About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




Night Frights หรือ Night Thrashing


เป็นอาการตกใจกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืน ในช่วงเวลาของการนอนหลับของนก การตกใจกลัวนี้อาจเกิดจากการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว แสงไฟที่วูปไหว เสียงปรบมือที่ดัง เสียงประทัด แมลงที่อาจเล็ดลอดเข้าไปในกรงนก เสียงของสัตว์อื่น เช่นหมา แมวในบ้านที่บัง เอิญเดินผ่านกรงนกในเวลากลางคืน หรืออื่นๆที่บางครั้งยากที่จะคาดเดาหรือทราบได้

นกที่อยู่ในระหว่างผลัดขนมักจะมีสุขภาพที่อ่อนแอกว่าปกติและมักจะตกใจง่ายในทุกสถานการณ์ เมื่อเกิดเสียงหรือสื่งที่ทำให้ตกใจนี้ ตามธรรมชาตินกจะตื่นและบินหนีจากสิ่งที่ทำให้ตกใจ นกในกรงก็เช่นกันจะพยายามหาทางหนี หาทางหลุดออกจากแหล่งที่กลัว แต่เนื่องจากกรง สี่เหลี่ยมนั้นถูกปิดไว้ทุกด้าน นกจึงได้แต่บินชนกรงไปมาด้วยความตกใจสุดขีด การที่นกตีปีก อย่างแรงก็เพื่อต้องการที่จะบินอย่างรวดเร็วตามสัญชาติญาณธรรมชาติ
การชนกระแทกกรงอย่างรุนแรงนี้สร้างความบอบช้ำและความบาดเจ็บอย่างสาหัสให้กับร่างกาย หัว ปีกทั้งสองข้างอย่างรุนแรง ถึงเลือดสาด

นกที่อยู่รวมหลายตัวในกรงเดียวกันหากมีตัวใดตัวหนึ่งเกิดตกใจและเกิดอาการ Night Frights ขึ้น จะทำให้นกตัวอื่นๆพลอยตกใจไปด้วย สถานการณ์อย่างนี้จะเพิ่มความเครียดให้กับผู้เลี้ยงนก มากขึ้น เพราะอาจพบนกบาดเจ็บมากกว่าหนึ่งตัว

Night Frights นี้จะเกิดโดยไม่มีลางบอกเหตุและไม่มีการบอกล่วงหน้า ทีนี้คุณคงอยากรู้ว่าคุณจะ รู้ได้อย่างไรหากเกิดเหตุการณ์นี้ ไม่ยากเลยเสียงตีกรงอย่างรุนแรงจะปลุกคุณให้ตื่นอย่างง่ายดาย หากคุณไม่หลับขี้เซาจนเกินไป

หากเกิดอาการ Night Frights ขึ้นกับนก สิ่งที่คุณควรทำคือ
  1. มีสติ
  2. รีบไปให้ถึงกรงนกให้เร็วที่สุด
  3. เปิดไฟที่ใกล้มือที่สุดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แสงไฟช่วยให้นกได้มองเห็น
  4. เปิดผ้าคลุมกรงนก
  5. เปิดประตูกรง
  6. พูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จนนกคลายความตกใจ
  7. เมื่อนกสงบลงรับนกออกจากกรง อย่าเอามือเข้าไปจับนกในกรงเพราะอาจเพิ่มความเครียด และความตกใจให้นกได้ รออย่างใจเย็นให้นกอยากออกมาจากกรงเอง นอกจากพบว่านก บาดเจ็บมาก ถ้าจำเป็นต้องเอานกออกจากกรงให้ทำในจังหวะช้า พูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อน โยนเพื่อให้นกหายตกใจและสงบลงให้มากที่สุด
  8. ตรวจดูตามส่วนต่างๆของร่างกายหากมีเลือดออก จากหัวที่อาจแตก บริเวณหน้าที่อาจ ถูกบาดเป็นแผล ปีกที่อาจตีกรงหรือชนคอนจนช้ำเลือด ขนปีกที่อาจจะหลุดออกมาแล้ว มีเลือดออกด้วย โดยเฉพาะนกที่อยู่ในช่วงผลัดขนใหม่
  9. ทำการปฐมพยาบาลทันที
    - ในกรณีที่มีเลือดออก ควรใช้ยาหยุดเลือดใส่ที่บริเวณแผล กดเบาๆเพื่อห้ามเลือดจนกว่า เลือดจะหยุด
    - ฺBlood Feather เป็นขนที่เพิ่งขึ้นใหม่ และยังไม่โตเต็มที่ ที่โคนขนจะมีหลอดเลือดหล่อ เลี้ยงอยู่ หากเกิดการหักค้างจะทำให้เลือดออกไม่หยุด ผู้เลี้ยงควรดึง ฺBlood Feather ออกด้วยมือหรือแหนบโดยดึงในแนวตรงในทางเดียวกับการขึ้นของขนเส้นนั้นๆ เพื่อป้อง กันไม่ให้เลือดไหลออกมากเพราะนกที่เสียเลือดมากอาจตายได้ เมื่อดึง ฺBlood Feather ออกแล้วควรใส่ยาหยุดเลือดที่บริเวณแผล
    - หากพบว่ามีคราบเลือดเลอะตามตัวมากยังไม่ควรอาบน้ำให้นก หรือไม่ควรเช็ดด้วยน้ำ จนทำให้ตัวเปียกมากเพราะนกยังต้องกลับเข้านอน และนกไม่ควรเข้านอนด้วยตัวที่เปียก ชื้น หากมีความจำเป็นต้องทำความสะอาดตัวให้นกก็ต้องแน่ใจว่าส่งนกเข้านอนด้วยตัวที่ แห้งสนิทแล้ว ใช้ไดร์เป่าหากจำเป็น (ดูรายละเอียดการใช้ไดร์เป่าตัวให้นกแห้งที่หน้า "อาบน้ำนก") รีบทำความสะอาดให้นกให้เสร็จโดยเร็วเพื่อจะได้รีบส่งนกเข้านอน

  10. หากนกมีอาการหนักเกินความสามารถที่จะปฐมพยาบาลเองได้ ควรติดต่อสัตวแพทย์ทันที
หากโชคดีนกไม่บาดเจ็บมาก ควรรอจนนกคลายความกลัวลง แล้วค่อยส่งนกกลับเข้ากรง ปิด ผ้าคลุมกรงให้นกได้นอนตามปกติ

ในกรณีที่นกเกิดอาการนี้บ่อยๆ ควรป้องกันโดย

  1. ควรหาหลอดไฟแรงเทียนต่ำ ประเภท Nightlight ติดไว้ข้างๆกรง แสงควรสลัวมากๆ ไม่รบกวนสายตาและรบกวนการนอนหลับของนก
    หากเป็นไปได้หาซื้ออุปกรณ์เปิดไฟอัตโนมัติ ที่ไวต่อสัญญาณแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทก ต่อเข้ากับหลอดไฟ เพื่อให้ไฟติดขึ้นเองในกรณีที่นกตีกรงอย่างแรง
    ติดตั้งเครื่องทีวีวงจรปิดที่ในยุคนี้อาจหาซื้อได้ในราคาไม่แพงนักหรือหากบ้านที่มีเครื่อง Baby Monitor ที่เคยใช้ฟังเสียงเด็กอ่อนอยู่แล้ว ก็นำมาใช้ในการนี้ได้ดีเช่นกัน
  2. จัดกรงให้มีเฉพาะข้าวของที่จำเป็นจริงๆ หรือนำของเล่นบางชิ้นออกก่อนที่จะส่งนกเข้านอน ไม่แขวน ห้อย สิ่งของต่างๆที่อาจทำให้นกตกใจกลัวได้ในกรง จัดของเล่นบางชิ้นเข้าชิด ข้างกรงแทนการแขวนห้อยตรงกลางกรง เพื่อป้องกันไม่ให้นกหมุนตัวไปชนเอาในกลางดึก แล้วเกิดตกใจ
  3. จัดติดตั้งคอนให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ติดตั้งคอนมากจนเกินความจำเป็นเพราะนกที่ ตกใจจะบินกระแทกของทุกอย่างในกรงและการตีปีกกระแทกคอนไม้ หรือตัวนกที่อาจเข้าไป ติดอยู่ระหว่างคอนไม้นั้นจะทำให้เกิดบาดแผลที่เป็นอันตรายมาก
  4. หมั่นตรวจดูหากมีซี่กรงชำรุด ควรรีบซ่อมแซมทันที เพราะหากซี่กรงที่หักอยู่แล้วหรือที่ใกล้ หักทิ่มแทงตัวนก อาการบาดเจ็บจะถึงสาหัสรุนแรงถึงชีวิตได้
  5. ดูแลทำความสะอาดกรงอย่างสม่ำเสมอ หากจำเป็นควรทำความสะอาดถาดรองมูลนกหรือ เปลี่ยนกระดาษรองมูลนกในตอนเย็นก่อนส่งนกเข้านอน ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเศษอาหารตก หล่นบริเวณพื้นกรง เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงหรือสัตว์อื่นที่อาจเข้าไปกินเศษอาหารที่สะสมอยู่ ในถาดรองมูลนกในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นสาเหตุให้นกตกใจกลัวและที่แย่ไปกว่านั้น หากแมลง เหล่านั้นถ่ายทิ้งไว้แล้วบังเอิญนกกินเข้าไป ก็จะมีผลต่อสุขภาพนกอย่างมาก
  6. เก็บถ้วยอาหารสดออกทิ้งให้หมด ก่อนส่งนกเข้านอน คงเหลือเฉพาะถ้วยเมล็ดพืชกับถ้วยน้ำ เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อื่นเข้าไปกินอาหารนก เป็นสาเหตุให้นกตกใจกลัว (นกบางตัว ตื่นขึ้นมากินอาหารเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นควรมีถ้วยเมล็ดพืชและน้ำไว้ให้เสมอ ในกรณีที่ นกกินอาหารสำเร็จรูปควรทิ้งอาหารสำเร็จรูปไว้ให้)

นกที่มักจะเกิดอาการนี้ บ่อยๆ เช่น Cockatiels และ African grey โดยเฉพาะนก Cockatiels นั้น ความสามารถในการมองเห็นในที่มืดจะน้อยมาก คุณที่เลี้ยงนก ชนิดนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ระวังไม่ทำอะไรที่จะเป็นสาเหตุให้นกของคุณตกใจ จำกัดสาเหตุ ที่เราป้องกันได้ เพราะหากเป็นสาเหตุจากภัยธรรมชาติก็คงเหนือความสามารถของเรา

.....
เขียนโดย แก้วตา



*บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


cookietalkie@yahoo.com
TOP





copyright © 2003-2012 CookieTalkie.com