About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




การผลัดขน



การผลัดขน (Molting) คือการที่ร่างกายนกเข้าสู่ช่วงของฤดูกาลผลัดเปลี่ยนขนชุดใหม่ ที่จะขึ้นทดแทนขนชุดเดิมซึ่งหมดสภาพไป โดยขนใหม่แต่ละเส้นที่งอกขึ้นมาจากผิวหนังจะเป็นตัวดันขนเดิมให้หลุดร่วงออกจากร่างกาย

เมื่อถึงช่วงเวลาที่นกผลัดขน ผู้เลี้ยงนกจะรู้ได้ด้วยการสังเกตุเห็นนกมีขนร่วงมากผิดปกติที่พื้นกรง หรือแม้การสัมผัสลูบตัวนกเบาๆ ขนนกก็อาจร่วงติดมือมาด้วย สัตวแพทย์ได้ให้ข้อสังเกตุว่า เมื่อถึงช่วงเวลาที่นกจะผลัดขน เราอาจพบขนปีกหรือขนหางของนกหลุดร่วงออกมาก่อน

นกขนาดเล็กมักจะผลัดขนครั้งแรกในชีวิตราวอายุ 6 เดือน ส่วนนกขนาดใหญ่มักผลัดขนครั้งแรกเมื่อเข้าอายุ 9-10 เดือน นกแต่ละตัวจะใช้เวลาในการผลัดขนต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของนกตัวนั้นๆ โดยเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จกระบวนการอาจใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ถึงอาจนานเป็นเดือน ในนกบางชนิดการผลัดขน อาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงสีขนที่บ่งบอกถึงวัยของนก และนกบางชนิดขนชุดใหม่ที่ขึ้นทดแทนจะแสดงให้ทราบถึงเพศของนก

โดยปกตินกมักผลัดขนปีละครั้งและการผลัดขนนี้ มักเกิดขึ้นในช่วงใกล้วันเกิดของนก จึงทำให้ผู้เลี้ยงนกที่ไม่เคยรู้วันเกิดของนกมาก่อน สามารถใช้ข้อสังเกตุนี้ในการคาดเดาช่วงเวลาเกิดของนกที่เลี้ยงอยู่ได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่า การผลัดขนของนกนั้นสามารถเกิดขึ้นได้มากกว่า 1 ครั้งต่อปี หากการผลัดขนของนกเกิดขึ้นปีละครั้ง ขนนกมักจะทะยอยร่วงออกไปมากในครั้งเดียว ส่วนนกที่มีการผลัดขนมากกว่า 1 ครั้งต่อปี ขนนกจะร่วงไม่มากนักในการผลัดขนแต่ละครั้ง จากนั้นนกจะผลัดขนซ้ำอีกในเวลาต่อมา ในนกปากขอขนนกมักจะไม่ร่วงทั้งหมดแต่จะร่วงเป็นบางส่วนเท่านั้น

สำหรับผู้เลี้ยงนก Amazons อาจพบว่านกมักจะผลัดขนตลอดทั้งปี

นอกจากนี้การผลัดขนของนกยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ฤดูกาล อุณหภูมิ อาหารการกิน การวางไข่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่านกจะเริ่มผลัดขนเมื่อใดและจะต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไรจึงจะเสร็จกระบวนการผลัดขน ที่ขนใหม่จะขึ้นทดแทนขนเก่าจนครบ

ในช่วงการผลัดขนนี้ การไซ้ขนที่มากและบ่อยขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่นกจะทำมากกว่าเวลาปกติ ทั้งนี้เพื่อเป็นการจัดแต่งขนให้เข้าที่ และเพื่อช่วยให้ขนเดิมหลุดร่วงออกไปได้ง่าย เปิดทางให้ขนใหม่ดันขึ้นมาจากผิวหนังได้เร็วขึ้น

ขนใหม่ที่งอกขึ้นมาจะมีลักษณะเป็นหลอดคล้ายหนามสีขาว เรียกว่าขนหนาม (Pin Feathers) หลอดขนนี้ประกอบไปด้วย Keratin ที่คล้ายกับเล็บมนุษย์ ภายในหลอดขนจะบรรจุไปด้วยเลือด ที่เป็นตัวหล่อเลี้ยงขนไปจนกว่าขนเส้นนั้นๆจะโตเต็มที่ จากนั้นเลือดในหลอดขนก็จะถูกดึงกลับสู่ร่างกาย คงเหลือให้เห็นแต่ก้านหลอดขนขาวกลวง

ระหว่างที่ขนนกกำลังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต เราจะมองเห็นช่อขนค่อยๆแทงออกมาจากหลอดขน เมื่อช่อขนใหม่แทงออกมาจากหลอดมากพอ นกก็จะเริ่มทำการไซ้ขน แทะรูดปลอกขนให้หลุดลอกออกเพื่อเปิดทางให้ช่อขนได้เจริญเติบโตแผ่ออกจนเห็นเป็นขนแต่ละเส้น ในช่วงเวลาระหว่างนี้ นกมักมีความรู้สึกคันร่วมด้วย นกที่อยู่กันเป็นคู่จะช่วยไซ้ขนให้กัน ส่วนนกที่เลี้ยงตัวเดียวมักจะชอบให้ผู้เลี้ยงช่วยลูบเกาหัวและส่วนคอ ซึ่งเป็นบริเวณที่นกจะช่วยตัวเองได้ไม่สะดวก

เป็นเรื่องปกติ ที่ในช่วงนี้ผู้เลี้ยงนกบางท่านจะพบปลอกขนที่ดูเหมือนฝุ่นผงร่วงเต็มพื้นกรง ซึ่งเมื่อนกไซ้รูด Keratin นี้ออกหมดและการผลัดขนจบสิ้นกระบวนการ ปัญหาฝุ่นผง Keratin ก็จะหมดไป

ขณะที่ขนเส้นใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการยังเจริญเติบโตและส่วนโคนหลอดขนยังคงมีเลือดหล่อเลี้ยงอยู่นั้น เส้นขนของนกจะมีความไวต่อความรู้สึก (sensitive) อย่างมาก การลูบสัมผัสแม้เพียงแผ่วเบาก็อาจทำให้นกรู้สึกเจ็บได้ โดยเฉพาะหากการลูบนั้นผิดหรือย้อนทางการขึ้นของเส้นขน ดังนั้นการช่วยลูบขนให้นกตามแนวขนโดยการลูบลง จะปลอดภัยกว่าการลูบสวนทาง ซึ่งหากนกรู้สึกไม่สะดวกสบายหรือรู้สึกเจ็บกับการลูบนั้น ผู้ลูบมักจะได้รับรางวัลเป็นการจิก

ขนปีกของนกจะมีความสำคัญโดยมีส่วนช่วยในการพยุงตัวสำหรับการบินและแหวกไปในอากาศ ส่วนขนหางจะช่วยในการยกตัวสร้างสมดุลย์ กำหนดทิศทางบินและช่วยในการหยุด ทั้งนี้นกที่อยู่ในช่วงผลัดขนจะไม่สูญเสียความสามารถในการบินแต่อย่างใด แต่หากการผลัดขนได้ทำให้นกสูญเสียขนปีกออกไปในจำนวนมาก นกก็อาจสูญเสียความสามารถในการทรงตัวที่ดี ซึ่งหากการผลัดขนของนกมีผลทำให้นกไม่สามารถรักษาสมดุลย์ได้ ผู้เลี้ยงนกก็ควรหลีกเลี่ยง ไม่นำนกเกาะบนไหล่และไม่นำนกเกาะบนที่สูงที่มีความเสี่ยง เพราะหากเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้นกตกลงพื้น นกอาจบาดเจ็บในขั้นรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นปากแตก หัวนกกระแทกพื้น หรือขาหัก ฯลฯ

นกน้ำ เช่น เป็ด หงส์ นกกระทุง มักผลัดขนปีกออกหลายเส้นในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นกเหล่านี้ไม่สามารถบินได้ จนกว่าขนปีกจะงอกทดแทนขึ้นมาใหม่

นกที่อยู่ในระหว่างวางไข่จะไม่ผลัดขนและนกที่อยู่ในระหว่างผลัดขนก็จะไม่วางไข่เช่นกัน เพราะร่างกายของนกไม่สามารถทนต่อแรงกดดันของสภาวะเครียดพร้อมๆกันได้ ดังนั้นเราจึงมักจะพบว่า นกจะผลัดขนหลังหมดฤดูวางไข่

การดูแลนกในช่วงการผลัดขน
  1. ในช่วงของการผลัดขน ขนนกจะร่วงบางส่วนจนเห็นจำนวนขนตามตัวนกบางลง ช่วงเวลาอย่างนี้อุณหภูมิของสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยของนกเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะหากอุณหภูมิลดต่ำลงและอากาศมีความหนาวเย็น นกจะรู้สึกหนาวมากกว่าเวลาปกติ เนื่องจากขนที่เคยช่วยปกป้องและเก็บกักอุณหภูมิให้ร่างกายนกมีไม่เพียงพอ ดังนั้นผู้เลี้ยงนกควรดูแลสุขภาพให้นกและดูแลอุณภูมิห้องหรือบริเวณที่นกอาศัยอยู่ให้เหมาะสม โดยการปรับอุณหภูมิห้อง การใช้ผ้าคลุมกรงให้นกในบางส่วนเพื่อป้องกันความเย็นและลมโกรก การเลือกใช้คอนชนิดพิเศษที่ปรับอุณภูมิได้ หรือการติดตั้งกระโจมผ้าเต้นผ้าหรือกล่องรัง โดยพิจารณาตามสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม

  2. ในระหว่างการผลัดขน นกบางตัวอาจเกิดอาการเคลียดจนเป็นเหตุทำให้นกมีปัญหาดึงถอนขนตัวเองได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงสภาวะเคลียด ผู้เลี้ยงนกควรดูแลให้นกได้พักผ่อนอย่างเพียงพอลดการรบกวนนก และปรับปรุงคุณภาพการนอนของนกให้ได้นอนหลับอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง

  3. ในช่วงระหว่างการผลัดขนนกจะสูญเสียพลังงานไปมาก จึงมีผลให้ร่างกายของนกอ่อนแอลง นกอาจมีน้ำหนักลด มีอารมณ์หงุดหงิด ไม่สนใจกิจกรรมต่างๆรวมถึงอาจเล่นกับเจ้าของน้อยลงกว่าปกติ ซึ่งในช่วงเวลาที่ร่างกายนกอ่อนแอลงอย่างนี้ นกอาจเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น นกอาจมีปัญหาความหวาดกลัวและนกอาจมีปัญหาการตกใจได้ง่ายขึ้น นกคอคคาเทลมักจะเกิดอาการ Night Frights ได้ง่ายในช่วงเวลาผลัดขนนี้

  4. นกที่แข็งแรงและได้รับการดูแลเรื่องอาหารที่ดีมาโดยตลอด มักจะไม่มีปัญหาสุขภาพในระหว่างการผลัดขน แต่อย่างไรก็ตามหากพบว่าการผลัดขนนั้นทำให้นกอยู่ในสภาพที่น่ากังวล การให้อาหารที่มีโปรตีน ไวตามิน แร่ธาตุต่างๆเพิ่มเป็นพิเศษในช่วงนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ อาหารโปรตีน เช่น ไข่ต้มสุก ถั่วต่างๆนึ่ง เต้าหู้ขาวชนิดอ่อนสด(soft tofu)อย่างดี รวมถึงเสริมแคลเซี่ยม เช่น กระดองปลาหมึก เสริมไวตามินผงโรยลงในอาหารอ่อนและเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูป จะช่วยให้ผู้เลี้ยงนกมั่นใจในสุขภาพนกในช่วงของการผลัดขนนี้มากขึ้น นอกจากนี้ในอากาศที่หนาวเย็นการเพิ่มเมล็ดถั่ว (Nuts) ชนิด อัลมอน หรือเมล็ดทานตะวันให้นก จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายนกได้มากอีกด้วย
หากผู้เลี้ยงนกพบว่า นกที่เลี้ยงมีการผลัดขนที่ผิดปกติ เช่น การขึ้นทดแทนของขนใหม่มีความล่าช้ามากหรือไม่มีขนใหม่งอกขึ้นมาแทนขนเก่าที่หลุดร่วงไป จนทำให้นกมีผิวหนังโล้นในบางส่วน หรือพบว่าเส้นขนที่ขึ้นใหม่มีรูปทรงผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุได้หลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม กรรมพันธุ์ พยาธิ ไวรัสและปัญหาการขาดสารอาหาร ทั้งนี้หากพบปัญหาและรีบขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์แต่เนิ่นๆ โอกาสที่จะรักษานกให้หายเป็นปกติก็มีสูง

สำหรับนกที่เคยถูกตัดซอยขนปีก หลังจากขนชุดใหม่โตเต็มที่นกจะสามารถบินได้ตามปกติอีกครั้ง หากผู้เลี้ยงนกยังคงต้องการตัดซอยขนปีก ควรรอจนขนชุดใหม่โตเต็มที่จึงทำการตัดซอยขนปีกให้นก

.....
เขียนโดย แก้วตา



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2012 CookieTalkie.com