About UsMembershipContact Us
HomeObjectiveAlternativeArticlesLinksSpecialsAdoptionWeb Board
       รายละเอียด   |   ช่วยอย่างไร   |   รายชื่อนกที่ช่วยเหลือ   |   กิจกรรม   |   รายชื่อสัตวแพทย์   |   คู่มือดูแลนก   |   นกหาย/พบนก


โ ค ร ง ก า ร " ฟ้ า ใ ส "
บ้ า น ห ลั ง ใ ห ม่ ข อ ง น ก โ ช ค ดี

คู่มือดูแลนก
« กลับไปที่หน้าสารบัญ



เว็บ CookieTalkie มีนโยบายไม่สนับสนุนการเลี้ยงนก รวมถึงไม่สนับสนุนการซื้อ-ขาย และเพาะผสมพันธุ์นกเพื่อการค้า กรุณาอ่าน"จุดมุ่งหมาย"ของเว็บเพื่อความเข้าใจ สำหรับคุณที่มีนกเลี้ยงอยู่แล้ว กรุณาอย่าปล่อยทิ้งนกที่เลี้ยงออกมาในธรรมชาติ แต่ควรดูแลนกของคุณให้ดีที่สุด โดยไม่เพิ่มประชากรนกและไม่ซื้อนกเพิ่ม บทความในคู่มือดูแลนกด้านล่างนี้ ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่ยังจำเป็นต้องดูแลนกในครอบครอง ผู้ที่รับเลี้ยงนกพิการ และผู้อุปการะนกในกรณีต่างๆ ได้ใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนกให้ดียิ่งขึ้น




ประโยชน์ของมันเทศ




"มันเทศ" มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า yam

ลักษณะของมันเทศเป็นพืชหัวใต้ดิน มีเปลือกบางเป็นสีในโทนชมพูแดงหรือน้ำตาลอ่อน เนื้อมันเทศมีสีในโทนส้มถึงแดง มันเทศ หรือ yam มีลักษณะภายนอกที่ดูคล้ายกับ sweet potato แต่มันทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันทางสายพันธุ์

yam และ sweet potato เป็นพืชที่มีไวตามิน A สูง ซึ่งไวตามิน A มีความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพนก ดังนั้นผู้เลี้ยงนกส่วนใหญ่จึงมักนิยมนำหัวมันทั้งสองชนิดนี้มาเป็นอาหารสำหรับนก

  • sweet potato เนื้อมันชุ่มฉ่ำ มีรสหวานและมีปริมาณไวตามิน A สูง ให้นกกินดิบได้
  • yam เนื้อมันแห้ง มีความเป็นแป้งมากและมีไวตามิน A น้อยกว่า sweet potato ควรทำให้สุก มันดิบเป็นพิษ

    ควรทำมันเทศ (yam) ให้สุกก่อนที่จะนำให้นกบริโภค มิฉะนั้นจะมีความเป็นพิษซึ่งเป็นอันตรายทั้งกับนกรวมถึงคน การทำให้สุกไม่ว่าจะด้วยการต้ม นึ่ง ไมโครเวฟหรืออบ ต่างก็ให้ผลที่ดี ยกเว้นการทอด แต่ที่ให้ผลดีที่สุดคือการอบในเตาอบ ด้วยวิธีการอบน้ำตาลธรรมชาติที่มีอยู่ในหัวมันจะให้ความหวานสูงสุด มากกว่าการทำให้สุกด้วยวิธีอื่นๆ จึงทำให้นกกินมันได้มีรสอร่อยมากขึ้น ซึ่งความหวานตามธรรมชาติของผักผลไม้ไม่เป็นอันตรายกับนก

    นกแต่ละตัวมีสุขภาพที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงอาจพบว่านกบางตัวอาจมีอาการแพ้มันเทศ(พบน้อยมาก) หากพบปัญหานี้เกิดขึ้นกับนกที่เลี้ยงผู้เลี้ยงนกควรหยุดให้มันเทศ โดยสามารถเปลี่ยนไปให้อาหารชนิดอื่นที่มีไวตามิน A สูงทดแทน เช่น ฝักทองสุก แครอทสดหรือสุก บล็อคโคลี่สดหรือสุก คะน้าสดหรือสุก

    มันเป็นพืชที่ปลูกในดิน ดังนั้นการเลือกซื้อและขั้นตอนในการทำความสะอาดหัวมันจึงมีความสำคัญ ควรเลือกซื้อหัวมันที่สด สะอาดปราศจากแมลง ไม่มีรอยแตกแยกจนเปิดให้เห็นถึงเนื้อใน เลือกซื้อหัวมันเทศที่ไม่มีการงอกของตาที่จะพัฒนาไปเป็นต้น ส่วนที่เป็นสีเขียว เช่น ต้นใบเถาเป็นพิษ

    มันเทศสดเก็บรักษาไว้ในที่มืดแห้งเย็นได้นาน 2 สัปดาห์ ห้ามนำมันเทศสดเข้าตู้เย็น

    วิธีทำ มันเทศอบ
    • ล้างหัวมันให้สะอาดใช้แปลงขนอ่อนขัดล้าง เพื่อให้คราบดินที่ติดตามผิวของหัวมันหลุดออกให้หมด จากนั้นล้างน้ำสะอาดหลายครั้งจนเห็นว่าสะอาดดี
    • ตัดส่วนปลายทั้งสองข้างของหัวมันทิ้ง หากหัวมันมีรอยตัดและมีความสกปรกโดยผลจากการเก็บเกี่ยว
    • นำหัวมันเข้าเตาอบ ความร้อนและระยะเวลาของการอบขึ้นอยู่กับขนาดของหัวมัน
    • ตรวจเช็คหัวมันเป็นระยะโดยใช้มีดปลายแหลงหรือซ่อมจิ้มลงที่หัวมัน หากหัวมันสุกเนื้อมันจะนิ่ม มีดหรือซ่อมจะทะลุผ่านได้ทั้งหัว
    • ทิ้งให้มันเย็นตัวจึงลอกเปลือกออก
    • ตัดเนื้อมันเทศสุกแบ่งเป็นส่วนๆเก็บเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน 3 วัน เก็บเข้าช่องแข็งใช้ได้นานกว่า
    ทำอาหารแช่แข็งให้คลายความเย็นลง โดยนำอาหารจากช่องแข็งใสภาชนะและใส่วางอาหารนั้นในตู้เย็นช่องธรรมดา เพื่อช่วยให้อาหารลดความเย็นลงอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการทำอาหารแช่แข็งให้คลายความเย็นลง โดยการวางอาหารในอุณหภูมิปกตินอกตู้เย็น เพราะการลดอุณหภูมิของอาหารอย่างรวดเร็ว จะก่อให้เกิดแบคทีเรียในอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพนก (รวมถึงคนด้วย)

    นกชอบทานอาหารสดที่อุ่นอ่อนๆ ก่อนให้มันเทศกับนกควรนำมันเทศเข้าอุ่นในไมโครเวฟไม่กี่วินาที ในระยะเวลาตามขนาดของชิ้นมันและกำลังวัตต์ของไมโครเวฟ จากนั้นสัมผัสเนื้อมันจนแน่ใจว่าได้ความอุ่นอ่อนๆ จึงให้นกกิน ควรระวัง..เนื้อมันเทศมักอมความร้อน

    ให้นกได้กินมันเทศสุกทุกวันโดยนำเนื้อมันเทศมาใช้เป็นส่วนประกอบในการทำอาหารนก หรือให้นกทานมันเทศล้วนๆ จะช่วยให้นกมีสุขภาพดีมีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรง

    6-29-2004

    .....
    เขียนและรวบรวมโดย แก้วตา





    *บทความและภาพประกอบเป็นสิขสิทธิ์ของผู้เขียนและเจ้าของภาพถ่าย ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์
    การนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อผลประโยชนอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น


    cookietalkie@yahoo.com
    TOP





  • copyright © 2003-2014 CookieTalkie.com