|
|
|
|
|
|
 |
โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี
คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ
เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น
ฝึกนกให้เชื่อใจเรา
ลูกนกที่ถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่เมื่อเริ่มหัดกินอาหารได้เอง (wean) มักจะปรับตัวให้ยอมรับกับ
สภาพแวดล้อมใหม่ๆและผู้คนใหม่ๆได้ง่าย โดยเฉพาะยิ่งถ้าลูกนกที่ได้มา เป็นลูกนกจากผู้เพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพ
ผู้รู้วิธีดูแลนกอย่างถูกต้องด้วยแล้ว การฝึกหัดให้ลูกนกอยู่ในพฤติกรรมที่เหมาะสมก็จะยิ่งง่ายขึ้น
ปัญหาของผู้เลี้ยงนกส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นเมื่อได้นกโต หรือได้นกที่ผ่านการอยู่อาศัยมาจากหลายบ้าน
เป็นนกมือสอง มือสามหรือหลายๆมือมาเลี้ยง
นกที่ผ่านการเลี้ยงดูมาจากหลายแหล่งนี้ บางครั้งเราอาจไม่ทราบประวัติที่แท้จริงของนก
ซึ่งหากโชคดีเราได้รับเลี้ยงนกที่ผ่านการดูแลมาอย่างดี นกมีสุขภาพทางใจดี พฤติกรรมที่แสดงออกของนกก็จะเป็นไปด้วยดี
แต่หากเราได้รับเลี้ยงนกที่ผ่านการเลี้ยงดูอย่างไม่ถูกต้อง นกได้กินอาหารที่ไม่เหมาะสม
นกถูกละเลยขาดความรักความเอาใจใส่ และที่หนักที่สุดหากนกผ่านการถูกทำร้ายทางกาย
ทำร้ายทางสถาพจิตใจหรือได้รับการทารุณทรมานในระดับต่างๆมาก่อน นกก็จะมีพฤติกรรมที่อาจยากต่อการรับมือ
เข้าใจและให้โอกาส
นกที่ผ่านการใช้ชีวิตทุกข์ยากมาในอดีต มักเป็นนกที่สูญเสียความเชื่อมั่นในมนุษย์ ไม่วางใจและเกิดความกลัวมนุษย์
จนทำให้นกจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองจากความเชื่อใจมนุษย์ เป็นการปกป้องตัวเองจากมนุษย์
และเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากผู้รุกราน นกจะพยายามหนีพยายามต่อสู้และพยายามจู่โจมในทุกรูปแบบ
ให้พ้นจากอันตราย
การจะช่วยให้นกผู้ผ่านชีวิตที่เต็มไปด้วยความกลัวมนุษย์นี้ กลับมาเป็นนกที่มีคุณภาพได้
เราคงจะต้องเริ่มจากความเข้าใจ ให้โอกาสและที่สำคัญให้อภัย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในระหว่างที่เราทำการเยียวยาสภาพจิตใจให้นก
อย่าเก็บพฤติกรรมก้าวร้าวและดุร้ายของนกมาเป็นอารมณ์ ต้องมองอย่างเข้าใจ
เริ่มต้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อใจในตัวเราให้เกิดกับนก ให้โอกาสนกได้รู้จักตัวเรา
และให้โอกาสตัวเราได้ทำความรู้จักพฤติกรรมของนกให้ดีขึ้น จะช่วยให้การแก้ไขพฤติกรรมต่างๆของนก
เป็นไปได้ด้วยดี
ไม่มีอะไรแก้ได้ในวันเดียว
การจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้ใหม่ต้องใช้เวลา ที่จะยาวนานแค่ไหนก็คงขึ้นอยู่กับประวัติของนกแต่ละตัว
ว่านกเคยผ่านชีวิตที่ถูกทำร้ายมายาวนานแค่ไหนและรุนแรงแค่ไหน และขึ้นอยู่กับความพยายาม
ความอดทนและความคิดสร้างสรรค์ในการปรับกลยุทธุ์ของเรา..ผู้เลี้ยงนก
นกที่กลัวผู้คนมักป้องกันตัวเองในทุกรูปแบบ ผลที่ได้คือนกจะกลายเป็นนกดุ กระทั่งในที่สุด
เมื่อไม่มีใครสามารถเข้าใกล้นกได้อีกต่อไป นกจึงมักถูกละเลยจากสมาชิกในบ้านและนกมักถูกขังทิ้งไว้ในกรง
เพราะคนต่างกลัวว่านกจะจิกกัด
การที่นกถูกขังทิ้งในกรงนานๆเช่นนี้กลับก่อให้เกิดผลร้ายมากขึ้น เมื่อนกพัฒนานิสัยหวงและปกป้องอาณาเขต
นกที่ถูกขังทิ้งไว้ในกรง จึงมักหวงกรงติดกรงและไม่ยอมออกจากกรงไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
ยิ่งนานวันนกก็จะยิ่งสูญเสียคุณภาพของการเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีลงไป
ต้องสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่ทำลายความเชื่อมั่น
นกที่ไม่ได้ออกจากกรงเป็นเวลานาน จะสูญเสียความผูกพันใกล้ชิดกับมนุษย์ หากเราต้องการให้นกยอมรับเรา
เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนกก่อน โดยจะทำอย่างไรให้นกยอมออกจากกรงมาหาเรา
ผู้เลี้ยงนกหลายคนมักเริ่มต้นอย่างรวบรัดและก้าวร้าว โดยการใช้มือไล่ต้อนจับรวบนกให้ออกจากกรง
โดยลืมไปว่านกอาจไม่ยินดีกับวิธีนี้นัก และการกระทำเช่นนี้ได้เพิ่มความหวาดกลัวให้กับนกเป็นอย่างมาก
อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้นกได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นการทำลายความเชื่อมั่นที่นกจะมีต่อเราลงโดยสิ้นเชิง
การที่จะให้นกออกจากกรงโดยความสมัครใจ ต้องใช้เทคนิคสร้างความเชื่อมั่นและต้องใช้เวลา
โดยเริ่มจากสร้างความคุ้นเคยกับนกก่อน เพราะทั้งนกและทั้งเราต่างแปลกหน้า เปรียบเทียบกับความรู้สึกของมนุษย์ด้วยกันเอง
หากคนแปลกหน้ามารวบเอาเราออกจากประตูบ้าน เราก็คงไม่ยอมไปด้วยได้ง่ายๆ แต่คนที่คุ้นเคยและวิธีที่นุ่มนวลเท่านั้นที่เราจะยอมรับได้
นกก็เช่นกัน
ใช้โอกาสที่ดี สร้างความคุ้นเคย
นกที่ถูกเปลี่ยนสถานที่ เช่น เมื่อนกมาถึงบ้านเราใหม่ๆ นกมักจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้คุ้นกับสถานที่ใหม่สภาพแวดล้อมใหม่
ในช่วงเวลาของการปรับตัวนี้ นกมักจะสงบไม่แสดงอาการดุก้าวร้าวมากนัก นกหลายตัวสงบนิ่งเหมือนดังไม่ใช่นกตัวเดียวกัน
เนื่องเพราะมีหลายสิ่งรอบตัวแปลกใหม่ที่นกต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย สิ่งเหล่านี้สร้างความกังวลให้กับนก
ซึ่งความกังวลในส่วนนี้จะเป็นตัวสะกดพฤติกรรมเดิมของนก
นี่จึงเป็นโอกาสทองที่เราควรใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นประโยชน์ในการปรับสภาพนิสัยนก ก่อนที่นกจะทำความคุ้นเคยกับสถานที่
และแสดงนิสัยดุหรือนิสัยที่ไม่พึงประสงค์ออกมา นักจิตวิทยานกได้ประมาณช่วงเวลานี้ไว้ว่า
โดยทั่วไปนกมักจะใช้เวลาในการปรับตัวกับสถานที่ใหม่ราว 2-3 สัปดาห์ ถึงมากสุด 6 เดือนหากนกเป็นนกที่มีอายุมาก
ผู้เลี้ยงนกหลายคนมักเข้าใจผิดและทิ้งโอกาสทองนี้ให้ผ่านไป ด้วยคิดว่าการทิ้งเวลาให้นกได้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ก่อน
จะทำให้ง่ายต่อการฝึก แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะถ้ายิ่งปล่อยให้นกได้ปรับตัวให้คุ้นสถานที่มากเท่าไร
นกก็จะยิ่งแสดงพฤติกรรมเดิมออกมามากเท่านั้น เพราะนกไม่มีอะไรต้องคอยกังวลอีกต่อไป
สมัครใจไม่บังคับ
ช่วยให้นกอยากออกจากกรงโดยไม่จำเป็นต้องรวบจับ แต่รอให้นกสมัครใจเองต้องเริ่มด้วยการสร้างความคุ้นเคย
- ดูแลทำความสะอาดกรงนกตามปกติ อย่างน้อยเปลี่ยนกระดาษรองพื้นกรงนกทุกวัน
- ดูแลให้อาหารเปลี่ยนน้ำสะอาด ให้นกทุกวัน
- นกจะกลัวหากเราจะยืนสูงกว่า เพราะคนที่สูงกว่ามักเป็นคนที่อาจตะคลุบนกได้จากด้านบน
ดังนั้นควรทำตัวเราให้ต่ำกว่าตำแหน่งที่นกยืนเมื่อเข้าใกล้บริเวณที่นกอยู่ ค้อมหัวลงหรือย่อตัวต่ำลง
เพื่อให้นกลดความกลัว
- ในระหว่างวันเมื่อเดินผ่านกรงนกให้กล่าวทักทาย ด้วยการปรายตามองห้ามจ้องตา
- วันละ 2-3 ครั้งเมื่อเดินผ่านกรงนกหย่อนอาหารที่คิดว่านกชอบ ลงในถ้วยพิเศษที่แยกต่างหากจากถ้วยอาหารนก
โชว์ให้นกเห็นอาหารโปรดและแสดงให้นกเห็นว่าเราหย่อนอาหารนั้นลงในถ้วย รวมทั้งพูดบอกถึงความน่ากินของอาหารเพื่อดึงดูดความสนใจของนก
เช่นเคยปรายตาห้ามจ้องตา หากอาหารโปรดเป็นอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง เช่น เมล็ดทานตะวัน เม็ดถั่วอัลมอล
ให้ใส่ทีละน้อย ลองตัดพวงมิลเล็ทเป็นท่อนๆ ลองเมล็ดแคนตาลูป ดูบ้าง
- หลีกเลี่ยงการสบสายตานกโดยตรง คนแปลกหน้าเดินมาจ้องตาเรา เราก็คงไม่ชอบนกก็เช่นกัน
นกกลัวการจ้องตาให้ใช้สายตาชนิดปรายตามองผ่านๆ
- วันละ 10-15 นาที ใช้เวลานั่นข้างกรงนก อ่านหนังสือออกเสียงเบาๆ หรือฮำเพลง หรือทำกิจกรรม
เช่น ดูทีวี เย็บปัก อื่นๆที่เป็นกิจกรรมที่ไม่สร้างความตกใจให้นก ทำกิจกรรมเหล่านี้โดยไม่สบตา
แต่ใช้ปรายตาชำเลืองดูปฏิกริยานกเท่านั้น ทำกิจกรรมดังกล่าวทุกวัน
- หลังจากเริ่มเห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นของนก เมื่อเดินผ่านกรงนกยื่นอาหารโปรดผ่านซี่กรงเข้าไปให้นกด้วยมือ
ถ้านกยังกลัวมือเราและไม่ยอมรับอาหารจากมือ ให้เดินจากไปแล้วสักพักใหญ่ๆกลับมาลองอีกครั้ง
ลองทำอย่างนี้ทุกวันอย่างใจเย็นวันละ 2-3 ครั้ง จนกว่านกจะพัฒนาเชื่อใจเราและยอมรับอาหารจากมือเรา
- จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะในระหว่างที่เราอยู่ด้วยเริ่มเปิดประตูกรงนกทิ้งไว้ (ห้ามเปิดประตูกรงนกทิ้งไว้ในขณะที่เราไม่อยู่
โดยเฉพาะกับบ้านที่มีสัตว์อื่นที่อาจทำร้ายนกได้) ทำกิจกรรม เช่น อ่านหนังสือ ฯลฯ
- ดูความพร้อมของนกโดยการอ่านภาษากาย เนื่องจากนกเป็นสัตว์สังคมเช่นเดียวกับมนุษย์
นกที่เริ่มคุ้นคนมักจะแสดงปฏิกริยาอยากร่วมกิจกรรมในทุกสิ่งที่เราทำ นกบางตัวอาจใจกล้าลองปีนออกมานอกกรงมาดูว่าเราทำอะไร
หากเป็นเช่นนั้นเราก็ยังคงนิ่งไม่สบตา เพราะการหันไปดูหรือตอบสนองเร็วเกินไปอาจทำให้นกเกิดความกลัว
การทิ้งระยะเวลารอจนกว่าจะเห็นว่านกพร้อมที่จะมาหาเรา จะเป็นวิธีที่เหมาะสม
- ไม่รีบร้อน ไม่รวบรัด ความใจร้อนอาจทำให้นกกลัวและเราอาจต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่
ซึ่งคราวนี้อาจยากขึ้น
หากเราทราบมาก่อนว่านกเคยขึ้นมือได้และหากเรามองออกว่านกไม่หวาดกลัวเรามากเกินไป
เราอาจลองยื่นมือให้นกเกาะ
หากพบว่านกยังคงมีความกลัวที่จะออกจากกรง เราอาจต้องให้การช่วยเหลือ ด้วยการนำคอนพักเข้าช่วย
ทำโดยเปิดประตูกรงนกค้างไว้ (เช่นเคยเราต้องอยู่ด้วยตลอดเวลาเมื่อประตูกรงนกเปิด)
ขยับเลื่อนคอนพักเข้าจ่อใกล้หน้าประตูกรง ในระยะใกล้พอที่นกจะก้าวออกมายืนบนคอนพักได้
ที่คอนพักควรติดตั้งถ้วยอาหารสำหรับใส่อาหารโปรด หย่อนอาหารโปรดใส่ถ้วยให้นกได้เห็นแล้วเดินจากไปโดยไม่พยายามเข้าใกล้นก
ถ้าเรายังคงยืนอยู่นกก็จะไม่ออกมาเอาอาหารโปรด เพราะนกอาจยังคงไม่วางใจที่จะเข้าใกล้เรา
ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน เราควรรอให้นกมีความมั่นใจเพียงพอที่จะออกมายืนกินอาหารบนคอน
ที่วางอยู่หน้ากรงนี้ได้ทุกวันอย่างคุ้นชิน เหมือนกับว่าคอนพักที่วางอยู่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของกรง
หากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เราอาจลองขยับตัวเข้าใกล้นก ซึ่งในระยะแรกนกอาจกลัววิ่งหนีกลับเข้ากรง
หากเป็นเช่นนั้น เราอาจต้องลองให้ของโปรดเพิ่มรอจนนกออกมาใหม่
เมื่อนกเริ่มวางใจเรามากขึ้น เราอาจขยับเข้านั่งใกล้นก จนกระทั่งค่อยๆขยับคอนพักให้ห่างออกมาจากกรงทีละน้อย
จนในที่สุดนกออกห่างจากกรง
หมายเหตุ: หากนกมีปัญหากลัวคอนพัก ให้วางคอนพักไว้ในระยะไกลแต่อยู่ในสายตานกสักช่วงเวลาหนึ่งก่อน
เพื่อให้นกเกิดความคุ้นชิน ค่อยๆขยับคอนพักเข้าใกล้กรงนกทีละน้อย เช็ดถูคอนพักจับลูบคอนพัก
แสดงให้นกเห็นว่าคอนพักไม่เป็นอันตราย
ทุกวันสร้างความคุ้นเคยด้วยการพูดคุยกับนกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลีกเลี่ยงไม่สบตาก้มหน้า
หรือมองไปทางอื่น ผู้เลี้ยงนกบางคนชนะใจนกด้วยการพูดบอกอย่างจริงใจ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในความมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งดีๆให้นก
นกมักจะเข้าใจในสิ่งที่เราอยากสื่อสาร หากเราทำด้วยความอ่อนโยนและจริงใจ
กว่าที่นกจะวางใจเรานั้นเราอาจต้องใช้เวลานานนับปี ซึ่งความวางใจในแต่ละระดับจะค่อยๆพัฒนาก่อเกิดในใจนก
ไม่ต่างกับมนุษย์ การจะมีเพื่อนรักที่รู้ใจกันมากเราเองก็มักต้องใช้เวลาเรียนรู้กันนานหลายปีเช่นกัน
แต่ด้วยความคุ้มค่าของเวลาที่เสียไปกับความอดทนนั้น จะสามารถชดเชยได้ด้วยความสุข
ที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนกที่รักไปอีกนานแสนนาน
.....
เขียนโดย แก้วตา
7-1-2004
cookietalkie@yahoo.com
TOP
|  |
|
| copyright © 2003-2012 CookieTalkie.com |