทั้งนี้ห่วงขาต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับขาลูกนก แต่ลูกนกที่มีการพัฒาในการเจริญเติบโตช้าอาจยังไม่สามารถใส่ห่วงให้ได้จนกว่าลูกนกจะมีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ **อย่างไรก็ตามการใส่ห่วงขาให้ลูกนกจะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี หากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยงการใส่ห่วงขา

สัปดาห์ที่ 3

ในช่วงอายุนี้ลูกนกมักจะมีขนหนามขึ้นปกคลุมเต็มตัวทั้งขนปีกและขนหาง ในลูกนกบางชนิดขนอาจจะโชว์สีออกมาบ้างแล้ว และในช่วงนี้ลูกนกไม่ต้องการอาหารป้อนในตอนกลางคืนแล้ว สำหรับอายุนี้ควรป้อนอาหารในช่วงเวลาห่างประมาณ 6-8 ชั่วโมง

เมื่อช่วงระยะเวลาของการให้อาหารห่างมากขึ้น จะทำให้ในระหว่างวันลูกนกจะกินอาหารป้อนในปริมาณมากขึ้นกว่าเมื่อตอนที่ฟักออกจากไข่ ส่วนผสมของอาหารจะข้นขึ้นอีกเล็กน้อย ลักษณะคล้ายซุปข้น หากไม่แน่ใจว่าอาหารจะข้นเกินไปหรือเปล่าให้ยึดหลัก ข้นน้อยหน่อยดีกว่าข้นมากไป เพราะการป้อนอาหารที่ข้นมากไป อาหารจะย่อยยาก เกิดเป็นอาหารอัดแน่นในถุงอาหาร crop แต่หากอาหารเหลวเกินไป นกก็จะแค่หิวเร็วขึ้นเพราะอาหารจะไหลผ่านลงในร่างกายเร็วขึ้น เราก็แค่ป้อนถี่ขึ้นเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะปลอดภัยกว่า ระยะห่างของการป้อนก็อาจเป็น 4-6 ชั่วโมงในระหว่างวันแทนระยะห่าง 6-8 ชั่วโมง

ถ้าลูกนกอยู่ในแทงค์ ในระหว่างช่วงเวลานี้อาจไม่ต้องเปิดแผ่นทำความอุ่น Heating pad แล้ว หรือหากเปิดก็แค่เล็กน้อย และหลังจากนี้อีกหนึ่งสัปดาห์ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องทำความอุ่นในเวลากลางคืน เพราะร่างกายของลูกนกจะมีความอบอุ่นในตัวเองเพียงพอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิภายในบ้านและอุณหภูมิในช่วงฤดูนั้นๆของปีด้วย แต่หากยังพบว่าอากาศเย็นก็ควรเปิดแผ่นทำความอุ่น Heating pad ให้ลูกนก โดยเลือกตั้งอุณหภูมิตามความเหมาะสม

หากไม่มีเครื่องทำความอุ่น ให้เลือกใช้หลอดไฟชนิดพิเศษที่ให้ความอุ่นแต่ไม่ให้แสงสว่าง หรือใช้หลอดไฟบ้านแรงต่ำ และควรหาผ้าบางมาบังแสง เพราะแสงสว่างทำอันตรายต่อสายตาลูกนก ใช้มือทดสอบความร้อนของไฟ ด้วยการวางมือใกล้ตัวลูกนกแล้วขยับหลอดไฟเข้าออกให้ได้ความอุ่นที่ไม่ทำร้ายผิวลูกนก

สัปดาห์ที่ 4

ในช่วงอายุนี้ ลูกนกหลายชนิดจะมีขนปกคลุมแล้ว แต่อาจมีลูกนกบางชนิดที่ยังมีขนหนามที่ใกล้จะแตกออกมาเป็นขน ในระหว่างอายุนี้ลูกนกยังคงอยู่ในแทงค์ และนกส่วนใหญ่ไม่ต้องการแผ่นทำความอุ่น Heating pad อีกต่อไป ลูกนกบางตัวอาจรู้จักกินอาหารมนุษย์ เช่น Cheerios หรือ Froot Loops ในเวลากลางวันระหว่างรออาหารป้อนตามปกติ

ในอายุขนาดนี้ลูกนกต้องการการป้อนอาหารทุก 4-6 ชั่วโมง และต้องการอาหารป้อนในปริมาณที่มากขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้านี้ นก Conures, Senegals, Mayer's ต้องการอาหารในปริมาณ 5-10 cc ต่อครั้ง นก African Greys, Amazons ต้องการอาหารในปริมาณ 15-25 cc ต่อครั้ง

นกในอายุนี้ จะเริ่มสนใจสภาพแวดล้อมรอบๆตัว รู้จักผู้ป้อนอาหารและเริ่มพัฒนาบุคลิคภาพของตัวเอง นกอย่าง Conures อาจนอนหงายท้องเพราะนั้นเป็นลักษณะนิสัยการนอนของนกชนิดนี้ ซึ่งเป็นปกติ ในช่วงนี้ควรใช้เวลาเล่นกับลูกนก เพื่อให้เกิดความผูกพันและพัฒนาการที่ดีของลูกนก

สัปดาห์ที่ 5

ลูกนกเริ่มมีขนมากขึ้น แม้ในขณะที่ยังอาจมีลูกนกบางชนิดที่ขนอาจยังขึ้นไม่ครบแต่ลูกนกอย่างเช่นLovebirds, Brotogeris, Cockatiels และ Conures แทบจะมีขนขึ้นจนเต็มและเกือบพร้อมสำหรับการนำลูกนกเข้าอยู่ในกรงได้แล้ว

ในส่วนของลูกนกที่มีขนขึ้นจนเต็มแล้ว เราอาจเริ่มจะนำลูกนกมารู้จักการอยู่ในกรงได้ โดยนำลูกนกมาไว้ในกรงในเวลากลางวันที่มีอากาศอบอุ่น กรงที่ใช้ควรเป็นกรงที่มีตระแกรงที่พื้นกรง เพื่อกันไม่ให้ลูกนกสัมผัสกับมูลนก ซี่กรงควรถี่ประมาณ 1/2 X 1 นิ้ว และกรงควรจะเป็นกรงที่ไม่สูงนัก ประมาณ 20 นิ้วหรือขึ้นกับขนาดนก โดยควรติดตั้งคอนให้อยู่ในระดับต่ำ เตรียมถ้วยอาหารแบบตื้นๆวางที่พื้นกรง

ในขณะที่นำลูกนกมาทดลองให้รู้จักการอยู่ในกรง ควรระวังเรื่องถ้วยน้ำให้มากเพราะลูกนกยังเล็ก หากลูกนกลงไปในถ้วยน้ำลูกนกอาจเกิดอาการหนาวเย็นซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ หากไม่อาจเฝ้านกได้ตลอดเวลา ควรเลือกให้น้ำในถ้วยที่เล็กและถ้วยควรมีน้ำหนักพอที่จะไม่หกคว่ำทำให้ลูกนกตัวเปียก หรือให้น้ำลูกนกด้วยวิธีอื่น เช่น หากกังวลมากควรให้ผักผลไม้ที่มีน้ำมากแทน

ในระหว่างที่ลูกนกอยู่ในกรงลูกนกจะลองสำรวจกรง อาจอยากลองปีนป่าย ลองหัดขึ้นคอน รวมถึงลองอาหารใหม่ๆที่เรานำมาให้หัดกิน ในระยะแรกลูกนกอาจแค่ลองคุ้ยเขี่ยและลองเล่นกับอาหารเหมือนอาหารเป็นของเล่นชนิดหนึ่ง ตกค่ำเราควรนำลูกนกออกจากกรงเพื่อกลับเข้านอนในแทงค์อย่างเดิมเพื่อความอบอุ่น หลังจากเวลาผ่านไปจนเข้าสัปดาห์ที่ 6 ลูกนกที่มีขนขึ้นเต็มอาจอยู่ในกรงได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

ในระหว่างสัปดาห์ที่ 5 นี้ ลูกนกยังคงได้รับการป้อนอาหารในทุกๆ 5-6 ชั่วโมง ลูกนกบางตัวอาจกินอาหารที่ป้อนน้อยลง และลูกนกบางตัวอาจปฏิเสธการป้อน ซึ่งถือได้ว่าปกติ นกบางชนิดเช่น green-cheeked, maroon-bellied, painted conures, grey-cheeked parakeets จะกินอาหารได้เอง(wean) และไม่ต้องการการป้อนอาหาร แม้ในอายุที่น้อยกว่า 6 สัปดาห์ ซึ่งการเกิดอาการกินอาหารได้เองในเวลานี้อาจถือว่าเร็วเกินไป

อย่างไรก็ตามแม้ว่าลูกนกจะเริ่มหัดกินได้ด้วยตัวเองแล้ว เราก็ยังควรเฝ้าดูและระวังเรื่องน้ำหนักของลูกนกตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าลูกนกไม่มีน้ำหนักที่ลดลงมากเกินไป อาจเป็นไปได้ที่ลูกนกจะมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อย หากการลดลงของน้ำหนักนั้นเป็นการลดลงของน้ำหนักในส่วนที่เป็นไขมัน ที่เรียกว่า baby fat และวิธีที่ดีที่สุดคือการนำลูกนกมาชั่งน้ำหนักทุกวัน เพื่อความแน่ใจว่าน้ำหนักของลูกนกไม่ลดลงจนมากเกินไป

อาหารที่ให้ลูกนกหัดกินหลังจากเริ่มกินอาหารได้เองควรมีหลากหลาย เพื่อให้ลูกนกได้ทำความรู้จักอาหารที่ดีต่างๆ เช่น อาหารเช้าพวก Cereals ที่ไม่ต้องเติมนมวัวอย่าง Cheerios, Froot Loops พวงมิลเล็ท เมล็ดทานตะวันแกะเปลือก ถั่วต่างๆที่ทำให้งอก(Sprout) ขนมปัง อาหารสำเร็จรูป ผลไม้และผักต่างๆ หลังจากที่ลูกนกเริ่มรู้จักและคุ้นเคยอาหารเหล่านี้แล้ว ค่อยๆเริ่มให้ลูกนกรู้จักกินเมล็ดพืชรวมนาๆชนิด การให้ลูกนกได้กินอาหารที่หลากหลายเป็นการฝึกให้ลูกนกเคยชินกับอาหารนั้นๆ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเลือกกินและกินอาหารยากเมื่อลูกนกโตขึ้น

สัปดาห์ที่ 7

ในอายุนี้ลูกนกขนาดเล็กส่วนใหญ่เริ่มที่จะกินอาหารได้เอง พึงจำไว้ว่าในลูกนกแต่ละตัวนั้นย่อมมีนิสัยและบุคคลิกที่ไม่เหมือนกัน อาจจะยังมีลูกนกบางตัวที่ต้องการให้ป้อนต่อ เราควรใช้ความสังเกตและวิจารณญาณ หากพบว่าลูกนกตัวไหนยังไม่พร้อมเราควรป้อนลูกนกตัวนั้นต่อ

นกอย่าง African greys, Macaws และ Amazons อาจต้องใช้เวลานานกว่า 7 สัปดาห์ที่จะกินอาหารได้เอง แม้ว่าอายุจะถึง 9 สัปดาห์ก็อาจยังเห็นว่านกในกลุ่มนี้ขนยังขึ้นไม่เต็ม และอาจเป็นไปได้ที่ลูกนกอาจยังไม่รู้จักกินอาหารเองจนกว่าจะถึงอายุ 4 เดือน เนื่องจากลูกนกเหล่านี้มีระยะเวลาขั้นตอนในการเจริญเติบโตที่ช้ากว่านกชนิดอื่น

ลูกนกขนาดเล็กส่วนใหญ่เช่น Senegals, Jardines, Meyers, Pionus และ Conures จะกินอาหารได้เองในช่วงอายุ 3 เดือน หรืออาจมีบางตัวที่เร็วกว่านั้น หากเกิดปัญหาลูกนกไม่ยอมกินอาหารเอง เราควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่คาดคิดอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นกับลูกนก และเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

ลูกนกที่ถือได้ว่าเป็นลูกนกที่กินเองได้อย่างสมบูรณ์ เราควรเห็นว่าลูกนกตัวนั้นๆกินอาหารได้เองโดยไม่ต้องป้อนมานานเป็นเวลามากกว่า 2 สัปดาห์ไปแล้ว

2/5/2003
8/1/2008 (last update)

.....
บทความบางส่วนได้จากการแปล
เขียนและแปลโดย แก้วตา





*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2012 CookieTalkie.com